ดวงหน้าอ่อนแอไร้พิษสงเงยหน้าสบตาสามี เป็นชุนหลันเอ่ยวาจาเมื่อครู่ซ้ำขึ้นมาอีกรอบ
“แผ่นน้ำแข็งในทะเลสาบหนายิ่งนัก ลำพังคุณหนูกับบ่าวรับใช้คนนั้นตกลงไปจะนับเป็นอะไร คุณหนูกินอาหารหนึ่งมื้อไม่กี่คำ จะทำแผ่นน้ำแข็งแตกได้อย่างไร หากไม่มีคนจงใจขุดหลุมพรางไว้ก่อน”
“เหลวไหล! ข้าจะทำร้ายหลานเอ๋อร์ไปเพื่ออะไร” หร่วนซื่อท้วง
“ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงท่านแม่เลยเจ้าค่ะ”
วาจานี้ของซ่งซือหลานไม่ใช่ว่ายิ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดไปอีกหรือ หร่วนซื่อนึกเอะใจ ซ่งซือหลานมีความคิดซับซ้อนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นางใช่ว่าเป็นคนโง่งมมาตลอด ที่ผ่านมาหร่วนซื่อใช้จุดอ่อนนี้จ้องเอาเปรียบบุตรสาวนอกไส้ มาวันนี้เหตุใดถึงเปลี่ยนไปได้
ซ่งซือหลานเห็นสีหน้าสับสนของหร่วนซื่อ “ไม่ใช่ความผิดของท่านแม่หรอกเจ้าค่ะ เป็นข้าไม่ระวังเองถึงได้พลัดตกลงไป ท่านหมอบอกว่าอีกสองเดือนข้าก็หายดี ไว้ถึงตอนนั้นท่านแม่พาข้าไปชมดอกเหมยด้วยกันเหมือนปีก่อน เช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ”
รอยยิ้มซีดเซียวของซ่งซือหลานส่งมาไม่ถึงดวงตา ผู้ใดจะอยากยิ้มให้นางจิ้งจอกมากมารยาอย่างหร่วนซื่อ เว้นก็แต่ในสายตาของราชครูซ่งกลับมองเห็นภาพสองสตรีรักใคร่ปรองดอง
“หลานเอ๋อร์เติบโตรู้ความแล้ว เห็นเช่นนี้พ่อก็ดีใจ เจ้าเพิ่งฟื้นอย่าเพิ่งพูดมากเลยพักผ่อนก่อนเถอะ”
“ท่านพ่อตรากตรำทำงานหนัก ลำพังข้าเจ็บป่วยเท่านี้เทียบกับท่านพ่อแล้วจะลำบากได้อย่างไรเจ้าคะ ดูสิเส้นผมของท่านใช่ว่าสีอ่อนลงแล้ว ข้าจะพักผ่อนให้ดีดื่มยาตามที่ท่านหมอสั่ง ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ”
ในความทรงจำของซ่งซือหลานคนเดิม บิดาของนางอายุยังไม่ถึงสี่สิบเส้นผมครึ่งหัวกลับเปลี่ยนเป็นสีเทา เห็นบุตรสาวรู้ความขึ้นมา ซ่งเหลียงพาหร่วนซื่อจากไป ก่อนไปไม่ลืมกำชับบ่าวรับใช้เรือนจวี๋อิ่งให้ดูแลซ่งซือหลานให้ดี
“ชุนหลัน” ซ่งซือหลานเอ่ยเรียก
“เจ้าคะคุณหนู”
“ข้าหิวน้ำ”
“บ่าวจะรินให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” ชุนหลันเดินไปรินน้ำชาประคองผู้เป็นนายดื่มลงไป ลำคอแห้งผากของซ่งซือหลานรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
“ชุนหลันจากนี้เจ้าต้องจำไว้ให้ดี ต่อไปนี้ห้ามใช้หรือกินของที่เรือนเฉียนฮวาส่งมาให้เด็ดขาด เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่”
ชุนหลันได้แต่ตาโต “คุณหนูพูดจริงหรือเจ้าคะ”
“เมื่อครู่เจ้ายังบอกว่าเรื่องที่ข้าตกน้ำมีคนอยู่เบื้องหลัง พอข้าบอกเจ้าเช่นนี้ยังต้องถามอีกหรือ ข้าป่วยไข้ใช่ว่าจะเลอะเลือน ริมน้ำห่างจากฝั่งหลายสิบชุ่น บ่าวรับใช้จะปล่อยข้าพลัดตกลงไปได้หรือ” ซ่งซือหลานเอ่ยมาถึงประโยคนี้ ชุนหลันได้แต่เอามือปิดปากตนเอง “เจ้าวางใจเถอะ เจ้านายของเจ้าหาใช่คนไม่รู้ความอีกแล้ว ข้าไปเดินเล่นริมแม่น้ำไน่เหอ[1] มารอบหนึ่งถึงได้กระจ่าง ต่อไปพวกเจ้าในเรือนจวี๋อิ่งต้องระวังตัวให้มาก”
เอ่ยจบซ่งซือหลานไม่เหลือเรี่ยวแรงอีก ดวงตาลึกโหลหลับลงพักผ่อน ชุนหลันเห็นผู้เป็นนายหลับใหลไปแล้วรีบเหน็บชายผ้าห่มเข้าที่ก่อนออกไป
ฉากหน้าซ่งซือหลานนอนพัก แต่สตินึกคิดของนางกลับไม่อาจสงบลงตาม ภาพมากมายในหัวตั้งแต่นางเป็นเด็กหมุนวนเข้ามาราวกับโคมม้าวิ่ง เหตุใดเมื่อก่อนนางหัวคิดไม่แจ่มใสเช่นนี้?
ฉากหน้ามารดาผู้แสนดีของหร่วนซื่อแท้จริงแล้วโกหกทั้งนั้น
ไม่รู้เพราะน้ำในทะเลสาบหนาวจัดจนทำให้สมองพลิกกลับหรืออย่างไร ทันทีที่ฟื้นลืมตา ซ่งซือหลานราวกับสมองแจ่มใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อครู่นางใจร้อนไปสักหน่อย หร่วนซื่อเฝ้าดูนางมาหลายปี หากยามนี้แสดงความเฉลียวฉลาดออกมาโจ่งแจ้ง นั่นจะกลายเป็นทุ่มหินทับเท้า[2] ตนเองเอาได้ ดีไม่ดีการที่นางเป็นคนโง่งมใจร้อนในอดีตอาจมีสาเหตุจากหร่วนซื่อ คิดได้เช่นนี้ดวงตาลึกโหลเบิกโพลงขึ้นมา
“ชุนหลัน” น้ำเสียงแผ่วเบาเรียกหา
“คุณหนูนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ”
“เมื่อครู่ใครตามท่านหมอไปรับเทียบยา”
“เป็นจูเหนียงบ่าวปัดกวาดด้านนอกเจ้าค่ะ คุณหนูถามทำไมหรือเจ้าคะ”
“เจ้าพอมีเงินติดตัวหรือไม่” ซ่งซือหลานเอ่ยถาม
“..เอ๋....บ่าวยังพอมีเงินติดตัวเจ้าค่ะ คุณหนูอยากได้อะไรหรือเจ้าคะ ให้บ่าวไปบอกพ่อบ้านเจิงให้ดีหรือไม่เจ้าคะ”
ดวงหน้าอิดโรยส่ายหน้า “ข้าไม่อยากให้รู้ถึงหูหร่วนซื่อ เจ้าทำทีออกไปข้างนอกเอาเทียบยาอีกอันไปซื้อจากร้านด้านนอกมาแทนของในจวน อย่าใช้เงินที่ข้าได้รายเดือนใช้เงินของเจ้าไปก่อน ข้าจะคืนให้ทีหลังเข้าใจหรือไม่”
“คุณหนูสงสัยหร่วนซื่อใช่หรือไม่เจ้าคะ ได้เจ้าค่ะบ่าวเข้าใจแล้วจะจัดการตามที่คุณหนูบอก”
“ระวังตัวด้วย”
“คุณหนูนอนพักก่อนนะเจ้าคะ อีกเดี๋ยวจูเหนียงกลับมาบ่าวจะให้นางอยู่เฝ้าคุณหนูแทน บ่าวไปไม่นานเจ้าค่ะจะรีบกลับมา”
“อืม” ซ่งซือหลานรับคำเรียบง่าย
ชุนหลันมองดูหว่างคิ้วผู้เป็นนายขมวดกันแน่น ในใจรู้สึกสงสารคุณหนูขึ้นมาจับใจ คุณหนูของนางมีชาติกำเนิดสูงส่ง ต่อให้มารดาแท้จริงเป็นเพียงสายตระกูลพ่อค้า อดีตฮูหยินกลับครอบครองทรัพย์สินร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง
เสียดายอดีตฮูหยินด่วนจากไปไวนัก ตั้งแต่มารดาจากไปคุณหนูก็ไม่ร่าเริง หนำซ้ำยังกลายเป็นลูกพลับนิ่มให้สตรีเรือนเฉียนฮวาบีบทรมานเช่นใดก็ได้ มาวันนี้คุณหนูกลับรู้จักพูดจาให้ท่านราชครูเห็นใจ นั่นนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก
ซ่งซือหลานเริ่มเปรย “ชุนหลันเจ้าคิดว่าหร่วนซื่อเป็นคนดีหรือไม่”
“คุณหนูอย่าถามเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ หากนางมีความดีอยู่บ้าง ลำพังข้าวของเครื่องใช้ท่านจะน้อยนิดเพียงนี้ได้อย่างไรกัน”
ซ่งซือหลานมองดูเครื่องใช้กับของตกแต่งในเรือนก็พอจะเข้าใจวาจาชุนหลัน ดูอย่างชายเสื้อคลุมหร่วนซื่อวันนี้ยังขลิบด้วยขนจิ้งจอกราคาแพง เท่าที่สมองผุพังจำได้ ตัวนางมีเสื้อคลุมสีเมฆาตัวเก่าที่หลายปีก่อนท่านพ่อมอบให้เท่านั้น
ไม่ใช่ว่าท่านแม่ของนางร่ำรวยมากหรืออย่างไร ต่อให้ท่านพ่อเป็นขุนนางน้ำดีประหยัดข้าวของเครื่องใช้ แต่นางที่เป็นบุตรสาวจะได้รับการดูแลย่ำแย่เพียงนี้เชียว
“ไม่ใช่บ่าวไม่เคยพูดแทนคุณหนูนะเจ้าคะ แต่ท่านยืนยันเองว่าไม่ต้องการ แต่ก่อนหร่วนซื่อผู้นั้นไม่รู้แต่ละวันเป่าหูคุณหนูด้วยวาจาอะไรบ้าง”
ซ่งซือหลานหัวเราะในลำคอ “จริงอย่างที่เจ้าว่าแต่ก่อนข้ามีสาวใช้มากกว่านี้ ดูอย่างตอนนี้เหลือแค่เจ้ากับจูเหนียง ที่ผ่านมาลำบากพวกเจ้าแล้ว”
“คุณหนูอย่าพูดเช่นนี้เลย หากไม่มีคุณหนูบ่าวคงอดตายอยู่ข้างทางนานแล้ว ข้าตั้งใจอยู่ดูแลคุณหนูไปจนแก่เจ้าค่ะ”
[1] แม่น้ำไน่เหอ หรือแม่น้ำยมโลก เป็นความเชื่อหลังความตายของชาวจีน
[2] สำนวน หมายถึงเรื่องที่ทำไปย้อนมาทำร้ายตัวเอง