วันสำคัญของอาร์ตได้มาถึงเป็นวันแข่งมวยสากลชิงแชมป์มหาวิทยาลัย ในสนามเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เป็นนักศึกษาคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัย ต่างมาส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจนักกีฬาคณะตัวเอง หนึ่งในนั้นมีชินและพ้องเพื่อนยกห้องได้เข้ามาเชียร์อาร์ต รุ่นพี่เสน่หแรงเกินต้านทั้งกีฬาและหน้าตา
ในวันนี้เป็นวันสุดท้ายจะรู้ผลว่าใครจะได้เหรียญทอง เป็นวันที่อาร์ตเฝ้ารอและเฝ้ามองคนรู้ใจให้มาเชียร์ แต่มองแล้วมองอีกมองไปรอบแต่ไร้เงาไม่มีคนนั้นเลย มีแต่ชินและเพื่อนกับอีกหนึ่งกลุ่มที่ขาดไม่ได้นั่นคือบีคนรักเก่าที่ไม่ยอมเลิกลาตามตื้อไม่หยุดพัก
เสียงระฆังยกแรกดังขึ้นด้วยเป็นมวยไทยมาก่อน จึงสามารถเอาชนะคะแนนในยกนี้อย่างง่ายดาย ยกที่สองก็ไม่ต่างกันด้วยความเป็นมืออาขีพจึงผ่านไปแบบสบายๆ อาร์ตไม่อยากให้ยืดเยื้อต่อไปอีก จึงบุกนักเสยไปที่ปลายคางคู่ต่อสู้จนล้มลงนอนกองกับพื้น กรรมการรีบนับหนึ่งถึงสิบแต่ยังไม่มีท่าทีจะลุกขึ้น กรรมการจึงเดินไปจับมือของอาร์ตชูขึ้น
ชัยชนะที่ได้รับสร้างความดีใจอย่างเหลือล้น แต่สายตายังสอดส่ายมองไม่หยุดพักแต่ไม่เห็นเอสมาให้เห็นแม้แต่เงา ในเมื่อได้ชัยชนะจึงไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรได้ในเวลานี้ ต้องขึ้นแท่นรับรางวัลอย่างเหงาๆเศร้าๆแต่ต้องปกปิดอาการไว้ไม่ให้ใครได้รับรู้ จนกระทั่งพิธีผ่านไปอย่างเรียบร้อยจบสิ้น
ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ใจระทม เดินลงจากเวทีเข้าไปในห้องแต่งตัวอย่างเหงาๆ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยทุกอย่างจึงได้เดินออกมายังสนาม เมื่อผู้คนหลากหลายต่างมาแสดงความยินดี อาร์ตต้องฝืนทนยิ้มอย่างเหมือนคนมีความสุข
“พี่อาร์ตชินดีใจด้วยนะครับ”ชินยิ้มอย่างสดใสทั้งใบหน้าให้รุ่นพี่ที่น่ารักของเขา
“ขอบใจน้องชินมากนะ ชินยังเสมอต้นเสมอปลายกับพี่ตลอดเลย”
“ครับ ถ้างั้นชินต้องไปก่อนนะ เพราะคนมาแสดงความยินดีกับพี่อาร์ตเยอะมาก วันหลังเราค่อยคุยกันก็ได้”
“อืม”อาร์ตพยักหน้า
เมื่อชินได้ออกไปจากสนามสักพักบีแฟนเก่าก็เดินเข้ามาแสดงความยินดีปรีดา อย่างจริงใจและเป็นคนเดียวที่ตามไปทุกงานทุกทีไม่เคยหยุดสักครั้ง
“เราดีใจกับนายด้วยนะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นายชกมวยสากล นายทำได้ดีมากเลยเราหวังว่ากีฬามหาวิทยาลัยระดับประเทศนายจะประสบความสำเร็จเช่นวันนี้นะ”บียิ้มอย่างมีความสุขที่ได้เห็นคนรักเก่าได้สมหวังในสิ่งที่ตัวเองรัก
“ขอบใจมากนะ”
“อืม เมื่อกี้เราเห็นน้องชินมา น้องมาแล้วทำไมพี่ยังไม่มาอีกนะ พี่เอสหายไปไหนล่ะ ถึงจะทำงานในมหาวิทยาลัยก็น่าจะปลีกตัวมาได้ไม่อยากอะไรหรอก”บีพยายามทำหน้าท่าทางครุ่นคิดและพยายามเติมเชื้อเพลิงใส่ไฟให้โหมกระพือ
“เดี่ยวเรากลับก่อนนะ”
อาร์ตไม่อยากจะพูดอะไรต่อจากนี้ เพราะเจอคำพูดแทงใจดำเข้าไปจนจุก เลยทำให้ไม่สามารถที่จะพูดคุยต่อได้จากนี้ จึงทำได้แต่เพียงเดินหนีหลบผู้คนไปยังที่จอดรถบิ๊กไบค์และขับออกไปอย่างรวดเร็วกลับห้องของตัวเอง ไม่ได้ไปหาเอาแต่อย่างใดด้วยความโมโหและอยากให้เอสมาง้อ จึงแกล้งทำให้เงียบหายไร้การติดต่อใดๆ
หลายวันผ่านไปไม่เป็นผลไร้การติดต่อกลับมาของเอส จึงสร้างความโกรธแค้นเคืองอย่างหนัก อาร์ตไม่รู้จะทำเช่นใดจะไปหาก็กลัวเสียฟอร์ม จะไม่ไปก็กลัวเสียแฟนไป ยิ่งคิดยิ่งสับสนอลหม่านจิตใจยิ่งนัก ในเมื่อจิตใจเป็นสองทางอาร์ตจึงได้คิดว่าต้องทำในสิ่งที่เรามีความสุข นั่นคือไปหาเอสตามใจที่ตัวเองปรารถนาและต้องการ
เมื่อไปถึงห้องของเอสที่ดูภายนอกก็รู้ว่าอยู่ห้อง อาร์ตอยากจะทำให้ประหลาดใจเลยไม่เคาะประตูแต่อย่างใด เนื่องด้วยมีกุญแจห้องอยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าไปภายในห้อง อาร์ตจึงค่อยๆไขประตูห้องอย่างเบาๆและค่อยๆไม่ให้ได้ยินเสียงแก๊กๆ เมื่อเป็นผลประตูคลายล็อค อาร์ตจึงค่อยๆแง้มประตูทีละน้อยทีละนิดจนเปิดออกพอพาร่างเข้าไปได้
หลังจากพาร่างอันบึกบึนเข้ามาภายในห้องสำเร็จ อาร์ตได้ค่อยๆปิดประตูที่แง้มออกอย่างสนิทให้มิดชิด แล้วหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าไปหาคนรักยังเตียงนอน แต่แล้วสายตาที่เปล่งประกายแห่งความหวังได้สูญสิ้น เพราะภาพตรงหน้าเอสน้องหนุนแขนชายหนุ่มร่างกายกำยำล่ำสัน ส่วนดวงตาสองคู่ได้หลับสนิทดูภายนอกก็รู้จากใบหน้าทั้งสองมีความสุขยิ่งนัก
“พี่เอสทำไมทำกับผมอย่างนี้”อาร์ตอดกลั้นความรู้สึกไม่ไหวกำมือแน่น
ด้วยใจและอารมณ์ที่ร้อน ส่งผลให้ร่างกายได้ขยับเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว กระโจนขึ้นเตียงนอนดึงร่างของชายหนุ่ม่ลุกขึ้นและรัวหมัดใส่ไม่ยั้งไม่หยุดใส่ติดๆ
“มึง ไอ้...มีชู้เหรอ”
เมื่อชายหนุ่มนั้นล้มลงอาร์ตกำลังจะยกขาเตะแต่ได้ยินเสียงคนที่รักมากดังขึ้น อาร์ตจึงหยุดนิ่งไว้แค่นั้น ส่วนชายหนุ่มผู้นี้ได้ลงจากเตียงรีบใส่เสื้อผ้าและออกไปจากห้องอย่างไว
“เป็นไงเด็กของพี่เอสเอาตัวรอดไปแล้ว ช่างหามาจริงๆนะคนดีๆน่ะ”อาร์ตจ้องมองเอาตาเขม็ง
“ถึงเขาไม่ไปพี่ก็จะไล่ให้ไปเอง จะอยู่ให้อาร์ตซ้อมอย่างนั้นเหรอ”เอสลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้ามาใส่กันอุจาดตา
“เป็นห่วงเป็นใยกันเหลือเกินนะ พี่ให้มันไปแล้วพี่ไม่กลัวผมจะทำร้ายพี่เหรอ”อาร์ตกำมือแน่น
“พี่รู้ว่าอาร์ตไม่กล้าทำอะไรพี่หรอก เพราะอาร์ตรักพี่มากใช่ไหม”เอสเดินเข้ามาหาอาร์ตพร้อมกับจับมือไว้
“ปล่อย เอามือสกปรกของพี่ออกไปอย่ามาโดนตัวผม ถึงแม้ผมจะรักพี่ปานใดแต่ไม่มีใครทนได้หรอกที่เห็นแฟนตัวเองไปนอนกับคนอื่น เรื่องที่ไม่ไปเชียร์ผมตอนแข่งกีฬายังไม่ได้พูดถึงเลย ดันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก แต่เอาเหอะเรื่องนั้นเรื่องเล็กแต่เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ทำไมพี่ถึงทำกับผมแบบนี้ในเมื่อเราเป็นแฟนกันแล้ว ควรซื่อสัตย์ต่อกันสิไม่ใช่คบชู้แบบนี้”ต้อมรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสแต่พยายามกลั้นความรู้สึกนั้นไว้
“พี่ขอโทษก็แล้วกันมันเป็นความคิดชั่ววูบของพี่”
“ครับ”
“น้องอาร์ตใจดีกับพี่เหลือเกิน”
“ครับ เราเลิกกัน ผมยอมเสียหน้าแต่ไม่ยอมให้ใครมาสวมเขาผมหรอกครับ”
“หมายความว่า”
“พี่เป็นคนฉลาดถ้าเกิดผมมีชู้แบบนี้พี่ก็คงจะเลิกผมเหมือนกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราเลิกกันอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมให้อภัยพี่ก็แล้วกันแต่ไอ้หน้าอ่อนนั่น ถ้าผมเจอมันที่ไหนผมไม่ละเว้นหรอกครับ ผมจะตะบันหน้ามันหายชั่วเลย”
อาร์ตหยุดคำพูดความคิดและสิ่งต่างๆได้กองไว้ห้องของเอส สองเท้าของเขาได้ก้าวออไปอย่างทรนงในศักดิ์ศรี ถึงจะยังรักเอสอยู่แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเช่นนี้ จึงไม่สามารถที่จะรักษาความรักนั้นไว้ได้อีกต่อไป
“อาร์ต คิดดูดีๆนะถ้าเลิกกับพี่นะ”เสียงของเอสดังลั่นอยู่ข้างหลัง เพราะเขารู้สึกเสียหน้ามากเมื่อเป็นคนถูกบอกเลิก
“คิดดีแล้วครับ”
“ปัง”
อาร์ตปิดประตูอย่างดังเป็นการประชดเอสที่ทำให้เขาผิดหวัง ในเมื่อหมดเยื่อใยต่อกันไม่จำเป็นต้องถนอมน้ำใจอีกต่อไป อาร์ตรีบเดินลงไปยังโรงจอดรถ เพื่อขับรถบิ๊กไบค์ที่รักไม่แพ้เอสออกไปยังห้องของเขาที่จะไม่มีวันกลับมาเหยียบมันเป็นราคีเท้าของตัวเอง
ความเร็วรถแล่นเกินกำหนดด้วยใจที่แหลกเหลวกับความรักจอมปลอม ด้วยรักมากจึงเสียใจมากจนไม่มีจะไปทางไหน ได้แต่ขับรถแล่นออกไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย แต่ท้ายที่สุดต้องหาทางกลับอยู่ดี แต่ในใจตอนนี้ไม่รู้จะไปทางไหนในเมื่อในหัวมีแต่เรื่องบอบซ้ำมากวนจิตใจทุกวินาที