05

2588 คำ
“มะ หมายความว่าข้ากำลังจะบุตรอีกคนหรือท่านหมอ” ท่านแม่ทัพโม่ชุนเฉิงได้แต่ยืนแข็งค้างด้วยความดีใจ โม่เฟยหรงที่ถูกเสี่ยวซานเรียกก็รีบมาด้วยเป็นห่วงมารดา “ท่านแม่เป็นอะไร” โม่เฟยหรงที่รีบวิ่งเข้ามาด้วยความเป็นห่วง จ้าวเหลียนฮวามองบุตรสาวที่มีสีหน้าไม่ค่อยดี ก่อนจะลูบแก้มของนาง ภายในใจของคนเป็นสตรีย่อมดีใจอยู่แล้วเมื่อรู้ว่าตนกำลังจะมีลูก หากเป็นบุตรชายนางก็คงมีที่พึ่งพาแล้ว “ฮูหยินไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะคุณหนู เพียงแต่หน้ามืดเป็นลมเท่านั้น” “แล้วรักษาหรือยัง ท่านแม่ของข้าป่วยหรือเปล่าท่านหมอ หรือเป็นเพราะท่าน ท่านทำให้ท่านแม่ข้าเครียดเป็นแน่ถึงได้เป็นลมเช่นนี้” โม่เฟยหรงหันไปโทษบิดาทันที โม่ชุนเฉิงที่กำลังดีใจก็ไม่ถือสาบุตรสาว มันก็เป็นเพราะเขาจริงๆ นั่นแหละ จ้าวเหลียนฮวาถึงได้เป็นลมล้มพับเช่นนี้ “เป็นความผิดของพ่อเองที่ทำให้แม่เจ้าเป็นเช่นนี้” “นี่ท่านทำท่านแม่ข้าเป็นลมหรือ” โม่เฟยหรงที่โมโห นางวิ่งเข้าไปหาบิดากำลังจะเหวี่ยงหมัดใส่โม่ชุนเฉิง แต่เขากลับรับบุตรสาวที่วิ่งเข้ามาก่อนจะอุ้มขึ้นมากอด ทั้งยังหอมแก้มทั้งซ้ายทั้งขวาของนางหลายที ก่อนจะอุ้มเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา จนเรียกเสียงหัวเราะจากผู้อื่นได้มากมาย “ปล่อยข้า ปล่อยข้า ท่านแม่ช่วยด้วย” “แม่เจ้าต้องพักผ่อน นางกำลังจะมีน้องชายให้เจ้า อย่ารบกวนนางเลยหรงเอ๋อร์” “จริงหรือ” โม่เฟยหรงที่กำลังดิ้นอย่างบ้าคลั่งก็หยุดลงทันที ก่อนจะหันไปมองมารดาที่กำลังนอนยิ้มอยู่ด้วยความดีใจ ตอนที่นางเกิดในตระกูลเสวียน ทายาททุกลำดับจะมีเพียงแค่ทายาทหนึ่งคนเท่านั้น ทำให้ผู้คนในหุบเหวนรกลดน้อยลงทุกที บางคนก็แต่งออกไปอยู่ด้านนอก “จริงขอรับ คุณหนูใหญ่" ท่านหมอกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะขอตัวลากลับ โม่เฟยหรงที่ลงจากอ้อมกอดของบิดา นางพุ่งขึ้นไปนอนกอดท่านแม่ด้วยความดีใจ นางเป็นลูกคนเดียวมาโดยตลอด การที่จะได้มีน้องมันช่างวิเศษยิ่งนัก สำหรับนางโม่เหว่ยเฉิง โม่ซินอ้ายก็นับว่าเป็นน้อง แต่ไม่ใช่น้องที่เกิดจากครรภ์เดียวกัน ทั้งยังมีความแตกต่างทางด้านสังคม มันจึงไม่เหมือนกันทั้งในความคิด และความรู้สึก “เจ้าดีใจมากหรือไหม หรงเอ๋อร์” “ข้าย่อมดีใจ ข้าอยากมีน้อง ข้าอยากอุ้มเด็ก” โม่เฟยหรงกล่าวออกมา แม่ทัพโม่ที่เห็นสองแม่ลูกกอดกันอย่างมีความสุข วูบหนึ่งเขาก็รู้สึกว่าความต้องการของพวกนางช่างเรียบง่าย แตกต่างจากเขาที่คิดมากมาโดยตลอดว่าจ้าวเหลียนฮวาจะใจร้ายกับบุตรอนุ แต่ความจริงแล้วนางกลับเลี้ยงลูกของเขาอย่างเท่าเทียม และให้สิทธิ์ไป๋หลินซูอย่างดีมาโดยตลอด ไม่เคยร้องขอเวลา ข้าวของเงินทองจากเขา “ท่านตากำลังจะมาแล้ว ท่านตาต้องดีใจมากเป็นแน่” “ท่านตาหรือ” “เจ้าค่ะท่านพี่ อีกไม่นานท่านพ่อข้าจะมาเมืองหลวง” “เหตุใดไม่บอกข้า” “ข้าทราบเรื่องนี้เมื่อวาน ตั้งใจจะบอกท่านแล้วเจ้าค่ะ” จ้าวเหลียนฮวากล่าว แม่ทัพโม่ชุนเฉิงรู้สึกอับอายยิ่งนัก เมื่อคืนเขาเข้าใจว่านางจะรั้งไม่ให้เขาไปเรือนเล็ก แต่ที่ไหนได้ นางเพียงแค่จะบอกกล่าวเขาเรื่องนี้เท่านั้น “เช่นนั้นก็บอกพ่อบ้านให้เตรียมต้อนรับบิดาเจ้า แล้วงานภายในจวนก็ยกให้เจินเจินกับพ่อบ้าน หรือไป๋หลินซูดูแลแทน เจ้าต้องพักผ่อนรู้ไหม ลูกชายข้าคนนี้จะได้แข็งแรง” ท่านแม่ทัพกล่าวก่อนจะลูบหน้าท้องของจ้าวเหลียนฮวาเบาๆ ดวงตาของนางแดงก่ำน้ำตาคลอ ท่านแม่ทัพถึงกับเอ่ยปากเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเขายินดี หากว่าเด็กคนนี้เป็นบุตรชาย “ท่านแม่ ข้าจะมีน้องชายหรือ ข้าจะสอนเขาจับกระบี่” โม่เฟยหรงกล่าวราวกับเด็กน้อย ความดีใจของนางปกปิดไม่มิดเลยทีเดียว จ้าวเหลียนฮวาไม่เห็นบุตรสาวยิ้มกว้างขนาดนี้มานานเท่าไหร่แล้ว โม่เฟยหรงเอาหูไปแนบกับท้องของมารดาด้วยความตื่นเต้น สรรพชีวิตเกิดใหม่มักบริสุทธิ์ยิ่งนัก โม่เฟยหรงแผ่กระแสปราณเซียนเข้าไปในท้องเพื่อเพิ่มพลังครรภ์ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น “เจ้าหรือจะสอนน้อง กับเหว่ยเฉิงยังเอาแต่ไล่ตี” จ้าวเหลียนฮวากล่าวกับบุตรสาวอย่างติดตลก โม่เฟยหรงไม่สนใจ โม่เหว่ยเฉิงกับน้องชายคนนี้จะเหมือนกันได้อย่างไร นางจะต้องรักและทะนุถนอมเขามากเป็นแน่ เรื่องราวการตั้งครรภ์ของจ้าวเหลียนฮวาเป็นข่าวดังไปทั่วจวน ทุกคนต่างรู้สึกยินดีกับฮูหยินเป็นอย่างมาก ฮูหยินนั้นเป็นสตรีที่งดงามใจดี ทั้งยังปฏิบัติต่อบ่าวไพร่อย่างดี เมื่อก่อนท่านแม่ทัพมักจะหลงลืมฮูหยินหลงอนุ แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะพวกเขาทุกคนรับใช้แม่ทัพโม่มาตั้งแต่ยังเป็นเพียงคุณชายผู้หนึ่ง สตรีอย่างไป๋หลินซูไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย “เป็นอย่างไรเล่าเจ้าคะท่านแม่ ท่านพ่ออยู่กับแม่ใหญ่จนนางตั้งครรภ์จนได้” โม่ซินอ้ายกล่าว นางไม่ได้รู้สึกเกลียดชังอะไรฮูหยินใหญ่นัก ตั้งแต่ที่นางเริ่มเข้าไปตีสนิทคนเรือนใหญ่ ที่นั่นมีแต่คนใจดี ฮูหยินก็เมตตานางมาก พี่ใหญ่แม้จะร้ายกาจไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้อะไรกับนางเลยสักนิด อาหารการกิน เครื่องประดับ แม่ใหญ่ก็ให้นางอย่างใจดี “ข้าไม่ปล่อยให้มันคลอดเด็กคนนี้ได้หรอก” ไป๋หลินซูเหยียดยิ้ม “ท่านแม่จะทำอะไร” โม่ซินอ้ายถามด้วยความหวาดกลัว นางหรือจะไม่รู้ว่านิสัยของมารดาเป็นเช่นไร โหดเหี้ยมแค่ไหน แต่เมื่อคิดถึงแม่ใหญ่ที่แสนใจดี หากเกิดอะไรขึ้นกับแม่ใหญ่ นางก็คงจะเสียใจมาก “ทำไม เจ้าคิดจะห้ามข้างั้นหรือ” ไป๋หลินซูที่มองเห็นถึงความคิดบุตรสาว นางยิ่งแค้นเคืองใจ โกรธที่ตัวเองที่ไม่งดงาม และบริสุทธิ์ทั้งกายใจเหมือนจ้าวเหลียนฮวา แต่เพราะชาติกำเนิดของนางนั้นลำบากมาก คนเป็นแม่อย่างนางย่อมต้องปูทางชีวิตให้ลูกเป็นหลัก “ท่านแม่ ท่านจะทำอะไร เด็กคนนั้นอาจจะไม่ใช่เด็กผู้ชายก็ได้” “แล้วจะรอให้มันเกิดมาแย่งตำแหน่งน้องชายเจ้าหรือ” “ท่านพ่อบอกแล้วว่าอย่างไรก็จะยกตำแหน่ง…” เพี้ยะ…. เสียงฝ่ามือกระทบพวงแก้มของโม่ซินอ้าย แม้ไป๋หลินซูจะรั้งแรงไว้อยู่บ้าง แต่สำหรับเด็กสาวเพียงสิบขวบปีก็นับว่าแรงมากอยู่ดี แก้มของนางแดงเป็นรอยนิ้วมือชัดบนใบหน้า ความเจ็บปวดที่กายไม่เท่ากับเจ็บปวดที่ใจ โม่ซินอ้ายน้ำตาคลอ “เจ้ามันโง่ เจ้าคิดหรอว่าลูกอนุจะเป็นทายาทสืบทอดได้เหนือกว่าบุตรของภรรยาเอก” ไป๋หลินซูหัวเราะราวกับคนเสียสติ ทำไมนางจะไม่รู้ว่าชะตาชีวิตของนางลำบากขนาดไหน มันต่ำต้อยด้อยค่ามากขนาดไหน นางวางแผนมากมายเพื่อทำให้แม่ทัพโม่ที่ยังเป็นเพียงคุณชายรักนาง นางนั้นทำทุกอย่าง ผ่านเรื่องราววันคืนที่แสนโหดร้ายมาจนนางไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นางไม่มีทางยอมให้ลูกของนางต้องตกต่ำ หรือต่ำต้อยอย่างที่นางเป็นมาก่อน “ท่านแม่ แต่ข้าไม่อยากให้ท่านทำเรื่องไม่ดี” “เจ้าชอบอยู่บ้านหรือ ชอบนั่งอยู่ด้านหลังคนอื่น ชอบโดนเหล่าลูกผู้ดีทั้งหลายเหยียดหยามเจ้าหรือ บิดาเจ้าเป็นขุนนางระดับไหน แต่เจ้าก็ยังไม่วายโดนดูถูกเหยียดหยาม เจ้าพยายามสารพัด แต่เจ้าก็ยังแพ้โม่เฟยหรง เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเกิดจากลูกอนุ” ไป๋หลินซูกล่าวกับโม่ซินอ้าย เด็กสาวร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร เรื่องทุกอย่างที่มารดาเอ่ยมานั้น เป็นเรื่องจริงที่นางต้องพบเจอ มันช่างเจ็บปวดถึงที่สุด นางตั้งใจเรียนศิลปศาสตร์ทั้งสี่ แม้แม่ใหญ่จะหาอาจารย์มาสั่งสอน แต่เพราะโม่เฟยหรงไม่ยอมเรียน และใครเล่าจะอยากมาสอนลูกอนุเช่นนาง “ขะ ข้า… แต่ข้าไม่อยากให้ท่านทำแบบนี้” “เจ้าอยากให้เด็กคนนั้นเกิดมา แย่งที่ของโม่เหว่ยเฉิง อยากให้บิดาเจ้ารักพวกมันมากกว่าพวกเรางั้นหรือ ข้าถามหน่อย เจ้าไปกินข้าวเรือนใหญ่แทบทุกวัน เจ้าเห็นอะไรบ้าง บิดาเจ้ารักแม่ใหญ่ รักพี่สาวของเจ้า แม้ว่านางจะทำตัวอย่างไร บิดาเจ้าก็ไม่ถือสา ต่างจากเจ้าที่ต้องพยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เจ้าคิดว่าเป็นแบบนี้ เจ้ายอมรับได้แล้วงั้นหรือ” “แล้วท่านแม่จะทำอะไร” “เอาไว้ก่อนเถอะ ข้าได้ใช้เจ้าแน่ ทำให้จ้าวเหลียนฮวาไว้ใจเจ้าก็พอ อีกไม่นานพ่อของมันจะมาที่เมืองหลวง ข้าไม่อยากสร้างเรื่องให้ถูกจับได้” ไป๋หลินซูกล่าว บิดาของจ้าวเหลียนฮวาเป็นใคร ไม่มีใครไม่รู้จัก แม่ทัพจ้าวเป็นขุนนางชั้นสูงที่เคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่อดีตฮ่องเต้ ปราบปรามกบฏ ทั่วสารทิศ อำนาจทางการทหารก็มากมาย แม้จะลดทอนลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอำนาจอะไร ขนาดบุตรสาวแต่งเข้ามาตระกูลโม่ยังเป็นสมรสพระราชทาน “เจ้าค่ะ” “เจ้าย่อให้มันดีๆ อย่าได้กระโดกกระเดกเช่นนั้น น่าเกลียดเหลือทน” จ้าวเหลียนฮวาบ่นบุตรสาว วันนี้นางจับโม่เฟยหรงแต่งกายในชุดสีชมพูอ่อนอย่างงดงามน่ารัก เพื่อลดทอนความไม่เรียบร้อยของบุตรสาว จะได้น่ารักชวนน่าเอ็นดู ไม่ใช่แต่งกายอย่างกับบุรุษแบบทุกวัน “ท่านตาไม่น่าถือสาข้าหรอกมั้งท่านแม่” “เหลวไหล เป็นกุลสตรีในเมืองหลวง จะไม่รู้จักมารยาทที่พึงกระทำได้อย่างไร เจ้าอายุสิบขวบปีแล้วนะหรงเอ๋อร์ แม่นั้นอับอายนัก” จ้าวเหลียนฮวาบ่นบุตรสาวตั้งแต่เช้า ท่านแม่ทัพโม่มองบุตรสาวที่ถูกจับแต่งเนื้อแต่งตัวเต็ม ปกตินางก็ไม่ชอบออกงานกันทั้งแม่ทั้งลูก นานทีจะเห็นโม่เฟยหรงแต่งกายเช่นนี้ คิดแล้วก็ชวนปวดหัวไม่น้อย บุตรสาวมีรูปโฉมเช่นนี้ วันหน้าแม่สื่อก็คงมาเต็มจวนไปหมด “ปล่อยนางเถอะ พ่อเจ้าไม่ว่านางหรอก ข้าจำข่าวลือได้ คุณหนูตระกูลจ้าว จ้าวเหลียนฮวางดงามราวบุปผา บิดาหวงแหนประดุจไข่มุกบนฝ่ามือ ไม่ว่าคุณหนูจ้าวอยากได้สิ่งใด แม่ทัพจ้าวล้วนไม่กล้าขัดนางแม้แต่ครึ่งคำ" ท่านแม่ทัพโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงขบขัน จ้าวเหลียนฮวาเป็นบุตรสาวคนเดียวจากบุตรชายทั้งหมด จ้าวหลงรักบุตรสาวคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ขนาดตอนแต่งงาน แม้จะเป็นสมรสพระราชทาน แต่กลับไม่เห็นด้วยด้วยซ้ำ “ท่านพ่อตามใจข้าก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะลดหย่อนผ่อนปรนเรื่องมารยาทนะเจ้าคะ” “ท่านพ่อตารักเจ้า ก็ย่อมต้องรักโม่เฟยหรงยิ่งกว่าอยู่แล้ว อย่าได้กังวลไป ให้นางร่ายรำกระบี่ให้ท่านตาของนาง รับรองท่านพ่อเจ้ารักนางยิ่งกว่าเจ้าแน่นอน” ท่านแม่ทัพโม่กล่าวก่อนจะหัวเราะออกมา เมื่อเห็นจ้าวเหลียนฮวาทำหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย การได้อยู่กับนางทำให้เขารู้ว่านางมีนิสัยที่น่ารัก ยามเย้าแหย่นางมักจะแสดงอาการออกมาในหลายรูปแบบ “ฮูหยิน ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ท่านแม่ทัพจ้าวหลงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” เจินเจินรีบเข้ามาบอกด้วยความดีใจ จ้าวเหลียนฮวาดีใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านพ่อของนางเข้าเมืองหลวงมาก็ต้องเข้าวังไปพบฮ่องเต้ก่อน ถึงจะมาที่จวนตระกูลโม่ โม่เฟยหรงเองที่ตั้งแต่เกิดมา นางยังไม่เคยเจอท่านตาแม้สักครั้งก็รีบตามท่านแม่ไป “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง” จ้าวเหลียนฮวาที่เห็นบิดามาแต่ไกลก็รีบวิ่งเข้าไปสวมกอดด้วยความดีใจจนเสียกริยาไปหน่อย โม่เฟยหรงได้แต่ยืนทำปากยื่นปากยาว บ่นนางตั้งแต่เช้าเรื่องมารยาท สุดท้ายท่านแม่ก็กลายร่างเป็นเด็กน้อยพุ่งไปกอดท่านตาเสียได้ “พ่อคิดถึงเจ้ามากนัก” ท่านแม่ทัพจ้าวกอดตอบบุตรสาวด้วยความดีใจ เขาทำงานอยู่เมืองไกล จะเดินทางเข้าออกเมืองหลวงก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่าย จะให้บุตรสาวเดินทางไปก็นานหลายเดือน กว่าจะไปและกลับ เวลาสิบเอ็ดปีที่ไม่ได้เจอบุตรสาวเลย มันช่างทรมานเป็นอย่างยิ่ง แต่เห็นสีหน้าท่าทางของนางที่ดูจะมีความสุข เจ้าลูกเขยคนนี้ก็คงไม่เลวนัก “ลูกก็คิดถึงท่านเจ้าค่ะ คิดถึงทุกคนเลย” “โอะ… เด็กสาวตัวน้อยในชุดสีชมพูน่าเกลียดนั่น หลานสาวตัวน้อยของข้าหรือไม่" จ้าวสุน พี่ชายคนรองของตระกูลจ้าวกล่าว โม่เฟยหรงมองท่านลุงรองของนางก่อนจะพยักหน้า “เฟยหรง คารวะท่านตา ท่านลุงใหญ่ และท่านลุงรองเจ้าค่ะ” โม่เฟยหรงกล่าวก่อนจะยอบกายคารวะตามธรรมเนียม จ้าวเหลียนฮวามองบุตรสาว …ทำดีก็ทำได้ แต่ไม่ยอมทำ เจ้าลูกคนนี้ “หน้าตาถอดแบบมารดาเจ้ามาเลย หากท่านยายเจ้าเห็นเจ้า คงจะดีใจจนร้องไห้” จ้าวหลงกล่าว “ท่านพ่อตา พี่ชายใหญ่ พี่ชายรอง เชิญด้านในก่อนเถอะขอรับ” แม่ทัพโม่ชุนเฉิงกล่าว จ้าวหลงและบุตรชายทั้งสองไม่ได้สนิทสนมกับบุตรเขยคนนี้ เคยเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวก็คืองานแต่งเท่านั้น และตอนนั้นเขาก็จำได้ว่าลูกเขยคนนี้มีสตรีอันเป็นที่รักอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยชอบนัก “มาให้ตาดูเจ้าใกล้ๆ หน่อยสิ” ทันทีที่จ้าวหลงนั่งเก้าอี้รับรองภายในเรือนก็รีบเรียกหลานสาวทันที เขาจำได้ว่าในตอนนั้นที่โม่เฟยหรงคลอด เขาได้คำทำนายมาว่านางเป็นแสงสว่างและความมืด เป็นความน่ากลัวที่ไม่ต้องหวาดกลัว นางจะนำพามาซึ่งความสงบสุขและความวุ่นวาย ตอนนั้นเขาคิดว่าคำทำนายนี้ช่างน่าปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง แต่พอเห็นหลานสาวแล้วก็พลันนึกถึงคำทำนายนั้นได้ “เจ้าชอบทำอะไรบ้าง” “ทะ ท่านพ่อ บุตรสาวของข้าไม่ค่อยได้ความนักเจ้าค่ะ” จ้าวเหลียนฮวารีบกล่าวทันที “ข้าชอบกระบี่” “หืม… พ่อเจ้ายอมให้เจ้าจับกระบี่ด้วยหรือ” “ไม่ยอมเจ้าค่ะ แต่ว่าน้องชายแอบเอากระบี่ไม้มาให้ข้า จากนั้นท่านพ่อก็ยอมให้ข้าจับกระบี่จริงแล้ว” โม่เฟยหรงกล่าว นางไม่สนใจว่าใครจะตำหนินางยังไง เพราะนี่เป็นสิ่งที่นางชอบ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม