ธีร์รูดซิปกระเป๋าเป้ขึ้นก่อนจะสะพายมันพาดไหล่ ก้าวยาวๆออกจากห้องประชุมของคณะด้วยท่าทีที่ดูปกติ แต่ก็ปกติแค่ภายนอกเท่านั้น
พอมาถึงลานจอดรถ ธีร์หยุดยืนพิงรถตัวเอง มือควักกุญแจออกมาหมุนเล่นระหว่างรอ ไม่ถึงห้านาทีหลังจากนั้น เสียงฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของลาน
“หูย พี่ธีร์มาก่อนจริงๆด้วย” ข้าวหอมยิ้มแป้นเข้ามาหาเขา พลางปัดปอยผมที่ร่วงลงมาปิดแก้มออกลวกๆ “รอนานยังอ่ะพี่ธีร์ ดีที่ข้าวไม่ช้า”
ธีร์เลิกคิ้วมองเธออย่างขำๆ “หือ? ตอนแรกคิดจะให้พี่รอนานเหรอ?”
“ไม่ใช่สักหน่อย” เธอแลบลิ้นใส่ “แค่คิดว่าเผื่อพี่ธีร์จะยังไม่ออกจากคณะ จะได้เดินช้ากว่านี้อีกหน่อย”
ธีร์แสร้งถอนลมหายใจอย่างเอือมๆ แต่ในใจกลับลอบยิ้ม หมั่นไส้ความเจ้าเล่ห์ของเธอชะมัด
“ยังจะมายิ้มหน้าระรื่นอีก” เขาใช้กุญแจรถในมือตวัดจิ้มหน้าผากของเธอเบาๆ “ถ้าช้าเกินกว่านี้อีกนิด พี่อาจจะขับหนีกลับจริงๆก็ได้นะ”
“โอ๊ย เจ็บนะ!” ข้าวหอมยู่หน้า ถูหน้าผากตัวเองป้อยๆ ก่อนจะทำหน้ามุ่ยใส่เขา “ข้าวหอมว่าแล้วเชียว นี่พี่ธีร์แอบซ้อมบท ‘ขับรถกลับบ้านคนเดียว’ ไว้ตั้งแต่เมื่อกี้ใช่ไหม”
ธีร์หัวเราะเบาๆ “ไม่ซ้อมหรอก พี่เล่นสดได้”
“ใจร้าย! ถ้าข้าวหอมโดนทิ้งไว้ที่มหาลัยคนเดียวจะทำยังไง”
“ก็เดินกลับเองไง เมื่อเช้ายังมั่นใจอยู่เลยนี่ว่าไม่หลง”
ข้าวหอมอ้าปากพะงาบๆ อยากจะเถียง แต่ก็เหมือนเถียงไม่ออก
“...พี่ธีร์เนี่ยนะ”
“ว่าไง?”
“ปากเสีย”
ธีร์ยักไหล่แบบไม่รู้สึกรู้สา “ปากเสียแต่ก็รอนะ”
ข้าวหอมชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองเขา เหมือนนึกอะไรขึ้นได้แล้วก็ยิ้มออกมาแทน “ก็ดีค่ะ เดี๋ยวเลี้ยงน้ำชดเชยให้ โอเคไหม?”
ธีร์แกล้งถอนหายใจ ทำท่าครุ่นคิดเหมือนคนที่มีตัวเลือกเยอะ “ก็ต้องดูว่าอะไร ถึงจะคุ้มกับที่ต้องรอ”
“โอ๊ย นี่แค่รอไม่กี่นาทีนะ ทำไมเรื่องมากจัง”
“เรื่องมากกับเราคนเดียว” ธีร์ตอบเรียบๆก่อนจะเปิดประตูรถ “ขึ้นไปสิ เดี๋ยวแวะห้างให้”
ข้าวหอมชะงักไปนิดหน่อยกับคำพูดของเขา แต่สุดท้ายก็พยักหน้าหงึกๆ แล้วเปิดประตูรถฝั่งตัวเองขึ้นไปนั่ง ทั้งที่ปากยังบ่นพึมพำ แต่หน้าตาก็ดูจะพอใจอยู่ไม่น้อย
ธีร์เหลือบมองคนตัวเล็กข้างๆผ่านหางตา เห็นเธอกอดกระเป๋าไว้แนบอก ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจัดท่านั่งให้สบายกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง คล้ายกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่าง สีหน้าไร้การเสแสร้ง ดูเป็นธรรมชาติจนเขาเผลอจ้องนานกว่าที่ควร
เขาส่ายหน้าให้ตัวเองนิดๆแล้วแอบยิ้มมุมปาก
ให้ตายสิ... ยัยตัวเล็กของเขา ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้นะ
ทุกการกระทำของเธอมันดึงดูดสายตาเขาเสมอ แม้กระทั่งท่านั่ง หรือสีหน้าตอนเหม่อคิดอะไรเพลินๆ ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องเสริมเติมแต่ง เธอก็ยังน่ารักจนเขาอยากเอื้อมมือไปขยี้ผมนุ่มๆนั่นอีกหลายที แต่ทำได้แค่กำพวงมาลัยแน่นขึ้น ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านอยู่เงียบๆคนเดียว
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แค่ขับรถไปเรื่อยๆพร้อมกับความคิดในหัวที่มีแต่เธอ
เมื่อออกรถมาได้สักพัก ธีร์เหลือบมองข้าวหอมที่นั่งเอนพิงเบาะอยู่ในรถ พลางถามเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความสนใจจริงจัง
“แล้วไง ยัยตัวเล็ก วันแรกของมหา'ลัยเป็นยังไงบ้าง?”
ข้าวหอมที่กำลังนั่งมองวิวข้างทางหันมาหาเขา ใบหน้าสดใสขึ้นทันที “ก็ดีมากเลยพี่ธีร์! ได้เพื่อนเยอะแยะเลย! เพราะข้าวหอมเป็นคนเฟรนด์ลี่ไงล่ะ” เธอยิ้มภูมิใจ ดวงตากลมโตเป็นประกาย
“อ้อ เหรอ” ธีร์ตอบรับเบาๆพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ขับรถต่อไปเรื่อยๆ ก่อนถามเพิ่ม “แล้วนอกจากเพื่อนล่ะ มีใครมาวุ่นวายหรือเปล่า?”
ข้าวหอมทำท่าคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม ราวกับเตรียมคำตอบนี้ไว้แล้ว “ก็มีสิ! มีทั้งผู้ชาย แล้วก็รุ่นพี่ด้วยนะที่เข้ามาขอเบอร์ข้าวหอม!”
เสียงเธอที่พูดด้วยความภูมิใจเหมือนเด็กที่ได้รางวัลทำเอาใจธีร์กระตุก สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากรอยยิ้มขบขันกลายเป็นเคร่งขรึมโดยไม่รู้ตัว มือที่จับพวงมาลัยกำแน่นขึ้นเล็กน้อยจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
“เหรอ...” เสียงตอบสั้นๆของเขาฟังดูเย็นลงจนข้าวหอมหรี่ตามองอย่างสงสัย
“ทำไมพี่ธีร์เสียงแปลกๆแบบนั้น?” เธอถาม พร้อมจ้องหน้าเขาเหมือนจะจับพิรุธ
ธีร์พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง เขายิ้มมุมปากกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“แล้วลบเบอร์พวกนั้นรึยัง?”
“หา?” ข้าวหอมขมวดคิ้ว มองเขาด้วยความไม่เข้าใจ “ทำไมต้องลบด้วยล่ะ?”
“เพราะพี่บอกให้ลบไง” เขาเหลือบมามองเธอด้วยสายตาที่จริงจังขึ้น ก่อนจะหันกลับไปมองถนน “ไอ้พวกนั้นไม่คิดอะไรดีๆกับเธอหรอก เชื่อพี่สิ พวกมันหวังแค่ฟันแล้วก็ทิ้งทั้งนั้น”
“พี่ธีร์! พูดอะไรเนี่ย!” ข้าวหอมอุทานเสียงสูง ใบหน้าร้อนวูบขึ้นทันที
“ก็พูดความจริง” ธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงหนักแน่น “เธอน่ะซื่อเกินไป ไม่รู้ทันพวกนั้นหรอก”
“ข้าวบอกกี่ครั้งแล้วว่าข้าวไม่ใช่เด็กแล้ว!” เธอเถียงกลับทันที “รู้หรอกน่าว่าพวกนั้นหวังอะไร ข้าวหอมก็แค่ให้เบอร์ไปแบบมารยาท ไม่ได้จะคุยกับใครจริงจังสักหน่อย”
ธีร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงต่ำกว่าเดิม “งั้นก็ลบซะ จะได้ไม่มีปัญหา”
ข้าวหอมเบ้ปากอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำตามคำพูดของเขา เธอบ่นงึมงำขณะกดลบเบอร์
“พี่ธีร์นี่เป็นพี่หรือพ่อกันแน่เนี่ย...”
“ก็พี่ชายที่แสนดีของตัวเล็กไง...” ธีร์พูดพลางยิ้มมุมปาก แต่ในใจกลับรู้สึกโล่งขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอยอมทำตาม เขาเหลือบมองเธอที่นั่งขมุบขมิบปากบ่นเล็กน้อย แต่ยังคงลบเบอร์ทุกเบอร์ที่พวกนั้นขอไว้
ในสายตาธีร์ เธอยังเป็นแค่ ‘ตัวเล็ก’ ของเขา เด็กผู้หญิงที่เขาต้องคอยดูแล ปกป้อง และกันพวกผู้ชายไม่หวังดีให้ออกไปให้ไกลที่สุด
ข้าวหอมยังคงกดลบเบอร์จากโทรศัพท์ด้วยหน้าตาที่บูดบึ้ง คิ้วขมวดเป็นปมจนธีร์เหลือบมองแล้วต้องแอบยิ้มมุมปาก เขารู้ว่าเธอไม่พอใจ แต่ช่วยไม่ได้ เขาไม่อยากให้เธอโดนพวกผู้ชายหน้าหม้อหลอกเอา