EP : 02 ยิ่งไม่สนใจ...ยิ่งอยากรู้

1866 คำ
เสียงรองเท้าส้นตึกดังก้องในโถงหน้าคณะ บัว อรัญวดี เดินเข้ามาพร้อมเพื่อนสนิทสองคนอย่างมั่นใจ ชุดนักศึกษาถูกแต่งตามกฎเป๊ะ แต่ทรงกระโปรงสอบเอวสูงกับเชิ้ตที่พอดีตัว ทำให้เธอดูเด่นเกินจะเรียกว่าเรียบร้อย ผมยาวถูกรวบครึ่งศีรษะแบบไม่ตั้งใจนัก ใบหน้าไม่แต่งจัดแต่สดใส และรอยยิ้มมุมปากของเธอก็พอจะทำให้ผู้ชายหลายคนหันกลับมามองซ้ำ “วันนี้อาจารย์ธีร์จะเช็กชื่อไหม” เสียงขอจีน่าหนึ่งในเพื่อนสนิทเธอแซวขึ้นขณะเปิดประตูห้องเรียน “อย่าให้เขามองเลย หน้าแกยังกลัวไม่หาย” อีกคน เมย์หัวเราะคิกคัก ก่อนสะกิดแขนบัว บัวไม่ได้ตอบ เธอยิ้มแค่มุมปาก แล้วเดินนำเข้าไปด้านในห้อง คลาสยังไม่เริ่ม นักศึกษาบางคนจับกลุ่มคุย บางคนนั่งกดมือถือ บัวมองหาโต๊ะว่าง แน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจจะแอบนั่งหลังสุดอีกแล้ว วันนี้เธอเลือกนั่งกลางห้อง ใกล้พอให้เห็นหน้าเขาเวลาอธิบาย แต่ก็ไกลพอจะหลบสายตา ถ้าเขาคิดจะจ้องมาอีก เธอเพิ่งนั่งลงได้ไม่ถึงนาที “บัว มานั่งตรงนี้ดีกว่า” เสียงของพีทรุ่นพี่ปีสี่ดังขึ้น เขายิ้มให้เธออย่างคุ้นเคย ส่งสายตาแนบมาพร้อมคำชวน บัวเอียงหน้ามองนิดเดียว แต่ไม่ได้ขยับไปไหน “ตรงนี้ก็ดีแล้วค่ะ ขอบคุณนะพี่พีท” เสียงพูดคุยเริ่มซาไปเมื่อประตูหน้าห้องเปิดอีกครั้ง ธีรวัตก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มสีเข้มตามเดิม เสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นสายนาฬิกาเรือนหรู แว่นกรอบบางและท่าทีเงียบงัน แต่แววตาที่เขากวาดมองห้องกลับเฉียบคม เฉียบพอจะเห็นว่าใครกำลังสนใจใครอยู่ และเขาเห็นมันทั้งหมด เห็นตอนที่พีทมองบัว เห็นตอนที่เธอยิ้ม แม้จะบาง แต่ก็สวยจนอันตราย และเห็นตัวเองกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว “วันนี้จะไม่มีเลกเชอร์มาก” เสียงเขานิ่งขรึม เหมือนคลื่นใต้น้ำที่กำลังพัดแรง “แต่จะมีแบบฝึกหัดกลุ่มย่อย ให้จัดกลุ่มกันเองภายในวันนี้” เสียงโห่เบาๆดังจากนักศึกษา แต่บัวยังนั่งนิ่ง สายตาเหลือบไปมองอาจารย์ที่กำลังเปิดแฟ้มด้วยมือซ้าย ข้างเดียวกับที่เธอเห็นกำลังมีรอยแดงจางๆ ราวกับไปโดนอะไรมาก่อนหน้านี้ บัวเลิกคิ้วขึ้น แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเพิ่ม เสียงเรียบของเขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง “คนที่กลุ่มยังไม่ลงตัว คุณอรัญวดี ลองจับกลุ่มกับผมไว้ก่อนก็ได้” น้ำเสียงเรียบนิ่ง เหมือนประกาศเรื่องทั่วไป แต่สามารถทำให้ทั้งห้องเงียบลงทันที แม้กระทั่งบัวเอง…ก็เงียบไปหนึ่งวินาที สายตาหลายคู่หันมามองเธอ รวมถึงพีทที่ขมวดคิ้วนิดๆก่อนหันกลับไป บัวเม้มริมฝีปาก ก่อนแสร้งหัวเราะ “แล้วอาจารย์จะให้คะแนนเท่าเพื่อนรึเปล่าคะ” ธีรวัตปรายตาขึ้นจากเอกสาร มองตรงไปยังเธอ แววตาคมเยือกเย็น แต่มีบางอย่างลึกมากเกินจะตีความ “ถ้าคุณทำได้เท่าพวกเขาผมก็ให้เท่ากัน” คำตอบนั้นเหมือนคำพูดทั่วไป แต่ทุกคำที่เขาพูดกับเธอในห้องเรียนนี้ ไม่เคยธรรมดาเลย โต๊ะไม้หลังห้องเรียนที่ไม่ค่อยมีใครใช้ บัดนี้กลับกลายเป็นพื้นที่เฉพาะกิจสำหรับกลุ่มย่อยจำเป็น ระหว่างอาจารย์หนุ่มกับนักศึกษาสาวที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ บัวนั่งไขว่ห้าง เอกสารวางบนตัก ปลายนิ้วเคาะจังหวะเบาๆบนปากกาในมือ เธอไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่มานั่งตรงนี้ แต่เธอรู้ดีว่า ความเงียบไม่ใช่การยอมแพ้ ในทางกลับกัน มันคือการเชิญชวน ให้คนตรงข้ามรู้สึกก่อน ธีรวัตเปิดแฟ้มตรงหน้า แว่นทรงเรียบถูกดันขึ้นปลายจมูกเล็กน้อย แสงแดดที่ส่องลอดม่านกระทบกรอบหน้าเขา คม หวาน และเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง “หัวข้อที่คุณสนใจเกี่ยวกับสื่อมีอะไรบ้าง” เขาเอ่ยถามโดยไม่มองหน้าเธอ น้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนทุกครั้ง “เรื่องอิทธิพล โดยเฉพาะเวลาใช้กับคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกชักจูง” ธีรวัตเงยหน้าขึ้นในที่สุด สายตาคู่นั้นสบประสานกับดวงตาเธอ “คุณคิดว่าตัวเองโดนชักจูงอยู่ไหม” “ไม่รู้สิคะ แต่บางที คนที่ทำให้คนอื่นคิดถึงได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย อาจจะมีพลังยิ่งกว่าสื่ออีกก็ได้นะคะ” เสียงเธอไม่ได้ดัง แต่อ่อนนุ่มและเต็มไปด้วยแรงท้าทาย ธีรวัตไม่ขยับแม้แต่น้อย เขาเพียงวางปากกาในมือลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเท่าเดิม “แปลว่าคุณกำลังถูกใครบางคนดึงความคิดอยู่?” “ไม่แน่ใจค่ะ” เธอพูดโดยไม่หลบตา “บางทีมันอาจไม่ใช่ดึง แต่มองอยู่เฉยๆ” คำว่า ‘มองอยู่เฉยๆ’ ทำให้บรรยากาศตรงโต๊ะนั้นเหมือนจะร้อนขึ้นทันที ทั้งที่ห้องยังเปิดแอร์เหมือนเดิม และธีรวัตยังนั่งท่าเดิม แต่บัวสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยในแววตาเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะพูดต่ออย่างเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “หัวข้อคุณน่าสนใจ ผมอนุญาตให้ใช้” “ขอบคุณค่ะ อาจารย์ธีร์” บัวยิ้มอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้แค่ยิ้มธรรมดา แต่เอียงหน้าช้าๆจนเส้นผมไหลลงมาข้างแก้ม และสายตายังไม่ละจากเขา มันไม่ใช่สายตาของนักศึกษาทั่วไปที่เคารพอาจารย์ แต่เป็นสายตาของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รู้ตัวว่ากำลังสวย และกำลังลองใจ เธอไม่รู้ว่าอะไรผลักให้เธอกล้าทำแบบนั้น อาจเป็นแค่ความอยากเล่นกับไฟในวันธรรมดา หรืออาจเพราะแววตาเขาที่เหมือนจะไม่หลบมากเกินไป แต่ก่อนที่เธอจะได้ยั่วไปมากกว่านั้น เสียงนาฬิกาดิจิทัลก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะด้านหน้า ธีรวัตขยับตัวเล็กน้อย ก่อนปิดแฟ้มในมือลง “ผมมีประชุม ต้องไปก่อน” เขาเก็บของอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นยืน หยุดมองเธออีกครั้งก่อนจะเดินจากไป ไม่มีคำพูดเพิ่ม ไม่มีคำขู่ ไม่มีคำชม ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม แต่เธอกลับนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนน่าหงุดหงิด เพราะแม้เขาจะไม่พูดอะไรเลย แต่เธอกลับรู้สึกได้ว่าเธอถูกจับตามองมากกว่าครั้งไหนๆ เสียงประตูห้องเรียนปิดลง หลังจากที่ธีรวัตเดินออกไป บัวยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ปากกาหมึกเจลในมือหมุนไปมาอย่างไร้จังหวะ เธอไม่ได้มองตามเขา แต่หัวใจยังคงเต้นแปลกๆอย่างที่ไม่ควรเป็น เหมือนเสียงข้างในที่ยังถามซ้ำๆว่าเขามองเธอแบบไหนกันแน่ ยังไม่ทันได้หาคำตอบ เพื่อนสนิททั้งสองคนก็ทรุดตัวลงนั่งขนาบข้างแทบจะพร้อมกัน “นี่บัว ตอบมาตรงๆเลยนะ แกกับอาจารย์ธีร์ มีอะไรกันหรือเปล่า” เมย์ถามเปิดฉาก ส่วนจีน่าก็พยักหน้าเสริมทันที “คือฉันไม่อยากคิดนะ แต่วันนี้เขาเรียกชื่อแกกลางคลาส แล้วมานั่งทำงานด้วยกันสองคน แล้วแบบ…บรรยากาศมันไม่ปกติ” บัวหัวเราะกลบเกลื่อน เธอส่ายหัวพยายามเก็บสีหน้าให้เป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไม่มีอะไรหรอก พวกแกอย่าคิดมาก” “อย่ามาทำเสียงเบาๆแบบนั้นนะ!” เมย์ย่นคิ้วทันที “ฉันนั่งหลังแกสองแถว ฉันเห็นนะตอนที่เขามองแก” “เออใช่” จีน่าเสริมเสียงสูง “แล้วตอนที่แกตอบโต้เขาอะ แววตาเขาแบบ…โอโห มันไม่ใช่อาจารย์ที่มองลูกศิษย์ธรรมดาๆเลยนะ” บัวถอนหายใจ ยกมือขึ้นปัดผมทัดหู “ถ้าเขาจะมอง แกไม่คิดเหรอว่าเพราะฉันเป็นจุดสนใจของคนอื่นในห้องมากกว่า เขาอาจจะแค่…หงุดหงิดเฉยๆก็ได้” เธอพูดออกมาอย่างคนที่พยายามวิเคราะห์ด้วยเหตุผล แต่ความจริงแล้ว เธอกำลังกลบความรู้สึก ที่กำลังเกิดขึ้นในใจ จีน่าหรี่ตามอง ด้วยความสงสัย “แกคิดว่าเขาหงุดหงิดเพราะคนอื่นมองแกเหรอ” “ก็อาจจะใช่” บัวตอบเสียงเรียบ พลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “นั่นมันเรียกว่า หึง ไม่ใช่เหรอ” เมย์หัวเราะแซว ก่อนจะเอนตัวมากอดแขนบัวแน่นๆ “แกสวยจนคุณธีร์เก็บอาการไม่ไหวแล้วล่ะสิ” “เมย์ จีน่า พวกแกหยุดเลย” บัวกลั้นหัวเราะ “อาจารย์เขาเย็นชาเป็นน้ำแข็งขนาดนั้น จะมาหึงอะไรฉันล่ะ เขายังไม่เคยยิ้มให้ใครด้วยซ้ำ” “บางคนไม่ต้องยิ้ม ก็เผาใจคนได้แล้วมั้ง” จีน่าเบ้ปาก “ฉันละกลัวว่าแกจะเล่นกับไฟจนตัวไหม้นี่แหละ” คำพูดนั้นทำให้บัวชะงักไปนิด เธอหันมามองเพื่อน แล้วหลบสายตา เพราะแม้จะปฏิเสธไปแบบขำๆ แต่ในใจลึกๆ เธอก็รู้ตัวดี ว่ามีบางอย่าง ที่เธอควรจะไม่รู้สึก แต่กลับรู้สึกมากขึ้นทุกที ห้องพักยามค่ำคืนเงียบสนิท มีเพียงเสียงแอร์ และแสงจากหน้าจอมือถือที่สะท้อนบนใบหน้าหญิงสาวที่กำลังนอนเหยียดยาวบนเตียง บัวเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เสื้อสายเดี่ยวสีดำแนบกาย ทำให้ผิวขาวของเธอโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม ผมยาวยังชื้นเล็กน้อยจากไอน้ำในห้องน้ำ ปล่อยสยายอยู่บนหมอนขาวสะอาด เธอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ มุมเงยเล็กน้อย เผยช่วงไหปลาร้าเด่นชัด แววตาจงใจยั่วเย้า ยิ้มที่มุมปากราวกับท้าใครบางคนให้คิดต่อเอง เธอกดโพสต์ลงสตอรี่ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ที่ไม่ได้ต้องการคำอธิบาย “บางครั้ง…การมองก็ทำให้ใจสั่นได้มากกว่าการแตะต้อง“ #NightMood #NoFilterNeeded สตอรี่นั้นผ่านไปเพียงชั่วโมงเดียว เธอไม่ได้หวังอะไรจากมันมาก แค่ปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยในคืนที่เงียบกว่าปกติ แต่แล้ว…เมื่อเธอเผลอไถหน้าจอกลับมาดู อยากรู้ว่าใครดูสตอรี่บ้าง สายตาก็หยุดอยู่ตรงชื่อหนึ่ง @t.akkrakarn ไม่มีรูปโปรไฟล์ ไม่มีข้อมูล ไม่มีใครฟอลโลว์ ไม่มีโพสต์ใดๆทั้งสิ้น แต่ชื่อที่ใช้กลับสะกดครบ ธีรวัต อัครกานต์ บัวนิ่งไป นิ้วชี้หยุดกลางหน้าจอ หัวใจที่เคยเต้นช้าๆกลับเร่งจังหวะแบบไม่รู้ตัว เขาเห็น เขาเปิดดู เขาเลือกดู แม้จะไม่มีคำพูดใด แม้จะไม่มีการทัก แต่บัวรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย ราวกับกำลังพูดกับตัวเองในใจ “คิดว่าเงียบแล้วจะรอดเหรอคะ อาจารย์” และนั่นคือครั้งแรก ที่เธอรู้สึกอยากลองใจใครบางคนอย่างเต็มที่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม