บ้านหลังใหญ่สไตล์นอร์ดิกตั้งตระหง่านอยู่หลังซอยที่เงียบเชียบไร้ผู้คน ซึ่งก่อนถึงบ้านหลังดำลึกลับด้านหน้ามีตลาดสดขนาดใหญ่เรืองทรัพย์ 999 ของเจ๊กัลยาตั้งอยู่ที่ปากทางเข้า ทุกเช้าพิรุณจะปั่นจักรยานมาเพื่อซื้อปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้กลับไปฝากลูกน้องที่ทำหน้าที่อารักขาบ้านช่อง
แต่เช้านี้เหมือนจะโชคดี เพราะบังเอิญได้พบกับลูกสาวคนเล็กของเจ๊กัลยา หาญหิรัญที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยหมาด ๆ มิหนำซ้ำยังเคยมีประเด็นกับเขาสมัยที่เธอเคยฝึกงานในบริษัทอธิกะ คอนสตรัคชั่น ปาลินในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่โคร่งกางเกงยีนส์ขาสั้นเดินตามแม่ต้อย ๆ ไปตามแผงขายของ เมื่อเจ๊กัลเห็นลูกค้าน้ำเต้าหู้หนุ่มสุดหล่อก็จำได้แม่นยำว่า เด็กหนุ่มคนนี้เป็นลูกเพียงคนเดียวของเจ้าสัวเทิดวิช
"พ่อหนุ่มเธอใช่พิรุณ ลูกคุณเทิดหรือเปล่า" ใบหน้าชุ่มเหงื่อที่เพิ่งวิ่งจ๊อกกิ้งมาเหลือบมองหน้าเจ้าของตลาดสดจากนั้นเหล่มองเด็กสาวด้านหลังที่กำลังกลอกตามองบนมาให้อย่างไม่ชอบใจ
"ใช่ครับ" เจ๊กัลยาฉีกยิ้มอย่างมีนัยนะแอบแฝง
"โสดหรือเปล่า แต่งงานหรือยัง"
เอาแล้วไงปาลินคิดในใจงานหลักของแม่คือเก็บค่าเช่าแผง ส่วนงานอดิเรกคือหาผัวให้พวกพี่สาวของเธอ
"แม่ไม่คิดจะถามหนูบ้างเหรอว่าหนูโสดไหม อยากแต่งงานหรือเปล่า" ปาลินพูดขึ้นแกมประชดประชัน
"หือ..พี่แกมันยังโหนคานกันอยู่เลย ให้พี่แกได้แต่งงานก่อน แล้วแกค่อยแต่ง"
"เหอะ...ลำเอียงชัด ๆ " เจ๊กัลยาหมั่นไส้กับคำพูดลูกสาว จึงได้หันไปดึงหูลูกสาวจนกาง "โอ๊ย..แม่แม๊หนูเจ็บนะ"
หึหึ" พิรุณหลุดขำรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติตามเดิม "ผมโสดครับ" เมื่อเจ้าของตลาดได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งให้ชายหนุ่มอายุยี่สิบเก้าปี แล้วรีบปล่อยใบหูของลูกสาวอย่างเร็ว
"น้าดีใจที่เธอยังโสด อีกไม่นานคงได้ดองกันนะพ่อหนุ่มหล่อ" เจ๊กัลยาตบบ่าของพิรุณแล้วปล่อยทิ้งให้ปาลินยืนทำหน้าเจื่อนเบื่อโลกอยู่ตรงนั้นคนเดียว
"กินข้าวหรือยัง" ปาลินมองซ้ายมองขวานี่เขาถามเธอหรือถามใครอยู่
"ถามฉันเหรอ"
"แล้วตรงนี้มีคนอื่นหรือไง"
"ยังไม่ได้กินค่ะ" พิรุณเลิกคิ้วสูงส่งถุงปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ให้ปาลิน เธอก้มมองของในมือเขาและรีบเงยมองหน้าอีกฝ่ายอย่างง ๆ อีกรอบ
"เฮ้อ..เธอมันงี่เง่า!" สบถหน้ามุ่ยหย่อนถุงของกินลงไปในตะกร้ากับข้าวของคนซื่อ เร่งฝีเท้าจากไปไม่พูดอะไรต่อ การกระทำที่ผีเข้าผีออกของผู้ชายคนนี้มันทำให้เธอร้อน ๆ หนาว ๆ อยู่ตลอด
สมัยที่เธอฝึกงานอยู่ในบริษัทที่พิรุณมีตำแหน่งเป็นเลขา ช่วงนั้นเขาทำอย่างกับว่าเธอเป็นยัยต้วร้าย แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเธอเป็นคนอย่างที่เขาคิด เธอแค่หาอะไรสนุก ๆ ทำเพื่อฆ่าเวลาเดียวดายของตัวเองและการที่ได้รุกจีบผู้ชายสักคนที่ดูมีภูมิฐานแบบเจ้านายของอิตาพิรุณก็ดูจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุด เพราะบอสธิดูเป็นผู้ใหญ่ที่เธอคิดว่าน่าจะฝากผีฝากไข้ได้ ที่สำคัญเธอต้องการทำให้แม่กับพี่สาวต่างพ่อคิดว่าคนแบบปาลินก็มีคนอยากคบหาด้วย
หลายครั้งเธอนึกรักหรือชอบใครแต่ก็ไม่สามารถคบพวกเขาได้นานเกินสามเดือนนั่นเป็นเพราะแม่กับพี่สาวจอมจุ้นที่วิตกจริตเรื่องของเธอจนขึ้นสมอง เนื่องจากกลัวว่าจะพลาดท่าเหมือนตอนที่ยังเรียนอยู่ปีหนึ่ง ในอดีตนั้นเธอเคยคบเพื่อนผิด การคบเพื่อนโดยไม่ดูคุณภาพของเพื่อนให้ดีเสียก่อน มันมักจะนำพาหายนะมาให้เรา หายนะที่ว่านั้นยังสร้างปมในใจให้เธอและครอบครัวอย่างมาก เพราะเพื่อนกลุ่มนั้นหลอกพาเธอไปขายตัวให้รุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่ง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ว่าทำไมแม่ถึงยังไม่ยอมให้เธอคบหาใครก็ตาม แม้กระทั่งคบเพื่อนสักคนยังแทบจะแสกนกรรมทุกตารางนิ้ว ถามหมอดูไม่ต่ำกว่าสองสำนัก
ปาลินทรุดตัวนั่งลงเช็คอีเมล์ในคอมเหลือบมองไปยังถุงน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ จะว่าไปเธอก็หิวอยู่เหมือนกัน แต่กำลังรอจดหมายตอบรับจากบริษัทอธิกะเรื่องการสัมภาษณ์งานก็เลยรู้สึกไม่ค่อยอยากกระเดือกอะไรลงคอสักเท่าไหร่ ทั้งที่เธอรอข่าวคราวมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพวกเขาจะตอบกลับมา หรือบางทีเธออาจจะไม่ได้ทำงานที่นี่แล้ว ก็เธอเคยสร้างวีกรรมกับครอบครัวพี่ครีมและบอสธิไว้จนเกือบทำเขาแตกคอกัน นึกถึงเรื่องราวในครั้งนั้นก็ยังรู้สึกว่าตนเองผิดอย่างไม่น่าให้อภัย
บนโต๊ะทำงานเนื้อไม้สีดำที่อยู่ใจกลางบ้านทรงสูง นัยน์ตาเรียวเย็นชากำลังนั่งมองอีเมล์ฉบับหนึ่งที่มาลีผู้จัดการทั่วไปที่มักจะอาสาจัดการไปทั่วได้ส่งอีเมล์ของปาลิน หาญหิรัญมาให้เขาช่วยพิจารณาดู ไม่ว่าอะไรหรือใครที่จะมาข้องเกี่ยวกับผู้มีพระคุณอย่าง พี่ธิ เขาจะต้องระมัดระวังและตรวจทุกคนทุกสิ่งอย่างละเอียด
ฟากเดียวกันหญิงสาวที่เริ่มรออีเมล์ไม่ไหวได้ตัดสินใจกินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ของพิรุณจนหมดเกลี้ยง พลันใดนั้นบางอย่างก็เด้งเข้ามาในกล่องข้อความ ปาลินมือไม้สั่นรีบเปิดดูด้วยความตื่นเต้น "ยินดีต้อนรับนะปาลิน รอบหน้าเธอต้องเลี้ยงข้าวฉัน ขอให้มีความสุขกับการทำงานที่บริษัท จาก พิรุณ"
"หา...ไหงนายนั่นมาตอบจดหมายการสัมภาษณ์งานของฉันได้เนี่ย ละลาบละล้วงใหญ่แล้ว แล้วใครจะไปเลี้ยงข้าวนายกันฝันไปเหอะ" ฉอดใส่เป็นชุดแต่ปากก็เคี้ยวปาท่องโก๋แหง่บ ๆ ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ถึงเธอจะกินของที่เขาซื้อมาให้ แต่ไม่ได้บอกให้เขาเป็นคนซื้อให้สักหน่อย เรื่องอะไรต้องเลี้ยงข้าวด้วย มโนไปเถอะพ่อคุณ
ขณะที่ปาลินกำลังจะเตรียมตัวอาบน้ำนอนเพราะพรุ่งนี้จะได้ไปทำงานกับบริษัทที่เคยฝึกงาน หญิงสาวจึงรีบเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือกับการเป็นพนักงานออฟฟิศวันแรกอย่างเต็มที่ ทว่าจู่ ๆ ใครบางคนก็กระชากประตูห้องเข้ามา อาการที่สะลืมสะลืออยู่นั้นก็สว่างจ้าจนลืมไปเลยว่าเคยง่วง "ไอ้ลินแม่จะให้พี่ไปดูตัวว่ะ แกไปแทนได้ไหมวะ" พี่พุด พี่สาวอายุย่างยี่สิบเจ็ดปีของเธอที่ติดสตรีมเกมส์อย่างหนักจนตาดำเป็นเบ้าเหมือนไปเช่าชุดแพนด้ามาใส่บอกด้วยสีหน้าเว้าวอนปานขาดใจ
"เรื่องอะไรต้องเป็นลิน แม่ให้ใครไปก็คนนั้น ไปดูตัวนะคะ ไม่ใช่ไปส่องสัตว์โลกถึงจะแทนกันได้อ่ะ" ปาลินบอกแล้วเลิกผ้าคลุมโป่งนอนต่อโดยไม่สนใจพี่สาว
"โถแกช่วยพี่คนนี้หน่อยนะ ไม่มีใครช่วยฉันได้แล้ว เพราะบ้านเราก็เหลือแค่แกกับฉันที่ยังนั่งแกว่งขาอยู่บนคานอยู่เท่านั้น"
"ไม่เอาอ่ะลินเพิ่งจะเริ่มใช้ชีวิตเองนะ ยังไม่ทันได้ไปทำงานเป็นเรื่องเป็นราวเลย จะให้ไปดูตัวแล้วมีผัวเลยลินไม่เอาเด็ดขาด"
"แกก็รู้นี่ว่าฉันเป็นอะไรอ่ะ" ปาลินฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าพี่สาวเป็นสายหญิงรักหญิงที่คบหญิงมากกว่าสองคน ต้องเรียกว่าคาสโนวี่ตัวแม่เลยมั้งถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็เธอจะจับตัดไอ้จ้อนแล้วโยนให้แพะกินให้หมดเกลี้ยงเลย
"พี่ก็บอกกับแม่ไปตามตรงสิว่าพี่ชอบผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายอ่ะ"
"แล้วแกคิดว่าแม่จะยอมรับได้เหรอวะ" พี่พุดพูดทั้งน้ำตาแล้วทรุดตัวนั่งถ่างขากว้างขวางประตูห้องนอน เพราะในบ้านนี้มีแค่เธอคนเดียวที่สนิทกับพี่พุดมากที่สุด และเป็นเธอคนเดียวที่คอยรับฟังปัญหาของพี่สาวอยู่ตลอด
"เออ ๆ หนูไปให้ก็ได้ค่ะก็แค่ดูตัวเอง บางทีถ้าลินทำไรเปิ่น ๆ โก๊ะ ๆ เดี๋ยวฝั่งผู้ชายก็วิ่งหางจุกตูดกลับเองล่ะเนอะ" ปาลินพูดให้กำลังใจตัวเองโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเธอจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตแบบปกติอีกต่อไป
"แม่หนูมาเสนอให้น้องไปดูตัวแทน" พุดจับน้องสาวแต่งหน้าทำผมจนสวยแปลกตาทำให้เจ๊กัลยาที่กำลังนั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่นั้นถึงกับต้องถอดแว่นออกมากวาดมองดูลูกสาวคนเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า
"แกจะให้น้องตัดหน้าได้ไงยัยพุด มันยังเด็กอยู่เลย" เจ๊กัลยาทักท้วง
"มันยี่สิบสองแล้วนะแม่ ไม่เด็กแล้วนะ นี่ดูอกเอวตูดมีครบหมดมันเด็กตรงไหนอ่ะแม่ แล้วแม่ดูหนูกับน้องนะ แม่ว่าใครมันประดับหน้าตาของแม่ได้มากกว่ากันคะ
"พี่พุดพยายามบอกใบ้แม่ว่าน้องสาวอย่างเธอนั้นสวยพอที่จะเป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวได้เหมือนกัน ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่สาวที่คอยชมน้องคนนี้เสมอ