Chapter 6
ใจกระจอก
"จริงจังรึไงเฮีย หิ้วมาถึงที่นี่"
เหนือสมุทรถามเสียงเรียบ ก่อนจะปรือนัยน์ตานิ่งดังน้ำทะเลลึกมองคนพี่
"แค่ถูกใจ"
มุมปากผยองเผลอกระตุกยิ้มก่อนจะไร้ปลายนิ้วสากวนรอบคอขวดแก้วเบาๆนัยน์ตาสีอำพันเข้มจัดเผลอสะท้อนใบหน้าเศร้าสร้อยของใครอีกคนขึ้นมาลางๆ เพราะอาริน กับต้องมนตรา มีส่วนคล้ายกันมากอยู่หลายจุดทีเดียว
นั่นเป็นเหตุผล ที่เขาถูกใจเธอ...
"ถูกใจมากกว่าข้าวฟ่างอีกหรอ รายนั้นไม่เห็นเฮียจะพาออกไปไหน"
มือหนาหยุดชะงักทันทีที่ประโยคนั้นหลุดเข้าหู เสี้ยวหน้าดุดันพลันเรียบตึง ก่อนนัยน์ตาเฉียบขาดเจือไปด้วยไอกดดันจะเบนมองคนน้องกึ่งคาดโทษ
"ไม่ยุ่งเรื่องของกูหมอก"
"กูจะถูกใจใคร ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มายุ่งมึงเข้าใจใช่ไหม"
วาจากร้าวแข็งเอ่ยสำทับ ก่อนจะยกน้ำสีอำพันเข้มกรอกลงลำคออึกใหญ่
"ฮึ..ทะเลาะกันมาสินะ"
"ทำตัวเองจริงๆว่ะ"
เมฆินทร์กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับมองจับจ้องคนปากไม่ตรงกับใจหลายสิบวินาทีกระทั่ง
"แล้วไม่กลัวข้าวฟ่างรู้?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบนิ่ง ทว่านัยเนตรคมกริบกับกดดันราวกับอยากได้คำตอบจากคนแก่กว่าจริงๆ
ไม่ใช่แค่เมฆินทร์..ต้องมนตราเอง ก็อยากได้ยินคำนั้นเช่นกัน มือขาวนุ่มทีี่ชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อลูบวนกระโปรงหนังสีดำขลับช้าๆ นัยน์ตาสีอ่อนเต็มไปด้วยความสั่นไหวเฝ้ามองริมฝีปากได้รูปจดจ่อรอฟังคำที่หลุดออกมาจากเขาด้วยอัตราการเต้นของหัวใจที่วูบไหวขึ้นทุกขณะ
กระทั่ง
"รู้ก็รู้"
เนื้อเสียงทุ้มกดต่ำทว่าเฉียบขาดเอ่ยราบเรียบ ไร้ความลังเลในเนื้อเสียง ใบหน้าเรียบตึงดูไม่มีความยินดียินร้าย กระทั่งคนถามอย่างเมฆินทร์นึกหงุดหงิดแทน
"ไม่รักก็เลิกเฮีย ไม่ใช่เด็กๆกันแล้วจะยื้อกันไว้ทำไม"
"กูเคยคิดว่ารัก แต่วันนี้ใจกูมันเต้นแรงกับคนอื่น "
"คนอื่นที่ว่าคืออาริน?"
"อือ"
ใบหน้านวลภายใต้หน้ากากสีชาวาบทึบคล้ายโดนสาดด้วยน้ำเย็นจัด ความเจ็บปวดที่เคยมีดูจะทุเลาเบาบางลงเพียงคำๆนั้นหลุดออกมาจากปากเขา
คล้ายกับต้องมนตรางมหาคำตอบในเรื่องที่สงสัยมานานจนเจอ
งั้นสินะ...แค่ใจเต้นกับคนอื่นมากกว่า
ไม่ใช่ไม่รักกัน
แต่กำลังใจเต้นกับคนอื่น ที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง...
อย่างน้อยเธอต่อไปนี้ก็ไม่ต้องคิดเองเออเองอีก
อย่างน้อยวันนี้ ก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองประสาทไปคนเดียว
มือเรียวบางที่ลูบคลำกระโปรงสั้นกุดเผลือกำจิกจนมันยับย่นติดปลายเล็บ ใต้ตาคู่สวยอุ่นร้อนขึ้นเรื่อยๆกระทั่งน้ำตาที่เคยคิดว่าไม่เหลือให้ไหลอีก มันยังคงไหลออกมาอยู่ แพรขนตางอนภายใต้หน้ากากขนนกเปียกชุ่มกระทั่งเสียงที่ต้องมนตราไม่อยากได้ยินมากที่สุดในชีวิตดังก้อง ออกคำสั่ง
"เอาเหล้ามาเปิดหน่อย"
นัยเนตรคมกริบมองลอดผ่านกลุ่มควันสีหม่นไปยังคนที่ยืนนิ่งอยู่ในมุมมืด เสี้ยวหน้าขาวจัดกล่ำแดงขึ้นเล็กน้อย หัวคิ้วที่เคยเรียบตึงยกขมวดคล้ายคนไม่สบอารมณ์กับอะไรบางอย่าง
ต้องมนตราตัวชาวาบ มือขาวบางยกปาดน้ำตาบางส่วนที่ซึมเปื้อนผิวแก้มกลมลวกๆ ก่อนเรียวขาวเสลาจะก้าวเดินราวคนไร้วิญญาณเข้าไปหาเขา
ทว่าสายตาคู่คมนั่น กำลังจ้องพินิจน์ทุกอริยบทของเธอเช่นกัน นัยน์ตาสีอำพันที่จับจ้องมายังเรือนร่างเธอมันเต็มไปด้วยการจับผิด ท้าทาย และกดดัน
หากเป็นปกติต้องมนตราคงไม่กล้าแม้จะสบตาคนตรงหน้า...ทว่าวันนี้ ความรู้สึกระหว่างเขาและเธอมันคงสุดทางแล้วจริงๆ
แกล็ก!
สลักผาล็อกถูกหมุนเปิดกว้างก่อนที่น้ำสีอำพันเข้มจัดจะถูกเทลงแก้วของอีกฝ่ายตามระดับที่คุ้นชิน คิณพัฒน์มองคนตรงหน้านิ่ง นัยน์ตาเฉียบขาดกดต่ำลงเรื่อยๆ จนคล้ายเป็นหลุมอากาศขนาดย่อมที่พร้อมจะดูดกลืนร่างกาย หรือแม้แต่ชีวิตของคนตรงหน้าจนหมดสิ้น หากเขาพึงใจจะทำ
"น้ำหอมนี่ ซื้อที่ไหน"
เนื้อเสียงทุ้มต่ำพร่าไปด้วยไอกดดันเอ่ยถามก่อนเสี้ยวหน้าหล่อจะขยับมาสูดดมกลิ่นที่คุ้นเคยเข้าปอดอีกระลอก กลิ่นที่เขาจำได้ดี ว่าเป็นกลิ่นของต้องมนตรา
คนที่กล้าลองดีกับเขา...
"ซื้อแถวนี้ค่ะ..ใครๆก็มี"
ต้องมนตราตอบเสียงเรียบ ทว่าโมโนโทนที่เลือกใช้ ต่างจากเดิม เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้า
กระทั่ง..
"ฮึ...ซื้อแถวนี้เองสินะ'
เสียงกระด้างกระเดื่องหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ก่อนไอกดดันจากเขาจะแผ่ซ่านออกมาเรื่อยๆ มุมปากที่มักเชิดรั้นค่อยๆกระตุกยิ้มช้าๆ ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เเสนเย็นเยียบ และร้าจกาจกว่าที่เคย
"ลงไปเบิกถุงยางมาสองกล่อง ลงบิลชื่อกู"
แข้งขาที่พึ่งสงบนิ่ง สั่นสะท้านขึ้นมาอีกรอบหัวใจที่คิดว่าคงด้านชาไปแล้ว ประกอบตัวเองกลับมาแหลกสลายด้วยมือเขาอีกครั้ง
เฮียพายุ ทุบเธอลงที่เดิม และครั้งนี้ มันคงถึงจุดสิ้นสุดสักที
"ค่ะ...เฮีย"
คนตัวเล็กรับคำเสียงแผ่ว โดยไม่แม้จะปรายตามองผู้สั่งการ ลมหายใจที่สะท้อนขึ้นลงเริ่มขยับจังหว่ะเป็นถี่รัวขึ้น กระทั่งต้องมนตราไม่อาจจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ต่อ
สักวินาทีก็ไม่ได้
"รีบไป"
ขาเรียวเสลานำพาเจ้าของมันลงมาชั้นล่างทันทีที่เสียงกดต่ำนั้นออกคำสั่ง ร่างเล็กขยับผ่านเคาน์เตอร์สีเดียวกับรัตติกาลด้วยอาการเหม่อลอย ในหัวขาวโพลน ใต้ตาที่ร้อนแล้วร้อนอีก ถูกหน้ากากสีหม่นกดทับจนมิด ก้อนสะอื้นในอกเริ่มกลับมาสะท้านสะเทือนเบาๆ จนเมื่อขาเรียวก้าวถึงบันไดขั้นสุดท้าย ต้องมนตราก็ไม่อาจทนไหวได้อีก
ตัวของเธอใจของเธอ..ต้องมนตราควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง
"ฮึก..ฮือ"
ร่างเล็กหลบมุมหน้าคลับหรูก่อนจะสะอื้นให้จนหัวโยน เป็นครั้งแรกที่ต้องมนตราร้องให้จนตัวสั่น ร้องจนใจสั่น ร้องจนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะร้องให้ได้นานขนาดนี้ มันหน้าแปลกที่มันยังร้องได้อีก..ร้องได้เรื่อยๆ แต่ความเจ็บมันถึงขีดจำกัดลงแค่นี้แล้ว...
มันเจ็บไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว...
อาจเป็นเพราะเธอรักเขามาก...มากจนเกินกว่าจะรักตัวเอง
ความรักของเรา มันถึงจบลงแบบหน้าสมเพชขนาดนี้
นานร่วมครึ่งชั่วโมงที่ต้องมนตราจมอยู่กับกับตัวเองอยู่ตรงนั้น กระทั่งข้อความที่คุ้นเคย ดังสอดแทรกโสตประสาทที่ทึมทื่อ สองตาสีอ่อนหลุบลงมองมันเล็กน้อย ก่อนแพรขนตาที่ยังไม่สะเด็ดน้ำจะกลับมาชุ่มโชกเพราะคนๆเดิมอีกรอบ
*เฮียตามของ ทำไมไม่เอาไปส่ง*
*ฟ่างปวดท้องค่ะ..รบกวนพี่เบียร์ให้คนอื่นเอาขึ้นไปที*
คำแก้ตัวที่แสนเรียบง่าย ทว่าต้องมนตราใช้เวลาพิมพ์มันอยู่หลายนาที หน้าจอที่สว่างวาบเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ไม่ว่าต้องมนตราจะปาดมันออกเท่าไร พริบตาเดียวมันก็กลับมาฉาบเคลือบไปทั้งหน้าจอเท่าเดิม
........
ชั้นสอง dekclup
"ปวดท้อง?...งั้นสินะ"
มุมปากยิ่งผยองเผลอกกระตุกยิ้ม ก่อนที่มือหนาจะยกอุปกรณ์สื่อสารราคาค่อนแสนออกมาถือ นัยน์ตากดต่ำมองจ้องตำแหน่งพิกัดของใครอีกคนด้วยแววตาพออกพอใจ ก่อนที่มือหนาจะเคาะลงพนักพิงแขนเป็นจังหว่ะเบาๆ
"จะกล้า ก็กล้าให้มันสุด อย่าใจกระจอกฮึ"
*ฝากจิ้มเข้าชั้นกดใจ คอมเม้นท์สักนิด เพื่อเป็นกำลังใจ เค้าอัพให้อ่านฟรีจนจบเน้อ มาทุกวัน ขอกำลังจายย