เคร้งงงงง
“ส่วนของฉันขอชนให้กับ วันนัดบอดแสนงี่เง่าที่พ่อกับแม่ฉันจัดให้”ญาณินเอ่ยขึ้น หญิงสาวถูกจัดให้มีวันนัดบอดทุกอาทิตย์แต่เธอไม่สนผู้ชายพวกนั้นเลย หากเพียงแต่เธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่ก็ไม่กล้ามากพอที่จะบอกความในใจกับเขาไปไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไรที่ทั้งสามสาวผลัดเปลี่ยนกันชนแก้ววนไปจนตอนนี้ทั้งสาวแทบคอพับเข้าหากันอยู่แล้ว
“มาแล้วเหรอ”พฤกษ์เอ่ยทักทายผู้มาใหม่ หลังจากที่เขานั่งมองสาวสามชนกันไม่เกรงใจใครเลย จากโต๊ะข้างๆ
“ครับเฮียพฤกษ์”ผมเดินเข้ามายังโต๊ะที่มีเฮียพฤกษ์นั่งอยู่ก่อน
“เอาคุณหนูกลับเถอะ เมามากแล้ว”พฤกษ์เอ่ยบอก
“ได้ครับ แล้วอีกสองคนจะเอาไงครับ”ผมเอ่ยถามขึ้น ผมยืนมองสามสาวที่ไม่รู้ว่าดื่มกันไปเท่าไรแต่ตอนนี้สภาพดูไม่จืดสักคนเดียว
“เดี๋ยวฉันไปส่งอีกสองคนเอง นายเอาคุณหนูกลับคอนโดไปแล้วกัน”พฤกษ์เอ่ยบอก
“ครับ”
“ไปครับคุณหนูกลับบ้านกัน”ผมเดินเข้าไปเพื่อพยุงเธอแต่ดูเหมือนว่าเธอจะขัดขืนไม่น้อย ใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาที่หยาดเยิ้มบ่งบอกว่าเธอคงดื่มเข้าไปไม่น้อย
“ไม่เอา ไม่กลับ ดื่มต่ออีกหน่อยสิ”นลินญาที่ดิ้นไปดิ้นมา เธอไม่รู้ตัวเลยว่าใครเป็นคนพยุงเธออยู่ คิดแค่ว่าคงเป็นเฮียพฤกษ์เหมือนทุกครั้งที่เก็บศพเธอกลับบ้านทุกรอบ
“ไม่ได้ครับ คุณหนูเมามากแล้วนะ”ผมได้แต่บอกเธอที่ขืนตัวไม่ยอมจะเดิน จนผมทนไม่ไหวต้องจับเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวแล้ว พาเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่
“เฮีย โอ้ย...เจ้าสัวเจ็บ”นลินญาร้องขึ้น เมื่อชายหนุ่มดันเผลอทำหัวเธอไปชนเข้ากับขอบประตูรถอย่างไม่ทันระวัง
“ขอโทษครับ”ผมเอ่ยขอโทษแบบรู้สึกผิดต่อเธอ คงเจ็บน่าดูถึงแม้ผมคิดว่ามันจะโดนเบาๆแต่เห็นสภาพที่เธอนั่งลูบๆบริเวณที่ชนแล้วอดสงสารไม่ได้ ผมก้มลงไปเพื่อติดสายคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอแต่ก็ต้องตกใจเมื่อเธอดันเอามือมาคล้องคอผมไม่ยอมปล่อย
“นายเป็นใครอะ หล่อ...จัง”นลินญาเอ่ยบอก เธอเห็นหน้าผู้ชายตรงหน้าเหมือนกำลังทำอะไรอยู่สักอย่าง แต่ก็ต้องตกอยู่ในภวังค์เพราะเขาช่างหล่อเหลาเอาการจนเธออดไม่ได้ที่จะส่งมือคู่สวยไปคล้องคอเขาเอาไว้
“ปล่อยครับ คุณหนูเมามากแล้วนะ เดี๋ยวผมจะพากลับบ้าน”ผมพยายามแกะมือเธอออกจากคอ แต่เจ้ากรรมทำไมมือเธอเหนียวขนาดนี้ นี่เธอเมาจริงรึเปล่าเนี่ย
“ไม่...ปล่อย สุดหล่อมีแฟนแล้วรึยังเอ่ย”นลินญาที่เหมือนจะไม่หลงเหลือสติแล้วตอนนี้ เธอปล่อยมือคู่สวยแล้วใช้มันลูบไล้ไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างหลงใหล จนเธอแอบเผลอคิดจะเอาซิงไปชิงโชคกับหนุ่มหล่อตรงหน้าอยู่แวบหนึ่ง
ผมไม่รู้ว่าตัวเองเผลอมองคนตรงหน้าไปนานเท่าไร การกระทำของเธอมันสุ่มเสี่ยงทำให้ผมรู้สึกเปลืองตัวยังไงไม่รู้ แต่ผมก็ยังคงปล่อยให้เธอทำแบบนั้นต่อไปโดยไม่ห้าม
“ว่างายย ตอบหน่อยสิ”
“เอ่อ...”ผมตื่นจากภวังค์ทันที เมื่อเธอเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง รีบแกะมือที่เกาะเกี่ยวผมออก แล้วคาดเข็มขัดให้เธอ ก่อนที่หัวใจของผมจะเต้นจนทะลุหน้าอกออกมาเพราะการกระทำเมื่อครู่
“เอ้า...ไปไหนแล้วละ”นลินญาที่นั่งโวยวายอยู่ในรถ อะไรกันเขายังไม่ได้ตอบคำถามเธอเลย
“คุณหนูนั่งดีๆสิครับ”มือหนาแกะเธอออกให้นั่งตรงเบาะของตน ก็เธอเอาแต่เอียงตัวมาหาผมตลอดเวลาไม่รู้ว่าเมาจริงหรือกะจะแกล้งผมเล่นกันแน่ ว่าแต่เฮียพฤกษ์เอาเธอกลับบ้านได้ยังไงเนี่ย
“เฮียพฤกษ์ ไหนพ่อบอกว่าจะให้ไอ้ลูกหมามาเป็นบอดี้การ์ดเจ้าสัวไง ทำไมเจ้าสัวยังไม่เห็นหน้าเลยหรือว่า...”หญิงสาวที่นั่งบ่นพึมพำอยู่คนเดียว สร้างรอยยิ้มให้คนขับรถข้างๆได้ไม่น้อย
“คิดถึงผมเหรอรับ”ไม่รู้อะไรเข้าสิง หรือผมบ้าไปแล้วกันแน่ที่อยู่ดีๆก็ถามคำถามโง่ๆนั้นออกๆไป
“....”ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนข้างๆเหมือนเธอจะเผลอหลับไปแล้ว
“ถึงแล้วครับ คุณหนูลงมาได้แล้ว”
“....”ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบกลับจากคนที่นั่งอยู่อีกครั้ง
“สงสัยคงต้องอุ้มอีกแล้ว”ผมได้แต่ยืนมองหญิงสาวตรงหน้าว่าจะเอายังไงต่อดี เอาว่ะ!! อุ้มก็อุ้มในเมื่อเธอหลับไปแล้วผมจะทำไงได้ละครับผมอุ้มเธอเดินตรงไปที่ลิฟต์ เพื่อตรงไปยังห้องพักในคอนโด
ของหญิงสาว แต่แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ดีๆคนในอ้อมกอดก็ดันตื่นขึ้น แล้วคว้าคอของผมเข้าไปหาเธอ ก่อนที่เธอจะจุ๊บปากผมไปหนึ่งทีแล้วดิ้นจนลงจากอ้อมกอดของผมไป
ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกหญิงสาวกระโดดลงจากอ้อมแขนของคนที่โอบอุ้มเธออยู่ หลังจากจุ๊บเขาไปหนึ่งที เธอเดินออกจากลิฟต์ไป ปล่อยชายหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ในลิฟต์โดยไม่ได้สนใจ
“ทำไมเปิดไม่ออก อ๋อใช่...คีย์การ์ดอยู่ไหน”นลินญาที่เดินมาถึงประตูห้องพยายามเปิดประตูอยู่นานแต่เปิดไม่ออก เธอคลำหากระเป๋าแต่ก็ไม่พบกระเป๋าติดตัวเธออยู่
“กระเป๋าหายไปไหน”
“คุณหนูใจเย็นครับ”ผมได้แต่ห้ามเธอหลังจากที่ผมยืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลิฟต์แบบที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ผมรีบวิ่งตามเธอออกมาทันทีที่ได้สติ
“ใจเย็นอะไร กระเป๋าฉันหาย ทำไงดี ฮือออ”นลินญาที่ไม่รู้ว่ากระเป๋าเธอหายไปไหน ได้แต่ยืนเหมือนจะร้องไห้ถ้าไม่มีกระเป๋าเธอจะเข้าห้องยังไง
“อยู่นี่ครับ นี่ไง”ผมรีบเอากระเป๋าที่คล้องคอผมไว้ ยื่นไปให้เธอเมื่อเห็นเธอแสดงท่าทางเหมือนคนจะร้องไห้
“นายเอากระเป๋าฉันไปได้ไง เป็นขโมยเหรอ มานี่เลยแม่จะตีให้หัวแบะเลย”นลินญาที่เหมือนจะเข้าใจผิดคิดว่าคนตรงหน้าเป็นขโมย ยกกระเป๋าขึ้นมาฟาดคนตรงหน้าไปอย่างเต็มแรง
“หยุดก่อนครับ คุณหนูนี่ผมเอง”ผมไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเธอถึงมีหลายอารมณ์ขนาดนี้ ผมพยายามห้ามเธอแต่เหมือนไม่มีทีท่าว่าคนตรงหน้าจะหยุดตีผมเลย
“ผมไหน ฉันไปรู้จักนายตอนไหน”
“ดินไงครับ แผ่นดิน”
“ไอ้ลูกหมาเหรอ หือออ นายจริงเหรอ”นลินญาเมื่อได้ยินชื่อจากฝ่ายตรงข้ามเธอเดินตรงเข้าไปหาเขา แล้วให้มือทั้งสองข้างโอบไปที่ใบหน้าของเขาพร้อมส่ายไปส่ายมา
“เข้าห้องดีกว่านะครับ ดึกแล้ว”ผมเอ่ยบอกเธอให้เลิกจับหน้าผมส่ายไปส่ายมาสักที
“ได้ เข้าห้องกัน”นลินญาเปลี่ยนมากอดคอชายหนุ่มแทน ก่อนที่จะพาเขาเดินเข้าห้องไปด้วยกัน เรียกว่าลากน่าจะง่ายกว่าเพราะแม่คุณไม่ให้ชายหนุ่มเดินเองด้วยซ้ำ
“พักผ่อนนะครับ ผมกลับแล้ว”
“เดี๋ยว!! ใครใช้ให้นายไปไอ้ลูกหมา มานี่เลย”นลินญาเรียกชายหนุ่มไว้ก่อนที่เขาจะเดินจากไป
“มีอะไรครับ?”
“มานี่เลย”นลินญาวาดมือไปคล้องคอชายหนุ่มก่อนที่เขาจะล้มลงนอนบนเตียงของเธอ
“คุณหนูจะทำอะไรครับ”