EP 3 น้องหมูของพี่ขุน

2929 คำ
ปังๆๆๆ “โอ๊ย! คำว่าเกรงใจน่ะสะกดเป็นไหมคะคุณ ฮึ่ย!” เสียงใสบ่นกระปอดกระแปดพลางเดินกระแทกส้นเท้าไปที่หน้าประตูและเขย่งที่ช่องตาแมวดูว่าใครบังอาจมาเคาะประตูแทบหลุดรบกวนเวลาส่วนตัวของผู้หญิงตัวเล็กๆ ในช่วงสายเช่นนี้ เมื่อดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครก็เตรียมถอยหลังกลับ ขืนเปิดไปดูสุ่มสี่สุ่มห้ากลายเป็นโจรขึ้นมาซวยแย่ ไม่ว่ากลางคืนหรือกลางวันก็น่ากลัวพอๆ กันนั่นแหละ “หมูแดง ยัยหมูปีศาจ รีบมาเปิดประตูห้องให้ฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้นะ ฉันรู้ว่าเธอได้ยินเสียงฉัน ถ้ายังไม่เปิดถีบประตูพังจริงๆ นะเว้ย!” ขาที่กำลังก้าวชะงัก เพราะคุ้นกับเสียงนี้มาก ทำไมเมื่อกี้เขย่งดูไม่มีใครสักคนพอหันหลังเท่านั้นแหละเสียงปริศนาดังไล่หลังมาทันทีราวกับรู้ว่ากำลังทำอะไรคนหรือผีกันแน่ แอ๊ดด “ขุน! นายมาทำบ้าอะไรที่นี่ไม่ทราบ” ฉันตะโกนเสียงดังอย่างหงุดหงิดใส่หน้าหล่อๆของหมอนี่ทันทีที่กระชากประตูออกมาปะทะสายตา นาทีนี้ต่อให้หน้าตาอปป้าบุคลิกแบดบอยแค่ไหนหมูแดงก็ไม่สน โหวกเหวกโวยวายชนิดที่ว่าไม่กลัวห้องอื่นจะออกมาด่าแม่ด่าพ่อขนาดนี้บอกตรงๆ โมโหค่ะ กริ่งมีก็ไม่ยอมกดใช้มือทุบปังๆ สนั่นหวั่นไหวยอมใจเขาเลยไอ้คนเถื่อน “ที่เปิดช้านี่ไม่ใช่ว่าเธอแอบซ่อนผู้ชายไว้ในห้องหรอกใช่ไหมหมู!” เสียงกัมปนาทตะคอกถามอย่างหาเรื่องในทันทีเมื่อฉันบ่นจนจบและรีบแทรกตัวเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจใยดีสีหน้าท่าทางของเจ้าของห้องแต่อย่างใด “ถ้าฉันซ่อนใครเอาไว้จริงๆ นายจะทำไมไม่ทราบ” รวนมารวนกลับไม่โกงค่ะ และฉันก็ต้องรีบก้าวขาสั้นๆ ของตัวเองเดินตามร่างสูงขายีราฟที่เดินอาดๆ ไปสำรวจนั่นนี่อย่างไม่มีความเกรงใจใดๆ ทั้งนั้น โอ ไม่ใช่ว่าหมอนี่คิดจริงเรื่องซ่อนใครไว้หรอกนะถึงได้เดินพล่านขนาดนี้ “ฉันก็จับเธอทำเมียมันวันนี้เลยยังไงล่ะจะได้ไม่คิดคบชู้อีก” ใบหน้าหล่อร้ายแสยะยิ้มตรงมุมปากแล้วเดินดุ่มๆ ไปทางห้องนอนอย่างถือวิสาสะ นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะไอ้ขุนพลบ้า มือใหญ่ดึงนั่นเปิดนี่แม้กระทั่งตู้เสื้อผ้ายันห้องน้ำอ่ะ “ชู้บ้าชู้บออะไรของนายยะพูดให้ดีๆ นะ ฉันยังโสด ถึงจะมีใครคนนั้นมันจะเป็นชู้ได้ยังไง” มาปั่นประสาทฉันแบบไม่ให้ตั้งตัวและยังมาปากสุนัขใส่อีกความฝันที่คิดว่าวันนี้คงไม่ต้องเจอดับสลายมลายหายไปสายลมแล้ว “เธอไม่ใช่คนโสดตั้งแต่ฉันบีบนมเธอเล่นแล้วหมู แล้วอย่าริไปอ่อยใครหน้าไหนทั้งนั้นถ้าไม่อยากให้มันตายเพราะโดนกระทืบก่อนวัยอันควร” ขุนพลยิ้มแล้วคล้องแขนไว้รอบคอของฉันและโน้มหน้าผากลงมาจนชิดกับของฉัน ไม่โสดตั้งแต่บีบนมฉันแล้วฮือฉันอยากกรีดร้องกับความห่ามของหมอนี่จังเลย “พูดอะไรของนายฉันไม่เห็นเข้าใจ” เจอแบบนี้ก็ไปไม่ค่อยถูกเหมือนกันถ้านี่มันคือการจีบคือมันดูเถื่อนไปหน่อยไหมและมันล่อแหลมไปไหมคือตอนนี้เราอยู่ในห้องนอน “ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนโง่หมู ฉะนั้นไม่ต้องแกล้งบื้อเลย” เออฉันไม่โง่แต่บางครั้งมันก็ไม่เข้าใจป่ะวะ “เธอทำให้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลยรู้ไหม”แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหน “นะ...นี่ ปล่อยเลยอย่ามาแกล้งหลับกลางอากาศนะ เดี๋ยวฉันต้องไปเรียนแล้ว ขุนยืนดีๆ หน่อยได้ไหมฉันหนักนะ” ฉันรีบดันไหล่หนาเมื่อร่างสูงทิ้งตัวไม่ยอมยืนด้วยตัวเองกลายเป็นว่าตอนนี้ฉันต้องแบกรับน้ำหนักเขาเอาไว้ทั้งตัว “วันนี้หยุดวันนึงเถอะ ฉันง่วงอยากนอนกอดเธอนะหมู” ขุนพลดันให้ฉันเดินไปที่เตียงแล้วอาศัยแรงที่มีมากกว่าผลักให้ฉันล้มลงไปนอนยังไม่ทันได้ตะเกียกตะกายลุกขึ้นร่างหนักๆ ก็ทิ้งตัวลงนอนทับจนแทบจะจมหายไปกับฟูก “ไม่เอาฉันไม่หยุดเรียนเพราะเรื่องนี้หรอก ถ้าง่วงมากนายก็กลับไปนอนที่บ้านของตัวเองสิ รีบๆ ลุกเลยฉันเริ่มจะหายใจไม่ออกแล้วนะขุน!” คนหรือหมีควายกันแน่ตัวหนักแถมยังแรงเยอะด้วย ประโยคหลังฉันไม่กล้าพูดออกเสียงให้ได้ยินหรอกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพของตัวเอง “อย่างอแงดิวะหมู เธอทำให้ฉันคิดถึงตลอดทั้งคืนจนไม่ได้หลับได้นอนต้องรับผิดชอบรู้ไหมหมู เปิดเทอมอาทิตย์แรกๆมันไม่มีอะไรมากหรอกเธอก็น่าจะรู้อย่างมาหาทางเลี่ยงเลย” ทำไมเสียงเขามันทุ้มนุ่มจังนะ เอ๊ะ! นายขุนไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเขามัวแต่คิดถึงฉันอย่างนั้นเหรอ ใจเต้นแรงมากและความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งดอกลาเวนเดอร์เลย “บ้าน่า นายจะมาคิดถึงฉันทั้งคืนทำไมกันเพ้อเจ้อ” ฉันจะไม่แตกตื่นหรือหลงใหลไปกับคำพูดชวนตัวแตกของหมอนี่เด็ดขาดทั้งที่ก่อนหน้านั้นปลื้มปริ่มไปแล้วก็ตาม “เพ้อเจ้องั้นเหรอ ดูดปากแม่งเลยพูดไม่คิดเนี่ย” ขุนพลผงกหัวขึ้นมาแล้วฉกปากวูบลงมาครอบครองเรียวปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นและอาศัยความช่ำชองในการเปิดปากแทรกปลายลิ้นเข้าไปช่วงชิงความหอมหวานปานน้ำผึ้ง “อื้ออ” เราจูบกันนานมาก กว่าขุนพลจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระฉันก็เกือบจะขาดใจตาย และเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยๆ ตัวบินวนเวียนอยู่ในหัวใจ แล้วก็ต้องสะดุ้งหยุดความคิดทั้งหมดเมื่อเจ็บแปลบที่ซอกคอ เม้ม ย้ำขนาดนี้ไม่ต้องคิดเลยว่าจะมีรอยไหม “นายลวนลามฉันมากเกินไปแล้วนะ” ฉันดุเขาเมื่อขุนพลทิ้งใบหน้าลงมาซบที่หน้าอกฉันแล้วคลอเคลียถูไถจมูกกับปากเหมือนแมวอ้อนเจ้านาย “เธอเป็นหมูน้อยของฉันนะทำไมจะลวนลามไม่ได้ ตัวเธอหอมชะมัดเลยว่ะหมู ฮึ่ย! อยากฟัดให้จมเขี้ยวเลยหมูจ๋า หมูตัวน้อยของฉันน่ารักน่าขย้ำโคตรๆ” ยัง ยังไม่ยอมหยุดอีก ไซ้มันเข้าไปบีบมันเข้าไปหน้าอกฉันเนี่ย “นี่นายขุน! เราสองคนเป็นอะไรกันไม่ทราบอย่ามาทำเหมือนฉันเป็นแฟนนายได้ไหม” ใครมันจะอยากให้ตัวเองถูกผู้ชายทำเหมือนเป็นตุ๊กตาที่จะจับจะกอดจะจูบลวนลามยังไงก็ได้ทั้งที่ไม่ได้มีสถานะชัดเจนอะไรเลย ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น เอาเข้าจริงฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดว่าดูไม่ออกว่าหมอนี่ชอบแต่เล่นไม่พูดอะไรให้มันเคลียร์นอกจากจ้องแต่จะลวนลามใครมันจะชอบล่ะ “เธอก็เป็นแฟนฉันสิ” Kunpon Talk ยัยตัวเล็กตาค้างเลย สงสัยจะอึ้งที่ผมบอกให้เธอเป็นแฟนผม ไม่ได้พูดเอาสนุกนะแต่ผมคิดจริงเลยพูดออกมาอย่างง่ายดายทั้งที่คำๆนี้ไม่เคยคิดอยากจะใช้กับใครมาก่อนเลย ก็นะหมูน่ารักขนาดนี้ใครมันจะมัวแต่ช้าอืดอาดเป็นเต่าอยู่ได้ ทำงั้นหมาได้คาบชิ้นเนื้องามๆ ชิ้นนี้ไปกินก่อนน่ะสิ ผมไม่ยอมหรอกเว้ย ที่บอกว่าไม่ได้นอนทั้งคืนนี่ก็เรื่องจริงนะเพราะในหัวสมองมันคอยแต่จะวนเวียนคิดถึงใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา เสียงใสๆ ตัวหอมๆ อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ผมมาส่งเธอที่คอนโด อยากโทรหาใจแทบขาดแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจตัวเองเอาไว้ขืนโทรมาฟังเสียงเจื้อยแจ้วมีหวังได้บึ่งรถมาหากลางดึกแน่ และเมื่อท้องฟ้าสว่างโล่ พระอาทิตย์ขึ้นประจำการผมก็ไม่รอช้าที่จะบุกมาหาถึงบนห้อง นี่ผมเป็นเอามาอย่างคาดไม่ถึงเลย หมูทำเสน่ห์ยาแฝดใส่ผมป่ะวะหรือเป็นผมเองที่เกิดอาการคลั่งยัยตัวเล็กมากมายทั้งที่เธอไม่ได้มีท่าทางอะไรให้เห็นว่าชอบผมมากเกินกว่านี้ “เป็นแฟนงั้นเหรอ ถามหน่อยนายชอบฉันรึเปล่าหรือแค่อยากควงเล่นฆ่าเวลาเฉยๆ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันไม่เอาด้วยเด็ดขาดบอกไว้ตรงนี้เลย” สวยด้วยฉลาดด้วยหมูของผม ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นผมคิดว่าคงไม่มีใครมาถามแบบนี้กับผมแน่นอน พวกเธอคงตอบตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไขตั้งแต่ผมบอกให้เธอเป็นแฟนแล้วล่ะ “ชอบสิ ฉันชอบเธอมากเลยหมูจ๋าและฉันก็ไม่คิดควงเธอเล่นๆ ด้วยมั่นใจได้เลยคนสวย เธอน่ะอนาคตว่าที่คุณแม่ของลูกๆฉันเลยนะหมู” ผมตอบอย่างใจคิดไม่ได้ต้องการจะพูดให้ตัวเองดูดีในสายตาหมูแดงเลยและถึงทุกอย่างมันดูรวดเร็วแต่ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่แค่อารมร์ชั่ววูบหรือเห่อเธอแน่นอน โอ๊ย! หมูหน้าแดงก่ำเลยน่ารักว่ะสงสัยจะอายหนักมากถึงหลบสายตาใหญ่ “งั้นก็จีบแบบคนปกติเขาสิไม่ใช่จ้องแต่จะถึงเนื้อถึงตัวลูกเดียว” มือน้อยยันหน้าผมเมื่อกำลังจะจุ๊บปากเธอ เหอะ! จีบแบบคนปกติงั้นเหรอไม่มีทางหรอก Kunpon End “ฉันจะทำตามแบบฉบับของตัวเองเท่านั้น คนปกติทำไงช่างหัวมันประไร ฉันเป็นประเภทไม่ชอบทำตามใครด้วยสิ เตรียมรับมือพร้อมทำใจเอาไว้ได้เลย หึ!” แบบฉบับหื่นๆ น่ะเหรอ แค่มองตาก็อ่านทะลุปรุโปร่งหมดแล้วไอ้บ้าขุน เจอกันเมื่อวานวันนี้พัฒนาไปอีกขั้นแล้วไวจริงอะไรจริง เอาตามตรงเลยนะนี่ยังไม่หายเขินเรื่องที่ขุนบอกว่าฉันเป็นอนาคตแม่ของลูกเลยบ้าจริง “ฉันดูเหมือนคนใจง่ายเลยอ่ะที่ยอมให้นายจีบง่ายๆแบบนี้เปลี่ยนใจทันไหมอ่าไม่อยากให้นายมายุ่งด้วยแล้ว” ฉันช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้พลางทำตาปริบๆ อย่างออดอ้อนเต็มที่ ขุนพลกอบกุมแก้มฉันไว้ทั้งสองข้างแล้วทำหน้าตายุ่งเหยิงอย่างไม่พอใจหัวคิ้วนี่พันกันแต่ความดูดีไม่จางหายไปเลย กะจะทำให้ฉันหลงหัวปรักหัวปรำเหรอยะชิ! “ลองเปลี่ยนใจดูสิแล้วหมูอย่างเธอจะได้กลายเป็นเมียของฉันเร็วขึ้นกว่าเดิม” ฉันทำหน้าง้ำหน้างอลงทันทีเมื่อถูกขู่จากคนหื่น ไม่กลัวก็ต้องกลัวแหละความสาวที่ฉันหวงแหนเลยนะ แต่เดี๋ยวก่อนนะเหมือนฉันกำลังลืมอะไรไป ใช่แล้ว อะ...ไอ้บ้าขุนมันยังนอนทับฉันจมอยู่กับฟูกอยู่เลยนี่นา ทำไมตอนนี้ดูเหมือนความหนักมันหายไปแล้วล่ะ แทบไม่รู้สึกว่าขุนพลนอนทับเลยนะ แต่พอระลึกได้เท่านั้นแหละเริ่มจะหนักขึ้นมาแล้วสิเนี่ย หมอนี่มันสบายเกินไปแล้ว “อย่ามาตีเนียนนะ รีบลงจากตัวฉันได้แล้วหนักอย่างกับหมีควาย อื้ออ!” เท่านั้นแหละจ้าเผลอหลุดพูดเปรียบเทียบนายขุนกับหมีควายออกมาฉันก็โดนปิดปากด้วยจูบเลย แต่ครั้งนี้มันไม่ได้ร้อนแรงนะเพียงแค่ปากแตะกันไม่ได้แทรกลิ้นเข้าไปพัวพัน “พูดอย่างกับว่าตัวเองเคยถูกหมีควายทับงั้นแหละหมูเอ๊ย! เปรียบเทียบอะไรไม่ดูความเป็นจริงบ้างเลยนะเธอน่ะ” แน่ะ ว่าแล้วยังมางับจมูกฉันอีก “เจ็บนะ” เสือสามตัว สุดท้ายท้ายสุดฉันก็ไม่ได้ไปเรียนจริงๆ แถมยังโดนหอบหิ้วมาที่ร้านแต่งรถครบเครื่องแสนหรูหราของผู้ชายที่ฉันกำลังศึกษาดูใจหมาดๆ ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ แต่ก็นั่นแหละประโยคนี้เหมือนฉันจะใช้เรียกอยู่ฝ่ายเดียวและชื่อร้านก็อื้อหือเลยตอนเห็นป้าย ใครเป็นคนคิดชื่อนี้กันเนี่ยมันไม่เหมือนร้านแต่งรถเลย ดิบๆ ทื่อๆ คล้ายร้านขายยาดอง ร้านหมูกระทะยังไงก็ไม่รู้สิ ไม่มีไอเดียที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง อืมถึงชื่อร้านมันจะแปลกแหวกแนวไม่สมกับกิจการไปสักหน่อยแต่ลูกค้านี่อย่างเยอะอ่ะ รถดีๆ ราคาแพงๆ มาจอดรอทำกันเพียบ “นี่หมูแดงเมียกู” ฉันถูกแนะนำอย่างนี้กับลูกน้องทุกคนของหมอนี่เมียฉันกลายเป็นเมียแทนแฟนหรืออะไรก็ตามที่ไอ้บ้าขุนมันสามารถพูดได้แต่ไม่เลือกที่จะพูดไง สรุปที่คุยๆ กันไว้ไม่เป็นไปตามนั้นเลยสักนิดเดียวไม่ว่าจะเป็นการถูกเนื้อต้องตัวโน่นนี่นั่นก็ยังปฏิบัติเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือหนักกว่าเก่าอีก “มึงได้น้องหมูแดงแล้วเหรอวะไอ้ขุนแม่เจ้าโว้ยไวไฟจริงเพื่อนกู” ไม่ใช่ใครพี่จิวนั่นเองที่แหกปากตะโกนเสียงดังมาแต่ไกล สงสัยอยากบอกคนทั้งซอยมั้ง “เออกูจับหมูกลืนลงท้องแล้วเรียบร้อย ตอนนี้กูเลยขยับขั้นขึ้นมากลายเป็นผัวหมูเต็มตัว” นี่ก็รับมุขเพื่อนหน้าตาระรื่นชื่นบานจนน่าตบเชียว แถมยังจูบแก้มฉันเน้นๆ โชว์คนอื่นอีก ฉันต้องข่มความอายเอาไว้สินะ “พี่ขุนกับน้องหมู” พี่จิวพูดยิ้มๆ “พี่ขุนกับน้องหมูทำไมเวลาเรียกแบบนี้แล้วมันน่ารักจังวะชื่อเนี่ย โอ๊ย! กูเริ่มจะอิจฉามึงจริงจังแล้วนะเนี่ยไอ้ขุน” พี่เคนโผล่มาอีกคนแล้ว หน้าตาดี๊ด๊าในตอนแรกเริ่มหงิกลงทุกที “มึงก็อิจฉาต่อไปนะครับเคน กูพาเมียเข้าไปนั่งก่อนเดี๋ยวขาสวยๆ จะเมื่อยถ้ายืนนานๆ ไปค่ะน้องหมูของพี่ขุน ให้อุ้มไหมคะ” เดินขาแทบขวิดกับประโยคหวานหูเมื่อสักครู่โอย “ไม่ต้องอุ้มนะขุนเดินเองได้” ฉันรีบปฏิเสธทันทีเพราะสายตาล้อเลียนของคนในร้านที่มองมาแต่ละคนมันวิบวับแบบแปลกๆ แต่คนที่ทำให้อายกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้น “มึงรีบไปอ้อนเมียไกลๆพวกกูเลยไปเดี๋ยวขาลั่นไล่เตะมึงขึ้นมาจะมาว่ากูไม่ได้นะ” จิวรีบโบกมือไล่คนอ้อนเมียก่อนคนแถวนี้จะถูกเบาหวานเล่นงานกันถ้วนหน้า “เออๆ ไปแล้วไม่ต้องมาไล่น่ารำคาญจริง” ขุนพลระบายยิ้มพลางโอบประคองเอวคอดเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวที่มีไว้สำหรับพักผ่อนและคุยงาน “จะไปทำงานก็รีบไปเลยไม่ต้องมาคลอเคลีย” ฉันเอ่ยปากไล่คนที่บอกจะเข้ามาทำงานแต่ไม่ยอมไปทำอย่างเอือมระอา เกาะติดนัวเนียหนึบหนับฉันลูกเดียวเลยตั้งแต่เข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ขุนพลบอกว่ามันคือห้องพักผ่อนของพวกเขา “ไม่ให้ฉันคลอเคลียเธอแล้วจะให้ไปคลอเคลียใครวะหรือว่าเธอยอมให้พี่ขุนคนนี้ไปฟัดกับผู้หญิงคนอื่น ใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ” สงสัยอยากปากมีสีถึงได้พูดออกมา “เอาสิ นายทำได้ฉันก็ทำได้เหมือนกัน หนุ่มๆ ที่มาต่อคิวรอจีบฉันมีเยอะมากรู้เอาไว้ซะด้วย” ฉันเชิดหน้าขึ้นสูงพลางปรายตามองนายขุนอย่างท้าทาย “ยัยหมูปีศาจเธอก็ได้แค่ขู่ฉันเท่านั้นแหละ ไม่มีทางที่ไอ้พวกมารอต่อคิวจีบเธอเข้าถึงตัวเธอได้หรอกตราบใดที่ฉันยังอยู่น่ะ ไม่มีทางเด็ดขาด” ขุนพลงับซอกคอฉันอย่างโกรธๆ แล้วฝังหน้าลงพึมพำงึมงำอยู่คนเดียว อ้อมแขนที่รัดรอบตัวก็แน่นขึ้นเรื่อยๆ “ถ้าอยากให้มันเป็นแค่คำขู่ก็ทำตัวให้มันดีๆ” ฉันสอดนิ้วมือเข้าไปขยุ้มเส้นผมของขุนแล้วออกแรงดึงให้หมอนี่เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าหล่อร้ายยามมันยุ่งเหยิงมันน่ารักดีจริง “ไปทำงานได้แล้วขุน อย่าให้ฉันต้องพูดมาก” ฉันบอกเสียงเรียบอย่างไม่สนใจว่าเขาจะหงุดหงิดมากแค่ไหนเมื่อฉันไล่อีกครั้ง “ไล่อยู่ได้ รู้งี้ไม่เข้ามาก็ดี” ถึงปากจะบ่นแต่ก็ยอมปล่อยแขนที่กอดรัดฉันเอาไว้ทั้งตัวออก “นั่งเล่นในนี้ไปก่อนละกันนะหมูขอพี่ขุนไปช่วยเพื่อนทำงานข้างนอกก่อนเสร็จแล้วจะเข้ามาหา ไม่ต้องออกไปล่ะหวง ผู้ชายเยอะเดี๋ยวพวกมันจ้องนมเธอ” “ไปเลยไป” “จูบก่อนดิ” “อย่าเยอะขุน” “หมูแม่งใจร้ายว่ะ” เท่านั้นแหละเดินหน้างอเป็นก้นลิงออกไปเลย เฮ้อ! เอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม