ตอนที่ 13

1709 คำ
ตอนที่ 13 หลังจากออกมาจากร้านไม้ ถังรั่วอวิ๋นก็เดินเข้าไปร้านตีเหล็กที่อยู่ข้าง ๆ กัน “หนุ่มน้อย ต้องการอะไรอย่างนั้นหรือ” หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าร้าน เอ่ยถามถังรั่วอวิ๋นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ถังรั่วอวิ๋นที่เห็นแบบนั้น ก็เดินเข้าไปหาในทันที นาน ๆ ทีจะได้เจอคนที่ไม่มองเขาด้วยสายตาดูถูกสักครั้ง เด็กหนุ่มหารู้ไม่ว่า หากเขาเดินเข้าร้านตีเหล็กก่อนที่จะไปร้านไม้ ก็จะได้รับสายตาดูถูกเฉกเช่นเดียวกันกับร้านอื่น ๆ นั่นแหละ แต่ที่มาร้านนี้แล้วได้รับการต้อนรับที่ดีก็เป็นเพราะว่า หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าร้านคนนี้ ได้ยินการพูดคุยของถังรั่วอวิ๋นกับจางหมิ่น แม้ว่าจะไม่ได้ยินทั้งหมด เพราะเสียงสนทนาที่ค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ แต่นั่นก็เป็นตัวบ่งชี้ว่า เด็กหนุ่มได้รับการยอมรับจากร้านค้าไม้แล้ว และน่าจะมีเงินจริง ๆ ถึงได้คุยกันอยู่นาน และเมื่อเห็นว่าถังรั่วอวิ๋นมีท่าทีสนใจร้านของนาง จึงให้การต้อนรับเป็นอย่างดี “ข้าต้องการให้ตีเหล็กขึ้นรูป ที่นี่รับทำหรือไม่ขอรับ” “ต้องให้คนตีเขาดูก่อนนะ ว่าแบบที่อยากได้นั้นจะทำได้หรือไม่” “ได้ขอรับ แต่ว่าข้าไม่ได้วาดแบบมาด้วย ที่นี่มีกระดาษให้ข้าวาดหรือไม่ขอรับ” เขามาที่นี่มือเปล่า ทั้งยังไม่ลืมคิดเรื่องวาดแบบไปเสียสนิท มานึกขึ้นได้ก็ตอนที่ผู้หญิงคนนี้ทักขึ้นมา และหากจะให้เขาไปเดินหาซื้อกระดาษอีกล่ะก็ เขาคงจะไม่ไหวแน่ ๆ เขาขี้เกียจที่จะต้องเดินวกไปวนมาแล้ว “มี ๆ รอครู่หนึ่งนะ” หญิงวัยกลางคนเดินหายเข้าไปในร้าน ทางด้านถังรั่วอวิ๋นก็ดูของที่ว่างขายหน้าร้านเพื่อฆ่าเวลา ผ่านไปครูหนึ่งหญิงคนนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับกระดาษและแท่นหมึก ทั้งยังมีชายรูปร่างสูงใหญ่เดินตามออกมาด้วย ซึ่งดูจากท่าทีแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้าน “เจ้าต้องการให้ข้าตีเหล็กให้อย่างนั้นหรือ” “ขอรับ แต่ข้าขอวาดแบบให้สักครู่นะขอรับ” ถังรั่วอวิ๋นรับกระดาษมา จากนั้นก็ลงมือวาดรูปจอบและคราดออกมา ผ่านไปครู่หนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย เขาจึงยื่นกระดาษให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อชายเจ้าของร้านเห็นภาพวาดแปลก ๆ ของถังรั่วอิ๋น หัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันในทันที ตั้งแต่ที่ทำอาชีพช่างตีเหล็กมา เขาไม่เคยเห็นอะไรที่มีรูปร่างเช่นนี้เลย “มันคืออุปกรณ์อะไรอย่างนั้นหรือ” “มันเป็นอุปกรณ์การขุดขอรับ” “ถ้าต้องการอุปกรณ์การขุด ใช้เสียมก็ได้นี่” เมื่อได้รับคำตอบจากถังรั่วอวิ๋น เจ้าของร้านตีเหล็กก็ยิ่งไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อจะนำไปขุดมันก็สามารถใช้เสียมได้มิใช่หรือ แล้วทำไมจะต้องอยากได้ที่ขุดดินแบบใหม่ด้วย “ถ้าใช้สิ่งนี้มันจะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นขอรับ” “ดูเจ้าจะมั่นใจมาก ว่ามันใช้งานได้ดีกว่าเสียมที่ข้าบอก” “ถ้าหากว่าท่านไม่เชื่อ ก็พิสูจน์ดูได้ไม่ใช่หรือขอรับ” การที่จะบอกว่าการใช้จอบสามารถทำให้งานเดินไวกว่าการใช้เสียม แค่พูดปากเปล่าใครจะเชื่อ เพราะทุกคนต่างก็ใช้เสียมขุดมาเป็นเวลาช้านาน “ได้ หากว่ามันขุดได้เร็วกว่าเสียมของข้าจริง ๆ ข้าจะไม่คิดเงินเจ้า” “ตกลงตามนั้นขอรับ ถ้าเช่นนั้นทำมาอย่างละสองชิ้นเลยก็ได้ ข้ามั่นใจว่าข้าจะไม่เสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว” ถังรั่วอวิ๋นตอบตกลงอย่างมั่นใจ อย่างไรเสียเขาก็จะเป็นผู้ชนะแน่นอน จึงได้บอกให้ช่างทำขึ้นมาสองอัน “หึ แต่ถ้ามันไม่สมกับราคาคุยของเจ้าแล้วล่ะก็ เจ้าจะต้องจ่ายค่าแรงข้าสองเท่านะ” “ได้ขอรับ เช่นนั้นวันพรุ่งนี้เดี๋ยวข้าจะมาเอานะขอรับ” เด็กหนุ่มตกปากรับคำในทันที หลังจากนั้นก็พูดคุยรายละเอียดกับช่างตีเหล็กอีกนิดหน่อย ก็เดินออกจากร้านไป “ดูเด็กนั่นมีความมั่นใจมากเลยนะ ไม่กลัวว่าจะเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์หรอกหรือ” “หากว่ามันขุดได้ไวกว่าเสียมจริง ๆ เราก็มีทางที่จะมีรายได้เพิ่มมิใช่หรือ” ช่างตีเหล็กเอ่ยขึ้น เขาไม่รู้หรอกว่าคำพูดของเด็กนั่นจะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่หากว่ามันทำออกมาแล้ว ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้นจริง มันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ แต่หากว่ามันทำไม่ได้อย่างที่เด็กนั่นโอ้อวดไว้ล่ะก็ เด็กนั่นจะต้องจ่ายเงินเขาสองเท่า ไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็มีแต่ได้กับได้ “จริงด้วย เป็นข้าที่คิดน้อยไปเอง” “เอาเถอะ ๆ ข้าจะรีบไปทำให้มันเสร็จดีกว่า” หลังจากที่ถังรั่วอวิ๋นออกมาจากร้านตีเหล็กแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินไปยังร้านผ้าที่เขาเคยไป เพื่อที่จะซื้อชุดให้กับน้องสาวกับตัวเองเพิ่ม เพราะครั้งก่อนพวกเขาได้กันคนล่ะตัว ครั้งนี้จึงกะจะซื้อไปเพิ่มอีกสักสองสามตัว ครั้งนี้ที่ถังรั่วอวิ๋นเดินเข้าไปในร้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่ก็ไม่มีพนักงานคนไหนที่มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามอีก คิดว่าพี่สาวคนสวยเมื่อตอนนั้น คงได้อบรมคนในร้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มเลือกเอาเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น ส่วนพวกหมอนหรือว่าผ้าห่ม เขาค่อยมาซื้อหลังจากที่สร้างบ้านหลังใหม่เสร็จ เพราะของที่มีอยู่ก็ยังสามารถใช้ได้ปกติดี เมื่อออกจากร้านขายผ้า ถังรั่วอวิ๋นก็เดินไปที่ร้านรับฝากเงิน เพราะไม่กล้าที่จะเก็บเงินไว้กับตัว ด้วยกลัวว่าจะเป็นอันตราย เด็กหนุ่มเหลือเงินติดตัวไว้เพียงแค่สองร้อยตำลึงเท่านั้น หลังจากออกจากร้านฝากเงิน ก็มุ่งหน้าไปที่จุดจอดเกวียนรับจ้างทันที เพื่อที่จะจ้างให้เข้าไปส่งในหมู่บ้าน ระหว่างทางเขาก็แวะซื้อถังหูลู่ให้กับน้อง ๆ คนละสองไม้ เป็นการปลอบใจที่ทั้งสองคนไม่ได้มาที่ตลาดด้วย “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่มาแล้ว” ถังซินหยานที่นั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านร้องดีใจ พร้อมกับลุกวิ่งเข้าใส่ถังรั่วอวิ๋น เมื่อเห็นว่าพี่ชายเดินลงมากจากเกวียน “พี่กลับมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้างอาหยานอยู่กับพี่รอง ดื้อหรือไม่” “หยานหยานไม่ดื้อ หยานหยานเป็นเด็กดี” “เป็นเด็กดีจริง ๆ หรือ” “เด็กดี ๆ” “มา ถ้าเป็นเด็กดีพี่ใหญ่ก็มีรางวัลให้” ถังรั่วอวิ๋นยิ้มกับคำตอบของน้องชายตัวน้อย ก่อนที่จะหยิบเอาถังหูลู่ที่อยู่ในตะกร้าออกมาให้น้องชาย แต่ด้วยความที่ถังซินหยานไม่เคยได้เห็นเลยสักครั้ง เด็กน้อยจึงพูดถามด้วยความสงสัย “หู สีสวย พี่ใหญ่คือไร” “อันนี้เขาเรียกว่าถังหูลู่ พี่ใหญ่ซื้อมาให้เป็นรางวัลของเด็กดี” ถังรั่วอวิ๋นรู้สึกสะท้อนใจกับคำถามของน้องชายเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมานั้น อย่าว่าแต่ถังหูลู่ที่ไม่เคยกิน แม้แต่เห็นน้องชายก็ไม่เคยเห็นมันเลยด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้พูดอะไรกับน้องชายต่อ ถังจินเยว่ก็เดินเข้ามาพอดี “อ้าวพี่ใหญ่กลับมานานแล้วหรือเจ้าคะ” “พี่พึ่งมาถึงน่ะ เอานี่ไปเก็บสิ แล้วก็นี่ถังหูลู่พี่ซื้อมาฝาก” เมื่อเห็นน้องสาวเดินมา ถังรั่วอวิ๋นก็ส่งตะกร้าที่ใส่เสื้อผ้าให้กับน้องสาว พร้อมกับถังหูลู่อีกสองไม้ ถังจินเยว่ที่เห็นว่าในตะกร้ามีเสื้อผ้าอยู่ ก็ถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ทำให้นางยิ้มจนแก้มแทบแตกนั่นก็คือ ถังหูลู่ที่พี่ชายส่งให้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังอดที่จะพูดออกไปด้วยความเขินอายไม่ได้ “ข้าไม่ใช่เด็กเหมือนน้องสามนะเจ้าคะ” “ถ้าไม่กินงั้นพี่กินเองก็ได้” “ได้อย่างไรเจ้าคะ ซื้อมาให้ข้าแล้วมันก็ต้องเป็นของข้าสิเจ้าคะ” ถังจินเยว่แย่งเอาถังหูลู่จากมือของพี่ชาย ก่อนที่จะเดินไปหิ้วเอาตะกร้าที่พี่ชายสะพายมาจากตลาดเข้าไปในบ้าน แล้วนำของที่อยู่ในนั้นเก็บเข้าที่ จากนั้นก็เดินออกมาหาถังรั่วอวิ๋น ที่นั่งเล่นอยู่กับถังซินหยานที่หน้าบ้าน “เป็นอย่างไรเจ้าคะ ขายได้ราคาดีหรือไม่” “ราคาดีเลยแหละ ต่อไปนี้เราสามคนจะได้มีบ้านดี ๆ อยู่กันแล้วนะ จะไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เวลาที่พายุมาอีกแล้ว” ทุกครั้งที่มีพายุถล่ม สามพี่น้องจะต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน ด้วยกลัวว่าหลังคาจะถูกพายุหอบหนี “จริงหรือเจ้าคะ” “จริงสิ พี่จะโกหกเจ้าทำไม เดี๋ยวยามเซินช่างก็จะมาดูบริเวณที่จะสร้างบ้านแล้ว”(ยามเซิน 15:00-16:59) “ข้าดีใจเจ้าค่ะพี่ใหญ่” “พี่สัญญา ต่อแต่นี้เป็นต้นไป พี่จะทำให้เจ้ากับอาหยานอยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องลำบากแบบนี้อีกแล้ว” “ข้าอยู่อย่างไรก็ได้เจ้าค่ะ ขอเพียงแค่มีพี่ใหญ่กับน้องสามอยู่ด้วยกันก็พอ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม