ตอนที่ 13
หลังจากออกมาจากร้านไม้ ถังรั่วอวิ๋นก็เดินเข้าไปร้านตีเหล็กที่อยู่ข้าง ๆ กัน
“หนุ่มน้อย ต้องการอะไรอย่างนั้นหรือ”
หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าร้าน เอ่ยถามถังรั่วอวิ๋นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
ถังรั่วอวิ๋นที่เห็นแบบนั้น ก็เดินเข้าไปหาในทันที นาน ๆ ทีจะได้เจอคนที่ไม่มองเขาด้วยสายตาดูถูกสักครั้ง
เด็กหนุ่มหารู้ไม่ว่า หากเขาเดินเข้าร้านตีเหล็กก่อนที่จะไปร้านไม้ ก็จะได้รับสายตาดูถูกเฉกเช่นเดียวกันกับร้านอื่น ๆ นั่นแหละ
แต่ที่มาร้านนี้แล้วได้รับการต้อนรับที่ดีก็เป็นเพราะว่า หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าร้านคนนี้ ได้ยินการพูดคุยของถังรั่วอวิ๋นกับจางหมิ่น แม้ว่าจะไม่ได้ยินทั้งหมด เพราะเสียงสนทนาที่ค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ แต่นั่นก็เป็นตัวบ่งชี้ว่า เด็กหนุ่มได้รับการยอมรับจากร้านค้าไม้แล้ว และน่าจะมีเงินจริง ๆ ถึงได้คุยกันอยู่นาน
และเมื่อเห็นว่าถังรั่วอวิ๋นมีท่าทีสนใจร้านของนาง จึงให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
“ข้าต้องการให้ตีเหล็กขึ้นรูป ที่นี่รับทำหรือไม่ขอรับ”
“ต้องให้คนตีเขาดูก่อนนะ ว่าแบบที่อยากได้นั้นจะทำได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ แต่ว่าข้าไม่ได้วาดแบบมาด้วย ที่นี่มีกระดาษให้ข้าวาดหรือไม่ขอรับ”
เขามาที่นี่มือเปล่า ทั้งยังไม่ลืมคิดเรื่องวาดแบบไปเสียสนิท มานึกขึ้นได้ก็ตอนที่ผู้หญิงคนนี้ทักขึ้นมา และหากจะให้เขาไปเดินหาซื้อกระดาษอีกล่ะก็ เขาคงจะไม่ไหวแน่ ๆ เขาขี้เกียจที่จะต้องเดินวกไปวนมาแล้ว
“มี ๆ รอครู่หนึ่งนะ”
หญิงวัยกลางคนเดินหายเข้าไปในร้าน ทางด้านถังรั่วอวิ๋นก็ดูของที่ว่างขายหน้าร้านเพื่อฆ่าเวลา ผ่านไปครูหนึ่งหญิงคนนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับกระดาษและแท่นหมึก ทั้งยังมีชายรูปร่างสูงใหญ่เดินตามออกมาด้วย ซึ่งดูจากท่าทีแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้าน
“เจ้าต้องการให้ข้าตีเหล็กให้อย่างนั้นหรือ”
“ขอรับ แต่ข้าขอวาดแบบให้สักครู่นะขอรับ”
ถังรั่วอวิ๋นรับกระดาษมา จากนั้นก็ลงมือวาดรูปจอบและคราดออกมา ผ่านไปครู่หนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย เขาจึงยื่นกระดาษให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า
และเมื่อชายเจ้าของร้านเห็นภาพวาดแปลก ๆ ของถังรั่วอิ๋น หัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันในทันที ตั้งแต่ที่ทำอาชีพช่างตีเหล็กมา เขาไม่เคยเห็นอะไรที่มีรูปร่างเช่นนี้เลย
“มันคืออุปกรณ์อะไรอย่างนั้นหรือ”
“มันเป็นอุปกรณ์การขุดขอรับ”
“ถ้าต้องการอุปกรณ์การขุด ใช้เสียมก็ได้นี่”
เมื่อได้รับคำตอบจากถังรั่วอวิ๋น เจ้าของร้านตีเหล็กก็ยิ่งไม่เข้าใจ ก็ในเมื่อจะนำไปขุดมันก็สามารถใช้เสียมได้มิใช่หรือ แล้วทำไมจะต้องอยากได้ที่ขุดดินแบบใหม่ด้วย
“ถ้าใช้สิ่งนี้มันจะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นขอรับ”
“ดูเจ้าจะมั่นใจมาก ว่ามันใช้งานได้ดีกว่าเสียมที่ข้าบอก”
“ถ้าหากว่าท่านไม่เชื่อ ก็พิสูจน์ดูได้ไม่ใช่หรือขอรับ”
การที่จะบอกว่าการใช้จอบสามารถทำให้งานเดินไวกว่าการใช้เสียม แค่พูดปากเปล่าใครจะเชื่อ เพราะทุกคนต่างก็ใช้เสียมขุดมาเป็นเวลาช้านาน
“ได้ หากว่ามันขุดได้เร็วกว่าเสียมของข้าจริง ๆ ข้าจะไม่คิดเงินเจ้า”
“ตกลงตามนั้นขอรับ ถ้าเช่นนั้นทำมาอย่างละสองชิ้นเลยก็ได้ ข้ามั่นใจว่าข้าจะไม่เสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว”
ถังรั่วอวิ๋นตอบตกลงอย่างมั่นใจ อย่างไรเสียเขาก็จะเป็นผู้ชนะแน่นอน จึงได้บอกให้ช่างทำขึ้นมาสองอัน
“หึ แต่ถ้ามันไม่สมกับราคาคุยของเจ้าแล้วล่ะก็ เจ้าจะต้องจ่ายค่าแรงข้าสองเท่านะ”
“ได้ขอรับ เช่นนั้นวันพรุ่งนี้เดี๋ยวข้าจะมาเอานะขอรับ”
เด็กหนุ่มตกปากรับคำในทันที หลังจากนั้นก็พูดคุยรายละเอียดกับช่างตีเหล็กอีกนิดหน่อย ก็เดินออกจากร้านไป
“ดูเด็กนั่นมีความมั่นใจมากเลยนะ ไม่กลัวว่าจะเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์หรอกหรือ”
“หากว่ามันขุดได้ไวกว่าเสียมจริง ๆ เราก็มีทางที่จะมีรายได้เพิ่มมิใช่หรือ”
ช่างตีเหล็กเอ่ยขึ้น เขาไม่รู้หรอกว่าคำพูดของเด็กนั่นจะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่หากว่ามันทำออกมาแล้ว ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้นจริง มันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ แต่หากว่ามันทำไม่ได้อย่างที่เด็กนั่นโอ้อวดไว้ล่ะก็ เด็กนั่นจะต้องจ่ายเงินเขาสองเท่า ไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็มีแต่ได้กับได้
“จริงด้วย เป็นข้าที่คิดน้อยไปเอง”
“เอาเถอะ ๆ ข้าจะรีบไปทำให้มันเสร็จดีกว่า”
หลังจากที่ถังรั่วอวิ๋นออกมาจากร้านตีเหล็กแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินไปยังร้านผ้าที่เขาเคยไป เพื่อที่จะซื้อชุดให้กับน้องสาวกับตัวเองเพิ่ม เพราะครั้งก่อนพวกเขาได้กันคนล่ะตัว ครั้งนี้จึงกะจะซื้อไปเพิ่มอีกสักสองสามตัว
ครั้งนี้ที่ถังรั่วอวิ๋นเดินเข้าไปในร้าน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่ก็ไม่มีพนักงานคนไหนที่มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามอีก คิดว่าพี่สาวคนสวยเมื่อตอนนั้น คงได้อบรมคนในร้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เด็กหนุ่มเลือกเอาเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น ส่วนพวกหมอนหรือว่าผ้าห่ม เขาค่อยมาซื้อหลังจากที่สร้างบ้านหลังใหม่เสร็จ เพราะของที่มีอยู่ก็ยังสามารถใช้ได้ปกติดี
เมื่อออกจากร้านขายผ้า ถังรั่วอวิ๋นก็เดินไปที่ร้านรับฝากเงิน เพราะไม่กล้าที่จะเก็บเงินไว้กับตัว ด้วยกลัวว่าจะเป็นอันตราย เด็กหนุ่มเหลือเงินติดตัวไว้เพียงแค่สองร้อยตำลึงเท่านั้น
หลังจากออกจากร้านฝากเงิน ก็มุ่งหน้าไปที่จุดจอดเกวียนรับจ้างทันที เพื่อที่จะจ้างให้เข้าไปส่งในหมู่บ้าน ระหว่างทางเขาก็แวะซื้อถังหูลู่ให้กับน้อง ๆ คนละสองไม้ เป็นการปลอบใจที่ทั้งสองคนไม่ได้มาที่ตลาดด้วย
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่มาแล้ว”
ถังซินหยานที่นั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านร้องดีใจ พร้อมกับลุกวิ่งเข้าใส่ถังรั่วอวิ๋น เมื่อเห็นว่าพี่ชายเดินลงมากจากเกวียน
“พี่กลับมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้างอาหยานอยู่กับพี่รอง ดื้อหรือไม่”
“หยานหยานไม่ดื้อ หยานหยานเป็นเด็กดี”
“เป็นเด็กดีจริง ๆ หรือ”
“เด็กดี ๆ”
“มา ถ้าเป็นเด็กดีพี่ใหญ่ก็มีรางวัลให้”
ถังรั่วอวิ๋นยิ้มกับคำตอบของน้องชายตัวน้อย ก่อนที่จะหยิบเอาถังหูลู่ที่อยู่ในตะกร้าออกมาให้น้องชาย แต่ด้วยความที่ถังซินหยานไม่เคยได้เห็นเลยสักครั้ง เด็กน้อยจึงพูดถามด้วยความสงสัย
“หู สีสวย พี่ใหญ่คือไร”
“อันนี้เขาเรียกว่าถังหูลู่ พี่ใหญ่ซื้อมาให้เป็นรางวัลของเด็กดี”
ถังรั่วอวิ๋นรู้สึกสะท้อนใจกับคำถามของน้องชายเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมานั้น อย่าว่าแต่ถังหูลู่ที่ไม่เคยกิน แม้แต่เห็นน้องชายก็ไม่เคยเห็นมันเลยด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้พูดอะไรกับน้องชายต่อ ถังจินเยว่ก็เดินเข้ามาพอดี
“อ้าวพี่ใหญ่กลับมานานแล้วหรือเจ้าคะ”
“พี่พึ่งมาถึงน่ะ เอานี่ไปเก็บสิ แล้วก็นี่ถังหูลู่พี่ซื้อมาฝาก”
เมื่อเห็นน้องสาวเดินมา ถังรั่วอวิ๋นก็ส่งตะกร้าที่ใส่เสื้อผ้าให้กับน้องสาว พร้อมกับถังหูลู่อีกสองไม้
ถังจินเยว่ที่เห็นว่าในตะกร้ามีเสื้อผ้าอยู่ ก็ถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ทำให้นางยิ้มจนแก้มแทบแตกนั่นก็คือ ถังหูลู่ที่พี่ชายส่งให้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังอดที่จะพูดออกไปด้วยความเขินอายไม่ได้
“ข้าไม่ใช่เด็กเหมือนน้องสามนะเจ้าคะ”
“ถ้าไม่กินงั้นพี่กินเองก็ได้”
“ได้อย่างไรเจ้าคะ ซื้อมาให้ข้าแล้วมันก็ต้องเป็นของข้าสิเจ้าคะ”
ถังจินเยว่แย่งเอาถังหูลู่จากมือของพี่ชาย ก่อนที่จะเดินไปหิ้วเอาตะกร้าที่พี่ชายสะพายมาจากตลาดเข้าไปในบ้าน แล้วนำของที่อยู่ในนั้นเก็บเข้าที่ จากนั้นก็เดินออกมาหาถังรั่วอวิ๋น ที่นั่งเล่นอยู่กับถังซินหยานที่หน้าบ้าน
“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ขายได้ราคาดีหรือไม่”
“ราคาดีเลยแหละ ต่อไปนี้เราสามคนจะได้มีบ้านดี ๆ อยู่กันแล้วนะ จะไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เวลาที่พายุมาอีกแล้ว”
ทุกครั้งที่มีพายุถล่ม สามพี่น้องจะต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน ด้วยกลัวว่าหลังคาจะถูกพายุหอบหนี
“จริงหรือเจ้าคะ”
“จริงสิ พี่จะโกหกเจ้าทำไม เดี๋ยวยามเซินช่างก็จะมาดูบริเวณที่จะสร้างบ้านแล้ว”(ยามเซิน 15:00-16:59)
“ข้าดีใจเจ้าค่ะพี่ใหญ่”
“พี่สัญญา ต่อแต่นี้เป็นต้นไป พี่จะทำให้เจ้ากับอาหยานอยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องลำบากแบบนี้อีกแล้ว”
“ข้าอยู่อย่างไรก็ได้เจ้าค่ะ ขอเพียงแค่มีพี่ใหญ่กับน้องสามอยู่ด้วยกันก็พอ”