ตอนที่3

3331 คำ
“โสกำลังคิดค่ะพี่หน่อง พอดีโศเพิ่งเข้ามารับงานเต็มตัวก็เลยมาดูงานที่นี่ก่อนค่ะ รอเสร็จแล้วโสจะต้องนำไปเสนอที่บริษัทของยัยนินแน่นอนค่ะ” “ดีครับ พี่จะได้ไปเที่ยวสุโขทัยบ้าง” หน่องพูดคุยกับสองสาวหนึ่งหนุ่มเรื่องห้องพักและกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้องการเข้าใจตรงกันแล้วก็แยกย้ายกันพานักท่องเที่ยวที่กินอาหารกลางวันอิ่มแล้วไปห้องพักซึ่งมีพนักงานชายหญิงหกคนช่วยกันบริการแขกจนเสร็จเวลาผ่านบ่ายโมง นักท่องเที่ยวก็เดินออกมาจากห้องพักที่เป็นบ้านหลังเล็กเรียงตามเนินเขาลดหลั่นไปยี่สิบหลังมีหลังเล็กสิบหลังสำหรับสองคนและหลังใหญ่อีกสิบหลังสำหรับคอบครัวและเพื่อนๆที่มาเป็นกลุ่มตั้งแต่ห้าคน ถึงสิบคนและตึกสองชั้นหันหน้าไปทางแม่น้ำแควมีห้องพักกว่ายี่สิบห้องและเรือนแพลอยอยู่ในแม่น้ำแควอีกยี่สิบหลัง ฝั่งตรงข้ามก็มีรีสอร์ทเหมือนกันและมีเส้นทางรถไฟสายมรณะติดหน้าผาเลียบฝั่งแม่น้ำแควมีระยะทางสี่ร้อยเมตรมีสถานีอยู่ที่ถ้ำกระแซะเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดและอันตรายที่สุด “น้องแพมสองคนนั้นเขากิ๊กกันอยู่เหรอคะ” หน่องกระซิบถามเลอมานเมื่อวิธานกับโศรดาพานักท่องเที่ยวไปขี่ช้างและขับรถเอวีตะลุยป่าและไปเที่ยวชมสวนกล้วยไม้ “ค่ะ กำลังจีบกันจริงๆจังๆค่ะ หลังจากเหล่กันไปมาจนแพมเบื่อที่จะชงแล้ว” เลอมานมองตามหลังเพื่อนกับพี่ชายไปด้วยรอยยิ้มหากพี่ชายรักกับโศรดาก็จะดีมากเลย “แม่สื่ออยู่นี่เอง ว่าแต่น้องแพมละคะ มาอยู่ไกลอย่างนี้ไม่กลัวแฟนมีกิ๊กบ้างเหรอคะ ช่วงนี้มีข่าวด้วยนะคะ” หน่องถามเพื่อนเจ้านายที่สนิทกนดีเพราะเอาทัวร์มาลงบ่อยและเห็นข่าวแฟนหนุ่มไฮโซของเลอมานมีข่าวกับไฮโซสาวก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “ไม่หรอกค่ะพี่หน่อง หากเขารักแพมจริงถึงอยู่ไกลแค่ไหนก็ไม่วอกแวกค่ะ แต่ถ้าเขาไม่รักเราต่อให้ตัวติดกันเขาก็หาทางไปจนได้แหละค่ะ อีกอย่างแพมกับวัตเราเริ่มต้นเป็นเพื่อนกันมาก่อนแต่อนาคตยังไม่แน่นอนค่ะตอนนี้แพมยังสนุกกับงานค่ะ รออีกสักสองสามปีค่อยว่ากันค่ะถ้าเขารอไหวนะ” ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้แต่เมื่อวานเห็นคาตาและหลักฐานยังอยู่ในโทรศัพท์ แต่เธอจะรอดูให้เรวัตชัดเจนมากกว่านี้ก่อนค่อยบอกเลิก “แหม คุณเรวัตนี่โชคดีที่สุดแล้วที่ได้เป็นแฟนน้องแพม ถ้าปล่อยน้องแพมหลุดมือล่ะก็พี่ว่าสะโององูไม้เอกแน่ๆเลยค่ะ” หน่องจีบปากพูดเพราะเรื่องเหม็นๆคาวๆนี่เธอชอบ “เราไปดูแขกกันดีกว่าค่ะ” เลอมานมองพนักงานเช็คนักท่องเที่ยวยยี่สิบคนคนลงแพใหญ่และมีแพเล็กลากไปด้วยด้านหลังสองแพด้านข้างมีแพเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวบริการแขกล่องแพไปตามแม่น้ำแควเพื่อพานักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำตกไทรโยคใหญ่ที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควและแพนักท่องเที่ยวชาวไทยและมีต่างชาติปะปนก็กลับมาพอดีแต่ที่น้ำตกก็จะมีแพของรีสอร์ทใกล้เคียงพานักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำเหมือนกัน เลอมานพกกล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะจะได้ถ่ายภาพเก็บไว้ไปทำโบชัวร์โปรโมตที่จะต้องเปลื่ยนรูปภาพเพื่อไม่ให้ซ้ำกันกับภาพที่โปรโมตไปครั้งก่อน ฝ่ายโศรดาก็ไปดูแลนักท่องเที่ยวแปดคนที่จะไปขี่ช้างและอีกกลุ่มหนึ่งสิบกว่าคนแยกไปขับรถเอทีวีตะลุยป่าเพื่อไปชมสวยกล้วยไม้กับวิธานและพนักงานอีกสองคนตามไปดูแลนักท่องเที่ยวจนเย็นทุกคนก็พานักท่องเที่ยวกลับเข้าที่พักเพื่อกินอาหารค่ำชมวิวบรรยากาศแม่น้ำแควตอนกลางคืนบนแพมีทั้งนักร้องและดีเจเปิดเพลงให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกันเต็มอิ่มกว่าแพจะกลับถึงรีสอร์ทก็ห้าทุ่มกว่าทุกอย่างก็กลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติแต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวบางคนกลับมาดื่มต่อที่รีสอร์ท “เฮ้อ., เหนื่อยจังอ่ะแพม” โศรดาพูดกับเพื่อนแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา งานที่รีสอรท์ของเธอไม่ได้ทำเยอะขนาดนี้เพราะนักท่องเที่ยวเข้าพักไม่เยอะ “ช่วงไฮซีซั่นก็เหนื่อยแบบนี้แหละแก แพมถึงไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพไง ยกเว้นจำเป็นจริงๆแต่ช่วงหน้าฝนก็ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เพราะนักท่องเที่ยวน้อยแต่ก็มีเข้าพักทุกวัน พนักงานก็ชอบช่วงไฮนี่แหละได้ทิปเยอะ” ตอนนี้เดือนกุมภาพันธ์มันยังหน้าหนาวอากาศดี “โศแค่อยากให้มีแขกเข้าพักทุกวัน แต่ฟังพี่ธานพูดแล้วคงทำเหมือนที่นี่ไม่ได้เพราะสถานที่ไม่เหมือนกับที่นี่ รีสอร์ทของโศมีแต่สวนผลไม้เป็นเนินเขาไม่มีป่าหรือลำธารเหมือนที่รีสอร์ทของแพม” โศรดาเข้าใจสิ่งที่วิธานบอกเธอก็ทำใจแต่ยังไม่หมดหวังเพราะพี่ชายเพื่อนบอกว่าจะไปดูสถานที่ให้เธอก่อนว่าจะทำได้มั้ยหรือทำอะไรได้บ้าง “เชื่อมือพี่ธานเถอะ ขานั้นน่ะไอเดียเขาเยอะเดี๋ยวจะให้ยืมตัวไปใช้งานถ้าถูกใจจะยึดไว้ที่โน่นเลยแพมไม่ว่านะ คริๆ” เลอมานแซวเพื่อนหลังจากพี่ชายกับเพื่อนคุยกันเมื่อกลางวันเธอรู้สึกว่าทั้งสองก้าวหน้าขึ้นพี่ชายเธอไม่เอะอะหรือพูดเสียงดังใส่เพื่อน “บ้า, เขาแค่ไปช่วยดูย่ะ ไปอาบน้ำดีกว่า” โศรดาลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปห้องพักของเธอ “จ้าแม่คนปากแข็ง แกรู้มั้ยนังโศว่าพี่ธานเขาเนื้อหอมสาวๆแถวนี้มาหาหัวกระไดไม่แห้งเลยนะจะบอกให้ขืนช้าแกจะกินแห้วนะยะ” “แบรร่ะ” โศรดาเปิดประตูห้องก่อนจะหันกลับมาแลบลิ้นใส่เพื่อนแลัวผลุบหายเข้าห้อง “แกไม่รอดมือพี่ชายแพมหรอกยัยโศ เห่อๆๆๆ.” เลอมานหัวเราะแล้วเดินเข้าห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำพักผ่อนพรุ่งนี้ยังต้องไปช่วยดูแลนักท่องเที่ยวอีก “ก๊อกๆ ก๊อกๆ” “น้องแพมคะ พี่หมายเองค่า” หมายส่งเสียงให้เจ้านายสาวรู้ว่าเป็นเธอ “ค่ะพี่หมาย”เลอมานเดินเช็ดผมมาเปิดประตูให้พี่เลี้ยงสาวใหญ่ “พี่เอารังนกกับนมมาให้ค่ะ อย่าลืมดื่มด้วยนะคะ เดี๋ยวพี่จะเอาไปให้น้องโศก่อนนะคะ” หมายวางแก้วนมกับรังนกไว้บนโต้ทำงานแล้วเดินเอาไปให้โศรดาเพื่อนของเจ้านายสาวที่ไปช่วยงานจนหมดแรงกลับมาด้วยกัน เสียงโทรศัพท์ของเลอมานดังขึ้นหญิงสาวหยิบมาดูก็เห็นสายของเพื่อนรักเจ้าของทัวร์กลุ่มใหญ่ที่เอามาลงวันนี้จึงกดรับสาย “หวัดดีจ้ะนิน กลับมาแล้วเหรอ” “กลับพรุ่งนี้จ้ะ ขอบใจแกกับยัยโศมากที่ช่วยพี่หน่องดูแลทัวร์” “ไม่เป็นไรแกแค่นี้เอง แพมยังต้องพึ่งพาแกกับพี่นนท์อีกเยอะ” “ยังไงฉันต้องขอบใจแกอยู่ดีน่ะ ไม่มีอะไรแล้วแกพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้จะโทรหานะ ฝันดีนะแพม” “เครจ้า ฝันดีนะนิน” เมื่อคุยกับเพื่อเพื่อนเสร็จผมก็แห้งพอดีหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจะทิ้งให้พนักงานดูแลก็ดูแลไม่ทั่วถึงจึงแบ่งกันดูแลเพราะมีทั้งแขกไทยและต่างชาติ สองคืนสามวันกำลังจะผ่านไปวันนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะต้องกลับทุกคนก็ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวหลังจากกินอาหารกลางวันแล้วทุกคนก็จะไปเที่ยวสุสานพันธมิตรก่อนกลับกรุงเทพหลังจากส่งนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ขึ้นรถกลับไปแล้วทั้งสามก็หันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจพร้อมกัน “เฮ้อ/เฮ้อ.” “เหนื่อยล่ะสิ แล้วอย่างนี้จะไหวเหรอโศหากทำเหมือนที่นี่” วิธานมองสาวตัวเล็กที่เหงื่อแตกแต่ก็สู้ไม่มีบ่น “ไหวสิคะ โศไม่ท้อหรอกค่ะมันก็สนุกดี”ใช่มันทั้งเหนื่อยทั้งสนุกแม้อากาศกลางวันจะร้อนแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังสนุก งานบริหารกับงานบริการที่ลงมาดูแลสัมผัสด้วยเองต่างกันมากพ่อของเธอก็ดูแลดีแต่ไม่ถึงกับลงไปคลุกคลีก็จะสั่งลูกน้องคนงานพนักงานทำมากกว่า แต่วิธานกับเลอมานต่างออกไปสองพี่น้องทำงานเหมือนพนักงานคนหนึ่งไม่จิกใช้หากอันไหนทำได้ก็จะทำเลยไม่รอให้พนักงานหรือแม่บ้านมาทำ “พี่จะคอยดู ไปพักกันเถอะไม่มีอะไรแล้วที่เหลือเดี๋ยวพี่จัดการเอง”วิธานบอกสองสาวให้ไปพักเพราะเหนื่อยมาสองวันแล้วแต่จะเหนื่อยไปทางการสื่อสารพูดคุยเพราะนักท่องเที่ยวเป็นฝรั่งถึงแม้พนักงานบางคนจะพูดได้แต่เยอะอย่างนี้ก็ดูแลไม่ทั่วถึง วิธานพูดแล้วก็เดินไปทางโซนไต่เชือกที่มี่กลุ่มทัวร์ของทางอำเภอหนึ่งของภาคเหนือมาพักและกำลังเล่นไต่เชือกลงไปที่แม่น้ำแคว “โอเคค่ะ ไปเถอะโศ แพมขอพักสมองสักสองสามชั่วโมงเดี๋ยวเย็นค่อยลงไปดูแพดินเนอร์” เลอมานชวนเพื่อนไปพัก “แพมไปก่อนนะเดี๋ยวโศตามไป” โศรดาพูดกับเพื่อนแล้วเดินไปทางเดียวกับพี่ชายของเธอ “ตามสบายนะเพื่อน พี่ชายแพมเลี้ยงง่าย”เลอมานไม่วายแซวเพื่อนก่อนจะเดินกลับไปที่บ้านเพื่อนเช็คอีเมลที่ลูกค้าจองห้องพักว่าพนักงานจัดการหรือยังเพื่อป้องกันความผิดพลาด สาธารณรัฐฝรั่งเศส หรือประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตกทอดตัวตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจนถึงช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือและจากแม่น้ำไรน์จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก มีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยี่ยม ลักเซมเบิร์ก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ โมนาโกและสเปน เป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวกว่าแปดสิบสองล้านคนต่อปี แบรด มาร์โกล หนุ่มหล่อรูปร่างล่ำสันกำยังหน้าคมคิ้วเข้มผมสีทองดวงตาสีฟ้าคมกล้าเป็นประกายแวววับ ชนิดที่สาวๆสบตาแล้วต้องอ่อนระทวย นิสัยขี้เล่นทะลึ่งนิดๆชอบความสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้ เอ็นจอยกับชีวิตจนเหมือนเขาจะเป็นพวกรักสนุกไปวันๆไม่จริงจังกับชีวิต แต่ความเป็นจริงเขาจริงจังกับงาน เป็นกันเองตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมให้เสียอารมณ์ ชอบก็บอกว่าชอบ เป็นคนง่ายๆ แต่ข้อเสียคือ พี่แกเจ้าชู้ใช่เล่น เรียกได้ว่าเป็นนักรักตัวฉกาจไม่แพ้หนุ่มชาติไหนเลยทีเดียว แบรดเป็นทายาทคนโตของบริษัท D Mont France Airline สายการบินชื่อดังของประเทศฝรั่งเศสสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษอัศวินขุนนางชั้นสูงจากแคว้นนอร์ม็องดีหรือสมัยนั้นเรียกกันว่าไวกิ้ง และยังมีธุรกิจอีกมากมายในมือที่มอบหมายต่อให้ทายาทในตระกูลทำและทำเงินให้ต่อปีนับไม่ถ้วน ตึกสูงสามสิบห้าชั้นกลางกรุงปารีส อนาจักรของแบรดตั้งแต่ชั้นสามสิบถึงสามสิบถึงชั้นสามสิบห้าและลานจอดรถหรูของเขาก็อยู่ชั้นสามสิบที่มีลิฟต์ส่วนตัวแยกจากชั้นหนึ่งถึงชั้นยี่สิบเก้าที่เป็นสำนักงานของบริษัท D Mont หรือ D Mont France Airline (ดี ม็องค์ ฟรานซ์ แอร์ไลน์) และ D Mont Bank ( ธนาคาร ดี ม็องค์ )ของตระกูล มาร์โกล ที่สืบเชื้อสายมาจากขุนนางเก่าผู้มั่งคั่งเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้วส่งมาถึงลูกหลานถึงยุคนี้ที่เลือนหายไปตามกาลเวลาแต่ผู้คนในฝรั่งเศสจะรู้ดีว่าตระกูลนี้ร่ำรวยมหาศาลและมีอิทธิพลในรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัยจนมาถึงรุ่นของแบรด มาร์โกล หนุ่มหล่อผู้มีอิทธิพลอายุยังน้อยทั้งที่เขาไม่ได้สนใจแค่สานต่อจากปู่และพ่อเท่านั้น แบรดยืนมองออกไปนอกกระจกห้องทำงานของเขาชั้นยี่สิบเก้าที่มีแค่เลขาประจำสำนักงานสี่คนที่แยกทำงานในส่วนธนาคารสองคนและของสายการบินสองคนและยังมีเลขาส่วนตัวที่ต้องรับรู้ทุกเรื่องและดูแลเจ้านายตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอนและยังควบตำแหน่งบอดี้การ์ดอีกสองคนคือจอนนี่กับอังเดรแล้วยังเป็นเพื่อนกันอีก ทั้งสองถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กสืบทอดมาจากปู่และพ่อที่เป็นบอดี้การ์ดคนสนิทของมิสเตอร์เจสันและมิสเตอร์ริชาร์ด แม้ว่าฐานะของพวกเขาจะเข้าขั้นเศรษฐีแต่ก็แค่เศษหนึ่งเปอร์เซ็นหากเทียบกับทรัพย์สินของมาร์โกลและยังมีหุ้นของธนาคารที่ปู่ของแบรดมอบให้คนสนิทอย่างปู่กับตาของทั้งสองอีกคนละสองเปอร์เซ็นแค่นี้พวกเขาไม่ทำงานก็มีกินมีใช้พวกเขาก็เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก “คุณแบรดครับ วันนี้เรามีประชุมกับทีมบริหารเวลาบ่ายโมง แล้วไปตรวจการผลิตอาหารและน้ำดื่มตอนสี่โมงถ้าประชุมไม่ยืดเยื้อนะครับ” อังเดรรายงานเจ้านายโดยที่ไม่ต้องเปิดแท็บเล็ต “เช้านี้ล่ะไม่มีงานเหรอ” “มีครับ จอนนี่กำลังเอาเข้ามาครับ” “นี่งานทั้งหมดของเช้านี้ครับ” จอนนี่บอกเจ้านายขณะเข็ญรถเอกสารเข้ามาในห้องทำให้แบรดส่ายหัว “นี่ฉันไม่ได้ทำงานมากี่เดือนแล้ววะจอนนี่” แบรดนั่งลงที่โต้ะทำงานมองคนสนิททั้งสองช่วยกันยกเอกสารมาเรียงเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เขาตรวจทานและเซ็นชื่อเพื่ออนุมัติให้แต่ละแผนกเพื่องานจะได้ไม่ติดขัด และงานที่ยังไม่เรียบร้อยหรือสิ่งที่ขอมามันไม่มีเหตุผลเลขาหน้าห้องทั้งสามก็จะกลั่นกรองคัดแยกไว้ต่างหาก “นี่แค่สองวันครับ และยังมีที่ จิม มอลลี่ ฟรอยด์ กับอิงกริด ที่ยังตรวจไม่เสร็จอีกประมาณนี้แหละครับ” จอนนี่ตอบเจ้านายที่ก้มหน้าทำงานทำให้เขากับอังเดรกลับไปหน้าห้องและทำงานของตน ห้องทำงานขนาดใหญ่กินพื้นที่ของชั้นยี่สิบเก้าครึ่งหนึ่งและสามารถมองเห็นปารีสได้ครึ่งเมืองและยังเห็นหอไอเฟลอยู่ไม่ไกล แยกห้องรับแขกไว้อีกฝั่งหนึ่งของห้องทำงานส่วนและอีกฝั่งก็เป็นตู้เอกสารสำคัญและมีโต้ะทำงานของคนสนิททั้งสองอยู่หน้าห้องที่มีกระจกใสกั้นอยู่ไม่มีผ้าม่านปิดเปิดโล่งให้เห็นกันชัดเจน อีกฝั่งของตึกก็เป็นห้องทำงานของเลขาทั้งสี่ คือ จิม หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบที่ทำงานมาเกือบสิบห้าปีตั้งแต่ยุคปลายของคุณริชาร์ดทำงานได้เรียบร้อยจัดการตามคำสั่งเจ้านายเป้ะๆ ฟรอยด์ หนุ่มหล่อวัย สามสิบสี่ วันเดียวกับแบรดและมาเริ่มงานพร้อมกับแแบรดเมื่อแปดปีก่อนหลังจากมาฝึกงานที่นี่และเรียนที่เดียวกับเจ้านายแต่คนละสาขาและเขาได้เกียรตินิยม นั่นเป็นใบเบิกทางให้หนุ่มเนิร์ดได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมเลขาของแบรดและนิสัยตรงไปตรงมาขยันซื่อสัตย์เหมือนทุกคน และ อิงกริด สาวใหญ่วัยสี่สิบห้าที่ทำงานมาเกือบยี่สิบปีและเป็นคนละเอียดอ่อนงานทุกอย่างต้องผ่านมือเธอแล้วใครคิดจะหมกเม็ดก็ไม่สามารถหลุดลอดสายตาเธอไปได้ คนสุดท้าย มอลลี่ สาวแว่นวัยสามสิบปี ที่จบเลขานุการและยังได้เกียรตินิยมที่เป็นใบเบิกทางให้ได้รับตำแหน่งเลขาของซีอีโอของ ดีม็องค์ฯ ส่วนเรื่องเงินเดือนของแต่ละคนไม่ต้องพูดถึงไหนจะสวัสดิการณ์อีกหลายอย่างที่มัดใจให้ทุกคนซื่อสัตย์กับเจ้านายและบริษัท “เฮ้ พี่ชายเที่ยงแล้วนะครับ ไปกินข้าวกันเถอะ” รุยส์ หนุ่มหล่อลูกครึ่งวัยยี่สิบสองที่เข้ามาช่วยงานการตลาดในระยะสั้นตอนปิดคลอสเพราะกำลังเรียนโทที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษ “นายก็ไปกินสิจะมารอพี่ทำไม” แบรดพูดทั้งที่สายตาของเขายังอ่านแฟ้มงานอยู่ “ไปเถอะครับ กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะพี่แบรด ถ้าเราอิ่มสมองมันก็แล่นปื้ด แล่นปื้ด เร็วๆสิครับ” รุยส์เร่งพี่ชายยิ่งเห็นงานของแบรดกองท่วมโต้ะอย่างนี้ทำเอาเขาขยาดและคิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ได้เกิดมาเป็นพี่ชายคนโต “อะไรของนาย แล่นปื้ด แล่นปื้ด” “ก็สมองแล่นคิดอะไรก็ออกไงครับ ภาษาไทยเขาเรียกว่าแล่นปื้ด วันนี้ภาษาไทยวันละคำคือ แล่นปื้ดครับ”รุยส์เป็นเด็กหนุ่มร่าเริงใบหน้าก็คล้ายพี่ชายแต่เขาจะหน้าหวานเพราะได้เค้าแม่ที่เป็นคนไทยแต่หล่อคนละแบบกับแบรด “ถ้าพี่ไม่ไปกินข้าว พี่ก็ทำงานไม่ได้เพราะนายจะก่อกวนแบบนี้ใช่มั้ยรุยส์” แบรดวางปากกาแบรนด์ดังในมือแล้วมองน้องชายคนรองที่อายุน้อยกว่าเขาถึงสิบสองปีเพราะพ่อของเขาแต่งงานใหม่กับ อารียา ผู้หญิงไทยใจดีวัยสามสิบปีในขณะนั้นและเขาอายุสิบปีก่อนจะลองใจเธอมาถึงหนึ่งปีเต็มกลัวว่าอารียาจะมาหลอกพ่อของเขาตามที่ซาร่าน้าสาวของเขาบอกจนอารียาท้องเขาจึงยอมรับเธอ ไม่ว่าเขาจะแกล้งยังไงเธอก็ไม่เคยปริปากบอกพ่อกลับเป็นเขาเองที่เป็นคนบอกพ่อว่าแกล้งเมียใหม่พ่อ จนถึงเดี๋ยวนี้อารียาก็ยังทำตัวเหมือนเดิมทั้งที่เธอเป็นมาดาม มาร์โกล เต็มตัวและมีน้องชายจอมแสบให้เขาอีกสองคน คือ รุยส์ วัยยี่สิบสองปีและ ราอูล วัยยี่สิบปี “ครับ” น้องชายตอบเสียงดังทำให้แบรดต้องลุกขึ้นจากโต้ะทำงานเพื่อไปกินข้าวกับน้องชาย “ฉันมีเวลาให้นายครึ่งชั่วโมงรุยส์” ร่างสูงเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วจนน้องชายวิ่งตามออกมาแทบไม่ทัน “รอผมด้วยสิครับพี่แบรด” รุยส์เรียกพี่ชายก่อนจะวิ่งไปกอดคอ “นายสูงเท่าฉันเมื่อไหร่ค่อยมากอดคอละกัน” “งั้นพี่ก็กอดคอผมก่อนสิ อีกห้าปีผมรับรองว่าสูงเท่าพี่แน่ๆ” คนตัวเตี้ยกว่าพูดอย่างมายหมาดว่าจะสูงเท่าพี่ชายให้ได้ “นายนี่น่ารำคาญจริงๆรุยส์” แบรดพูดจบก็กอดคอน้องชายลงลิฟต์ไปที่ร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ที่อยู่ระหว่างซอกตึก ดี ม็องค์ กับบริษัทน้ำหอมแบรดดังของฝรั่งเศส ที่สองพี่น้องกินมาตั้งแต่เด็กเพราะเป็นร้านของเพื่อนปู่ถึงแม้จะเล็กแต่อาหารอร่อยหากจะมากินก็ต้องจองโต้ะแต่สำหรับสองหนุ่มและคนในครอบครัวจะมีโต้ะพิเศษและว่างตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องจอง “เฮ้ จาเม็ด ไม่น่าเชื่อว่านายจะอยู่ร้าน"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม