.
.
“รู้แล้วจะทำยังไงต่อหรอครับ คุณหนู....เอวา?”
หญิงสาวที่ยืนทำหน้าเหย่อหยิ่งยืนอึ้งไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าเขาจะเรียกเธอแบบนั้น อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าเรียกแบบนั้นมันคุ้นชินสำหรับเธอมากกว่า ในเมื่อโลกนี้ไม่ใช่โลกของความจริง อย่างนั้นเธอก็สามารถที่จำทำอะไรก็ได้ เอวายกยิ้มพลางกอดอกหันไปมองเหล่าบอดี้การ์ดที่กำลังเดินมาทางเธอจนครบทุกคน
“งั้นก็ดี ต่อไปก็เรียกว่าคุณหนูเอวาละกัน ตามมาสิหนุ่มๆ”
เอวายิ้มหน้าระรื่นเดินเข้าห้างไป เหล่าบอดี้การ์ดหันไปมองหน้ากันไปมาก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปเช่นกัน เอวาเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ไหนๆก็เป็นคุณหนูทั้งที่ก็ขอแต่งตัวใช้จ่ายอย่างที่คุณหนูเขาทำจะดีกว่า เพราะตอนเธออยู่โลกนั้นเธอแทบจะไม่เคยบอกไปไหนเลย นอกจากจะออกไปซื้อของกินของใช้ไว้ตุนเผื่อทั้งเดือนให้พอ เพราะเธอทำงานเขียนก็ไม่ได้คิดจะออกไปไหนอยู่แล้ว
“ประทานโทษนะครับคุณหนูเอวา...ซื้อทุกอย่างเยอะแยะ แต่ก็ไม่ซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน” - คิริน
“คิริน นายจะวุ่นวายกับเสื้อผ้าฉันทำไมนักเนี่ย” -เอวา
“มองรอบๆตัวสิครับคุณหนู ทั้งห้างรู้จักและเคารพคุณหนูนะครับ” -เสือ
“ตอนนี้เหมือนตัวตลกมากกว่า” -เคน
“ในเมื่อพวกนายขอ...ฉันก็จัดให้”
คุณหนูคนสวยของเหล่าบอดี้การ์ดยกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์หรูใกล้ๆ เสื้อผ้าร้านนี้ค่อนข้างจะดูหรูหราหมาเห่ามากจนน่าอายกว่าชุดนอนเมื่อครู่เสียอีก พวกเขามองหน้ากันและได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้เธอเลือกเสื้อผ้าอะไรที่มันดูตลกกว่านี้เลย เมื่อพวกเขาคิดได้ดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปในร้านเพื่อที่จะห้ามปรามเธอ
“ยัยคุณหนู!”
เสียงของบอดี้การ์ดหนุ่มทั้งห้าเรียกเธอพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มีเพียงฟีฟ่าที่ยกยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมกับมองของที่ตัวเองถือในมือหลายถุงแล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินตามเพื่อนๆของเขาเข้าไปในร้าน
2 ชั่วโมงผ่านไป
“เปลี่ยน สีนี้มันฉูดฉาดเกินไป”
มาเวลยืนกอดอกมองเอวาที่พึ่งเปลี่ยนชุดออกมาก้าวได้ไม่ทันสามก้าวก็ถูกบอกให้ไปเปลี่ยน เธอเองก็ลองมายี่สิบชุดเห็นจะได้แต่เหล่าบอดี้การ์ดกลับไม่ให้เธอซื้อชุดที่เธอต้องการเลยสักชุด เอวาเปลี่ยนเป็นชุดลายเดรสแขนกุดดอกสีชมพูบานเย็นเดินออกมา เคน เสือและฟีฟ่าอดที่จะขำไม่ได้ เธอเหมือนสาวรำวงเสียจริงๆ
“ชุดนี้แจ่มแมวดี” -คิริน
“ลายดอกบานสะพรั่งขนาดนี้ไปงานวัดหรอ? เปลี่ยน” -มาเวล
“โอ๊ยย! อะไรของพวกนายกันเนี่ย”
เอวาบ่นอุบแต่ก็ยอมเข้าไปเปลี่ยนแต่โดยดี ก่อนจะออกมาพร้อมกับชุดเดรสแขนสั้นสีดำสนิทรัดรูปมีเพชรประดับอยู่กลางอก มาเวลถึงกับกุมขมับ แต่ละชุดที่เธอเลือกเข้าไปช่างไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย
“ชุดนี้ก็ดี เรียบร้อยดี” -ฟีฟ่า
“จะไปงานศพหรือไง ยัยคุณหนูนี่...เปลี่ยน!”
เอวามาทำหน้าบูดเมื่อได้ยินมาเวลพูดขึ้น ก่อนที่เสือจะเดินเข้าไปยื่นชุดๆหนึ่งให้พร้อมกับยิ้มและยกนิ้วโป้งให้เธอ เอวารับมาก่อนจะยิ้มแล้วยกนิ้วโป้งกลับ มาเวลที่กำลังเงยหน้าขึ้นมามองก็ร้องห้ามไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเธอวิ่งเข้าห้องเปลี่ยนชุดอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเดินออกมาพร้อมชุดลายเสือและกระโปรงลายเสือสั้น
“ฮ่าๆๆ”
“เฮ้อ...พวกมึงนี่นะ...เธอได้ดูตัวเองในกระจกก่อนออกมาหรือเปล่า”
“ทำไมล่ะ ฉันว่ามันก็ดูดีออก...แม่เสือสาวเลยนะ”
“เหมือนเสือที่หิวโซมากกว่า ไปเปลี่ยน”
มาเวลพูดเสียงแข็งอีกครั้ง ถึงเขาจะไม่รู้เรื่องแฟชั่นมากนักแต่ก็คงไม่รสนิยมแย่เหมือนเธอแน่ๆ หลังจากที่นั่งรอมานานเป็นชั่วโมง เคนจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบชุดหนึ่งมาให้เธอแล้วยื่นให้
“ลองนี่ ฉันว่ามันเข้ากับเธอดี”
“ไม่แกล้งกันใช่ไหม?”
“ลองดูก่อนเถอะ”
เคนยืนยันพร้อมยกยิ้ม เอวารับมาก่อนจะกลับเข้าไปเปลี่ยนอีกครั้ง ไม่นานเดินรอเอวาก็เดินออกมาพร้อมกับชุดที่เคนเลือกให้ มาเวลและคนอื่นๆถึงกับมองตาค้าง เอวาในชุดไหมพรมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นเอวลอยเล็กน้อยกระดุมกระดับด้วยไข่มุก กับกระโปรงสั้นเลยเข่าสีขาวลายแถบสีดำลายเดียวกับเสื้อ ดูเป็นลูกคุณหนูขึ้นมาจริงๆ
“เป็นไง?”
มาเวลเบือนหน้าหนีเล็กน้อยก่อนจะกะแอมกับตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติตัวเอง คนอื่นๆก็ไม่ต่างกัน พวกเขาคิดว่าแบบนี้ค่อยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย
“ส...สวยดี..”
“เอ่อ....”
บรรยากาศระหว่างเธอและมาเวลมันเริ่มแปลกๆ เมื่อเขาพูดขึ้นแต่กลับไม่ได้หันมามองเธอ น้ำเสียงของเขาดูอ่อนลงจนเธอเองก็เริ่มไม่กล้ามองหน้าเขา ก่อนที่มาเวลจะเลือกเดินหนีไปจ่ายค่าชุดให้แทน
“แต่งหน้าอีกหน่อยน่าจะดีนะ”
เคนเดินเข้ามาพูดกับเธอพร้อมกับรอยยิ้มซึ่งปกติเขาจะชอบทำหน้าดุตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับยิ้มให้เธอเสียอย่างนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นตัวตลกทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วก็เป็นได้ เอวาพยักหน้าก่อนจะยิ้มตอบเขา
“ไปกันเถอะ”
มาเวลเดินกลับเข้ามาหาทุกคนก่อนจะพากันเดินออกจากร้านไป เพื่อพาเอวาไปแต่งหน้าที่เคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางที่เธอชอบไปประจำแม้ว่าเธอจะจำไม่ได้ก็ตาม บอดี้การ์ดหนุ่มก็ทำได้แค่ยืนรออยู่รอบๆเท่านั้น
“ฮัดดดดดชิ้วววว”
“เอ่อ...คุณหนู...ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”
“ค่ะๆ แต่งต่อเลย ฮัดดดดชิ๊ววววว!!”
เหล่าบอดี้การ์ดทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้และเหมือนไม่รู้จักหญิงสาวที่กำลังแต่งหน้าอยู่และจามไม่หยุดเหมือนไม่เคยแต่งหน้ามาก่อน พวกเขาแทบจะอยากแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเห็นสายตาของคนรอบข้าง พลางคิดว่าคิดผิดหรือคิดถูกที่พาเธอมาทำอะไรแบบนี้
“เสร็จแล้ว จะไปกันได้หรือยัง หิวแล้ว”
เอวาเดินออกมาหลังจากที่แต่งหน้าเรียบร้อย ทุกคนหันกลับไปทางต้นเสียงของหญิงสาวพร้อมกัน ก็รู้อยู่แล้วนะว่าเธอเป็นลูกคุณหนูและสวยอยู่แล้ว แต่พอแต่งหน้าก็เหมือนกับคนละคน ไม่เหมือนกับที่เคยเห็นมาก่อน แต่งหน้ายังไงนะถึงได้ดูน่ารักและดูออดอ้อนขนาดนั้น ทำเอาหนุ่มๆอดไม่ได้ที่จะมองค้างกันเป็นแถบ เอวาเห็นปฏิกิริยาของเหล่าบอดี้การ์ดของตนก็ยิ้มหวานขึ้นมาก่อนจะ...
“ฮั่นแน่...สวยใช่ไหมล่ะ ถึงฉันจะรู้ตัวเองอยู่แล้วก็เถอะ ก็นางเอกนี่เนอะ”
“หมด...หมดเลยฟีลลิ่งที่มีก่อนหน้า”
คิรินถึงกับกุมขมับ คนอื่นๆต่างก็กระแอมแล้วเบือนหน้าหนีกันเป็นแถว พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะพูดแบบนั้น ไหนจะท่าทางสะบัดบ๊อบอย่างมั่นใจนั่นอีก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสวยทั้งน่ารักด้วยความหมั่นไส้คุณหนูของตนมาเวลจึงแอบยิ้มก่อนจะหันหน้ามากอดอกแล้วมองคุณหนูของตน
“สวยเหมือนลิงชิมแปนซีเลยล่ะครับ คุณหนูเอวา”
“เอ๊ะ...นี่นายหมั่นไส้อะไรฉันหรือเปล่า เอาแต่ว่านั่นว่านี่อยู่ได้”
“ก็พอควรเลยล่ะครับ”
เอวาทำหน้ายู่ก่อนจะเดินอย่างหัวเสียออกไป มาเวลส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตามไปพร้อมกับเพื่อนๆของตน ตั้งแต่ที่ไปเป็นบอดี้การ์ดคนใหญ่คนโตมากหน้าหลายตาไม่ว่าจะเซเลปไฮโซเขาก็ไม่เคยพบเคยเจอคนแบบเธอมาก่อน ผู้หญิงอะไรแปลกไปเสียหมด เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่เหมือนลูกท่านหลานเธอเลยสักนิด
ร้านชาบูชื่อดัง
“จะให้พวกผมนั่งทานด้วยจะดีหรอครับ?” -เสือ
“ทำไมล่ะ? ก็หิวเหมือนกันนั่นแหละน่า บอดี้การ์ดก็คนนะต้องกินข้าวสิ” -เอวา
“แต่มันในเวลางาน เธอนี่ไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย” -มาเวล
“เวลางานมันก็ต้องมีเวลาพักสิ” -เอวา
“แต่...” -คิริน
“นี่พวกนายจะยืนเถียงกับฉันอีกนานไหม? รีบนั่งสิ ขวางทางคนอื่นเขา”
เอวาพูดก่อนจะดันตัวเองเข้าไปนั่งข้างใน ตามด้วยมาเวล ส่วนฟีฟ่า คิรินและเสือไปนั่งอีกฟากแทน ยังดีที่โต๊ะมันใหญ่พอสำหรับนั่งหกคน
“รับเป็นน้ำซุปอะไรดีคะคุณลูกค้า”
“เอาอย่างละครึ่งหม้อค่ะ ซุปน้ำดำกับซุปหม่าล่า”
“ฉันไม่ชอบกินหม่าล่า”
“เอ่อ....สรุปเอาซุปอะไรนะคะ”
มาเวลพูดขัดขึ้นมาเอวาหันไปมองขวางก่อนที่พนักงานจะทำหน้าเลิ่กลั่กเพราะพวกเขาดันทำหน้าขึงขังนั่งมองพนักงานคนนั้นเหมือนจะจับทำซุปแทนอย่างไงอย่างนั้น เอวามองตามสายตาของพนักงานสาวที่ยืนตัวสั่นก็พอเข้าใจได้
“แต่ฉันชอบกิน เอาตามที่ฉันสั่งค่ะ”
“เอ่อ ค่ะๆ รอสักครู่นะคะ”
พูดจบพนักงานก็รีบเก็บเมนูโปรชั่นแล้วเดินออกไปทันที เอวาหันไปมองเหล่าบอดี้การ์ดของตนพร้อมกอดอก ทั้งสี่คนหันมาทำหน้าสงสัยในใบหน้าที่ดูเหมือนจะตำหนิพวกเขาของเอวา
“อะไร?” -ฟีฟ่า
“แค่มานั่งกินชาบูทำไมต้องทำหน้ายักษ์กันขนาดนั้นด้วย? ยิ้มสิยิ้ม” -เอวา
“ใครจะไปคิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะมานั่งกินชาบู แทนที่จะไปร้านอาหารหรูๆ เธอ...เป็นใครกันแน่”
.
.
.