เนื่องจากมารดาบังคับให้แต่งงาน มันเลยอยากหาคนไปตบตาผู้เป็นแม่ ยังบอกไม่คิดอะไร ถ้าเขาไม่มาก็ทำท่าจะร้องไห้ ด้วยความสงสารแกมสังเวชชานนทร์จึงมาเป็นเพื่อนมันซะ เพราะยังไงใครก็มาจับคู่ให้เขาไม่ได้อยู่แล้ว
“เหอะ กินข้าว งั้นมึงก็กินไปสิ พูดมากทำไม” ท่านรองบริษัทเอ่ยเสียงแข็ง
“ไอ้นี่” ตุลการณ์ทำเสียงจิ๊ในลำคอ อยากต่อยเพื่อนตัวดีนัก แต่ไม่อยากเสียบรรยากาศเลยพูดต่อ
“อย่าถือสาเพื่อนพี่เลยนะ มันก็ปากหมาแบบนี้แหละ พวกเรามารู้จักกันดีกว่า เผื่อได้ใกล้ชิดกันในอนาคต”
“ดีเลยค่ะ ดาก็ว่าแบบนั้น มาดื่มให้มิตรภาพของเรากันดีกว่านะคะ”
“ยัยพริมยกแก้วขึ้นมาสิ” พริมาเหลือบมองรุ่นพี่คนสวยแวบหนึ่ง ก่อนจะยกแก้วขึ้นมาอย่างหมดอารมณ์ จากนั้นทุกคนก็ชนแก้วกันดังเพล้ง
พริมาดื่มอั๊กๆ เพราะเธอไม่ได้กินมันมานานแล้ว และแอลกอฮอล์นี่ก็ลดความเครียดของการทำงานทั้งอาทิตย์ของเธอได้ดี พอเหล้าเข้าปาก บรรยากาศก็ดูดีขึ้นมานิดหน่อย แล้วตอนนี้หญิงสาวเดาไม่ผิดว่าพี่สาวของเธอกำลังจะทำอะไร
“คุณแจ็คสันนี่หล่อจังเลยนะคะ เอ่อ ไม่ทราบว่าดาถามได้มั้ยว่า คุณเป็นเชื้อชาติไหน” นัยน์ตาชาลิดาฉ่ำเยิ้ม มองชายหนุ่มตาสีฟ้าไม่กะพริบ แล้วยิ่งชอบใจเมื่อชายต่างชาติตอบว่า
“ฝรั่งเศสครับ”
“โห งั้นอย่างนี้ต้องได้ไปเที่ยวบ่อยๆสิคะ”
สำเนียงไทยแปร่งๆเอ่ยออกมา
“ก็ไม่บ่อยครับ ส่วนมากบินไปบินมาที่ไทย”
“โอ้ ดีจังเลยค่ะ”
พริมาได้แต่มองสาวรุ่นพี่ตอบชาวต่างชาติหนุ่มไป เธอก็ได้แต่ยกเหล้าเข้าปาก บอกตามตรงว่าเซ็ง ตอนนี้เหมือนโดนหลอกชัดๆ แน่นอนว่าเลิกงานเธอจะเคลียร์กับยัยพี่ดาแน่ ตอนนี้จะตามน้ำไปแล้วกัน
“น้องพริมทำงานที่ไหนครับ” แล้วพริมาก็แทบน้ำพุ่งออกจากปากเมื่ออยู่ๆตุลการณ์ก็ถามเธอ หญิงสาวใช้หลังมือเช็ดน้ำที่เปรอะเปื้อนก่อนตอบ
“เอ่อ” ถามอะไรที่เธอไม่อยากตอบเล่า “ตอนนี้พริมถูกเชิญออกจากงานน่ะค่ะ เนื่องจากบริษัทมีปัญหา พริมเลยยังไม่ได้ทำงานอะไร”
อายนะ ที่ต้องมาเล่าเรื่องถูกเชิญออกให้คนอื่นฟังเนี่ย แต่เอาเถอะ เธอเป็นคนเปิดเผยอยู่แล้ว
ตุลการณ์ถามต่อ “แล้วก่อนหน้านั้นน้องพริมทำงานอะไรเหรอครับเผื่อพี่จะช่วยได้ บริษัทพี่มีตำแหน่งว่างเยอะเหมือนกัน”
พริมาตอบอย่างเขินๆ “เลขาค่ะ ตั้งแต่จบมาก็เป็นเลขามาโดยตลอด”
“งั้นดีเลย เพื่อนพี่ขาดตำแหน่งเลขาอยู่พอดี”
อยู่ๆตุลการณ์ก็ตบเข้าที่บ่าของเพื่อนตนที่นั่งนิ่งๆราวกันคนเป็นใบ้ ชานนทร์หันมองเพื่อนด้วยความไม่ชอบใจ ใครให้มันเจ้ากี้เจ้าการพูดเรื่องเลขาของเขา อีกอย่างจะยัดคนเข้าแบบนั้นได้ไง มันโง่รึเปล่า ใช้เส้นสายจนชิน?
พริมารู้สึกถึงความกระอักกระอ่วนใจ เพราะชายหนุ่มที่ตุลการณ์บอกว่าต้องการตำแหน่งเลขา มองก็รู้ว่าเขาไม่ต้อนรับเธอ แถมนัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวยังส่งสัญญาณมาประมาณว่า ฉันไม่รับเธอเข้าทำงานแน่นอน เพราะแบบนั้นพริมาเลยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ พริมหางานเองดีกว่า ไม่รบกวนพวกคุณหรอก”
“รบกวนอะไรกันพริม” ชาลิดาพูดแทรก “คุณนนทร์เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่เชียวนะ ถ้าไม่ทำเลขาก็ทำอย่างอื่นได้ ใช่มั้ยคะคุณนนทร์” เนื่องจากชาลิดาเมาแล้ว หญิงสาวเลยมีความใจกล้าขึ้นมาก บังอาจคุยกับชานนทร์ แต่เธอคงไม่รู้ผู้ชายคนนี้ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
“อยากได้งานทำก็ไปสมัครครับ ผมคงยัดเหยียดอะไรแบบนั้นไม่ได้ บริษัทเรามีกฎและระเบียบที่พนักงานต้องทำตามอย่างเคร่งครัด แล้วการเลือกสรรพนักงานต้องผ่านกระบวนการของฝ่ายsrมาแล้ว จะรับสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้”
ชาลิดารู้สึกหน้าแตกโพ๊ะ อายจนจะมุดแผ่นดินหนี ส่วนพริมายิ้มออกมาเพราะหญิงสาวพอใจเหลือเกิน
ตุลการณ์สังเกตการณ์เห็นท่าไม่ดีจึงห้ามสถานการณ์ไว้
“เอ่อ ไม่รับก็ไม่รับ อย่าเครียดกันเลย มาดื่มดีกว่า เอ้าๆชนๆ”
“เอ่อ ชนค่ะ ชน ชน”
ชาลิดายกแก้วขึ้นมา ร่าเริงไปตามสถานการณ์ไม่เพียงเท่านั้นยังกระทุ้งศอกใส่เอวให้พริมาดื่มด้วย สุดท้ายทุกคนก็ดื่มกันจนเมามาย
“ชน ชน ชน ชน!” ตุลการณ์คะยั้นคะยอให้เพื่อนและรุ่นน้องสาวยกดื่มจนหมดแก้ว เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างในใจ
“ไม่ไหวแล้วค่ะ” พริมายกมือห้าม ยามตุลการณ์จะเทเหล้าให้เธออีก บอกตามตรงว่าตอนนี้พริมาเมาจนตาลายไปหมดแล้ว มีหวังดื่มต่อไป ได้อ้วกรดโต๊ะแน่นอน แต่ตุลการณ์นี่สิ
“เฮ้ย น้องพริม ป๊อดแล้วเหรอ ดื่มไปไม่กี่แก้วเองนะ ดื่มต่อสิ ดื่มๆ”
“ถ้าดื่มแล้วอ้วกราดโต๊ะมึงก็พาเขาไปล้างตัวนะ” พริมาและตุลการณ์ต่างหันมองยังชายหนุ่มอีกคนที่นั่งกอดอกอยู่ในนี้ด้วย ดวงตาแสนเย็นชาเลื่อนมองยังพริมาและตุลการณ์ก่อนจะหันหน้าหนีราวกับเอือมระอาเต็มทน หญิงสาวคิดว่าเขาอยากกลับแล้ว แต่ทำไมไม่กลับเล่า นั่งทำหน้าเก๊กอยู่ได้!