ชายหนุ่มร่างสูงราวร้อยแปดสิบเก้าเดินตรงไปนั่งบนโซฟาหนังแท้สีขาวมุก มือหนายกขึ้นมาถอดเนคไทวางไว้บนโต๊ะกระจกกลมตัวเล็กด้านหน้าแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสองเม็ดตามด้วยพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก จากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับหยิบซองบุหรี่ออกมาวางไว้บนโต๊ะด้านหน้า
“เอาซองใหม่ไหมครับ” เสียงของมือขวาที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าซองบุหรี่ของผู้เป็นนายนั้นไม่มีบุหรี่แล้ว ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธมีเพียงความเงียบจากผู้เป็นนายที่ตอนนี้เอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วหลับตาลง มือขวาหนุ่มจึงทำท่าจะเดินกลับไปยืนคุยกับการ์ดด้านนอกเพราะคิดว่านายใหญ่คงไม่ต้องการ
“เอามามวนเดียว”
“ครับ” แต่ก็ต้องรีบควักบุหรี่หนึ่งมวนจากในซองที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาเดินไปวางบนมือของผู้เป็นนายที่แบมือรอรับมันอยู่ เขาลืมตาขึ้นมามองมวนบุหรี่ในมือก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะจากนั้นเขาก็เดินกลับขึ้นไปในห้องนอน สร้างความงุนงงให้กับผู้เป็นลูกน้องอย่าง ‘โจเอล’ ที่ได้แต่ยืนเกาหัวตัวเองแต่สักพักก็ทิ้งความงุนงงแล้วเดินออกไปนั่งคุยกับเพื่อนการ์ดด้านนอก
‘โลเรนโซ เดคลัน’ อายุ32ปี ตำแหน่งหัวหน้ามาเฟียแก๊งค์ Zion (ไซอัน) ชายหนุ่มผู้ที่อำนาจและรวยที่สุดอันดับต้นๆ ของประเทศในตอนนี้ เรื่องชื่อเสียงก็คงไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่เอ่ยชื่อตระกูลเดคลันหรือชื่อแก๊งค์Zionผู้คนต่างก็หวาดผวาไปทั่วเมืองจนแทบจะไม่มีใครกล้าที่จะเป็นศัตรูของเขา เพราะใครที่แสดงตัวว่าเป็นศัตรูคนนั้นก็มักจะมีจุดจบที่ไม่สวยสักราย
เขามีธุรกิจอยู่ทั่วประเทศและมีในทุกรูปแบบยกตัวอย่างเช่นการเก็บค่าคุ้มครอง ผลิตและส่งออกยาเสพติด บ่อนพนัน ผับ บาร์ คาสิโนหรือการซื้อคริปโตและยังมีบริษัทที่เป็นงานถูกกฎหมายอย่างบริษัทแปรรูปเพชรพลอย บริษัทที่เกี่ยวกับอาหารเสริมหรือเสื้อผ้าแฟชั่น รวมไปถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ และบทบาทหน้าที่ในการทำงานของเขานั้นเป็นเพียงผู้ที่คอยสั่งการ ปฏิเสธ ตกลง ยอมรับและอนุมัติเท่านั้น
และภายใต้ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปปั้นที่ถูกออกแบบโดยAIนั้นแฝงไว้ด้วยความโหดร้าและเย็นชา ใบหน้าคมเข้ม นัยน์ตาสีเหล็กดูดุดัน จมูกโด่งเป็นสันได้รูปรับกับริมฝีปากหยักลึก ทุกอย่างบนใบหน้าถูกสร้างขึ้นมาอย่างลงตัวไปทุกจุดโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมตกแต่งตรงจุดไหน
ทว่าใบหน้าที่หล่อเหลาของเขานั้นไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนไหนจะได้เข้ามาใกล้ได้ตามใจชอบและเขาก็ไม่ได้เป็นพระอิฐพระปูนที่จะได้ไม่มีความต้องการในเรื่องเซ็กส์ เพียงแต่ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นคนที่เขาเลือกมาด้วยตัวเองและมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่จะได้มาเห็นความหล่อจากใบหน้า ความสมบูรณ์แบบของเรือนร่างและความใหญ่โตในส่วนนั้นของเขา
ก๊อกก๊อก! ประตูห้องนอนของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้าไปเพียงหนึ่งชั่วโมงถูกเคาะจนดังขึ้น โลเรนโซที่ยืนนุ่งผ้าขนหนูอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งจึงเดินไปเปิดประตูก็พบว่าคนเคาะคือน้องชายร่วมสายเลือดของเขาอย่าง ‘โลแรน เดคลัน’ ผู้ชายที่มีนิสัยคนละขั้วกับผู้เป็นพี่ หากเปรียบโลเรนโซเป็นขั้วลบโลแรนก็คงเป็นขั้วบวก
“พี่ครับ…” โลแรนเรียกพี่ชายที่กำลังยืนจ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่เหมือนว่าเขาเป็นศัตรู สายตาที่พร้อมจะหลอมละลายเขาให้กลายเป็นเลือดให้ได้ “ผม คิดถึง คิดถึ…ผมคิดถึงพี่” ปึง! ได้ยินเพียงแค่นั้นประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดลงอย่างแรงจนโลแรนต้องกระโดดถอยหลังออกมาเพื่อหลบแรงกระแทกจากประตู
“พี่ครับผมคิดถึงเขา คิดถึงจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว” แอ๊ด! ตุ้บ! ประตูห้องเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับกระบอกปืนด้ามเงาถูกคนด้านในโยนลงพื้นตรงหน้าเขา “ถ้างั้นก็รีบตายไปซะ!” ทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ทำให้ผู้น้องถึงกับหน้าจ๋อย โลแรนหยิบปืนด้ามเงาขึ้นมามองมันแล้วรีบวางลงไปด้วยความเร็ว
“ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากตาย” พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ แล้วเดินคอตกลงไปด้านล่าง แล้วก็ต้องตาโตขึ้นมาด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าภายในบ้านนั้นมีการจัดช่อดอกไม้ไว้บางจุด มีลูกโปร่งหลากหลายสีสัน มีการตกแต่งเพิ่มขึ้นหลายอย่างจากเดิม รวมไปถึงกลิ่นอาหารที่เขาคิดว่าวันนี้น่าจะมีอาหารเยอะกว่าปกติ
“ป้าวัลล่าครับ วันนี้มีงานอะไรเหรอครับ?” เขาจึงเลือกที่จะเดินไปถามหัวหน้าป้าแม่บ้านอย่าง ‘วัลล่า’ เพราะคิดว่าวันนี้จะต้องมีงานอะไรสักอย่างถูกจัดขึ้นที่นี่อย่างแน่นอน
“คุณหนูไปอยู่ที่ไหนมาคะถึงไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่นายหญิงจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่” วัลล่าเลิกคิ้วมองคุณหนูคนหล่อพร้อมถามย่างเย้าแหย่ ที่พูดด้วยเช่นนี้ได้เพราะโลแรนเป็นผู้ชายที่ขี้เล่น ทะเล้น พูดเก่งและไม่ถือตัวทำให้เธอรวมไปถึงทุกคนมักจะพูดกับโลแรนได้อย่างสนิทสนมกว่านายใหญ่ของบ้านอย่างโลเรนโซ
“นายหญิง? พี่เรนมีเมียแล้วเหรอครับทำไมผมไม่รู้เรื่องเลย”
“ก็คนที่เป็นลูกสาวของเพื่อนคุณท่านไงคะ”
“อ๋ออออ! ทำไมผมถึงลืมเรื่องพวกนี้ไปได้นะ” โลแรนลากคำว่าอ๋อเสียเหยียดยาวเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าพี่ชายของเขาถึงแม้จะเป็นมาเฟียผู้มีอิทธิพลแต่กลับถูกหมั้นหมายไว้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอายุห่างจากตัวเองถึงสิบสามปี! สิบสามปีงั้นเหรอผู้หญิงคนนั้นอายุสี่สิบห้าสินะ อืม..คงเป็นผู้ใหญ่ที่ดุไม่ต่างจากพี่ชายเขาแน่
“ที่คุณหนูลืมเรื่องนี้เพราะโดนคนรักบอกเลิกหรือเปล่าคะ?”
“ป้าวัลล่าพูดแบบนี้ไปหยิบตะหลิวมาเขกหัวผมให้สลบยังดีกว่าอีก”
“ป้าล้อเล่นค่ะ ป้าไม่กวนคุณหนูแล้วดีกว่าเพิ่งเลิกกับแฟนคงอยากอยู่คนเดียว” ถึงปากจะบอกว่าไม่อยากกวนแต่ก็มิวายที่จะเอ่ยเย้าแหย่ โลแรนก็ได้แต่ยืนหัวเราะแห้งๆ ออกมาก่อนจะเดินไปเอนตัวนอนเล่นโทรศัพท์บนโซฟาตัวยาว
หลายชั่วโมงต่อมา
หญิงสาวร่างเพรียวบางเดินลงจากรถตู้คันสีดำหลังจากมันถูกจอดหน้าทางเข้าตัวคฤหาสน์หลังโต ขาเรียวเดินตรงไปยืนด้านหน้าประตูบ้านแล้วมองไปรอบตัวด้วยความตื่นเต้นกับการที่มีคนมายืนรอต้อนรับเธออย่างกับว่าเธอเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งสูงซะอย่างนั้น มีทั้งบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งสองฝั่ง ภายในบ้านก็มีเหล่าหญิงสาววัยกลางคนที่คาดว่าน่าจะเป็นแม่บ้านยืนถือกล่องของขวัญอยู่ในมือ
“ต้องขนาดนี้เลยเหรอคะ?” แก้มหอมหันไปกระซิบถามหนิงเหมยถึงความยิ่งใหญ่อลังการนี่
“ต้องขนาดนี้นี่แหละค่ะ” หนิงเหมยตอบรับด้วยรอยยิ้มแล้วดันแผ่นหลังของแก้มหอมเพื่อให้เจ้าตัวเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งแก้มหอมก็ยอมเดินตรงเข้าไปด้านในที่พอเธอก้าวขาจะผ่านพวกเขานั้นเหล่าบอดี้การ์ดต่างก็โค้งศีรษะให้เธอ ทำให้แก้มหอมถึงกับต้องเดินโค้งศีรษะไปตลอดทางเดินจนเข้ามายืนในตัวบ้านด้านหน้าของเหล่าแม่บ้าน
“ยินดีต้องรับนายหญิงค่ะ”
“อะ เอ่อ ขอบคุณค่ะ” แก้มหอมจึงยื่นมือไปรับกล่องขวัญที่เหล่าแม่บ้านแม่ครัวยื่นมาให้ จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันออกไปพร้อมประโยคที่ทำให้คนตัวเล็กถึงกับยิ้มแก้มปริออกมา “นายหญิงยังเด็กและน่ารักกว่าที่ฉันคิดไว้อีก” “ใช่ ฉันคิดว่านายหญิงจะโตและดูดุ”
แก้มหอมจึงเดินถือกล่องของขวัยห้าหกชิ้นนั้นไปวางบนโต๊ะกระจกกลมตัวเล็กไม่ลืมที่จะปรายตามองไปยังผู้ชายที่นอนหลับอยู่บนโซฟา ‘เขาคงไม่ใช่ว่าที่สามีเธอหรอกใช่ไหม?’ ร่างเล็กครุ่นคิดในใจแล้วหันไปมองหนิงเหมยเหมือนต้องการคำอธิบายว่าเขาคนนี้เป็นใคร
“น้องชายนายใหญ่ ชื่อโลแรนค่ะ” หนิงเหมยบอกพลางกรอกตาใส่คนที่นอนหลับไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวว่าคนในบ้านเขากำลังทำอะไร เธอจึงมองหาสิ่งที่จะช่วยปลุกให้โลแรนตื่นจนเจอจึงเดินไปหยิบมันมา ตุ้บ! แล้วโยนใส่หน้าท้องของโลแรนจนเขาสะดุ้งตื่นและดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที
“เจ็บนะแม่ง!” เขาสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดกับการที่ถูกรบกวนเวลานอนโดยลูกแอปเปิ้ลที่วางอยู่ในจานด้านหน้า
“นายใหญ่อยู่ไหม” เสียงห้วนแข็งของหนิงเหมยเอ่ยถาม นั่นจึงทำให้โลแรนที่ยังสะลึมสะลือถึงกับตื่นขึ้นมา เขารีบหันไปมองต้นเสียงก่อนจะเผยรอยยิ้มหวานๆ ออกมาด้วยความดีใจและหุบยิ้มลงในเวลาต่อมาเมื่อถูกสายตาดุจากหญิงสาวร่างสูงจ้องเข้าให้ โลแรนจึงเคลื่อนสายตาไปมองหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนมองเขาสลับกับหนิงเหมยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“แล้วไหนนายหญิงล่ะ?” โลแรนละสายตาออกจากคนตัวเล็กหันไปมองหนิงเหมยอีกครั้งโดยไม่ลืมที่จะถามถึงนายหญิงหรือว่าที่พี่สะใภ้ของเขา
“นี่ไง”
“ตลกน่า นายหญิงจะอายุน้อยขนาดนี้เลยเหรอ?” ว่าพลางหยัดกายลุกขึ้นยืนมองหญิงสาวร่างเล็กที่ยิ้มอ่อนๆ ให้เขา
“น้องเป็นเมียพี่เรนเหรอครับ?”
“คะ เอ่อ…ค่ะ” แก้มหอมตะกุกตะกักเมื่อได้ยินประโยคคำถามที่ตรงไปตรงมาจากโลแรน เธอพยักหน้าให้แล้วถอยหลังหนีเขาที่ตอนนี้มาหยุดอยู่ตรงหน้าไม่เพียงแค่นั้นยังยื่นใบหน้าเข้ามาจ้องหน้าเธอจนใบหน้าเขาแทบจะสิงเธออยู่แล้ว
“ฉันว่าเธอไปรับมาผิดคนแล้วนะ เมียพี่เรนคงไม่เด็กขนาดนี้หรอก”
“นายใหญ่อยู่ไหม” หนิงเหมยไม่ตอบ เธอดึงตัวโลแรนให้ออกมาจากการยืนแทบจะสิงตัวแก้มหอมแล้วถามกลับในประโยคเดิมที่ยังไม่ได้คำตอบ เพราะก่อนหน้านี้เธอติดต่อโลเรนโซไม่ได้จึงไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ทำงานหรือที่บ้านหากอยู่ที่ทำงานเธอจะได้พาแก้มหอมไปหาเขาก่อน