[ขอแสดงความยินดีกับนางร้ายหน้าสวยตลอดกาล อย่างน้องพริมมาด้วยนะคะ เพราะเธอพึ่งประกาศผ่านอินสตาแกรมค่ะ ว่าเบบี้ในท้องเป็นเด็กผู้หญิง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าดาราสาวจัดงานที่ไหน แต่บรรยากาศดูอบอุ่นมากๆ ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะน้องพริมมา]
เสียงผู้ประกาศข่าวบันเทิง รายงานเรื่องราวล่าสุดของนักแสดงนางร้าย ผู้หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง นับตั้งแต่มีข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์
ชื่อของดาราแนวหน้าของประเทศทำให้ชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังนั่งทำงานต้องละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่ เพื่อมานั่งฟังข่าวของดาราสาว ใบหน้าหล่อร้ายขมวดเข้าหากันขัดใจ แม้แต่สำนักข่าวที่รู้เรื่องราวยันใต้เตียงคนอื่นยังไม่อาจสืบหาว่าตอนนี้ดาราสาวคนนั้นอยู่ที่ไหน
"ท่านประธานครับ"
"หาตัวพริมมายังไม่เจออีกเหรอ"
"ครับยังไม่เจอ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็ต้องถอนหายใจที่เขาไม่อาจหาตัวอดีตคนรักของตัวเองได้เลย แม้ว่าจะใช้ทุกหนทางแล้วก็ตาม
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจเธอ เราเลิกรากันเพราะเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยแต่มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพียงแค่พริมมาไม่รับฟังเขา และเขาไม่ยอมอ่อนให้พริมมาก็เท่านั้น แต่เธอกลับเลือกที่จะใจแข็งและไม่รับฟัง อีกทั้งยังไม่ยอมบอกเขาเรื่องกำลังตั้งครรภ์อีกต่างหาก เมื่อรู้เรื่องเขาก็รีบทิ้งทุกอย่างแล้วกลับมาเมื่อไทยในทันที แต่สุดท้ายก็พบว่าไม่ทันเสียแล้ว พริมมากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักที่ไม่ให้เขาหาเจออย่างแน่นอน
เขามีเส้นสายและอิทธิพลอยู่บ้าง แต่ก็คงไม่ทัดเทียมคุณภัทร บิดาของพริมมาอย่างแน่นอน รายนั้นแม้ใบหน้าจะใจดี ดูเป็นนักธุรกิจที่น่านับถือ แต่เบื้องหลังมีอะไรหลายอย่างซุกซ่อนเอาไว้มากมาย ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้เขาไม่อาจตามหาพริมมาได้เสียที
แต่ว่า.....ช่างน่ายินดีเหลือเกิน เขากำลังจะได้ลูกสาว ยิ่งรู้เช่นนี้เขาก็อยากจะรีบเร่งหาพริมมากับลูกให้เจอ เขาอยากดูแลพริมมากับลูก อยากปรับความเข้าใจกับเธอเหลือเกิน
พระเป็นเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอให้ผมเจอลูกและเมียก่อนที่เจ้าหญิงน้อยของผมจะคลอดด้วยเถอะครับ เพราะผมคิดถึงพวกเขามากเหลือเกิน........
"เหมือนหนูหมดเลย ทั้งตาทั้งจมูกทั้งปาก แบบนี้คุณตาก็หลงสิคะชาร์ลอตต์"
คุณตาป้ายแดงกล่าวก็เด็กทารกตัวน้อยในห่อผ้าอ้อม ด้วยรอยยิ้มเป็นสุขและแสนปลาบปลื้มที่ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที
ชาร์ลอตต์ มารีน เปรมนาราทิพย์ คือชื่อของเด็กหญิงตัวน้อยในห่อผ้าอ้อม ชื่อนี้มีความหมายและชื่อกลางของลูกสาวก็มาจากคุณมาริน ทำเอาคุณยายป้ายแดงร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มที่พริมมาเลือกชื่อของเธอ
พริมมาบนเตียงผู้ป่วยมองภาพที่พ่อแม่ของเธอเต็มไปด้วยความสุขบนใบหน้า แววตาที่มองหลานตัวน้อยแสดงออกว่ารักมากแค่ไหน เธอเข้าใจความรู้สึกของท่านทั้งสองเป็นอย่างดีว่ากำลังรู้สึกอย่างไร เพราะเมื่อได้เห็นหน้ายัยหนูครั้งแรก พริมมาก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกได้ นอกจากคำว่าหลงรักเด็กคนนี้เข้าเต็มๆ
พริมมาปวดท้องคลอดเมื่อเช้าที่ผ่านมา เจ้าตัวเล็กเหมือนจะรู้ว่าคุณตากับคุณยายมาพอดีจึงได้อยากออกมาก่อนกำหนดถึงสามวัน แต่พริมมาก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่พ่อกับแม่อยู่กับเธอในช่วงเวลาเช่นนั้น มันรู้สึกอุ่นใจที่มีคนในครอบครัวคอยอยู่เคียงข้างในสถานการณ์น่ากลัวเช่นนั้น แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องของลูก ความกลัวและความเจ็บปวดทั้งหลายก็หายไปในทันที ยิ่งได้เห็นหน้าครั้งแรกก็รู้สึกว่าเก้าเดือนที่ผ่านมามันช่างคุ้มค่ากับการรอคอยเหลือเกิน
ยัยเด็กคนนี้นะเหรอที่เราเบ่งออกมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี เด็กคนนี้นะเหรอที่ค่อยๆ เติบโตอยู่ในท้องเราและคอยถีบท้องอยู่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความเจ็บปวดทั้งหลายที่ต้องแบกรับนานหลายเดือน รวมถึงรูปร่างที่เปลี่ยนไปไม่สวยงามเหมือนแต่ก่อน มันช่างคุ้มค่าเหลือที่ได้โอบอุ้มเด็กคนนี้มาตลอด
"คุณยายก็หลงหนูสิลูก เหมือนกันขนาดนี้ น่าเกลียดน่าชัง โอะโอ้ย หิวนมแล้วเหรอคะ คนเก่งของยายหิวแล้วใช่ไหมคะ"
คุณมารินพูดกับหลานสาวเสียงเบาก่อนจะต้องรีบโอบอุ้มร่างน้อยขึ้นมาเพื่อพาไปหาพริมมา ให้เจ้าตัวเล็กได้ดื่มนมจากเต้าของเธอ
คุณภัทรเห็นว่าลูกสาวกำลังจะให้นม จึงขอออกไปซื้อกาแฟมาแทนเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูก แม้เขาจะเป็นพ่อแต่ก็ต้องเคารพลูกสาวเหมือนกัน
พริมมานั่งป้อนนมอย่างทุลักทุเล เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกของเธอแม้จะเรียนกับพยาบาลมาแล้วก็ตาม ยังดีที่มีคุณมารินคอยช่วยดูว่าต้องอุ้มอย่างไร ต้องในนมท่าไหนถึงจะถูกต้อง
"ถ้าพริมไม่มีแม่พริมต้องแย่แน่ๆ เลย"
"ตอนแม่คลอดหนู แม่ก็พูดแบบนี้กับยายหนูเลยค่ะ เหมือนพึ่งผ่านมาเมื่อวานนี้เองเลยที่แม่คลอดหนู"
คุณมารินกล่าวด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของคุณยายป้ายแดงลูบเบาๆ ที่ใบหน้าของพริมมา หวนนึกถึงวันที่คลอดลูกสาวออกมา แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ลูกสาวของเธอได้กลายเป็นแม่คนเหมือนกัน
"มันก็ต้องมีครั้งแรกค่ะ เดี๋ยวหนูก็เก่ง แม่ยอมไม่รับงานนานครึ่งปีเลยนะคะเพื่อมาช่วยหนูดูแลเจ้าหญิงน้อย"
"ขอบคุณค่ะ"
พริมมายิ้มให้แก่มารดา เธอเอ่ยได้แค่เพียงคำขอบคุณเพราะไม่อาจหาคำไหนมากล่าวได้ มีเพียงแค่การขอบคุณที่มารดาคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
หลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็ถึงเวลาเผชิญความเป็นจริงที่แตกต่างโรงพยาบาลอย่างสิ้นเชิง ชาร์ลอตต์น้อยตื่นทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อมาดื่มนม ตามประสาเด็กทารกแรกเกิดที่ไม่อาจแยกกลางวันกลางคืนได้
พริมมารู้ซึ้งถึงความเหนื่อยยากในการเลี้ยงเด็กสักคน ขนาดเธอที่มีคนคอยช่วยดูแลหลายคนยังรู้สึกเหนื่อย แล้วเหล่าแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือพ่อเลี้ยงเดี่ยวคนอื่นเล่าจะไม่เหนื่อยกว่าเธอหลายสิบเท่าเลยหรือ
พริมมาตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจึงไม่หาพี่เลี้ยง อีกทั้งเธอไม่อยากไว้ใจใครมากนัก ยัยเจ้าหญิงของเธอเป็นลูกดาราสาวแถมมีคุณยายเป็นนางเอกดาวค้างฟ้า กลัวถูกเอารูปไปขายให้นักข่าว
เธออยากให้ชาร์ลอตต์มีชีวิตแบบปกติมากที่สุด ไม่ต้องคอยหลบสื่อเหมือนที่เธอเคยเจอในอดีต เอาไว้ให้ชาร์ลอตต์โตมากพอพริมมาจะให้ลูกตัดสินใจเอง แต่ในช่วงอายุที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรก็อยากให้ได้ใช้วัยเด็กอย่างเต็มที่
"หลานใครคะเนี่ย ทำไมอารมณ์ดีจังเลย หลานคุณยายใช่ไหมคะ ใช่ไหมเอ่ย"
พริมมาเดินออกมาจากห้องนอนของเธอในช่วงเที่ยงของวัน เพราะเธอไม่ได้นอนทั้งคืน เมื่อได้เปลี่ยนกับมารดาช่วงเจ็ดโมงเช้า พริมมาก็นอนยาวตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงช่วงสิบเอ็ดโมง เมื่อตื่นขึ้นมาก็อาบน้ำแต่งตัวพร้อมออกมาหาชาร์ลอตต์ตัวน้อย ซึ่งตอนนี้กำลังหัวเราะเสียงใสอยู่กับคุณตาคุณยาย ร่างระหงของคุณแม่ลูกอ่อนยืนมองรอยยิ้มอันแสนสดใสของลูกด้วยหัวใจเป็นสุข พร้อมแยกตัวออกไปห้องครัวเพื่อหาอะไรทาน ไม่คิดเข้าไปรบกวนเวลาของคุณตาคุณยายกับหลานรัก
"วันนี้คุณหนูดื่มนมที่คุณพริมมาปั๊มไว้สี่ถุงแล้วค่ะ"
"สี่ถุงเลยเหรอคะพี่แจ่ม สงสัยอีกไม่กี่เดือนแขนต้องเป็นปล้องแน่เลย"
พริมมาหยอกลูกน้อยของเธอกับแม่บ้านที่มาช่วยดูแลเธอตั้งแต่มาอยู่ที่นี่
"ดีสิคะ น่ารักจะตาย"
"งั้นเราก็ขุนชาร์ลอตต์เยอะๆ เลยดีไหมคะพี่แจ่ม จะได้กอดเต็มไม้เต็มมือ"
"ดีค่ะคุณพริมมา พี่เห็นด้วย"
พริมมาหัวเราะกับคำหยอกกลับของพี่สาวแม่บ้าน ก่อนจะนำเครื่องปั๊มนมออกจากเต้าแล้วเทใส่ถุงเก็บนมเอาไว้ให้ลูก
จริงๆ แล้วพริมมามีน้ำนมเยอะมากๆ แต่กระนั้นนับวันชาร์ลอตต์น้อยก็ส่อแววจะเป็นเด็กอ้วน เพราะแม้จะอายุสามเดือนแต่การดื่มนมแต่ละทีคือประมาณ 6 ออนซ์ ยัยตัวน้อยถึงจะอิ่มและพอใจไม่ร้องไห้งอแง ส่วนเครื่องปั๊มนมอย่างพริมมาก็ต้องทานของที่เขาว่ากันว่าจะทำให้ได้น้ำนมเยอะๆ แม้บางอย่างเธอไม่ชอบเอาเสียเลย อย่างเช่น หัวปลี หรือนมถั่วเหลือง แต่เธอก็พยายามทานให้ได้เยอะๆ เพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอต่อชาร์ลอตต์เด็กอ้วนของเธอ
เมื่อตกบ่ายช่วงที่แดดไม่แรงมาก พริมมาก็มักจะพาร่างเล็กใส่รถเข็นไปเดินเล่นนอกบ้าน รับอากาศดีๆ และไออุ่นจากแสงแดด ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ อากาศกำลังดีเหมาะแก่การออกไปนั่งเล่นสวนสาธารณะแถวบ้านมากๆ
ชุดเดรสสีฟ้าสดใสบนร่างน้อยช่างเข้าคู่กับคุณแม่ จนคนเดินผ่านไปมาต่างคิดว่าเด็กน้อยคนนี้เมื่อถึงวัยเติบโตคงจะสวยไม่แพ้มารดาอย่างแน่นอน พริมมาโอบอุ้มร่างน้อยประคองเอาไว้ในอ้อมแขน หยอกเย้าคนเก่งของเธอจนชาร์ลอตต์น้อยหัวเราะส่งเสียงใส เผยเหงือกสีชมพูน่ารักให้เธอได้ชื่อใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูก
ชีวิตของพริมมาไม่ขออะไรอีกแล้ว นอกจากรอยยิ้มของลูก......
ชีวิตของอดีตนางร้ายวุ่นวายอยู่แต่กับการเลี้ยงลูก จนเมื่อรู้ตัวอีกทีกลับกลายเป็นว่าตอนนี้ชาร์ลอตต์น้อยของเธอ ต้องสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มอนุบาลเสียแล้ว
คงจะจริงที่โบราณได้ว่าเอาไว้ เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ เมื่อรู้ตัวอีกทีพริมมาก็เห็นเด็กตัวน้อยในห่อผ้าอ้อม กลายเป็นน้องอนุบาล1เสียแล้ว
เธอมีความสุขทุกวินาทีที่ได้อยู่กับลูกน้อย แม้จะเหนื่อยอยู่บ้าง แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มอันแสนสดใสความเหน็ดเหนื่อยเหล่านั้นก็ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งความน่ารักของชาร์ลอตต์ในชุดอนุบาล ก็ยิ่งทำให้เธอรู้ลูกตัวเองกำลังละลายไปกับความน่ารักของลูก
ก็คลอดมาเอง เลี้ยงมาเอง จะไม่ให้รักได้ยังไงกัน จริงไหม.....
"มะมี้ขา"
"ว่ายังไงคะ เจ้าหญิงของมี้"
ร่างระหงย่อตัวให้ระดับความสูงเท่าลูกสาวตัวน้อย นิ้วเรียวยาวกุมมือเล็กอวบอ้วนเอาไว้และจ้องมองใบหน้าที่ถอดแบบเธอมาทั้งหมด วันนี้เป็นวันแรกที่ชาร์ลอตต์เข้าโรงเรียนอนุบาล เธอเองก็กังวลที่ต้องปล่อยชาร์ลอตต์เข้าสู่โลกกว้าง แม้จะเป็นก้าวแรกและเป็นเพียงโลกเล็กๆ แต่ก็กว้างกว่าที่บ้านของเราอย่างแน่นอน และเธอก็กลัวว่าชาร์ลอตต์จะกลัว จึงพยายามทำตัวเข้มแข็งเข้าไว้เพื่อให้ลูกไม่กลัว
"มะมี้จะคิดถึงน้องไหมคะ ถ้าน้องจะไปเล่นกับเพื่อนๆ"
เสียงใสถามมารดาอย่างไร้เดียงสา จนคนรอบข้างที่มาส่งหนูน้อยเข้าโรงเรียนวันแรกยิ้มตามความน่ารักของชาร์ลอตต์ คนที่มาส่งชาร์ลอตต์น้อย ก็มีพริมมา คุณภัทร คุณมารินและพี่แจ่ม เรียกได้ว่าขนกันมาทั้งบ้านเลย
"คิดถึงสิคะ เราอยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่น้องเกิดเลยนี่นา"
พริมมากล่าวด้วยรอยยิ้ม และต้องกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นลูกสาวของเธอหน้าสลด
"แต่มะมี้อดทนได้ค่ะ ชาร์ลอตต์ไม่ห่วงมะมี้เลยนะคะ มะมี้มีคุณตา คุณยายและป้าแจ่มอยู่ด้วยค่ะ ดังนั้นชาร์ลอตต์เล่นกับเพื่อนให้สนุกสุดๆ ไปเลยนะคะ เพราะเดี๋ยวตอนเย็นมะมี้ก็จะมารับค่ะ"
พริมมาอธิบายกับลูกด้วยน้ำเสียงหวาน ให้เด็กน้อยค่อยๆ เข้าใจว่าแม้จะคิดถึงเพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลานับตั้งแต่ชาร์ลอตต์น้อยลืมตาดูโลก แต่กระนั้นเธอก็อดทนได้เพราะมีหลายคนอยู่กับเธอช่วงเวลาที่หนูน้อยไปโรงเรียน เพราะพริมมาให้ลูกได้เล่นอย่างเต็มที่ ได้มีเพื่อนเยอะๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของเธอ
"จะมารับชาร์ลอตต์จริงๆ ใช่ไหมคะ"
"ค่ะ ถ้าไม่มารับมะมี้คงคิดถึงหนูจนขาดใจแน่ๆ ค่ะ"
"โอเคค่ะ ชาร์ลอตต์หายห่วงแล้ว"
เมื่อเข้าใจแล้วว่าตนเองเพียงมาเล่นกับเพื่อนๆ และตอนเย็นมะมี้คนสวยจะมารับ เด็กน้อยก็โผเข้ากอดและหอมมารดาทดแทนเวลาที่จะไม่ได้หอมกันทั้งวัน จากนั้นร่างเล็กก็เดินเข้าสู่โรงเรียนพร้อมทิชเชอร์ผู้มารอรับตัวเด็กๆ
แม้จะทำใจเอาไว้แล้วว่า สักวันเธอต้องปล่อยมือจากลูกสาวให้เจ้าตัวเล็กได้พบเจอโลกกว้างภายนอก แต่กระนั้นหัวใจของคนเป็นแม่ก็ยังกังวล ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับลูกหรือเปล่ายามที่ลูกห่างหูไกลตา จนน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ไหลออกมาเมื่อร่างเล็กหาเข้าไปในโรงเรียนแล้ว
แม้พริมมาจะจ่ายเงินค่าเทอมเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ลูกสาวของเธอได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความปลอดภัยสูง แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะห่วงและเป็นกังวล
"ไม่ต้องกังวลค่ะลูก แค่แป็บเดียวเดี๋ยวก็เลิกเรียนแล้ว"
คุณมารินเข้ามาปลอบลูกสาวแม้ดวงตาหวานของเธอก็เปรอะเปื้อนและมีคราบน้ำตาไม่ต่างจากพริมมาแม้แต่น้อย
"พริมห่วงชาร์ลอตต์ค่ะ"
"แม่เข้าใจค่ะ แบบนั้นเราหาอะไรทานแถวนี้ก่อนดีไหมคะ อย่างน้อยก็ได้อยู่ใกล้ๆ"
"ค่ะ เอาตามที่คุณแม่พูดก็ได้"
พริมมาพยักหน้าตกลง แม้จะเข้าไปดูลูกถึงในโรงเรียนไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้อยู่แถวๆ โรงเรียนของลูกก็ยังดี พริมมาเลือกร้านอาหารเช้ากึ่งร้านกาแฟใกล้ๆ โรงเรียนชาร์ลอตต์ แต่ก็เริ่มคลายกังวลเมื่อครูประจำชั้นคอยส่งรูปมาให้ผู้ปกครองดูทุกๆ ชั่วโมง ว่าเด็กๆ กำลังทำอะไรบ้าง มีกิจกรรมอะไรในวันนี้ ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยิ้มกว้างกับเหล่าเพื่อนใหม่ ทำให้ความกลัวของพริมมาค่อยๆ จางหายไปเหลือเพียงความห่วงใยลูกน้อยก็เท่านั้น
คุณมารินยิ้มเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเธอหยุดร้องไห้และยิ้มได้แล้ว เธอเข้าใจความรู้สึกนี้ดี วันแรกที่ลูกต้องไปโรงเรียนเธอก็เป็นเหมือนพริมมาเลย และมันก็อดไม่ได้ที่จะภูมิใจ ที่เธอเลี้ยงให้พริมมาเป็นแม่ที่ดีมากขนาดนี้
อีกฝั่งหนึ่งของร้านอาหาร รถหรูจอดเทียบข้างในระหว่างรอสัญญาณไฟจราจร แม้จะเมืองที่มีความปลอดภัยสูง คนน้อย แต่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองต้องรักษากฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างเคร่งครัด ชายหนุ่มหล่อเหลาถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เขาต้องทำทั้งงานและตามหาคนรักที่ไม่รู้ว่าป่านี้จะเป็นอย่างไรบ้างกันแน่
เขาพยายามทุกวิถีทาง ไม่ยอมหยุดและทุ่มเททุกอย่าง แม้หนทางช่างริบหรี่แต่เขาก็หวังว่าจะได้พบพริมมากับลูกในเร็ววัน
ป่านี้ยัยหนูของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง อายุสามปีแล้วคงเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้วแน่ๆ ....
เขาพลาดหลายสิ่งในชีวิต เพียงเพราะการไม่ลดอัตตาและไม่ใส่ใจพริมมาเท่าที่ควร เขาไม่ได้อยู่ข้างๆ คนรักในวันที่เธอต้องเจ็บปวดที่สุด ไม่ได้อุ้มลูกน้อยหรือช่วยพริมมาดูแลเจ้าหญิงของเรา
หากในวันนั้นเขายอมอยู่กับพริมมา ไม่เลือกงาน ป่านี้เราอาจจะกำลังเดินไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วยกันแล้วก็ได้
ความเศร้าหมองจากความคิด ทำให้ร่างสูงไม่อาจจดจ่อกับเอกสารในมือได้อีกต่อไป ดวงตาคมละสายตาจากกระดาษในมือ ก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่างรถ
แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง รอยยิ้มหวานๆ และใบหน้างดงามที่เขาไม่เคยลืมจากหัวใจแม้แต่วันเดียวก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ช่างน่าเสียดายที่โชคไม่เข้าข้างเขาเลย รถที่หยุดหลายนาทีกลับเคลื่อนตัวออกไปทันทีที่สัญญาณไฟจราจรให้รถของเขาออกตัวได้ เขาเห็นพริมมาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น จึงรีบบอกให้คนขับรถวนรถโดยด่วนที่สุด
แต่กระนั้นราวฟ้าไม่เห็นใจและไม่ต้องการให้เขาได้เจอกับพริมมา เมื่อเขากลับมาอีกครั้งในร้านที่เห็นพริมมา เธอก็ไม่อยู่เสียแล้ว......