“พระชายาเพคะเสวยน้ำแกงโสมสักหน่อยเถิดเพคะ” เสียงอ่อนใจของนางกำนัลคนสนิทที่ติดตามตู้จินจิน ต้ากงจู่1 แห่งแคว้นสู่ผู้ถูกส่งมาบรรณาการแด่แคว้นต้าจินหลังแพ้สงคราม แต่ฮ่องเต้แคว้นต้าจินกลับพระราชทานนางให้กับองค์ชายรองผู้ไม่เป็นที่โปรดปรานแม้ว่าเขาจะรูปงาม และจิตใจดีแต่เขามีอนุอยู่ในเรือนมากมาย นางผู้เกิดมาในราชวงศ์ที่มีธรรมเนียมคู่สามีภรรยาเดียวหรือจะยอมรับได้ เป็นให้เหตุตู้จินจินตรอมใจจนร่างกายทรุดโทรม
“วางไว้ก่อนเถอะปี้หรู ขอข้านอนสักงีบตื่นแล้วข้าจะกินเอง” เสียงอ่อนแรงตอบมาจากในม่านมุ้ง
“ถ้าอย่างนั้นบ่าวจะไปเอากำยานสงบใจมาจุดถวายนะเพคะ” ปี้หรูทิ้งท้ายไปแค่นั้นแล้วรีบเดินออกไปที่เรือนท่านหมอเฉียน ท่านหมอประจำจวนเพื่อเบิกกำยานสงบใจ
อึดใจต่อมามีเสียงกุกกุกกักกักคล้ายคนจุดกำยานแว่วมาจากโต๊ะริมหน้าต่างตู้จินจินที่หนังตาหนักอึ้งมิได้ลืมตาดูเพราะเข้าใจว่าเป็นปี้หรู เธอสูดหายใจลึกๆ สองสามครั้งแล้วหลับไป
ครู่ใหญ่ถัดมาปี้หรูเดินกลับจากเรือนท่านหมอ นางรีบเข้าไปดูอาการพระชายาด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นร่างบางนอนนิ่งกระบังลมที่เคยขยับขึ้นลงตามจังหวะ แม้จะเบาบางผะแผ่วแต่ตอนนี้กลับไม่เคลื่อนไหว ปี้หรูถลาเข้าไปคว้าข้อมือของพระชายาขึ้นมาควานหาเพื่อจับชีพจรตามที่ท่านหมอเคยสอนนางให้สังเกตหาสัญญาณชีพ
เนื่องจากพักหลังมานี้พระชายามักเอาแต่นอน ไม่กิน ไม่ดื่มจนไร้เรี่ยวแรงแม้ท่านหมอจะจัดยาบำรุงตำรับใดนางก็ได้แต่อาเจียนออกมาหมด ปี้หรูจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งจนมั่นใจได้ว่าตนไม่ได้เข้าใจผิดไปเอง
ร่างเย็นเฉียบของพระชายาตู้ไร้ชีพจรและสัญญาณชีพใด ๆ นางจึงร้องเรียกเสี่ยวมี่นางกำนัลชั้นรองที่มีหน้าที่ดูแลภายในจวนให้มาคอยบีบนวดฝ่ามือฝ่าเท้าของพระชายาตู้เอาไว้ด้วยหวังว่าเลือดลมจะเดินสะดวกขึ้นมาบ้าง แล้วจึงให้บ่าวหญิงร่างใหญ่รีบไปแจ้งท่านหมอเฉียนที่เรือน จากนั้นปี้หรูรีบไปที่เรือนหน้าเพื่อแจ้งองค์ชายรองผู้เป็นพระสวามีของพระชายาตู้และเจ้าของจวน
“องค์ชายรองเพคะ แย่แล้วเพคะ” ตัวยังไม่ทันถึงห้องหนังสือ แต่ด้วยความร้อนใจปี้หรูส่งเสียงนำไปก่อน พร้อมทั้งวิ่งมาชะงักหน้าห้องหนังสือขององค์ชายรอง
“เสียงดังอะไร องค์ชายทรงเจรจาการค้าสำคัญกับท่านคหบดีมู่อยู่” พ่อบ้านเฉินหันตัวเข้ากันมิให้ปี้หรูเข้าห้องหนังสือ
“ท่านหลีกไปเถิดพ่อบ้านเฉิน ข้ามีเรื่องด่วนต้องทูลองค์ชาย” ปี้หรูไม่ยอมแพ้พยายามจะแทรกตัวผ่านไปให้ แต่พ่อบ้านเฉินจอมกันท่าผู้นี้มิได้ยอมให้นางผ่านไปง่ายๆ ในเวลาปกติจะบ่ายเบี่ยงไม่ให้นางพบองค์ชายรองเพื่อรายงานเรื่องพระชายาตู้ก็แล้วไป แต่ตอนนี้พระชายาของนางอาการหนักจะไม่มารายงานได้เยี่ยงไร
“มีอะไรกันอาเฉิน” เสียงนุ่มดังมาจากในห้อง
“มิมีสิ่งใด เดี๋ยวบ่าวจัดการเององค์ชายมิกังวลพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเฉินรายงานในขณะที่มือใหญ่ปิดปากปี้หรูจนเธอพูดไม่ได้
ด้วยความร้อนรนนางกลั้นใจยกเท้าขวาขึ้นจนสุดแล้วดันไปด้านหลัง พ่อบ้านเฉินที่จุกจนพูดไม่ออก ลงไปนั่งกองอยู่ด้านข้างประตู นางจึงอาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้าไปคุกเข่าหน้าโต๊ะน้ำชาที่องค์ชายรองกับคหบดีมู่ผู้เป็นท่านตาและยังเป็นที่ปรึกษาด้านการค้ากำลังสนทนากันอยู่
ชายต่างวัยทั้งคู่ต่างตกอยู่ในอาการงงงันยังมิทันได้เอ่ยปากถาม ปี้หรูรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะพร้อมร่ำไห้สะอึกสะอื้น “องค์ชายเพคะ ช่วยพระชายาของบ่าวด้วยเพคะ ฮึก ฮึก”
“เกิดอะไรขึ้นค่อย ๆ เล่าให้ข้าฟัง ข้าจะได้ช่วยพระชายาของเจ้าได้” ในเสียงนุ่มนวลนั้นเจือไปด้วยความสงสัย
“พระชายา เอ่อพระชายา ไม่รู้องค์เลยเพคะองค์ชาย บ่าวทั้งเรียกทั้งเขย่า ทั้งจับชีพจร เอ่อจับชีพจรแทบไม่ได้เลยเพคะ” ปี้หรูละล่ำละลักตอบรวดเดียว พร้อมเอามือลูบอก ไม่ใช่อะไรหรอกนางเกือบบอกไปแล้วว่านางจับชีพจรไม่ได้เลยต่างหาก แต่ก็เกรงว่าองค์ชายจะไม่ให้ไปตามหมอแต่จะให้พาพระชายาของนางไปสุสานราชวงศ์แทนนี่สิ
“เอ้า นี่ป้ายหยกของข้าเจ้ารีบไปที่โรงรถ ให้รถม้าพาไปรับท่านหมอฮัวมา” พร้อมกับพูดองค์ชายรองรีบปลดป้ายหยกประจำกายส่งให้ปี้หรู แม้ว่าเขาจะมิได้สนใจชายาเอกที่เสด็จพ่อพระราชทานให้ ก็มิใช่เพราะตัวนางนั้นเป็นบรรณการจากแคว้นสู่ที่ถวายมาเป็นส่วนหนึ่งของสินสงคราม2 แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยสนใจหญิงนางใดเลยต่างหาก ถึงจะมีคนถวายบุตรสาวหรือสตรีในบ้านให้เขามากมายเขาก็เพียงรับไว้ด้วยความสงสาร แม้แต่อนุเจียวสตรีเพียงคนเดียวที่เขายอมให้ใกล้ชิดและยกหน้าที่จัดการเรื่องในจวนก็เป็นนางกำนัลที่เสด็จย่าประทานให้
ตั้งแต่เขาเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น และตั้งแต่วันที่เขาถูกพิษสุราทำร้ายในครั้งนั้นจนทำให้ข่าวสารกลายเป็นข้าวสุก เขาก็ไม่เคยแตะต้องนางอีกเลย มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยมองอีกทีก็ไม่เห็นคนแล้วคงไปตามหมอแล้วสินะ
“นี่ป้ายขององค์ชายรองเลยนะ พวกเจ้าใครก็ได้พาข้าไปตามท่านหมอฮัวทีเถอะ” เสียงอ้อนวอนของปี้หรูแทบจะขาดใจ แต่ไม่มีใครเหลียวแลนางสักคน
“นี่ไม่ใช่เวรของพวกข้า ขืนพวกข้าเอารถออกไปเกิดอะไรขึ้นข้ารับไม่ไหวหรอก” เสียงตอบจากหัวหน้าสารถีอายุน้อยที่อยู่ตรงหน้าปี้หรู แถมยังกอดอกเดินส่ายไปมาด้วยท่าทียียวน ส่วนสารถีอวุโสหลายคนได้แต่มองด้วยความสงสารจะออกตัวพานางไปก็ใช่ที่ เพราะพ่อบ้านเฉินได้ส่งคนมาสำทับไว้ก่อนหน้าที่ปี้หรูจะมาถึงเพียงไม่ถึงสิบนาทีว่าให้ทุกคนฟังคำของเสี่ยวเฉินหลานชายของพ่อบ้านเฉินเท่านั้น ถึงแม้เฉินเสี่ยวเฉินจะเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน แต่ก็มีตำแหน่งหัวหน้าโรงรถม้า ส่วนหัวหน้าคนเก่าที่สั่งงดข้าวเย็นเสี่ยวเฉินเพราะรถม้าที่รับผิดชอบนั้นไม่สะอาดจู่ ๆ ก็โดนนักเลงในตลาดซ้อมจนขาหักทำงานไม่ได้
“แล้วเป็นเวรของผู้ใดกัน เหตุใดไม่อยู่ที่โรงรถ” ปี้หรูถามด้วยความสงสัย ปกติทุกแผนกงานของจวนต้องมีคนอยู่เข้าเวรประจำการ
“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายงานของข้า” เสี่ยวเฉินนั่งลงกระดิกเท้าพร้อมจิบน้ำชาที่โต๊ะหน้าโรงรถม้าวางท่าทางดั่งคุณชายน้อย
ตุบ โป๊ก เสียงคุกเข่าลงบนพื้นหน้าโรงรถที่โรยด้วยกรวดเม็ดเล็กตามมาด้วยเสียงโขกศีรษะอย่างแรง “ได้โปรดเถอะพี่ชาย ช่วยส่งคนพาข้าไปตามท่านหมอฮัวทีเถอะ โป๊ก โป๊ก” ตามมาด้วยเสียงโขกศีรษะติดกันอีกสองเสียงจนเหล่าบุรุษที่อยู่ในที่นั้นอดน้ำตารื้นไม่ได้
เสี่ยวเฉินมองออกไป ณ มุมหนึ่งของลานหน้าโรงรถม้ามีชายคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นดอกกุ้ยคนผู้นั้นพยักหน้ามาทางเข้า เสี่ยวเฉินจึงหันไปมองปี้หรูด้วยแววตาหาได้ทุกข์ร้อนต่อการโขกศีรษะของนางไม่
“เอาเถอะ เห็นแก่เจ้าใครอยากจะไปเจ้าไปก็หาคนสมัครใจเอาเองเถอะ” เมื่อพูดเสร็จเสี่ยวเฉินหันไปมองสารถีที่อยู่เบื้องหน้าทีละคนจนทุกคนไม่กล้าสบตา
“ข้าไปเอง” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังของโรงรถม้า ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว อ้อ หวังซีฉวนคนที่องค์ชายรองพามาอยู่ใหม่นั่นเอง แม้แต่เสี่ยวเฉินก็มิกล้าขวาง
“ขอบคุณพี่ชาย” ปี้หรูทำท่าจะโขกศีรษะให้เขาแต่ชายหนุ่มดึงแขนเสื้อนางไว้
“รีบไปกันเถอะ ป่านนี้พระชายาของเจ้าจะเป็นเช่นไรแล้วก็ไม่รู้” หวังซีฉวนปล่อยแขนเสื้อ นางแล้วเดินไปจูงม้าที่เทียมรถเสร็จแล้วออกมาจากโรงรถ เอาตั่งรองเท้าลงมาให้ปี้หรูเหยียบก้าวขึ้นรถ รอจนนางนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงออกรถทันทีโดยไม่เสียเวลาแม้จะกล่าวสิ่งใด หรือมองใคร ๆ ในที่นั้นเลย
1 ต้ากงจู่ องค์หญิงใหญ่
2 สินสงคราม การชดใช้ค่าเสียหายที่ฝ่ายชนะสงครามเรียกร้องเอาจากฝ่ายพ่ายแพ้