ตอนที่ 1
เหตุการณ์เมื่อสามเดือนที่แล้ว
"ตั้งใจเรียนนะพัฟพาย อย่าทำให้พี่เพลงเขาหนักใจนะลูก"
"ค่ะคุณย่า" เจ้าของใบหน้าสวยละมุนคล้ายตุ๊กตาโบกมือลาย่าของเธอขณะเดินไปยังรถของเพลง ลูกพี่ลูกน้องเธอ
'พัฟพาย' เป็นชื่อที่พ่อ แม่ของเธอตั้งให้ก่อนที่พวกท่านจะด่วนจากไป ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงได้รับการดูแลจากผู้เป็นย่ามาตลอดซึ่งปีนี้เธอต้องเดินทางเพื่อไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ไกลบ้าน เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เธอต้องอยู่ห่างจากบ้าน และย่าของเธอ
หญิงสาวมีความตั้งใจเรียนและสอบชิงทุนเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ หวังจะได้ทำงานที่ดีและกลับมาดูแลย่า และน้องชายตัวเล็กของเธอ
"ใจหายเลยดิ ไปอยู่ไกลบ้านแบบนี้" เพลงถามขึ้น
‘เพลง’ เป็นลูกพี่ลูกน้องฝ่ายแม่ของเธอซึ่งเพลงทำงานอยู่ในกรุงเทพเลยชักชวนให้พัฟพายไปอยู่ด้วยกัน และรับปากกับย่าของพัฟพายว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องเรียน และความเป็นอยู่ของพัฟพายให้เอง
"นิดหน่อยค่ะ"
"ไม่ต้องเป็นห่วง พี่ดูแลเอง" พัฟพายยิ้มรับ เพลงเป็นญาติเพียงไม่กี่คนที่ยังติดต่อกับเธอและย่าของเธออยู่
พัฟพายเลยรักและนับถือเพลงมากเนื่องจากเพลงคอยช่วยเหลือเธอและย่ามาโดยตลอดในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เธอยังไม่มีความรู้
ด้วยความไว้วางใจ เงินทุกอย่างที่เธอได้ตอนพ่อ แม่ของเธอเสียจึงอยู่ในการดูแลของเพลงทั้งสิ้น
"ขอบคุณพี่เพลงมากนะคะ"
สองสาวคุยเล่นกันไป แวะหาอะไรทานระหว่างทางอย่างเพลิดเพลินจนกระทั่งถึงที่หมายนั่นคือบ้านของเพลง
บ้านของเพลงเป็นบ้านเช่าสองชั้น สภาพบ้านค่อนข้างเก่าแต่ไม่ได้ทรุดโทรมมากนัก หญ้าบริเวณหน้าบ้านค่อนข้างรกเหมือนไม่มีคนคอยดูแล
"บ้านโทรมหน่อยนะ ก่อนหน้านี้พี่ยุ่งๆ น่ะ เลยไม่มีเวลาดูแลบ้านเท่าไหร่"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพายช่วยทำความสะอาดให้ก็ได้ค่ะ"
"รบกวนพายแย่เลย แต่ก็ขอบคุณมากนะ"
"สบายมากค่ะ" พัฟพายยิ้มตอบ เธอเดินตามเพลงเข้าไปในบ้านก่อนจะเอาของไปเก็บในห้องนอนที่เพลงยกให้เป็นห้องของเธอ
และเริ่มทำความสะอาดบ้านให้เพลง เธอเต็มใจทำให้เพราะอย่างไรเสีย เพลงก็ให้ที่อยู่กับเธอ
ฉะนั้นอะไรที่เธอสามารถตอบแทนได้ เธอก็ยินดีจะทำ
"พาย วันนี้พี่อาจจะกลับดึกนะ"
"ค่ะพี่เพลง"
"อยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย" เพลงถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"สบายมากค่ะ พี่เพลงไม่ต้องห่วงนะคะ"
"โอเค ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนะ"
กว่าพัฟพายจะทำความสะอาดบ้านเสร็จก็เกือบสองทุ่ม เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า ยกมือขึ้นลูบท้องตัวเอง
“เหนื่อยจัง หิวด้วย”
ตั้งแต่มาถึง พัฟพายยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เธอมัวแต่ตั้งใจทำความสะอาดบ้านจนลืมเรื่ิองหิวไปชั่วขณะ
เธอเดินเข้าไปในครัว ปรากฏว่าไม่มีอะไรสามารถกินได้เลยแม้แต่ไข่สักใบยังไม่มี
“พี่เพลงเขาอยู่ยังไงนะ ถึงไม่มีอะไรกินแบบนี้”
“…”
“สงสัยคงทำงานหนักจนไม่มีเวลาแน่เลย”
ย่าของเธอมักจะเล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้งว่าเพลงนั้นขยันทำงาน เธอเลยยกย่องเพลง และตั้งใจจะหางานพาร์ทไทม์เพื่อจะได้ช่วยเพลงจ่ายค่าเช่าบ้านด้วย แม้ว่าเพลงจะเสนอให้เธออยู่ฟรีแต่เธอไม่อยากเอาเปรียบ
“ออกไปหาอะไรกินแถวนี้แล้วกัน”
พัฟพายตัดสินใจปั่นจักรยานออกมาจากบ้านเพื่อไปหาอะไรกิน ซึ่งไม่ไกลกันมากมีตลาดเล็กๆ ตั้งอยู่ แถมยังมีร้านอาหารตามสั่ง และของกินอื่นๆ อีกมากมาย
“เอาอะไรดีจ้ะแม่หนู” ป้าเจ้าของร้านข้าวเอ่ยถาม พัฟพายกวาดสายตามองเมนูครู่หนึ่ง
เธอนึกอยากกินเมนูอื่นแบบไม่จำเจบ้างแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกสั่งเมนูเดิมอยู่ดี
“ข้าวกระเพราเป็ดค่ะ” พัฟพายชอบกินเป็ดมาก โดยเฉพาะเป็ดอย่าง หากร้านไหนมีเป็ด เมนูที่เธอสั่งจึงมักจะเป็นเป็ดเสมอ
“ได้เลย"
ระหว่างที่พัฟพายยืนรอ แม่ค้าสังเกตเห็นว่าเธอนั้นหน้าตาไม่คุ้นเอาเสียเลย
“หนูพึ่งย้ายมาอยู่หรอจ้ะ ป้าไม่เคยเห็นเลย”
“ใช่ค่ะ หนูย้ายมาอยู่กับลูกพี่ลูกน้อง บ้านอยู่ถัดจากเซเว่นนั่นไปนิดเดียวเองค่ะ”
“ลูกพี่ลูกน้อง อย่าบอกนะว่าเป็นน้องยัยเพลง”
ป้าเจ้าของร้านพอจะเดาออกเนื่องจากเธอจำคนระแวกนี้ได้หมด และคนที่มีอายุพอจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพัฟพายได้ก็เห็นจะมีแต่เพลงคนเดียว
“ใช่ค่ะ ป้ารู้จักพี่เพลงด้วยหรอคะ”
“ป้ารู้จักคนแถวนี้หมดนั่นแหละ เมื่อก่อนยัยเพลงมาซื้อข้าวร้านป้าบ่อยแต่หลังๆ ไม่เห็นเลย”
“พี่เพลงน่าจะยุ่งมั้งคะ”
“ยุ่งอะไรล่ะ คนเขาลือกันว่ายัยเพลงติดพนันออนไลน์ ยืมเงินเขาไปทั่ว หนูเป็นน้องก็เตือนๆ หน่อยแล้วกันนะ”
“ไม่มั้งคะ”
“ป้าก็ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหนหรอกนะ แต่ป้าเห็นคนพังเพราะพนันออนไลน์มาเยอะแล้ว”
พัฟพายเพียงแค่พยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไรต่อ คิดว่าป้าเจ้าของร้านคงพูดไปตามประสามนุษย์ป้า อย่างไรเสียเธอก็ไม่เชื่อว่าเพลงจะเล่นพนันออนไลน์แบบนั้นหรอก
——
มหาวิทยาลัยของพัฟพายนั้นอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเพลงมากนัก เธอจึงสามารถนั่งรถเมล์มามหาวิทยาลัยได้ซึ่งตั้งแต่เธอเปิดเรียนมาเกือบเดือน เธอไม่ค่อยได้เจอเพลงเลย
เพลงไม่ค่อยกลับบ้านเท่าไหร่นัก เธอเองก็ไม่กล้าถามเพราะคิดว่าเพลงคงไปทำงาน และเธอเองไม่ได้มีปัญหาอะไรด้วย เธอสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่ได้เป็นอย่างดี
การเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เท่าไหร่นัก แม้ว่าในช่วงแรกเป็นการเข้ากิจกรรมการรับน้อง พัฟพายโดนทาบทามให้ลงประกวดดาวคณะลงกิจกรรมมากมายแต่เธอปฏิเสธเนื่องจากเธอไม่มีเวลามากพอ อีกอย่างเธอตั้งใจจะใช้เวลาว่างทั้งหมดทำงานพิเศษ
“พัฟพายไปกินข้าวกัน”
‘กวาง’ เพื่อนสาวคนแรก และคนเดียวของเธอในตอนนี้ เธอเจอกับกวางในวันแรกของการรับน้องซึ่งกวางเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายเธอก่อน ทั้งคู่เข้ากันได้ดีในหลายเรื่อง หลังจากนั้นทั้งสองเลยสนิทกันจนถึงตอนนี้
“อือ ไปสิ”
สองสาวยังเป็นจุดสนใจของใครหลายคน โดยเฉพาะพัฟพายเนื่องจากเธอมีใบหน้าละมุน น่ารักโดดเด่น ใครเห็นก็ต้องตาต้องใจ
ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าหาพัฟพายเพราะกลัวกวางเพราะกวางจะคอยเป็นไม้กันหมาให้เพื่อนของเธอตลอด
“ไอ้พี่หนึ่งนั่นยังมายุ่งกับเธออีกรึเปล่า” กวางถามถึงรุ่นพี่คนหนึ่งที่ตามจีบพัฟพายตั้งแต่วันรับน้อง
“ไม่แล้วล่ะ ว่าแต่กวางไปทำอะไรกับพี่เขารึเปล่า”
พัฟพายนั้นเป็นคนดีเกินกว่าจะกล้าไล่พวกผู้ชายเจ้าชู้เอง กวางเลยรับหน้าที่นี้เอง เธอไม่ต้องการให้เพื่อนของเธอโดนผู้ชายพวกนั้นหลอก
“เปล่าสักหน่อย” พัฟพายหรี่ตามมองเพื่อนสาวอย่างจับผิด เธอรู้ว่ากวางไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ แล้วลูกสาวค่ายมวยอย่างกวางคงไม่ไปคุยดีๆ กับผู้ชายพวกนั้นแน่
“ทำไมมองอย่างนั้น ฉันไม่ฆ่าพวกมันหรอก อย่างมากก็ต่อยสาม สี่หมัดแค่นั้นเอง”
“เอาอีกแล้วนะกวาง เธอเป็นผู้หญิง…” กวางยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง แล้วเดินหนีไป
พัฟพายมองเพื่อนสาวของเธอพลางส่ายหน้าไปมา ถึงแม้จะพึ่งรู้จักกวางแต่เธอกลับรู้สึกผูกพันกับกวางอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะความจริงใจที่กวางมีให้เธอก็เป็นได้
————
ห้องทะเบียน
พัฟพายยืนหน้าซีดเผือดอยู่ในห้องทะเบียนหลังจากได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายทะเบียนว่าเธอยังไม่ได้ชำระค่าเทอมในส่วนที่เหลือ แม้ว่าเธอจะได้ทุนแต่ทุนนั้นเป็นทุนแบบไม่เต็มจำนวน เลยมีส่วนต่างที่เธอต้องจ่ายเพิ่ม
“พี่สาวหนูจ่ายแล้วจริงๆ นะคะ” พัฟพายยังคงยืนยันพร้อมทั้งยื่นรูปภาพสลิปการจ่ายเงินที่เพลงส่งให้กับเธอก่อนหน้านี้เพื่อยืนยัน
เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน เพลงเป็นคนจัดการให้เธอตั้งแต่พ่อ แม่ของเธอจากไป โดยเงินพวกนั้นเป็นเงินของพ่อ แม่และยายของเธอ
“ทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้รับเงินจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวยังไงพี่ขอตรวจสอบสลิปสักครู่นะ”
“ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”
หญิงสาวนั่งรอด้วยความกังวล เธอบีบมือตัวเองแน่น ถึงแม้จะมั่นใจว่าเพลงจ่ายเงินให้เธอแล้วแต่หญิงสาวก็ยังรู้สึกเป็นกังวลอยู่ดีเพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินก้อนสุดท้าย หากเกิดปัญหา เธอไม่มีเงินสำรองเหลือแล้ว
“เธอมีปากการึเปล่า” เสียงเข้มดังขึ้นตรงหน้าเธอ แต่ด้วยความกังวล พัฟพายเลยไม่ได้สนใจ สายตาของเธอยังมองตรงไปยังเจ้าหน้าที่ที่กำลังตรวจสอบใบเสร็จรับเงินของเธออยู่
จนกระทั่งเสียงเข้มนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “ขอยืมปากกาหน่อย”
“เอ่อค่ะ” พัฟพายยื่นปากกาสีชมพูในมือให้เขาโดยไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
“ขอบใจ”
“น้องคะ สลิปนี้เป็นสลิปปลอมนะคะ”
“ว่ายังไงนะคะ” พัฟพายลุกขึ้นยืน รีบวิ่งไปที่เคาน์เตอร์เพื่อฟังการยืนยันอีกครั้ง ซึ่งหลักฐานทุกอย่างที่เจ้าหน้าที่ให้เธอดู บ่งบอกว่าสลิปดังกล่าวเป็นของปลอม และไม่มีการจ่ายค่าเทอมอย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก
“ไม่จริง นี่เงินก้อนสุดท้ายของหนูเลยนะคะ”
พรึบ
‘ไฟ’ เจ้าของร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกล เข้ามารับร่างหมดสติของหญิงสาวได้พอดิบพอดี เขาก้มลงมองใบหน้าน่ารักที่ซีดเซียวด้วยความรู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“ช่วยด้วย นักศึกษาเป็นลม” เจ้าหน้าที่ตะโกนเรียกคนแถวนั้นให้มาช่วย ส่วนไฟจัดการอุ้มเธอไปวางลงโซฟาแล้วปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดูแลเธอต่อ
ส่วนเขามองใบหน้าเธออีกครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกไปพร้อมด้วยปากกาสีชมพูในมือที่เขียนชื่อเจ้าของปากกาเอาไว้ ‘พัฟพาย’
———————