แกร็ก!!
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ความเงียบงันในห้องหอถูกทำลายลงด้วยเสียงก๊อกแก๊กเบาๆจากทางประตู จนอะตอมที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างถึงกับต้องชะงักกึก ร่างเล็กแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
หัวใจเต้นแรงระรัว เมื่อไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินคือเสียงฝีเท้าของผู้ชายที่เธอเพิ่งปะทะคารมใส่ไปก่อนหน้า หรือเป็นเพียงเสียงของผีที่จินตนาการขึ้นมาเอง
“เสียงอะไรอ่ะ…”
เธอพึมพำเบาๆใต้ผ้าห่ม แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดออกมาดู ได้แต่ซุกตัวแน่น หวังให้ผืนผ้าหนาปกป้องเธอจากทุกอย่างที่อยู่นอกนั้น
พรึบ!!
“อ้าาา~”
เสียงถอนหายใจอย่างผ่อนคลายดังขึ้น ก่อนที่แรงกระแทกเบาๆจะทำให้เตียงยวบลง ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายอารมณ์ ราวกับนี่คือที่ของเขาโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร
เสียงนั้นทำให้อะตอมรับรู้ได้ทันที ไม่ใช่ผีแต่คือเขา
คีริน ผู้ชายที่เธอเพิ่งบอกให้ไปนอนโซฟาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้กลับขึ้นมานอนร่วมเตียงกับเธอหน้าตาเฉย
ร่างเล็กใต้ผ้าห่มแข็งค้างไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะความกลัวผีที่เคยคิดไว้ กลับกลายเป็นความตึงเครียดรูปแบบใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่า
เพราะศัตรูในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่สิ่งลี้ลับในจินตนาการของเธออีกต่อไป แต่คือสามีตามสัญญา ที่นอนอยู่ข้างเธอในระยะประชิดต่างหาก
“นี่คุณคีรินคะ หนูไม่ได้บอกให้คุณขึ้นมานอนบนเตียงกับหนูสักหน่อย ทำไมถึงขึ้นมาหน้าตาเฉยแบบนี้ล่ะคะ!”
จากความหวาดกลัวเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจสุดขีดในพริบตา เมื่ออะตอมเปิดผ้าห่มออก แล้วเห็นร่างสูงของสามีในนาม นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่โดยสมบูรณ์
คีรินเหลือบตามามองเธอเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“แล้วทำไมฉันต้องไปนอนที่โซฟาด้วย ในเมื่อฉันเป็นคนจ่ายเงินแต่งงานกับเธอ”
เขาขยับตัวนอนตะแคง หันหน้ามาเผชิญกับใบหน้าสวยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ดวงตาคมกริบจ้องเธออย่างไม่ปิดบังความรำคาญใจ
“ฉันเสียเงินไปตั้งหลายสิบล้าน ไม่ได้เพื่อให้เธอมาทำตัวข่มหรือออกคำสั่งใส่ฉันแบบนี้”
ถ้อยคำแข็งกร้าวผสานกับสายตาดุ จัดราวกับเสือที่กำลังจ้องเหยื่อ ทำให้อะตอมถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
"นี่คุณ"
อะตอมพูดได้แค่นั้นเธอก็ต้องรีบเบือนหน้าหนี แม้ปากจะยังอยากเถียงกลับ แต่แรงกดดันจากสายตาของเขา กลับทำให้เธอรู้สึกได้ชัดเจนว่า ชายตรงหน้าไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาท้าทายได้ง่ายๆ และเธอเองก็รู้ดีว่าเงินค่าสินสอดที่ทางครอบครัวของเขาเสนอมานั้น มันหลายสิบล้านอย่างที่เขาพูดจริงๆนั่นแหละ
"หึ!"
คีรินขำในลำคอเบาๆ ในท่าทางที่สบายๆอย่างไม่ใส่ใจ
“เฮ้ออออ…”
อะตอมถอนหายใจแรงๆอย่างจงใจ หวังให้คนข้างกายได้ยินบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดูไร้ค่า เพราะร่างสูงยังคงนอนนิ่ง ไม่แสดงท่าทีสนใจเธอแม้แต่น้อย
คนตัวเล็กเหลือบมองเขา ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น อยากพูด อยากโวยวาย แต่กลับไม่กล้าพอจะปริปากออกไปอีก
“นอนสิ”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ คีรินยกศีรษะขึ้นเล็กน้อย มองคนที่นั่งถอนหายใจอยู่ข้างๆด้วยสายตาเฉยชา ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรสำหรับเขาเลย
“หรือจะนั่งดูฉันนอนทั้งคืนก็ได้นะ ฉันไม่ติด”
มุมปากกระตุกขึ้นนิดๆ
พูดจบเขาก็วางศีรษะลงบนหมอน หลับตาพริ้มลงอย่างไม่แยแส ทิ้งให้อะตอมนั่งอึ้งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นและไม่พอใจ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พ่อกับแม่จะให้ฉันมาอยู่กับคนแบบนี้”
อะตอมพึมพำเบาๆกับตัวเอง ทว่าคำบ่นนั้นยังไม่ทันจางหาย เธอก็รับรู้ได้ถึงแรงบีบแน่นที่ข้อมือ มือใหญ่คว้าจับเธอไว้ ก่อนจะกระชากร่างบางลงไปแนบข้างกายอย่างไม่ทันตั้งตัว
ปึก!!
ร่างของเธอกระแทกลงกับหมอนนุ่มแรงจนดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจแทบหลุดออกมานอกอก ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้
“โอ๊ย! นี่อย่านะคะ! คุณจะทำอะไรหนู ไม่เอานะคะ อย่าค่ะ!”
อะตอมดีดดิ้นโวยวายเสียงสั่น พร้อมทั้งยกมือขึ้นไปปกป้องหน้าอกอวบใหญ่ของตัวเองไว้ ในหัวของอะตอมตอนนี้ มีเพียงความคิดเดียววนเวียนไม่หยุด เขาต้องคิดจะทำอะไรกับเธอแน่ๆ หัวใจดวงเล็กเต้นแรงระรัว ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่แก้ม มือบางกำผ้าห่มแน่นยกขึ้นมาคลุมร่างของตัวเองไว้โดยไม่รู้ตัว ทั้งหวาดระแวง ทั้งสับสน กับสถานการณ์ที่ชวนให้ใจสั่นเกินกว่าจะควบคุม ทั้งที่สิ่งเดียวที่เขาทำมีเพียงดึงเธอให้นอนลงเท่านั้น แต่ความตกใจก็ทำให้เธอเผลอร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก
คีรินหรี่ตามอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มเย็นเฉียบ
“เธอจะดีดดิ้นอะไรนักหนา ฉันแค่ดึงให้เธอนอนลง ไม่ได้คิดจะทำอะไรสักหน่อย”
เขาขยับเข้าใกล้เล็กน้อย สายตาคมกริบกดดันจนเธอแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
“จะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งคืนหรือไง เดี๋ยวพ่อแม่เธอก็หาว่าฉันเอาเธอมาทรมานอีก นอนลงไป แล้วก็อย่าพูดมาก”
น้ำเสียงเขาแข็งกร้าวขึ้น
“ถ้าฉันโมโหขึ้นมา… เธอไม่ได้นอนดีแน่”
คำขู่สั้นๆนั้นทำให้อะตอมหยุดชะงักไปในทันที ร่างเล็กแข็งทื่อ ดวงตาสั่นไหวด้วยความหวาดระแวง
จริงอยู่เขาคือสามีของเธอตามกฎหมาย แต่พวกเขายังแทบไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ
เธอเคยได้ยินเพียงจากพ่อแม่ว่า ชายคนนี้คือทายาทมาเฟียอีกตระกูลหนึ่ง ผู้โหดเหี้ยมและทรงอำนาจ แค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้ความรู้สึกแขยงและหวาดกลัว ค่อยๆคืบคลานขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่
อะตอมนอนนิ่งอยู่ข้างกายเขา ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าพูด มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงระรัว
“ก็… ปล่อยหนูก่อนสิคะ ถ้าคุณจับหนูไว้แบบนี้ แล้วหนูจะนอนได้ยังไงกัน”
อะตอมเอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว หลังจากสัมผัสได้ถึงความแข็งกร้าวของอีกฝ่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นของเขารินรดลงบนพวงแก้มนุ่ม จนเธอได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากเหล้าที่เขาเพิ่งดื่มไปไม่นาน หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่
มือหนาที่เคยบีบข้อมือเธอแน่นค่อยๆคลายออก ก่อนที่คีรินจะหลับตาลงเฉยๆราวกับหมดความสนใจ
“เอ่อ…”
อะตอมนอนแข็งทื่อไปทั้งร่าง ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เธอพยายามควบคุมลมหายใจให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตากลอกไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน ขณะที่หัวสมองคิดวนเวียนไม่หยุด
'กลิ่นเหล้ามันแรงเกินไป ถ้าเป็นแบบนี้คงไม่มีทางข่มตาหลับลงได้ง่ายๆแน่'
ร่างเล็กจึงได้แต่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความเงียบ และระยะห่างแสนใกล้ของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ
“ฉันบอกให้นอน ถ้ายังไม่นอนอีกฉันจะไม่ทนแล้วนะ”
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทั้งที่คีรินยังคงหลับตานิ่ง แต่เขากลับรับรู้ได้ชัดว่าคนตัวเล็กข้างกายยังคงกระสับกระส่าย ไม่ยอมอยู่นิ่งเสียที
อะตอมเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นคำขอร้อง
“ก็หนูเหม็นกลิ่นเหล้านี่คะ… กลิ่นแรงขนาดนี้หนูจะนอนได้ยังไงกัน คุณช่วยหันหน้าไปทางโน้นหน่อยได้ไหมคะ”
คำพูดนั้นทำให้คีรินลืมตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตานิ่งๆ แววตาคมกริบยังคงเย็นชา แต่แรงกดดันกลับทำให้อะตอมหัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
เขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะพลิกหันหลังให้ตามที่เธอขอ เสียงเข้มเอ่ยทิ้งท้ายอย่างไม่ใส่อารมณ์
“เรื่องมากจริง”
อะตอมผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก ร่างเล็กค่อยๆคลายความเกร็งลง แม้จะยังไม่กล้าขยับมากนักก็ตาม