บทที่ 9

2169 คำ
พิมลดาหันกลับไปตามต้นเสียงที่เรียกชื่อของเธอ สายตาพบหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อสีฟ้ากับกระโปรงสีดำเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบไว้เรียบร้อย กำลังก้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ “พิม จำพี่ได้ไหม พี่ปุ้ยที่อยู่ภาควิชาเดียวกับพี่ชาน่ะ” “สวัสดีค่ะพี่ พิมจำได้ค่ะ สบายดีไหมคะ” “แล้วพิมล่ะ สบายดีไหม ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าพิมเลย เห็นแต่พี่ชาอุ้มลูกมาที่คณะ บางวันก็ให้นักศึกษาในภาคฯ ช่วยดูให้” “พิมกับพี่ชาแยกทางกันแล้วค่ะ” พิมลดาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมสบตากับปุ้ย ปุ้ยเป็นอาจารย์ในภาควิชาเดียวกับตฤณชา พิมลดาเคยพบเธออยู่หลายครั้ง เป็นคนอัธยาศัยดีและมีน้ำใจ บางครั้งเมื่อเห็นพิมลดาพาน้องแม็กซ์มาเดินเล่นเพียงลำพัง ปุ้ยก็มักเข้ามาทักทาย พูดคุย และเล่นกับเด็กน้อยอย่างเป็นกันเอง “จริงเหรอ” ปุ้ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าฉายแววสะเทือนใจอย่างเห็นได้ชัด “เกิดอะไรขึ้นหรือพิม พอจะเล่าให้พี่ฟังได้ไหม” เธอถามต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่แฝงความห่วงใย ปุ้ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “พี่ไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงนะ แค่สองสามวันก่อน พี่บังเอิญเจอพี่ชาเดินอยู่กับอาจารย์ใหม่ในคณะ เป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ ท่าทางดูสนิทสนมกันมาก พี่เลยรู้สึกแปลกใจ เพราะพักหลังไม่ค่อยได้เห็นพิมเลย ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าชีวิตคู่ของพิมจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ขอโทษด้วยนะที่พูดตรงไปหน่อย” “พี่ชามีผู้หญิงใหม่ค่ะ” พิมลดาตอบเสียงเรียบ “พิมจับได้ แล้วเขาก็เป็นฝ่ายขอแยกทางกับพิมเอง ส่วนเรื่องลูก เราตกลงกันว่าจะช่วยกันเลี้ยงดูค่ะ” “ยังไม่เลิกนิสัยเดิมจริง ๆ นะพี่ชา อายุขนาดนี้แล้วแท้ ๆ” ปุ้ยพึมพำเบา ๆ พลางส่ายหน้าอย่างระอา พิมลดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามออกมาอย่างเกรงใจ “มีเรื่องอะไรที่พิมควรรู้ไหมคะ พี่” พิมลดาเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เธอเคยพบกับปุ้ยอยู่หลายครั้ง และสังเกตมาโดยตลอดว่าตฤณชามักแสดงท่าทีไม่ค่อยชอบหญิงสาวคนนี้นัก ทั้งที่เป็นเพื่อนร่วมงานในภาควิชาเดียวกัน ของขวัญแต่งงานที่ปุ้ยมอบให้ ตฤณชากลับหาเรื่องทำตกแตกก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะโดยไม่ลังเล แม้แต่ชุดเด็กอ่อนที่หญิงสาวซื้อให้น้องแม็กซ์ในวันแรกเกิด ก็ยังถูกเขาตำหนิสารพัด และท้ายที่สุดก็ลงเอยในถังขยะเช่นเดียวกัน พิมลดาเคยรู้สึกแปลกใจ แต่ด้วยภาระการงานและการเลี้ยงดูลูกที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน เรื่องเหล่านั้นจึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากความคิดของเธอ ปุ้ยถอนหายใจยาว ราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่าง “เฮ้อ…เอาเถอะ พี่จะเล่าให้พิมฟังตรง ๆ เลยแล้วกัน” เธอเงยหน้าขึ้น สบตาพิมลดาด้วยแววตาจริงจัง “จริง ๆ แล้ว พี่เคยเป็นคู่หมั้นของพี่ชามาก่อน เราพบรักกันตอนที่พี่กับเขาเรียนต่อต่างประเทศ หลังกลับมาเมืองไทยได้ประมาณหนึ่งปี เราก็ตัดสินใจหมั้นหมายกัน” ปุ้ยหยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังกลืนความทรงจำอันขมขื่น ก่อนจะพูดต่อ “แต่ยังไม่ถึงปี พี่ก็พบว่าพี่ชามีความสัมพันธ์กับนักศึกษาที่เขาสอนอยู่ พี่จับได้คาหนังคาเขา ตอนที่เขากำลังนัวเนียกับเด็กนักศึกษาคนนั้น” น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่หนักแน่น “แม้พี่ชาจะบอกว่าจะเลิกกับนักศึกษาคนนั้น พี่ก็รับเรื่องนั้นไม่ได้อยู่ดี เขายังพูดด้วยซ้ำว่า เพราะพี่ไม่ยอมมีอะไรกับเขา เขาก็ต้องไปหาเอากับคนอื่นบ้าง” ปุ้ยยิ้มจาง ๆ อย่างขมขื่น “เขารับปากว่าจะไม่ทำอีก แต่ตอนนั้น พี่รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็เลยตัดสินใจถอนหมั้น” “หลังจากนั้น เขาเลิกกับนักศึกษาคนนั้น แล้วตามตื้อพี่อยู่อีกพักใหญ่ แต่พี่ไม่สนใจ เพราะตอนนั้นพี่มีคนรักใหม่แล้ว ซึ่งก็คือสามีของพี่ในปัจจุบัน” เธอถอนหายใจอีกครั้ง “พี่คิดว่าพี่ชาจะเลิกนิสัยเจ้าชู้แบบนั้นไปแล้ว หลังจากแต่งงานมีลูก เลยไม่ได้เล่าอะไรให้พิมฟัง อีกอย่าง…คนในภาควิชาก็รู้เรื่องนี้กันหมด คิดกันว่ามันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว” “พิมไม่ทราบเรื่องเลยค่ะ” พิมลดาเอ่ยเสียงเรียบ “ตอนที่คบกัน พี่ชาก็ดูแลเอาใจใส่พิมดีมาก แต่หลังจากเขาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ก็อ้างว่างานยุ่งตลอด ทุกเสาร์อาทิตย์ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างประเทศบ่อย ๆ” หญิงสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “แต่ความจริงแล้ว เวลาส่วนใหญ่เขาเอาไปออกเดตกับแฟนคนใหม่ค่ะ” “พิมเคยมีโอกาสได้คุยกับผู้หญิงคนนั้น เพื่อบอกความจริงว่าพี่ชามีทั้งลูกและภรรยาอยู่แล้ว แต่สุดท้าย…พวกเขาก็ยังคบกันต่อไป” น้ำเสียงของเธอแผ่วลง “พิมเลยพยายามไม่คิดอะไรมาก คิดเสียว่าเป็นเวรกรรมของตัวเอง และตั้งใจว่าจะดูแลน้องแม็กซ์ให้ดีที่สุดก็พอค่ะ” “ดีแล้วล่ะพิม” ปุ้ยเอ่ยอย่างเห็นใจ “ตอนนี้โฟกัสเรื่องลูกก่อน แล้วพิมได้ลองคุยกับพี่น้องของพี่ชาบ้างไหม เผื่อจะช่วยเป็นคนกลางพูดคุยกันได้” “ไม่ได้คุยเลยค่ะ” พิมลดาส่ายหน้าเบา ๆ “ตั้งแต่พิมท้องจนคลอดลูก ทางพี่น้องของพี่ชาก็แทบไม่ได้สนใจอะไร มีแค่ครั้งเดียวที่พี่สาวกับน้องสาวเขามาเยี่ยมน้องแม็กซ์ ตอนอายุได้ประมาณหนึ่งเดือน” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “แล้วก็มีน้องสาวเขามาขอค้างที่บ้านอยู่ครั้งหนึ่งค่ะ แต่หลังจากกลับไป กลับกลายเป็นว่าพิมต้องมีปัญหาทะเลาะกับพี่ชาตามมาอีก” “เรื่องอะไรเหรอ” ปุ้ยถามขึ้นทันที “เฮ้อ…ก็หลายเรื่องค่ะ” พิมลดาถอนหายใจเบา ๆ ราวกับกำลังรื้อความอัดอั้นที่เก็บไว้เนิ่นนาน “อย่างเรื่องเสื้อผ้าเด็กอ่อน พี่สาวเขาซื้อเสื้อคอกลมมาให้น้องแม็กซ์ แต่พิมไม่สะดวกใช้ค่ะ ลองใส่ให้ลูกแล้ว มันใส่ยากมาก คอเด็กยังอ่อน กว่าจะสอดเสื้อเข้าไปได้ก็ทุลักทุเล แถมอากาศร้อนยังทำให้คอลูกเป็นผื่นแดงอีก” เธอเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงระงับอารมณ์ “พิมใส่ให้ลูกแค่ครั้งเดียวเองค่ะ แต่พี่ชาก็จับผิด หาว่าพิมรังเกียจของที่พี่สาวเขาให้ พิมพยายามอธิบายแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง คนที่เคยมีลูกจะเข้าใจดีว่าคอเด็กอ่อนยังไม่แข็งแรง ทั้งที่พี่สาวเขาเองก็มีลูกตั้งสองคน แต่กลับซื้อเสื้อหนา ๆ คอกลมแคบ ๆ มาให้ เหมือนแกล้งกันเลย พิมใส่ให้ลูกลำบากมากจริง ๆ ค่ะ” “ตอนที่พวกเขามาเยี่ยมและมาค้างที่บ้าน พิมก็พยายามต้อนรับเต็มที่ เตรียมอาหาร ซื้อของอร่อย ๆ มาเลี้ยง เวลาเขาจะดื่มน้ำหรือทานอะไรก็จัดแก้วน้ำ จานชามให้เรียบร้อย” น้ำเสียงของพิมลดาเริ่มแผ่วลง “แต่ก็ยังโดนกระแนะกระแหนว่าไม่ใช่ผู้ดี ต้องดื่มน้ำคนละแก้ว เขาบอกว่าที่บ้านเขา หลาน ๆ ทุกคนดื่มน้ำรวมแก้วเดียวกันได้หมด แต่พิมคิดว่าควรแยกแก้วเพื่อสุขอนามัยที่ดี” เธอยิ้มบาง ๆ อย่างขมขื่น “ยังมีคำประชดอีกหลายอย่างค่ะ ว่าพวกเขาไม่ใช่คุณหนูอย่างพิม น้องสาวเขาคนหนึ่งยังพูดว่าพิมโชคดีที่ได้แต่งงานกับพี่ชา ลูกก็ได้เข้าโรงเรียนของมหาวิทยาลัย สบาย มีชื่อเสียง วาสนาดี” “พิมก็แย้งไปว่า ทุกอย่างที่พี่ชาให้ เป็นการให้ลูก พิมไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไร ไม่เคยเอาไปคุยโอ้อวดว่าลูกเรียนโรงเรียนดัง แต่กลับโดนสะบัดหน้าใส่” พิมลดาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “แล้วยังมีเรื่องน้องสาวคนเล็กของเขาอีกค่ะ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนมาค้างที่บ้าน แล้วทิ้งลิปมันกลิ่นมิ้นท์ไว้หน้ากระจก น้องแม็กซ์ไม่รู้เรื่องก็หยิบมาทาเปลือกตา พอแสบร้อนก็ร้องไห้ลั่นเลย” “พี่ชาก็มาด่าว่าพิม ว่าทิ้งของเรี่ยราด ทำให้ลูกเอามาเล่น พิมต้องเอาลิปมันของพิมออกมาให้ดูว่าของพิมยังอยู่ในกระเป๋า ลิปอันนั้นเป็นของที่น้องสาวเขาทิ้งไว้ต่างหาก เขาถึงได้หน้าแตกไปเอง” เธอถอนหายใจยาว “ชีวิตคู่ของพิมกับเขา มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ปะทะกันตลอดค่ะ แต่พิมก็พยายามประนีประนอม เพราะเห็นแก่ลูก” ดวงตาของหญิงสาวหม่นลง “แต่เรื่องผู้หญิง…มันเป็นเรื่องใหญ่มาก เขาขอให้พิมเลี้ยงลูกเงียบ ๆ ไป ส่วนเขาจะไปมีอะไรกับผู้หญิงคนไหน ก็ไม่ต้องมายุ่ง” ปุ้ยรับฟังด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ลึก ๆ ในใจ เธอกลับรู้สึกโล่งและดีใจที่ตัวเองรอดพ้นจากผู้ชายอุบาทว์เช่นนั้นมาได้ในวันนั้น อีกทั้งเธอเองก็เคยพบหน้าพี่สาวและน้องสาวของตฤณชามาหลายครั้ง และรับรู้ได้ถึงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ที่พวกเขามอบให้โดยไม่ปิดบัง อาจเป็นเพราะความหวงแหนในฐานะพี่น้องก็จริง แต่สำหรับเธอ มันมากเกินไป เมื่อเห็นสีหน้าของพิมลดาที่อ่อนล้า ปุ้ยจึงเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แผ่วเบา “เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของพิมเลยนะจ๊ะ” เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “พี่พอรู้เรื่องครอบครัวของพี่ชามาบ้าง ตอนที่คบกัน เขาเป็นคนเล่าให้พี่ฟังเอง พ่อของเขาเป็นคนเจ้าชู้มาก มีผู้หญิงแทบทุกตำบลอำเภอทั้งจังหวัดเลยก็ว่าได้ แม่ของเขาทุกข์ใจมาก ถึงขั้นต้องดื่มเหล้าทุกวันเพื่อลืมความเจ็บปวด สุดท้ายก็เข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นตับแข็งและเสียชีวิตไป” น้ำเสียงของปุ้ยนิ่งลง “แต่พี่ชากลับมองว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย เรื่องหาเศษหาเลย เขาพูดเข้าข้างพ่อของตัวเองเต็มที่ ตอนนั้นพี่ก็รู้สึกแล้วว่าเขามองเรื่องนี้ผิดไปมาก” เธอถอนหายใจเบา ๆ “ในฐานะคู่หมั้น พี่พยายามปรับความคิดเขานะ บอกว่าการที่ผู้ชายมีเมียหลายคนไม่ใช่เรื่องปกติเลย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงมีสามีหลายคน กลับถูกประณาม ถูกนินทาว่ามากชู้หลายผัว ทั้งที่มาตรฐานควรเท่าเทียมกัน” แววตาของปุ้ยฉายความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “สังคมเรามันเป็นอะไรกันไปหมดก็ไม่รู้ พี่น้องของเขาก็เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่กลับไม่เห็นใจผู้หญิงด้วยกันเองเลย พี่ว่า…มันน่ารังเกียจจริง ๆ” ปุ้ยมองสีหน้าของพิมลดา ซึ่งยิ่งหม่นเศร้าลงหลังจากได้ฟังเรื่องราวเพิ่มเติม หัวใจของเธอพลันรู้สึกผิดขึ้นมา เธอไม่แน่ใจเลยว่าการเล่าเรื่องเหล่านั้นออกไปเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ ได้แต่รู้สึกเสียใจที่เผลอรื้อบาดแผลของอีกฝ่ายให้ลึกขึ้น “พิมจ๊ะ…” ปุ้ยเอ่ยเสียงแผ่ว “พี่ไม่รู้จะปลอบพิมยังไงดี แต่พี่อยากให้กำลังใจพิมนะ” เธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงใจ “พิมเป็นคนดี พี่เห็นมาตลอดว่าพิมขยันทำงาน ดูแลลูกด้วยตัวเองทุกอย่าง ตอนนี้พิมอาจจะยังรู้สึกเศร้า เหมือนที่พี่เคยรู้สึกตอนถอนหมั้น ใช้เวลานานมากเลยล่ะ กว่าจะทำใจได้ เพราะเขาก็เป็นรักแรกของพี่เหมือนกัน” ปุ้ยหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง “แต่เชื่อพี่นะ วันหนึ่งเมื่อพิมผ่านช่วงนี้ไปได้ พิมจะมองย้อนกลับมาอย่างภาคภูมิใจว่า พิมทำดีที่สุดแล้ว ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อลูก” เธอถอนหายใจเบา ๆ “และพี่เชื่อว่า สักวันหนึ่งพี่ชาและผู้หญิงคนนั้น จะต้องเผชิญผลของการกระทำของตัวเอง และหวนคิดถึงสิ่งที่พวกเขาเคยทำกับพิมและลูกไว้” เสียงโทรศัพท์มือถือของปุ้ยดังขึ้นขัดจังหวะ เธอมองหน้าจอ ก่อนจะกดตัดสาย แล้วหันกลับมาหาพิมลดา “พี่ขอเบอร์โทรพิมไว้ได้ไหม เผื่อมีอะไรต้องติดต่อกัน” “ได้ค่ะพี่” พิมลดาบอกเบอร์โทรศัพท์ให้ ก่อนจะแยกย้ายกันไป ปุ้ยหันกลับมากอดพิมลดาเบา ๆ หนึ่งครั้ง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้า ราวกับส่งกำลังใจทั้งหมดที่มีให้ ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ...
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม