ตอนที่ 8 : แม่เป็ดหาย

1757 คำ
เซี่ยอันหนิงยังจำได้ดี ในตอนนั้นลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่พูดจาหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้าว่าอย่างไรบ้าง "พวกเจ้าเองก็มาอยู่อาศัยที่บ้านข้า เช่นนั้นแล้วแม่เป็ดตัวนี้ก็ให้พวกข้าเถอะ พอมันออกไข่แล้วข้าจะแบ่งไข่ให้พวกเจ้า" เซี่ยกงสวีกล่าวพลางยิ้มกว้างให้กับน้องชายที่เขาไม่ค่อยชอบหน้าเสียเท่าไหร่ ที่ให้มาอยู่ที่บ้านใหญ่ได้ก็เพราะผลประโยชน์เท่านั้น ใครให้เซี่ยต้าไห่แม้จะพิการตาพร่า แต่กลับขึ้นเขาล่าสัตว์เก่ง ทุกครั้งที่ออกไปก็ได้สัตว์ติดไม้ติดมือกลับมาด้วยทุกครั้ง เขายังนำสัตว์เหล่านั้นไปขายได้เงินมาตลอด เลยจำเป็นต้องยอมให้สองพ่อลูกอยู่ด้วยแม้จะไม่ค่อยเต็มใจนักก็ตาม เซี่ยต้าไห่ถอนหายใจเล็กน้อย แม้จะไม่อยากให้แม่เป็ดป่าแก่พี่ชาย แต่เขากับบุตรสาวก็มาอาศัยอยู่กับพวกพี่ใหญ่จริง ๆ เซี่ยต้าไห่นั่งลงพูดเบา ๆ กับเซี่ยอันหนิงเด็กสาวตัวเล็กผอมบางที่ยืนมองดูบิดาด้วยดวงตากลมโตกะพริบตาปริบ ๆ หวังว่าบิดาจะไม่ให้แม่เป็ดกับพวกเขาไป แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นดั่งใจหวัง "พ่อจะหาแม่เป็ดมาให้เจ้าใหม่นะ" เซี่ยต้าไห่บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม้ในใจลึก ๆ จะรู้สึกสงสารบุตรสาวตัวน้อยยิ่งนัก เซี่ยอันหนิงในตอนนั้นจับชายเสื้อบิดาแน่นอย่างนึกเสียดาย แม่นางน้อยส่งสายตาอ้อนวอนแต่ไร้เป็นผล บิดาของนางมักจะยอมให้สัตว์ที่ล่ามาได้กับพวกบ้านใหญ่เป็นประจำ เพียงเพราะเหตุผลที่ว่าพวกเรามาอาศัยอยู่ที่บ้านของพวกเขา "เช่นนั้นก็ได้แต่พวกพี่ต้องแบ่งไข่ให้บ้านข้าบ้างนะ อันหนิงเองก็อยากกินไข่เป็ดบ้างเหมือนกัน" "ได้ ๆ" เซี่ยกงสวีตกปากรับคำน้องชายอย่างรวดเร็ว มุมปากแอบเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย ’หากข้าแบ่งให้เจ้าก็โง่เต็มทีแล้ว’ ตั้งแต่พวกบ้านใหญ่ได้แม่เป็ดป่าตัวนั้นไป แล้วบอกจะแบ่งไข่เป็ดให้พวกนางสองพ่อลูก แต่จนแล้วจนรอดบ้านนางก็ไม่เคยได้เห็นไข่เป็ดสักฟอง แม้เพียงเส้นขนของเป็ดสักเส้นก็ยังไม่ได้แตะเลย หากนางได้ไข่เป็ดจากแม่เป็ดป่าตัวนั้นมา ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องไข่เป็ดอีกแล้ว เซี่ยอันหนิงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยแววตามีประกายแห่งความหวัง เหตุใดก่อนหน้านี้นางจึงคิดไม่ได้กันหนอ เรื่องนี้ไม่ได้ยากสำหรับนางเลย เซี่ยอันหนิงมีความคิดดี ๆ ผุดขึ้นมาในหัว นางเริ่มคิดแผนการหาทางลอบไปเอาไข่เป็ดมาจากบ้านใหญ่ในคืนนี้ คนยุคโบราณมีหรือจะทันเล่ห์เหลี่ยมคนที่ย้อนเวลากลับมาจากยุคอนาคตเช่นนางเล่า พวกลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่และลูกพี่ลูกน้องนอนหลับกันอย่างกับหมูคงไม่มาสนใจสังเกตอะไรในยามนั้นหรอก ยามราตรีกล้ำกรายเข้ามา ตกดึกความมืดสลัวเข้าปกคลุมหมู่บ้านเซี่ยเจีย ขณะที่พวกคนบ้านใหญ่กำลังนอนหลับสนิทในความเงียบงัน เล้าไก่หลังบ้านของพวกเขาเองก็เงียบสงัดเช่นกัน เซี่ยอันหนิงค่อย ๆ ย่องขยับฝีเท้าก้าวอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านเล้าไก่เพื่อไม่ให้พวกมันตกใจส่งเสียงร้อง หากแต่แม่ไก่ก็ดันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นเข้า นางจึงมองมันด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมพร้อมกับพูดเบา ๆ “เงียบ...หากเจ้าเสียงดังข้าจะจับเจ้าเชือดแล้วเอาไปต้มเสีย เจ้าจะได้ร้องไม่ได้อีก” พวกมันจึงเงียบกันหมดราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวในคืนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะกลัวถูกเชือดหรือเพราะเหตุใดกันแน่ จากนั้นเซี่ยอันหนิงก็นำไข่เป็ดไปโดยที่พวกคนบ้านใหญ่ไม่มีใครรู้ตัวเลย หากพวกเขารู้ว่านางแอบมาขโมยไข่เป็ด คงรีบแจ้นมาเอาเรื่องนางที่บ้านเป็นแน่ แต่นางมีหรือจะกลัวคนพวกนั้น สิ่งที่นางกังวลคือกลัวบิดาไม่สบายใจต่างหากเล่า เช้าวันรุ่งขึ้น สมาชิกในครัวเรือนบ้านใหญ่พากันค่อย ๆ ตื่น ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ไปเก็บไข่จากเล้าไก่และเป็ดตามปกติ แต่วันนี้นางกลับไม่พบไข่เป็ด นางจึงได้แต่สงสัยว่าแม่เป็ดป่าตัวนี้น่าจะแก่ไม่ออกไข่แล้ว หากเป็นเช่นนั้นมันก็หมดประโยชน์กับบ้านของนางเสียแล้วน่ะสิ ดีเลยพรุ่งนี้เซี่ยเหวินบุตรชายคนโต ผู้ที่เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลเซี่ยเพียงคนเดียวที่ได้เข้าไปเรียนหนังสือในตัวอำเภอผิงหยาง เพื่อหวังสอบขุนนางในปีหน้าให้ได้ เขากำลังจะกลับมาพอดี เช่นนั้นก็ฆ่าแม่เป็ดป่าตัวนี้พรุ่งนี้เสียเลยก็แล้วกัน จะได้นำมันมาทำอาหารจานเป็ดเลี้ยงต้อนรับบุตรชายคนโตของพวกเขา เซี่ยอันหนิงที่ไปเก็บเอาดินโป่งมาเพิ่ม นางกำลังเดินผ่านทางหลังบ้านของพวกเขาตอนขากลับมาพอดี จึงได้ยินสิ่งที่พวกบ้านใหญ่คุยกันเข้าก็รู้สึกให้เสียดายนัก เป็ดป่าตัวนี้บิดานางเป็นคนหามาได้ นางยังไม่เคยได้กินไข่มันสักฟองเลย ยังจะต้องเสียเนื้อไปบำรุงคนอื่นอีกน่าเจ็บใจนัก พลันในสมองของเซี่ยอันหนิงก็มีความคิดดี ๆ บางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง มุมปากข้างหนึ่งของหญิงสาวยกยิ้มขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ‘อาหารจานเป็ดอย่างนั้นหรือ ฮึ เอาไว้ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ พวกเจ้าค่อยกินแล้วกันนะ’ ในยามจื่อ (23.00 น. - 24.59 น.) คืนนี้ท้องฟ้ามิได้มืดสนิทกลับมีแสงจันทร์จาง ๆ แต่เนื่องจากเป็นสมัยโบราณผู้คนจึงเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำ เมื่อถึงยามจื่อก็หลับสนิทกันหมดแล้ว เซี่ยอันหนิงกลับไปที่เล้าไก่อีกครั้ง เมื่อแอบดูจนแน่ใจแล้วว่า พวกบ้านใหญ่หลับกันหมดแล้วจริง ๆ นางจึงรีบจับเอาแม่เป็ดป่ามัดขาแล้วใส่ลงไปในตะกร้าไม้ไผ่สะพายหลังอย่างระมัดระวังและเงียบที่สุด แล้วจึงย่องเดินเบา ๆ ไปเป็นเส้นทางคดเคี้ยว ที่มีลักษณะคล้ายรอยงูเลื้อย ทำให้ดูเหมือนกับว่าแม่เป็ดเพิ่งโดนงูกินเข้าไป นางยังมีใจเหลือไข่เป็ดฟองหนึ่งไว้ให้พวกเขาดูต่างหน้าอีกด้วย เช้าวันรุ่งขึ้นป้าสะใภ้ใหญ่ก็มาถึงเล้าไก่ตามปกติ หมายใจว่าวันนี้ฤกษ์ดีจะนำเอาแม่เป็ดป่าตัวนั้นมาทำอาหารจานเป็ด ต้อนรับบุตรชายที่กำลังจะกลับมาจากร่ำเรียนในตัวเมือง นางกลับพบเพียงไข่เป็ดฟองหนึ่งในพงหญ้าที่แม่เป็ดเคยนอนฟักไข่เป็นประจำ แล้วเจ้าเป็ดตัวนั้นเล่า! มันหายไปไหน? “ไอ้หยา แล้วเจ้าเป็ดตัวนั้นเล่ามันหายไปได้อย่างไร” ซูเหลียนอุทานออกมาอย่างหงุดหงิดใบหน้าอ้วนกลมของนางหงิกงออย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างโมโหเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ "หนอย... ต้องเป็นสองพ่อลูกนั่นแน่ ๆ ที่มาแอบขโมยแม่เป็ดตัวนั้นไป ประเดี๋ยวเถอะข้าจะไปจัดการพวกเจ้าเดี๋ยวนี้" เซี่ยกงสวีได้ยินภรรยาโวยวายว่าเป็ดหายไปก็นึกโมโห เพราะตั้งใจไว้ว่าลูกชายคงจะพอใจมื้ออาหารที่เขาตั้งใจทำเพื่อเอาใจในวันนี้เป็นแน่ แต่กลับมีบางอย่างผิดพลาด แม่เป็ดป่าหายไปได้อย่างไรกัน พวกเขาคิดว่าต้องมีคนมาขโมยเป็ดไป และคนแรกที่พวกเขานึกถึงก็คือ...บ้านของสองพ่อลูกเซี่ยต้าไห่ ต้องเป็นพวกนั้นแน่ ๆ ไม่รอช้าพวกบ้านใหญ่ก็รวมตัวกันบุกไปหาเรื่องที่บ้านของเซี่ยต้าไห่ในทันที ภายในบ้านทรุดโทรมหลังเก่าท้ายหมู่บ้านของเซี่ยต้าไห่ เซี่ยอันหนิงกำลังดูบาดแผลและอาการบาดเจ็บของบิดาอยู่ข้างเตียงเพื่อรอเวลา หากตามที่นางคาดการณ์ไว้ คนพวกนั้นคงกำลังมาที่นี่ ซึ่งนางก็เตรียมตัวต้อนรับพวกเขาเอาไว้แล้ว “เจ้าเซี่ยต้าไห่เอาเป็ดของพวกเราคืนมานะ หากไม่คืนพวกข้าจะถล่มบ้านเจ้าเสีย” เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของซูเหลียนดังขึ้นอยู่หน้าลานบ้าน ตามที่นางคาดไม่มีผิด หากพวกเขารู้ว่าเป็ดป่าหายไปจะต้องมาหาเรื่องที่บ้านนางเป็นแน่ “นี่มันเรื่องอะไรกันอันหนิง ใช่เรื่องที่เจ้าออกไปเมื่อคืนหรือไม่” บิดาเอ่ยถามบุตรสาวทันทีเมื่อเขาได้ยินเสียงกลุ่มคนเอะอะเสียงดังอยู่ด้านนอก เมื่อกลางดึกแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณจากกองทัพและยังเป็นนายพรานด้วย ทำให้ความระแวดระวังของเขามีมากกว่าคนอื่น อีกทั้งตาเขาพร่ามัวจึงทำให้การได้ยินของเขายิ่งชัดแจ้ง จึงรู้ว่าบุตรสาวออกไปข้างนอก ในตอนนั้นเขากังวลมากแต่กลับทำอะไรมิได้ ที่ทำได้ก็เพียงนอนรอและคอยฟังเสียงว่านางจะกลับมาเมื่อใด พอได้ยินว่านางแอบย่องกลับเข้ามาเงียบ ๆ ก็ได้แต่เบาใจและหลับตาลงจนถึงเช้า “เดี๋ยวข้ากลับมาเล่าให้ฟังนะเจ้าคะท่านพ่อ ขอออกไปจัดการคนพวกนั้นก่อนเจ้าค่ะ น่ารำคาญนักมาเอะอะโวยวายหน้าบ้านคนอื่นแต่เช้า” แม้ดวงตาของเซี่ยต้าไห่จะมองไม่เห็นอย่างชัดเจน แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการนั้นของบุตรสาวด้วยความรู้สึกของตัวเอง เซี่ยต้าไห่หันไปยังด้านที่เซี่ยอันหนิงยืนอยู่อย่างพินิจพิจารณา เมื่อคืนนี้บุตรสาวไปก่อเรื่องอะไรไว้เป็นแน่ เช้านี้พวกบ้านใหญ่ถึงได้ตามมาเอาเรื่องเช่นนี้ “ท่านพ่อเดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม