บทนำ
ราเชล หวัง สาวลูกครึ่งไทยจีนวัยสามสิบห้าปี เธอกำลังยืนมองครอบครัวหนึ่งอยู่ในชุดจีนโบราณ เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ ไม่ต่างอะไรกับผ้าเช็ดโต๊ะ แม่ตาบอดสองข้างกับลูกวัยสามขวบนอนกอดกันอยู่ในวัดร้างท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก มีเพียงฟางแห้งเท่านั้นที่มอบความอบอุ่นให้กับสองแม่ลูกร่างกายผ่ายผอมจนเห็นแต่กระดูก ผู้เป็นแม่นอนป่วยจนแทบไม่มีแรง ลูกน้อยวัยสามขวบที่ยังไม่รู้ ความช่างเป็นภาพที่เห็นแล้วเจ็บปวดใจ จนไม่สามารถทนดูต่อได้
“กริ๊ง....กริ๊ง....”
ราเชลลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตโฟนยี่ห้อดัง มือบางรีบคว้าขึ้นมาและเลื่อนปิดเสียงปลุกนั้น
“ฝันอีกแล้วสินะ สงสัยจะอ่านนิยายมากเกินไป”
ราเชลพึมพำออกมาเบาๆ จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นจากเตียงนอน และเดินไปยังห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว
ราเชล หวัง เธอเป็นลูกครึ่งไทยจีน พ่อของเธอถือว่าร่ำรวยอันดับต้นๆ ของแผ่นดินใหญ่ แม่ของเธอเป็นคนไทยเชื้อสายจีน
ครอบครัวทำธุรกิจสิ่งทอที่เจียงหนิง พ่อกับแม่ของเธอจากไปเมื่อห้าปีก่อน ทิ้งให้เธอที่เป็นลูกสาวให้ดูแลธุรกิจ แน่นอนว่าการดูแลบริษัทสิ่งทอขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านธุรกิจ และการแข่งขันกับบรรดาญาติฝั่งพ่อ เพื่อให้ได้นั่งตำแหน่งประธานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลุง ป้า น้า อา ลูกพี่ลูกน้องทั้งหลาย ล้วนเขี้ยวลากดินกันทั้งนั้น
น้ำอุ่นอุณหภูมิที่พอเหมาะไหลออกมาจากฝักบัว ชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าอย่างนี้ ราเชลไม่มีเวลามากพอที่จะนอนแช่น้ำ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นประธานบริหาร แต่การเข้าประชุมสายไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก เวลานี้มีบริษัทสิ่งทอเกิดขึ้นใหม่มากมาย มีทางเลือกให้ลูกค้า เธอต้องตื่นตัวและหาผ้าใหม่ๆ มีลายใหม่ตลอดเวลา ยิ่งคิดถึงสิ่งที่ต้องถกเถียงกันที่ห้องประชุม ทั้งที่ยังมาไม่ถึง แต่ก็สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ไม่ยาก แล้วยิ่งทำให้เธอรู้สึกปวดหัว
ราเชลจ้องมองปานแดงรูปหงส์ที่หน้าอก ปานแดงนี้ติดตัวของเธอมาตั้งแต่เกิด และที่สำคัญมันอยู่ที่หน้าอกด้านซ้าย ตรงกับตำแหน่งหัวใจ
เมื่อเธออายุครบยี่สิบห้า เธอได้ค้นพบว่าปานแดงที่หน้าอกด้านซ้ายของเธอนั้นแสนวิเศษ มันเหมือนกับกระเป๋าเจ้าแมวเหมียวสีฟ้าการ์ตูนชื่อดังแห่งยุค ที่ไม่ว่าเธอจะใส่สิ่งใดลงไป ก็เหมือนกับว่ามันไม่มีวันเต็ม ฉะนั้นเวลาที่เธอไปเที่ยวพักผ่อน ของที่เธอซื้อ ก็จะเก็บด้านในกระเป๋านี้ ด้านในปานแดงนี้ ถือว่ามีทุกอย่าง แม้แต่ทองคำแท่งที่เธอใช้เงินเปลี่ยนให้เป็นทอง สมบัติทั้งหมดที่พ่อกับแม่ของเธอทิ้งเอาไว้ให้เธอ เธอก็ขายเป็นเงินและซื้อทองเก็บไว้ที่ตัวจนหมด เพื่อป้องกันญาติพี่น้องที่จ้องจะแย่งชิงทรัพย์สิน เหลือเพียงบริษัทเท่านั้นที่เธอยังไม่ขาย
และยามใดที่เธอตกอยู่ในอันตราย ปานแดงรูปหงส์ของเธอก็จะส่องแสงเตือน
ราเชลส่งยิ้มให้กับเหล่าพนักงาน ที่ทักทายเธอตั้งแต่ลานจอดรถ จนเข้ามายังตึกสูง ร่างระหงเดินมาหยุดยังลิฟต์ที่ใช้สำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ ใช้เวลาไม่นานราเชลก็มาถึงห้องประชุม โดยมีเลขาของเธอยืนรออยู่หน้าห้อง
“ผู้บริหารทุกคนมาครบแล้วค่ะ ท่านประธาน”
ราเชลถอนหายใจออกมา เธอว่าเธอมาเช้าแล้ว คนพวกนี้มาเช้ากว่าเธออีก สี่บริษัทในยุโรปยกเลิกสัญญาไม่ซื้อผ้าจากบริษัทของเธอ นี่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้เธอคงต้องโดนกดดัน ให้มอบเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดให้กับอาของเธอแน่นอน
ราเชลเดินเข้ามาในห้องประชุม ที่มีเพียงความเงียบและความกดดัน ผ่านไปกว่าสิบห้านาที ก็ยังไม่มีใครเปิดปากพูดออกมา
“สี่บริษัทยกเลิกสัญญา เพียงแค่วันเดียว ตัวเลขในบริษัทลดลงกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ราเชล หลานจะอธิบายเรื่องนี้กับ ผู้ถือหุ้น และคณะบริหารทุกคนอย่างไร”
ราเชลกวาดสายตามองไปยังผู้ถือหุ้น และคณะบริหารทุกคน จนสายตาของเธอมาหยุดอยู่ที่คนที่นั่งไกลเธอที่สุดทางฝั่งขวามือและเป็นคนที่พูดเปิดเรื่องของวันนี้.....หวังเหล่ย
หวังเหล่ยเป็นอาแท้ๆ ของเธอ เป็นน้องชายของพ่อ และยังเป็นน้องชายที่พ่อของเธอรักและไว้ใจที่สุด แต่หลังจากที่พ่อและแม่ของเธอจากไป คุณอาคนนี้กลับเป็นคนที่กดดันและต่อต้านการนั่งเก้าอี้ประธานบริหารของเธอ
จนเป็นเหตุให้เธออดสงสัยไม่ได้ ว่าการตายพ่อกับแม่ของเธอ หวังเหล่ยมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย แต่ไม่ว่าเธอจะเพียรพยายามสืบหา เสียเงินให้นักสืบเอกชนก็มาก แต่กลับไม่ได้อะไร
ราเชลลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอยืนตัวตรง แล้วโค้งตัวให้กับทุกคนในห้องประชุม
“ขอโทษด้วยค่ะ..ที่ครั้งนี้ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง แต่ขอเวลาให้ฉันสักหน่อย ปัญหานี้ต้องแก้ไขได้อย่างแน่นอน”
“เร็วที่สุด?...เร็วที่สุดของท่านประธานคือเมื่อไหร่กัน”
หนึ่งในผู้ถือหุ้นพูดขึ้นมา อีกทั้งยังแอบส่งสายตาให้กับ หวังเหล่ยเล็กน้อยเพียงแค่เสี้ยววินาที คนอื่นอาจไม่สังเกตเห็น แต่สำหรับราเชลนั้น ไม่ใช่ ดูท่าแล้วคนในห้องประชุมแห่งนี้ เอนเอียงไปทางฝั่งของอาเธอหลายส่วน
“สามวัน...ฉันขอเวลาเพียงแค่สามวัน”
แม้ในใจของราเชลอยากจะยกเก้าอี้ แล้วฟาดหัวคนพวกนี้มากเท่าไหร่ แต่เธอก็จำต้องข่มอารมณ์ของตนเอาไว้ เธอไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด เธอจะใจร้อนเอาแต่ใจไม่ได้ บริษัทสิ่งทอแห่งนี้ พ่อของเธอเป็นคนสร้างขึ้นมา จะให้เธอปล่อยมือ เธอก็ทำไม่ได้เช่นกัน
“ในเมื่อท่านประธานยืนยันเช่นนั้น พวกเราก็รู้สึกวางใจ”
หลังจากที่ทำการตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย ราเชลก็พูดคุยกันเรื่องอื่น ผ่านไปกว่าครึ่งวัน การประชุมถึงจบลง
นั่งพักดื่มกาแฟได้เพียงครึ่งแก้ว เลขาของเธอก็เข้ามาแจ้งว่าเธอมีนัดคุยกับลูกค้า ซึ่งเวลานัดนั้นคือบ่ายสอง เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมง เช็กดูเวลานัดและสถานที่ และคำนวณเวลาการเดินทางแล้ว ราเชลแทบจะไม่มีเวลานั่งพักเลยด้วยซ้ำ
“ท่านประธานจะให้ซานซานไปพบลูกค้าด้วยหรือไม่คะ”
“ไม่ต้อง เธอแค่ส่งข้อมูลลูกค้าและรายละเอียดมาให้ก็พอ”
พูดจบราเชลก็ลุกออกจากห้องทำงาน และออกไปทันที
ลูกค้าหรือว่าการเจรจาทางด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะรายเล็กหรือรายใหญ่ นับว่าสำคัญ การไปถึงก่อนเวลา ถือว่าดีกว่าไปสาย
“ท่านประธานจะกลับเข้าบริษัทอีกไหมคะ”
ซานซาน เลขาสาวเดินตามราเชลเอ่ยถาม ในขณะที่มือและสายตาของเจ้าหล่อนนั้น ยังจดจ่ออยู่ที่เครื่องมือไอที พร้อมส่งข้อมูลให้ผู้เป็นนาย
“ซานซาน ฉันต้องไปแล้ว อย่าลืมส่งตารางงานพรุ่งนี้ให้ฉันด้วย”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ซานซานมองราเชลเดินออกไปจนลับสายตา จากนั้นเธอก็ต่อสายไปหาอีกคนทันที
“ท่านประธานออกไปแล้วค่ะ”
“รู้แล้ว..ขอบใจ”ปลายสายกล่าวขึ้นมาสั้นๆ และตัดสายจบการสนทนาไป
ซานซานหาได้สนใจอะไร เธอทำงานเป็นเลขาของราเชลไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ข้อเสนอของอีกคนที่ยื่นให้เธอนั้นดีกว่า ก็เท่านั้น
“ราเชลออกไปแล้วครับคุณพ่อ”
หวังเหอลูกชายของหวังเหล่ยรายงานพ่อของเขา หลังจากที่เลขาสาวคนสวย ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งโทรมาแจ้ง
“จัดการให้เรียบร้อยซะ ไม่มีราเชล คาร์เธียรกรุ๊ปจะเป็นของพวกเรา”
“ผมจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง”
สองพ่อลูกส่งยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย พร้อมทั้งยกแก้วเครื่องดื่มชนกัน แผนที่วางมากำลังจะสำเร็จ แค่คิดว่าทุกอย่างกำลังจะตกเป็นของพวกเขา ในใจนั้นล้วนมีแต่ความยินดี