EP 01 | คนที่ถูกลืม

1644 คำ
คุณคิดว่าคนเราจะสามารถรอคำตอบจากใครคนหนึ่งได้นานสักแค่ไหนกันนะ... 1 ชั่วโมง 3วัน 5สัปดาห์ 7เดือน หรือ...10ปี เขาจะยังรอคำตอบอยู่ไหม... หยู๊ดดด! นี่ไม่ใช่นิยายดราม่าสักหน่อย เปิดเรื่องมาแบบนี้ไม่ใช่ตัวฉันเลยนะเนี้ย ฉันเป็นถึงดีไซเนอร์ชื่อดังเจ้าของห้องเสื้อไทร่า แบรนด์เสื้อผ้าที่สาวน้อยสาวใหญ่ถึงกับขอจองทุกคอลเลคชั่นทั้งที่ยังไม่เห็นแม้แต่เศษผ้า “เทียร์!” “อะ..ห..หา” “ตื่นค่ะสาว! มารอรับฉันแล้วมัวแต่เหม่ออะไรอยู่” ฟลินต์ถามพร้อมยกมือขึ้นจับกรอบแว่นตากันแดดแล้วเหล่ตาลงมามองฉันอย่างจับผิด นางคือเพื่อนคนสนิทของฉันเองค่ะ เรารู้จักกันเพราะเรียนดีไซเนอร์ด้วยกันและไม่ต้องกลัวว่าจะทับไลน์สินค้ากันนะคะเพราะนังฟลินต์เป็นเก้งที่ผลิตแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย ด้วยเหตุผลง่ายๆ คืออยากวัดตัวผู้ชายค่ะ ตอนนี้ฉันมารับฟลินต์ที่สนามบินแต่กลับมายืนเหม่ออยู่จนนังฟลินต์เดินมาตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “เออๆ ไปเถอะ สงสัยตื่นเช้าไปหน่อย” ฉันพูดพลางยกแว่นกันแดดของตัวเองขึ้นสวมแล้วเดินนำออกมา “แกไม่ต้องตื่นเต้นที่ได้มารับฉันขนาดนั้นก็ได้จ้ะ บอกแล้วไงว่ามาคราวนี้จะอยู่หลายเดือน” ฉันไม่ได้ตื่นเช้าเพราะตื่นเต้นที่จะมารับแกยะแต่ฉันตื่นเช้าเพราะความฝันนั้นต่างหาก ฟลินต์เปิดห้องเสื้ออยู่ที่เมืองเลออน เป็นร้านสแตนด์อโลนที่ตั้งอยู่กลางเมืองเลยล่ะ ต่างกับฉันที่เปิดห้องเสื้ออยู่ในห้างระดับชั้นนำของประเทศ โชคดีมากๆ ที่ตอนเปิดแบรนด์ครั้งแรกฉันมีโอกาสได้คุยกับคุณครูซเจ้าของห้างดีเอ็นเวน พอรู้ว่าฉันเป็นคนเมืองเลออนเหมือนกันเขาก็ใจดีให้ฉันเซ็นสัญญาเปิดห้องเสื้อบนห้างประจำหัวเมืองหลักที่เขาไปเปิด “กินกาแฟก่อน” “ไหนบอกจะรีบไปดูพื้นที่เปิดห้องเสื้อใหม่ไงยะ! ยังมีเวลามานั่งจิบกาแฟอีก” ฉันหันกลับไปมองหน้านังเพื่อนสุดเรื่องเยอะของตัวเอง แต่นางก็เชิดหน้าแล้วจอดรถเข็นเอาไว้ที่หน้าร้านก่อนจะเดินเข้าไปสั่งกาแฟหน้าตาเฉย “เหมือนเดิม” ฉันบอก “เอ้า..อินี่” ฟลินต์หันมามองหน้าฉันเล็กน้อยที่เหมือนจะห้ามไม่ให้เขากินแต่กลับเดินไปฝากนางสั่งให้ด้วย เมื่อได้กาแฟเรียบร้อยพวกเราก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะใกล้ๆ ประตูเพราะนังฟลินต์กลัวรถเข็นจะหาย “แกคิดแบบคอลเลคชั่นฤดูกาลใหม่ไว้บ้างยัง” ได้ยินแล้วหัวจะปวด- -* ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิเผลอแป๊บๆ เวียนกลับมาหนาวอีกแล้ว “ยัง” “ฉันคิดไว้นะว่าคอลเลคชั่นนี้ฉันอยากจะทำแบบ...” ระหว่างที่นังฟลินต์กำลังพร่ำพรรณนาถึงแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินผ่านหน้าร้านกาแฟไป นั่นเขา... ผู้ชายส่วนสูงประมาณร้อยแปดสิบถึงร้อยเก้าสิบ ผิวขาวดูสะอาดสะอ้านเหมือนคนอาบน้ำวันละสิบรอบ ร่างกายหนากำยำและใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสุขุมขึ้นกว่าเมื่อสิบปีก่อน จมูกเป็นสันคม ริมฝีปากอมชมพูธรรมชาติ “เทียร์...” ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะจดจำรายละเอียดของเขาได้ดีขนาดนี้แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม “นังเทียร์!” “ว๊าย! โอ๊ยยย~ หกหมดเลยฟลินต์” ฉันสะดุ้งกับเสียงเรียกของฟลินต์จนมือเผลอปัดกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะหกเลอะเสื้อของตัวเอง “อย่ามาโทษฉันนะยะ แกนั่นแหละมัวแต่มองตามผู้ชาย” ใช่! ผู้ชายคนนั้น! “แกๆๆๆ เมื่อกี้ฉันเห็นเค้า” “เค้าไหน” “ก็เค้าไง คนที่...เอ่อ ฉันเคยเล่าให้แกฟัง” “เฮ้ย! จริงดิ แกบอกฉันว่าไม่เจอกันมาสิบปีเลยไม่ใช่เหรอ บังเอิญมาเจอกันตอนนี้พรหมลิขิตชัดๆ” ฟลินต์รีบหันออกไปมองนอกร้านทันทีแต่หันไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วจ้า เขาเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ “พรหมลิขิตอะไรล่ะ เขาหายไปแล้ว” ฉันพูดพลางถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบแก้วกาแฟที่มีน้ำเหลืออยู่ข้างในแค่น้อยนิดเดินไปทิ้งที่ถังขยะ “ฉันไปห้องน้ำแป๊บนึง” ฟลินต์ยกแก้วกาแฟขึ้นดูดพร้อมกับยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์โอเคส่งมาให้ หลังจากที่จัดการล้างไม้ล้างมือและเสื้อที่เลอะเสร็จเรียบร้อยฉันก็ยืนมองหน้าตัวเองในกระจก ช่วงนี้รู้สึกแปลกๆ เอ๊ะ? หรือจะมีเคราะห์เจ้ากรรมนายเวรมาตามทวงส่วนบุญหรือเปล่าเนี้ย “เพ้อเจ้อยัยเทียร์” ฉันบ่นเบาๆ กับตัวเองในกระจกก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำเพื่อกลับไปที่ร้านกาแฟ ปึก! “โอ๊ยย!” บังเอิญเดินชนเข้ากับใครคนหนึ่งหน้าห้องน้ำจนหงายหลังลงไปนั่งกับพื้น เจ้ากรรมนายเวรแหละ! “เป็นอะไรมั้ยครับ” “เจ็บ!...” เคเดน... กำลังจะเงยหน้าขึ้นไปต่อว่าแต่ปากฉันมันดันรู้สึกชาไปอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่ปากที่ชา ตอนนี้ฉันรู้สึกตัวชาไปทั้งตัวเลย เขาคือเคเดน ผู้ชายที่อยู่ในความทรงจำของฉันมาสิบปี! หัวใจของฉันเต้นแรงเหมือนมีคนมาตีกลองเป็นร้อยคนอยู่ในอกข้างซ้าย มันไม่ได้เต้นแรงแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ “คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เคเดนถามพร้อมยื่นมือของเขามาตรงหน้าแต่ฉันไม่กล้าจับก็เลยลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง สายตาที่เขามองมามันราบเรียบ ว่างเปล่า ราวกับว่าเขาไม่ได้มีฉันอยู่ในความทรงจำเลย เขาจำฉันไม่ได้เหรอ “คุณครับ” เขาเรียกฉันพลางขมวดคิ้วเพราะฉันเอาแต่ยืนมองหน้าเขาแล้วไม่ยอมพูดอะไรเลย “คะ? อ่อ ฉันไม่เป็นอะไรมากค่ะ” “ขอโทษด้วยนะครับที่เดินชน” “ค่ะ” เคเดนก้มหัวโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป เขาจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ ทำไมถึงจำไม่ได้? ทั้งที่เราก็เคยสนิทกันนะ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม.... “หายไปนานมาก” ฟลินต์เอ่ยปากบ่นทันทีที่ฉันนั่งลงที่เดิม “เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “เมื่อกี้ฉันเจอเขาอีกแล้ว” “จริงดิ! แล้วทำไมทำหน้าห่อเหี่ยวแบบนั้น” “เขา...จำฉันไม่ได้วะ” “อุ๊บ!” ฟลินต์ยกมือขึ้นปิดปากด้วยจริตจะก้านน่าหมั่นไส้สุดๆ มันน่าทุบจริงๆ เลย “ฝันสลายเลยดิ หนุ่มรุ่นน้องสุดฮอตที่ทำให้ฝังใจมาเกือบสิบปีว่าเขาจะรอคำตอบกลับจำแกไม่ได้เลยซะงั้น” “เฮ้ออ~” ทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ถ้าเขาจะโกรธที่ฉันผิดสัญญาฉันยังพอเข้าใจได้นะ แต่นี่เขากลับไม่ได้จำเรื่องราวพวกนั้นเลยมันรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ อยู่เหมือนกันนะเนี้ย “แกจะมานั่งถอนหายใจแบบนี้ไม่ได้! ถ้ามันค้างคาใจนักก็ลุยเลยเข้าไปถามให้รู้เรื่อง ตัวแกจะได้มูฟออนสักทีคิดถึงแต่เรื่องเขามาเป็นสิบปี มดลูกรอจนแห้งแล้ว” “นังฟลินต์!” “แกปล่อยเวลามาตั้งสิบปีแล้วนะเว้ย! ต้องรออีกนานแค่ไหนคะ เลขสามมากวักมือเรียกอยู่หน้าประตูนู้น” ที่ฟลินต์พูดมาทั้งหมดก็จริงเวลามีหนุ่มมาขายขนมจีบฉันแทบจะไม่สนใจใครเลยด้วยซ้ำ มัวแต่จมปลักอยู่กับเรื่องของเขานั่นแหละ “เฮ้ออ~ แกว่าฉันควรเดินหน้าหรือจบมันตรงนี้ดีวะ” ฟลินต์ยกแขนขึ้นกอดอกก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมองหน้าฉัน ทำไมต้องตั้งท่าอะไรขนาดนั้นด้วยยะ “ถ้าฉันบอกให้ไปต่อล่ะ” “แต่เขาจำฉันไม่ได้เลยนะเว้ย แปลว่าที่ผ่านมามันมีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าวะที่รู้สึก” “งั้นจบ” “แต่มันจะค้างคานะเว้ยเป็นแบบนี้ฉันตัดใจไม่ได้แน่เลยวะ” “อีดอกก!” ฟลินต์ถึงกับส่ายหน้าและเบ้ปากให้กับอาการของฉัน ซึ่งท่าทางของฟลินต์ทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆๆ” “เรื่องมากแบบนี้ก็แห้งตายไปเถอะค่ะ” “เออ! ฉันตัดสินใจได้แล้ว” ฉันพูดพลางยกมือขึ้นกอดอกแล้วเชิดหน้ามองฟลินต์ ในสมองกำลังคิดถึงภาพผู้ชายที่ทำให้ฉันมูฟออนไม่ได้มาถึงสิบปี “จะจบ?” “จะจีบ!” “ว้อท!” “เออจะจีบนี่แหละ ในเมื่อมันค้างคานะก็พุ่งชนไปเลยค่ะ!” ที่ฉันมูฟออนไม่ได้เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย เรื่องของเราสองคนมันน่าจะดีมากกว่านี้ถ้าฉันได้ทำอะไรบ้าง ในเมื่อเขาจำฉันไม่ได้ก็จีบใหม่ไปซะให้จบๆ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันถ้าฉันพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว มันจะเป็นยังไง “ถ้าโดนปฏิเสธหน้าหงายกลับมาละก็...” “ห้ามสมน้ำหน้า!” “พาไปแดกเบียร์สิคะ รออะไร” เพื่อนของฉันน่ารักที่สุดดดดดดดดด ><” ••××××ו• จำเค้าไม่ได้จริงๆเหรอเคเดน อย่าให้เห็นว่าเดินตามพี่สาวต้อยๆนะ เพื่อนใครเป็นเหมือนนางเอกบ้าง เวลาห้ามไม่ฟังหรอกค้า เตรียมแพทย์สนามรอไว้ได้เลย ย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่นิยายดราม่า 1คอมเม้น=แสนล้านกำลังใจนะค้า มาเมาส์มอยกันน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม