EP.2
'โรซิน...'
สองเท้าเล็กวิ่งกระหืดกระหอบหนีตายอย่างไร้จุดหมาย ภายใต้ป่าเงียบสงบมีเพียงเสียงเคลื่อนไหวจากรองเท้าผ้าใบ สิ่งน่าสะพรึงกลัวทางด้านหลังช่วยกระตุ้นคนวิ่งให้เร่งจังหวะพุ่งตัวหนี เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นตามไรผมแม้อากาศเย็นยะเยือกพัดปะทะผิวเนียนทุกครั้งที่ร่างกายวิ่งตรงไปข้างหน้า
'โรซิน...'
ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นโครมครามเมื่อเหลือบมองสองฝั่งทางเห็นสนุขหมาป่ามุ่งสายตาของมันมาที่เธอจนสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก ไรขนอ่อนลุกตั้งชัน จำได้แม่นว่านั่นคือหมาป่าที่เธอเจอเมื่อช่วงเย็น แสงสว่างน้อยนิดแต่ทว่าหญิงสาวกลับสามารถรู้ได้ว่าขอบปากของมันอาบชุ่มไปด้วยเลือดสีสด
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้ามีน้ำหนักสาวยาวตามหลังเข้าใกล้เรื่อยๆ ทั้งๆที่เธอวิ่งหนีสุดชีวิตแต่เหมือนกับว่าคนในเงามืดกำลังเคลื่อนตัวตามอย่างใจเย็นและกำลังจะถึงตัวอยู่รอมร่อ
"ช่วยด้วย!" คนผวากลัวร้องขอความช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ เป็นเวลาเดียวกับสนุขหมาป่าตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่ โดยมีเหยื่อซึ่งกำลังวิ่งหนีเป็นเป้าหมาย
หมับ!
"กรี๊ดดด..." ร่างกายสะดุ้งพร้อมกับความรู้สึกไร้บาดแผลจากรอยกัดของสัตว์ป่า แพขนตางอนสวยเปิดขึ้น แช่ร่างกายแข็งทื่ออยู่เช่นนั้นนานนับนาที ก่อนจะได้สติเมื่อเลื่อนดวงตากลมประสานกับเพื่อนสนิทซึ่งนั่งมองเธอสีหน้าตื่นตระหนก
"ซิน แกฝันร้ายเหรอ" มะนาวถามคนที่พึ่งตื่นจากห้วงความฝัน เนื่องด้วยในระหว่างที่เพื่อนรักกำลังฝันร้ายอยู่นั้น เล็บยาวของโรซินก็จิกเข้าที่ท่อนแขนจนเธอต้องสะดุ้งตัวตื่นกลางดึกตามไปด้วย ลนลานเปิดโคมไฟด้วยใจที่เต้นแรงจนรู้สึกได้
"ฉันฝันร้ายนาว ...มันเหมือนจริงมาก" สีหน้าเป็นกังวล ประกอบกับเหงื่อซึมตามใบหน้าและลำคอเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าความฝันเหล่านั้นทำให้โรซินรู้สึกกลัวสุดขีด
"แค่ความฝันน่า... นอนต่อเถอะ พรุ่งนี้เราต้องรีบกลับคอนโดแต่เช้าตรู่" มะนาวตบหลังฝ่ามือเพื่อนรักเบาๆเพื่อปลอบขวัญ ก่อนจะเอนตัวลงนอนตะแคงข้างด้วยการหันหน้าเข้าหาโรซิน ในขณะที่คนฝันร้ายยังคงลืมตามองเพดานท่ามกลางแสงสว่างจากโคมไฟพอสลัว
"ซิน... แกนอนไม่หลับเหรอ" มะนาวงีบหลับไปสักพักค่อยๆปรือตาขึ้นเพื่อดูให้แน่ใจว่าเพื่อนรักหลับหรือยัง แต่ทว่าโรซินยังคงนอนลืมตาอยู่ เหมือนกำลังมีอะไรบางอย่างในหัว ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาเอียงมาสบตาเจ้าของประโยคเพียงนิด
"อืม"
"เปิดเพลงคลอไหม หรืออยากระบายอะไรก็ระบายออกมาเลย เผื่อแกจะรู้สึกสบายใจขึ้น" โรซินพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับดึงขอบผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมถึงระดับหน้าอกเมื่อเริ่มรู้สึกว่าอากาศภายในห้องเริ่มเย็นคงที่ หลังจากความร้อนในห้วงแห่งความฝันทำเอาเธอรู้สึกร้อนรนในกายนานนับสิบนาทีได้
"นาว"
"หื๊ม?"
"แกว่า... คนปกติเขาจะนำหมาป่ามาเลี้ยงไหม"
"ใครจะเลี้ยงกัน ถามแปลกๆ ...ถ้าแกถามว่าเป็นไปได้หรือเปล่าที่คนเราจะนำหมาพันธุ์ดุร้ายมาเลี้ยงเพื่อป้องกันตัวเอง อันนี้ฉันตอบได้"
"ฉันเห็นคนคนนึง เขาเลี้ยงหมาป่า ...ฉันแน่ใจว่านั่นไม่ใช่หมาป่าพันธุ์ผสม"
"เขาอาจจะเลี้ยงไว้ เตรียมมอบให้กับสวนสัตว์ละมั้ง แต่หมาป่าเป็นสัตว์คุ้มครองไม่ใช่เหรอ ใครเขาจะเลี้ยงได้ล่ะ"
"นั่นสิ ขึ้นชื่อว่าสัตว์สงวนถ้านำมาเลี้ยงก็ต้องมีความผิด" แต่ทำไมคนพวกนั้นถึงสามารถเลี้ยงได้ แถมไปไหนมาไหนโดยไม่มีท่าทีหวาดระแวง ว่าจะถูกจับไปดำเนินคดีอะไร เพราะต่อให้มีเงินมากมายแค่ไหน เมื่อถูกแพร่กระจายข่าวสารผ่านโซเชียลก็ย่อมถูกสังคมประนามด่าว่า เพราะทำผิดกฎหมาย กรณีแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
"แกเคยได้ยินตำนานหมาป่ากับชนเผ่าจาวูไหม ยายฉันเคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนเด็กๆ" มะนาวเปลี่ยนมาอยู่ในท่าคว่ำหน้าโดยใช้ศอกค้ำยันกับฟูกหนา ผงกหัวขึ้นเพื่อตั้งท่าเล่าเรื่อง เมื่อเห็นสายตาแห่งความสงสัยและค่อนข้างสนใจจากโรซินกับเรื่องที่เธอกำลังจะพูด
"ไม่เคย ...นิทานเหรอ"
"อืม... น่าจะเป็นเรื่องเล่ามากกว่า ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นหรือนิทานหลอกเด็ก"
"เล่าเลยๆ" ไหนๆก็ไม่รู้สึกง่วงแล้ว ฟังเรื่องเล่าจากมะนาวพลางๆระหว่างรอให้อาการง่วงแทรกซึมเข้ามา
"ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้อ่ะนะ แต่จะเล่าคร่าวๆให้ฟัง คืองี้... จริงๆแล้วสัตว์ป่าพวกเนี้ยเดิมทีอยู่ในดินแดนหิมะ มีอยู่ครั้งหนึ่งชนเผ่าจาวูได้นำสัตว์ประเภทนี้มาเลี้ยง ตอนแรกคนที่นำหมาป่าเข้ามาเขาเข้าใจว่าสัตว์ป่ามันจะกลายพันธุ์กลายเป็นหมาเชื่อง เพราะตอนที่นำเข้ามามันยังเล็กมาก"
"..." โรซินกะพริบเปลือกตาฟังมะนาวเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ
"แต่ที่ไหนได้ สัญชาตญาณของมันก็ยังคงดุร้าย แรกๆก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะทำร้ายอะไรหรอก แต่เมื่อผ่านไปสักระยะจนหมาป่าเพศเมียมันคลอดลูกออกมาเจ็ดตัว แล้วในปีต่อมาลูกๆของมันก็โตขึ้น ส่วนตัวซึ่งเป็นพ่อตายเพราะไปเหยียบกับดักที่นายพรานเผ่าจาวูทำไว้ แกรู้อะไรไหมซิน" มะนาวถามเพื่อให้เพื่อนรู้สึกมีส่วนร่วม
"..." เมื่อคนถูกถามเลิกคิ้วขึ้นสูง มะนาวจึงเล่าต่อว่า...
"คืนนั้น... พระจันทร์เต็มดวง แต่สีเหลืองที่ควรจะเป็นกลับเป็นสีเลือด สัญญาณแห่งการสูญเสียหรือการเสียเลือดเนื้อ"
ฟิ้ว~
"ลมมาจากไหน" โรซินทักท้วงเมื่อจู่ๆสายลมเย็นก็พัดโกรกใบหน้าของเธอ ครั้นมองไปที่หน้าต่างมะนาวก็ปิดจนสนิทก่อนเข้านอนแล้ว
"แอร์มั้ง" คำพูดของโรซินทำให้มะนาวเอี้ยวหน้ามองตามแล้วออกความเห็น
"เข้าเรื่องต่อเถอะ"
"อืม ...ในขณะที่คนในหมู่บ้านเข้านอนกลางดึกสงัด ไม่มีโอกาสได้รู้ว่ากำลังมีภัยอันตรายคืบคลานเข้ามาเงียบๆ"
"..."
"...หมาป่าและลูกของมันบุกเข้าไปทำร้ายคนเผ่าจาวูทีละหลังคา จนเสียชีวิตทั้งหมด และหมู่บ้านนั้นก็กลายเป็นหมู่บ้านร้างไร้ผู้คน ถ้าเราเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณสิบห้ากิโลก็น่าจะถึง"
"แล้วหมาป่าล่ะ"
"ส่วนหมาป่าไม่แน่ใจว่ามันไปอยู่ไหน อาจจะเสียชีวิตบ้าง หรือไม่ ก็จะมีบางส่วนที่สามารถปรับตัวให้อยู่กับสภาพอากาศเมืองไทยได้"
"ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็น่าหดหู่ใจเนอะ สงสารชนเผ่าจาวู"
"เมื่อทศวรรษที่ผ่านมาเหมือนจะได้ข่าวแว่วๆว่ามีคนลักลอบนำหมาป่ามาเลี้ยงนะ แต่สุดท้ายข่าวพวกนี้ก็เงียบไป สงสัยจะเป็นพวกมีอำนาจละมั้งถึงสามารถครอบครองสัตว์สงวนได้"
"มีอำนาจเหรอ... นั่นสินะ"
***************************************
ซายน์ ผู้มาพร้อมความหลอน และใจบาป
ณัฐเทียร์ ผู้มาพร้อมบาป และบาปหนามาก 55555