ตอนที่ 1 น้องชาย

2221 คำ
โลกนี้มีการแบ่งเพศย่อย อัลฟ่า เบต้าและโอเมก้า เขาเรียกโลกที่อัลฟ่าทั้งหลายอาศัยอยู่ว่า “สังคมชนชั้นสูง” เรียกได้ว่าธุรกิจส่วนใหญ่ในโลกนี้นั้นเจ้าของล้วนเป็นอัลฟ่าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร อสังหาริมทรัพย์ รถหรู โรงพยาบาล เหล่าอัลฟ่าที่คิดว่าตัวเองสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้านมักจะคิดถึงแต่ผลประโยชน์เสมอ แม้แต่เรื่อง....แต่งงาน ตามกฎของโลกใบนี้ พ่อที่เป็นอัลฟ่ากับแม่ที่เป็นอัลฟ่ายังไงลูกก็ต้องเป็นอัลฟ่าอย่างแน่นอน....ไม่มีทางที่ลูกจะเป็นเพศอื่นได้เด็ดขาด การแต่งงานระหว่างตระกูลใหญ่ของอัลฟ่านั้นจึงเป็นการแต่งงานทางการเมืองซะส่วนใหญ่ พ่อกับแม่ของผมเป็นอัลฟ่าทั้งคู่.... “คุณคะ! ได้โปรดฟังฉันก่อน ฉันอธิบายได้” ในห้องเรียบหรูที่ตอนนี้มีของกระจัดกระจายเละเทะเต็มไปหมด หญิงสาวสวยที่ร้องไห้ฟูมฟายกำลังกอดขาอ้อนวอนชายร่างสูงโปร่งตรงหน้า “หึ เธอคิดว่าฉันโง่รึไง” น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ถามเรียบ ๆ สายตาที่เย็นชาของเขาไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใด ๆ “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ” “ฉันรู้ว่าเธอมันมั่ว ถึงฉันจะไม่ได้แต่งงานกับเธอเพราะรัก แต่ช่วยระวังการกระทำของตัวเองหน่อย” “ฉันรักคุณนะคะ! ฉันจะ” “ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย....แต่เธอกลับท้องเนี้ยนะ” ท่าทางที่เย็นชาของเขาคำพูดและน้ำเสียงที่ทำให้ผู้หญิงตรงหน้าถึงกับมองค้างน้ำตาไหลพราก การแต่งงานเพื่อธุรกิจที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความรัก สิ่งที่แสดงออกของเขาไม่ใช่อารมณ์หึงหวง แต่เป็น ความสมเพช “ฉะ...ฉัน จะ....จะเอาเด็กออกค่ะ!! เด็กนี่มันเป็นเพียงความผิดพลาด!” “..............” “ฉันรักคุณจริง ๆ นะคะ เรซทรอยได้โปรด.....ได้โปรดเชื่อฉันเถอะค่ะ” “เธอนี่....มันน่าสมเพชจริง ๆ ฉันจะหย่า” “มะ...ไม่นะคะ ฉันไม่หย่าค่ะ! ก็ฉันบอกว่าฉันรักคุณจริง ๆ ไง” “คิดว่าฉันไม่รู้รึไง ว่าครอบครัวของเธอ กำลังจะล้มละลาย” “.................” “ที่เธอรักน่ะคือชื่อเสียงและสมบัติของฉันต่างหาก เกลล์” เขาเชยคางเธอขึ้น สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ในโลกนี้นั้นใคร ๆ ก็ไขว่คว้าหาผลประโยชน์ให้ตัวเองทั้งนั้น “อ่า...น่ารำคาญจริง ๆ ถ้าหมดประโยชน์ก็แค่เขี่ยทิ้งไปซะ” เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมชนชั้นสูงจะแสวงหาแต่ผลประโยชน์ และถ้าหากหมดประโยชน์แล้วก็จะตัดทิ้งง่าย ๆ โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น “ฉันจะใช้หนี้ของตระกูลเธอให้ แลกกับเด็กในท้องเธอ คลอดมันมาซะ” “คะ? ทำไม ...” “ฉัน...จะเลี้ยงเอง” 15 ปีต่อมา “นี่ ๆ เด็กคนนั้นเป็นลูกคุณเรซทรอยไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาทำงานบ้านแบบนี้ล่ะ” “เธอมาใหม่สินะถึงไม่รู้ เด็กนั่นไม่ใช่ลูกของคุณเรซทรอยหรอก" หญิงสาวในชุดแม่บ้านสองคนกำลังสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ คนที่มาใหม่ทำท่าอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวความเป็นมาของคฤหาสน์ตระกูลคลาวาสถานที่ทำงานใหม่ของตน "จริงเหรอ! แล้วสรุปเด็กคนนั้นเป็นใครล่ะ" "คิ๊ก ๆ ....เป็นลูกของคุณผู้หญิงคนก่อน ลูกชู้ไงล่ะ!” ทั้งสองคนนินทาเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังกุลีกุจอถูพื้นอยู่ในระยะเผาขนพลางหัวเราะคิกคัก เพราะรู้ว่าต่อให้เจ้าตัวได้ยินแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดียังไงซะก็เป็นแค่ลูกชู้ของนายหญิงคนก่อน อีกทั้งยังเป็น โอเมก้า ในโลกที่มีแต่การเหยียดเพศแบบนี้โอเมก้านั้นไม่ต่างอะไรกับทาสดี ๆ นี่เอง เบต้ายังมีศักดิ์มากกว่าเสียอีก “..................” ผมได้ยินนะ “ลูกชู้” ไม่บอกก็รู้อยู่แล้วล่ะ เพราะผมเป็น โอเมก้า นี่นา “ตระกูลคลาวา” ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลอัลฟ่ามาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนที่ไม่ว่าใครต่างก็รู้ถึงความเข้มข้นของสายเลือดอัลฟ่า สิ่งที่จะมาเป็นตัววัดนั้นก็คือ “ฟีโรโมน” ยิ่งสามารถควบคุมความเข้มข้นและใช้ฟีโรโมนได้ดังใจมากเท่าไหร่ก็จะจัดได้ว่าเป็นอัลฟ่าที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น ฟีโรโมนนั้นสามารถใช้ควบคุมผู้อื่นที่อ่อนแอกว่าตนได้ ฟีโรโมนบางประเภทสามารถสะกดจิตได้ บางประเภททำให้เกิดอารมณ์ทางเพศและบางประเภทสามารถล้างสมองได้ การใช้ฟีโรโมนนั้นต้องผ่านการฝึกฝนในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้แต่นอกจากนี้ความสามารถของฟีโรโมนก็ยังคงเป็นความลับอยู่ ฟีโรโมนนั้นไม่ใช่ว่าใครก็สามารถใช้ได้ เพราะผู้ที่สามารถใช้ได้มีเพียงแค่ "อัลฟ่า" เท่านั้น “เรซทรอย คลาวา ดิเอล” ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเป็นผู้ที่มีฟีโรโมนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของตระกูลคลาวา อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสามตระกูลที่มั่งคั่งและร่ำรวยที่สุดในประเทศอีกด้วย “....................” เสร็จสักที รีบไปอาบน้ำดีกว่า วันนี้มีเรียนด้วย เสื้อผ้าที่ใหญ่เกินตัวมีสีขาวขุ่นตอนนี้มันสกปรกไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจบดบังความงดงามของเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เลย เด็กหนุ่มที่รูปร่างผอมบางแต่กลับสมส่วนเอวโค้งงอนถึงจะดูผอมแต่กลับมีสะโพกและก้นที่ใหญ่ได้รูป ทำให้เจ้าตัวดูเซ็กซี่ไม่น้อย ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียด ดวงตากลมโตสีอำพัน ผมสีบลอนด์อ่อน ยิ่งทำให้ดูน่าทะนุถนอม “อุ้ย! งั้นก็หมายความว่าเป็นโอเมก้าคนเดียวในบ้านที่มีอัลฟ่าอาศัยอยู่เนี้ยนะ” “ใช่แล้วล่ะเธอ” “แต่เขาสนิทกับนายน้อยมากเลยนี่นาไม่แน่นะอาจจะ....” “แบบนี้มันต้องมีเจตนาแอบแฝงแน่นๆ ถ้าเกิดติดสัดขึ้นมาคงวุ่นวายน่าดู ว่ากันว่าโอเมก้าน่ะติดสัดเพื่อที่จะล่อลวงอัลฟ่า....” เสียงนินทาของสาวใช้ยังคงไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่ายๆ ยิ่งพูดก็มีแต่ยิ่งเลวร้ายลงทั้งสองนินทากันอย่างสนุกปากโดยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะมาได้ยิน “ไม่แน่อาจจะหวังตำแหน่งนายหญิงของบ้านก็ได้” พรวด! “พี่ครับ! พี่ฟลอร์” เด็กน้อยน่ารักที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นในวัย 13 ปี วิ่งมากอดเอวฟลอร์แน่นจากทางด้านหน้า ก่อนจะส่งสายตาเหยียดไปทางที่มาของเสียงนินทา ที่พูดออกมาอย่างปากเปราะนั่น มันเป็นสายตาที่ไม่เหมือนกับเด็ก 13 เลยสักนิด อีกฝ่ายที่เห็นนายน้อยมองแบบนั้นต่างก็หน้าถอดสีก่อนจะวิ่งหนีหายไป เมื่อก่อนเขายังเป็นแค่เด็กน้อย แต่ตอนนี้เริ่มสูงเท่าฟลอร์แล้ว เซทท์กระชับแขนที่กอดฟลอร์แน่นขึ้นก่อนจะใช้หน้าคลอเคลียที่ไหล่ของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน “อ๊ะ...เซทท์ อย่าพึ่งกอดนะ ตัวผมสกปรกอยู่แถมยังมีกลิ่นแปลก ๆ ด้วย” ฟุดฟิดๆ “ไม่เห็นเหม็นเลย ตัวพี่หอมจะตาย” ทำไมเขาถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ เซทท์ดมเข้าที่ซอกคอขาวเนียนของฟลอร์ ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีถึงจะอายุห่างกันแค่ 2 ปีแต่ทั้งสองคนกลับสนิทสนมกันมากตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว พอโตขึ้นเซทท์ในสายตาของฟลอร์นั้นก็ยังคงเป็นเด็กน้อยผู้น่ารักเสมอ “อ่า...ตอนนี้ผมสกปรกไปหมดเลย เดี๋ยวผมขอไปอาบน้ำก่อนนะเซทท์ เซทท์น่าจะปะ” “ผมไปด้วย!” “ครับ?” “ผมอยากอาบน้ำกับพี่ เหมือนเมื่อก่อนไงครับ....น๊าๆๆ .....ไม่ได้เหรอ” ฟลอร์นั้นแพ้ลูกอ้อนของเซทท์แบบนี้เป็นที่สุด แต่ว่าตอนนี้ทั้งสองต่างก็โตพอควรแล้ว ถ้าจะให้อาบน้ำด้วยกันมันก็.....น่าอายเกินไป ถึงเมื่อก่อนจะอาบน้ำด้วยกันบ่อย ๆ ....บางครั้งก็นอนด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นวันที่ฝนตก นั้นก็เพราะว่า “ผมกลัวเสียงฟ้าผ่า ฮือๆ ขอนอนด้วยคนนะครับพี่ฟลอร์” เป็นการขอร้องที่ปฏิเสธไม่ลง “เอ่อ....คือว่า วันนี้เราต้องไปโรงเรียนกันนะครับ เซทท์เองก็ต้องเตรียมตะ” “น๊าๆๆ นะครับ พี่ฟลอร์” เซทท์กอดฟลอร์แน่นกว่าเดิมพลางเขย่าตัวอีกฝ่ายไปมาแล้วเอาหน้าซุกอก ก่อนจะเงยหน้าส่งสายตาอ้อนวอนด้วยรูปลักษณ์ที่จัดได้ว่าหล่อตั้งแต่ยังเด็ก ผิวที่ขาวผ่อง ผมสีดำที่นุ่มสลวย ใบหน้าหล่อเหลาได้รูป ดวงตาสีมรกต ไหนจะไฝใต้ตาซ้ายที่มีเสน่ห์นั่นอีกยิ่งทำให้คนที่ถูกอ้อนใจอ่อนยวบ “แต่ว่า.....” “นะครับนะ ๆ ครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ ....อีกอย่างถ้าไม่รีบเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอกครับ” อ่า...ใจอ่อนทุกทีเลยให้ตายเถอะ “กะ...ก็ได้ ครั้งสุดท้ายนะ” “เย้ ๆ ขอบคุณครับพี่ ผมดีใจที่สุดเลย” พอได้รับอนุญาตอีกฝ่ายก็ดีใจใหญ่กระโดดโลดเต้นดูเป็นเด็กที่สมวัย การกระทำแบบนี้ทำให้ฟลอร์รู้สึกเอ็นดูในตัวน้องชายตัวน้อยของเขาอย่างมาก การออดอ้อนของเซทท์นั้นมันทำให้ฟลอร์รู้สึกดีเสมอ เพราะมันเหมือนกับการแสดงความรักของคนในครอบครัว แม้ว่าเขานั้นจะไม่ใช่ก็ตาม ฟลอร์หันหลังและเดินนำหน้าเซทท์ไป นั่นมันทำให้เขาไม่เห็นใบหน้ายิ้มแย้มที่หวานเยิ้มแต่กลับดูน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน ฟลอร์หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เซทท์คิดนั้นได้ตรงกันข้ามเขาอย่างสิ้นเชิง “เดี๋ยวผมช่วยถอดนะครับพี่” “ไม่เป็นไรครับ ผมโตแล้วนะ อ๊ะ...เซทท์!” ทำไมเขาถึงได้แรงเยอะนักล่ะ ฟลอร์ยังพูดไม่ทันจบเซทท์ก็ถอดเสื้อผ้าเขาออกอย่างช่ำชองจนรู้สึกประหลาดใจ เซทท์ค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าฟลอร์ออกทีละชิ้น ๆ เผยให้เห็นผิวที่ขาวเนียนกับจุกสีชมพูระเรื่อ หน้าของฟลอร์เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ เซทท์ที่เห็นแบบนั้นก็พอใจไม่น้อยจนเผลอยิ้มออกมา “เสร็จแล้วครับ...พี่” เซทท์กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากทุกทีนั่นทำให้ฟลอร์ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ “อะ....อืม งั้นผมอาบก่อนนะ” ทำไมถึงได้รู้สึกแปลกๆ กับเซทท์ล่ะ อายจัง “เดี๋ยวสิครับ....ผมยังไม่ได้ถอดเลยนะ” เซทท์หน้ามุ่ยพลางมองชุดตัวเองที่ยังใส่ครบทุกชิ้นเพียงแต่กระดุมนั้นปลดลงไปสองสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกที่ขาวเนียน ก่อนจะมองหน้าฟลอร์แล้วทำท่าทีแก้มป่องเป็นแกมประท้วงใส่ “กะ...ก็ถอดซิครับ” ฟลอร์หน้าแดงยันหู เจ้าตัวไม่เข้าใจการกระทำของเซทท์เลยแม้แต่น้อยพลางคิดว่าจะให้ถอดให้เซทท์คืนงั้นเหรอ “เชอะ...ทีเมื่อก่อนพี่ยังเป็นคนถอดให้ผมอยู่เลย” “ตอนนั้นเซทท์ยังเด็กนี่ครับ” “งั้นตอนนี้ หมายความว่าพี่มองผมโตแล้วใช่ไหมครับ” เซทท์มองอีกฝ่ายด้วยตาที่เป็นประกายกำลังคาดหวังในคำตอบอยู่ พอเขาทำตัวแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ฟลอร์เห็นเซทท์เป็นน้องชายผู้น่ารักที่อยากได้ยินว่าตนเองนั้นโตแล้วทั้ง ๆ ที่เขาพึ่งจะสิบสาม พอเห็นท่าทางของเซทท์เขาก็หัวเราะออกมา “ฮ๊ะ ๆๆ เซทท์ยังคงเป็น เซทท์ผู้น่ารัก เหมือนเดิมครับ” ฟลอร์ตอบพลางลูกหัวของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู เขาคิดว่าอยากให้น้องชายของเขาเป็นเด็กน้อยที่น่ารักต่อไปเรื่อย ๆ น้องชายอัลฟ่าที่บริสุทธิ์ใจเวลาอยู่กับเขา ได้พูดเล่นหยอกล้อกับแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่อยากให้เขาโตไปมากกว่านี้ ไม่อยากให้เซทท์เข้าไปในสังคมที่มองโอเมก้าอย่างเขาเป็นเพียงแค่สิ่งของ ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดของฟลอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น โดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้น้องชายผู้น่ารักของเขานั้น มองฟลอร์ด้วยสายตาแบบไหน.... “ผมถอดเองก็ได้...” “ฮ่า ๆ งอนผมเหรอครับเซทท์” “เปล่าซะหน่อย.....เดี๋ยวผมถูหลังให้นะครับพี่” “อะ...เอ๊ะ...อืมได้สิ” “งั้น....หันหลังมาซิครับ....” เซทท์ถูหลังของอีกฝ่ายและลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังขาวเนียนนั้นอย่างเบามือ ท่าทางของเขาดูทะนุถนอมฟลอร์อย่างมาก เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ฟลอร์เรื่อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สูดดมกลิ่นของอีกฝ่ายพลางยิ้มออกมาอย่างชอบอกชอบใจ ในขณะที่สายตาก็จ้องมองไปยังเรือนร่างของฟลอร์ที่แม้จะยังไม่โตเต็มวัยแต่กลับเป็นภาพที่ถ้าใครได้เห็นก็ยากที่จะต้านทาน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม