'02' / 2

2422 คำ
ไม่นานก็เห็นเงารถคันหนึ่งสีดำจอดเทียบข้างๆ พร้อมกับพี่ผู้หญิงผมบลอนด์ลงจากรถตรงมาพาเขาขึ้นรถ ทันทีที่ก้นสัมผัสกับเบาะก็รับรู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้ต้องเป็นรถที่แพงมากแน่ๆ เพราะทั้งสัมผัสและกลิ่นมันดูหรูหราจนไม่กล้าขยับตัว มากเพราะกลัวจะไปทำรถของเขาเป็นรอย “คาดเบลท์เองได้มั้ย” “ได้ครับ” พยักหน้าตอบพลางดึงสายคาดเบลท์เอามาเสียบกับแป้นเพราะตาที่เบลอจัดทำให้เสียเวลาอยู่พักใหญ่ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทจนได้ยินเสียงแอร์ยิ่งทำให้รู้สึกเกร็งกว่าเดิม ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แม้ภาพตรงหน้ามันจะเบลอจนแทบไม่เห็น อะไรเลยแต่ก็รับรู้ว่ารถเคลื่อนตัวไม่ช้าและไม่เร็วมาก เวลาผ่านพักใหญ่ เรายังคงอยู่บนถนนเส้นเดิมขยับบ้างเป็นพักๆ เพราะ ด้วยรถที่ติดขนัดจากช่วงเวลาเลิกงานและเด็กเลิกเรียนเลยไม่แปลกที่รถจะติดขนาดนี้ จะว่าไปก็พึ่งนึกขึ้นได้ตั้งแต่ขึ้นรถมายังไม่รู้ชื่อเธอเลย “จะว่าไปพี่ชื่ออะไรหรอครับ ขอโทษ นะครับที่ถามเอาป่านนี้” “ลูซี่ค่ะ” เธอตอบขณะที่สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปที่ถนน “ส่วนผม…” “ไทม์สินะ” ยังไม่ทันที่ผมจะบอกชื่อตัวเองเธอก็พูดชื่อเขาขึ้นมาอย่างกับรู้อยู่แล้ว ไทม์หันไปมองเธออย่างตกใจขณะเดียวกันก็เห็นลางๆ ว่าเธอก็หันมามองเขาอยู่ครู่หนึ่งด้วย “พี่เห็นป้ายชื่อเราตอนที่เราเกิดอุบัติเหตุ ที่ห้องสมุด น่ะ” คำตอบของพี่ลูซี่ทำเขาถึงกับชะงัก ที่แท้เธอก็คือพี่ผู้หญิงคนนั้นที่ช่วยตอนที่เกิดอุบัติเหตุในห้องสมุดนี่เอง พอยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งอายตัวเอง นั่นก็หมายความว่าเขาทำตัวเด๋อด๋าต่อหน้าเธอเป็นครั้งที่สองแล้วสิ ว่าแล้วก็ทุบหัวตัวเองไปหนึ่งที ไอ้ไทม์เอ้ย~โคตรน่าอายเลย “ทุบหัวทำไมคะ ปวดหัวหรอ” “อะ-อ๋อ ผมปวดตาน่ะครับ” “ปวดมากมั้ย ” ฟังจากน้ำเสียง เธอดูเป็น ห่วงผมไม่น้อย “ก็พอประมาณครับ” เพราะภาพทุกอย่างมันเบลอไปหมดทำให้เขาต้องเพ่งมองมากขึ้นมันเลยส่งผลให้ไทม์เริ่มจะปวดตาค่อนข้างมาก ไทม์ตอบพลางยกมือนวดตาให้คลายความปวด ก่อนจะหลับตาสักครู่เพื่อพักสายตา “ทนหน่อยนะคะ ใกล้จะถึงแล้ว” สัมผัสอุ่นที่มือให้ใจเต้นตึกตัก ไทม์เม้มปากแน่นกลั้นความเขินเอาไว้แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่าสัมผัสเมื่อกี้มันคือมือสวยของเธอ รถยนต์เลี้ยวเข้าลานจอดรถห้างสรรพสินค้าก่อนจะจอดสนิท ทำการปลดเบลท์ลงจากรถยืนรออีกคนอยู่ข้างรถ “มาค่ะ จับมือพี่ไว้นะ” ลูซี่เอื้อมมือมาดึงแขนเบาๆ ให้เดินตามก่อนเธอจะมาเดินขนาบข้างทำให้ได้กลิ่นน้ำหอมลอยเข้าจมูกได้อย่างชัดเจน ระหว่างทางลูซี่จะคอยบอกคอยดึงแขนอยู่ตลอดเพื่อป้องกันไม่ให้เขาเดินชนหรือสะดุดบันไดเลื่อน ทั้งสองเดินกันมาเรื่อย ๆ จนถึงร้านตัดแว่นลูซี่ดันตัวเขาให้เข้าไปข้างในก่อนที่เธอจะหันไปคุยอะไรบางอย่างกับพี่พนักงาน “เดี๋ยวรบกวนน้องผู้ชายมานั่งตรงนี้เลยค่ะ” ลูซี่ดึงแขนให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งพร้อมกับกระตุกกระเป๋าที่สะพายอยู่เบาๆ เป็นเชิงให้ถอด “น้องผู้ชายสายตาสั้นเท่าไหร่คะ” “สามร้อยครับ” “เพื่อความชัวร์พี่ขออนุญาตวัดค่าสายตาก่อนนะคะ” ขยับหน้าเข้าไปที่เครื่องวัดสายตาใช้เวลาอยู่พักนึงกว่าจะเสร็จ “เดี๋ยวรบกวนน้องผู้ชายเลือกกรอบแว่นให้หน่อยนะคะ เดี๋ยวพี่จะได้ใส่กรอบให้เลย” “ผมเอาอันเก่าเลยได้มั้ยครับ” พูดพร้อมกับหยิบแว่นอันเก่าที่แตกยื่นให้พี่พนักงานดู “ได้ค่ะ เอาทรงนี้เด๊ะๆ เลยเนาะ” “ครับ” “งั้นเดี๋ยวรอสักครู่นะคะ” นั่งรออยู่ที่เดิมพลางกวาดสายตามองไปรอบๆทั้งที่ก็รู้อยู่ว่ามองไม่ค่อยจะเห็นแต่เพราะมันว่างเกินเลยทำให้อยู่ไม่สุก “เป็นไงมั่ง” ลูซี่เดินมาพร้อมกับหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ “เสร็จแล้วครับ รอแค่แว่น” “แล้วซื้ออันสำรองด้วยรึเปล่า” ส่ายหัวเป็นคำตอบ ก็อยากจะซื้อหอกนะแต่เงินมันไม่พอน่ะสิ “เงินไม่พอน่ะครับ” “ซื้อไปเลยเดี๋ยวพี่ออกให้” พอเธอพูดแบบนั้นไทม์ก็รีบส่ายหัวปฏิเสธทันที “ไม่ได้นะครับ พี่ลูซี่จะมาจ่ายใหผมทำไม” “ก็พี่ทำแว่นเราแตกหนิ พี่ก็ต้องจ่ายให้มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ” “แต่เราพึ่งจะรู้จักกันเองนะครับ อีกอย่างพี่ลูซี่ก็อุตส่าห์พาผมมาตัดแว่นอีก ผมไม่อยากรบกวนพี่ลูซี่ไปมากกว่านี้แล้ว” “มันไม่ใช่การรบกวนเลยค่ะ พี่ก็แต่ต้องการจะรับผิดชอบที่ทำแว่นเราแตกเฉยๆ” “แต่…” “ไม่มีแต่ค่ะ” ลูซี่ไม่รอให้ไทม์ได้ปฏิเสธอีกครั้งเธอหันไปบอกกับพี่พนักงานพร้อมกับลุกหนีเดินไปจ่ายเงินทันที ทำให้ไทม์ได้แต่มองตามแผ่นหลังเบลอๆ พลางเบะปากอย่างขัดใจ เอาจริงๆ เขารู้สึกเกรงใจเธอเอามากๆ เพราะตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่ห้องสมุดเธอก็เป็นคนช่วยเขา มาครั้งนี้ก็ช่วยพามาตัดแว่นแถมยังออกเงินให้อีก เขาไม่รู้ว่าการที่ลูซี่เลือกทำแบบนี้เธอมีแผนอะไรแอบแฝงรึป่าว แต่เท่าที่เซ้นต์มันบอก เขารู้สึกว่าเธอก็ดูจริงใจจริงๆ รอไม่นานพี่พนักงานก็เอาแว่นใหม่มาให้ ทันทีที่รับถุงแว่นมาเขาก็ทำการลองสวมแว่นใหม่ทันที กระพริบตาถี่เพื่อปรับแสงจนภาพทุกอย่างจากที่เบลอกลับมาชัดแจ๋วอย่างที่มันควรจะเป็น “เป็นไง” “ชัดแจ๋วเลยครับ” “แล้วเห็นพี่ชัดมั้ย” หันไปมองลูซี่ที่มานั่งข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พอได้เห็นใบหน้าของเธอชัดเจน “ครับ…ชัดแจ๋วเลยครับ” คนตรงหน้ายกยิ้มมุมปากอย่าง​พอใจก่อนจะเอาใบหน้าถอยห่าง ไม่ไหว เขินจนตัวจะระเบิดอยู่แล้ว “ก็ดีค่ะ งั้นเรากลับเลยมั้ย” “ครับ…” เม้มปากแน่นกลั้นความเขินก่อนจะยกมือทาบยกวัดหัวใจที่เต้นตุบๆ ราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก อยู่กับเขาตั้งนานไม่เขินมาเขินเอาป่านนี้ นี่เขาบ้าหรือดีกันแน่เนี่ย “งั้นผมกลับก่อนนะครับ…” “เดี๋ยวพี่ไปส่งค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับเอง” โบกมือปฏิเสธหยอยๆ แค่นี้ก็รบกวนเธอมากพอแล้วจะให้เธอไปส่งอีกก็กะไรอยู่ “แน่ใจเหรอ ฝนตกหนักนะ” ลูซี่บุ้ยปากออกไปทางหน้าต่างพบว่าด้านนอกฝนตกนักมากจริงๆ แล้วแบบนี้เขาจะกลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย “อ่าว” “ให้พี่ไปส่งเถอะ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะแย่เอานะ” ได้แต่บึนปากเล็กน้อยกลับไปด้วยความขัดใจ “เอ่อ…สงสัยคงต้องเป็นแบบนั้นแล้วล่ะครับ” ท้ายสุดก็เลือกไม่ได้คงต้องกลับกับเธอจริงๆ แล้วล่ะ ตลอดระหว่างทางไทม์กับลูซี่ก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อยและก็ได้รู้จักเธอคร่าวๆ ลูซี่เรียนคณะมนุษย์ศาสตร์เอกธุรกิจภาคอินเตอร์ชั้นปีที่ 3 บ้านของเธอทำธุรกิจส่วนตัวแต่ดูจากรถที่ขับบวกกับที่เธออาสาจ่ายค่าแว่นให้ก็น่าจะรวยพอควร ไทม์ได้แต่นั่งเปื่อยนับชั่วโมงกว่าจะหลุดออกจากถนนใหญ่ในที่สุดก็ถึง รถยนต์คันหรูเทียบจอดสนิทที่หน้าบ้านก่อนจะหันไปถอดเบลท์ก่อนจะหันขอบคุณเธออีกครั้ง “ขอบคุณพี่ลูซี่อีกครั้งนะครับที่พาไปตัดแว่นแล้วก็มาส่งด้วย แถมยังช่วยดูแลทั้งครั้งแรกแล้วก็ครั้งนี้ด้วย” “ไม่เป็นไรค่ะ พี่เต็มใจ” “แต่ถึงแบบนั้นผมก็ยังเกรงใจอยู่ดีครับ งั้น…ผมขอคอนแทคพี่ลูซี่ได้มั้ยครับ” ลูซี่เลิกคิ้วมองด้วยสายตาราวกับกำลังคิดว่าไอ้เด็กนี่คิดจะจีบฉันหรือไง “คือ-คือ ผมไม่ได้จะจีบพี่ลูซี่นะครับ คือ ผมจะขอบคุณน่ะครับแต่ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออก” ตอบไปอย่างร้อนรนกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด คนตรงหน้ายกยิ้มมุมปากพร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าเกือบชิดกัน “พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ แต่ถ้าเราจะจีบพี่จริงๆ จะก็จีบได้นะ พี่พร้อม” “พะ-พร้อมอะไรล่ะครับ ผมไม่ได้จะจีบสักหน่อยนะ” หันหน้าหลบสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นพร้อมกับดันไหล่ของเธอให้ออกห่างเบาๆ อีกคนหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับถอยตัวออกไป “พี่แค่ล้อเล่นเฉยๆไม่เห็นต้องกลัวขนาดนั้นเลย แต่ถ้าอยากจีบก็ได้นะเดี๋ยวพี่เคลียร์คิวให้พอดีคนจีบพี่เยอะ” “พี่ลูซี่อ่ะ!!” หันไปบึนปากใส่แต่เธอกลับเอาแต่หัวเราะไม่หยุดตั้งแต่เมื่อกี้ ลูซี่คนใจดีคนเมื่อกี้อยู่ไหนทำไมจู่ก็กลายเป็นนคนเจ้าเล่ห์แบบนี้ได้ล่ะเนี่ย เอาพี่ลูซี่คนใจดีกลับคืนมานะ!! “หึ เข้าบ้านได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคนในบ้านเค้าจะเป็นห่วง” “งั้น ผมไปก่อนนะครับ พี่ลูซี่ก็…ขับรถดีๆนะครับ” “ค่ะ ฝันดีนะครับ” “ฝันดีครับ” โบกมือลายืนมองรถคันหรูที่ค่อยๆ ลับจากสายตาไป ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ลืมคอนแทคพี่ลูซี่! “เวรเอ๊ย!” ตีหน้าผากตัวเองไปป๊าบนึง เด๋อไม่พอยังขี้ลืมอีก เอาไว้คราวหน้าถ้าเจอค่อยขอก็แล้วกัน เดินเข้าบ้านก่อนจะมองหาแม่แล้วสวัสดี​ทักทาย​ “กลับมาแล้วครับ” พูด​พร้อมกับ​วิ่งเข้าไปกอดคนเป็นจากทางด้านหลังแล้วหอมแก้มไปหนึ่งที “กลับมาแล้วหรอลูก หิวรึยัง” “หิวแล้วครับ หิวมากกกกกก” “งั้นหนูมาเก็บผ้าให้แม่ก่อน เดี๋ยว​แม่ไปทำอาหารให้” “ได้ครับ” รับผ้าที่แม่เก็บแล้วก่อนจะเดินเก็บผ้าตามราวจนครบ เดินขึ้นชั้นสองเข้าห้องเปลี่ยน​เสื้อผ้าจัดการผับแล้วก็​แขวนให้เป็นระเบียบ เสียงสั่นแจ้งเตือนจนทำให้ต้องหยิบมือถือ​ขึ้นมาดู แจ้งเตือน​ Facebook มีการแนะนำเพื่อนใหม่ แนะนำ​อีกล่ะ แนะนำ​ทั้งปีไอ้แอพเนี้ย ก่นบ่นไปงั้นสุดท้ายก็กดดูอยู่ดี เมื่อนิ้วเรียวกดอ่านก็ต้องกับขมวดคิ้ว Lucyxx ชื่อคุ้นๆ แฮะ ด้วยความสงสัยเลยกดไปดู ภาพโปรไฟล์​ที่สีดำสนิทกับภาพหน้าปกที่มีแต่ท้องฟ้า เลื่อนลงมาดูพบว่าแอคเคาท์​นี้โพสต์​น้อยมาก ส่วนใหญ่​จะเป็นเพื่อนในเฟสแท็ก​เสียมากกว่า​ อย่างเช่น​ Lukeggeasy แท็ก Lucyxx ฉันมาทำอะไรที่นี่… หรือจะเป็นโพสต์​ Lukeggeasy แท็ก Lucyxx มึงแกล้งกูวววววว อีเด็กเ*** คอมเมนท์​ Lucyxx สม :-D Lukeggeasy แท็ก Lucyxx, mommy แม่ ไอ้ลูมันแกล้งผมมมมม คอมเมนท์​ mommy ไม่ตีกันสิลูก Lucyxx :-D Lukeggeasy แม่ดูมันดิ เหอๆ แต่ละโพสต์​มีแต่ตีกัน เลื่อนลงมาอีกนิดก็ต้องหยุด โพสต์​ที่ไม่มีประโยค​ มีแค่อิโมจิกับรูปๆ เดียว 🌕🌔🌓🌒🌑 รูปน้ำตกเล็กๆ ยามค่ำคืนที่มีแสงจันทร์​ส่องลงมากระทบ หญิงสาวในชุดเดรสสั้นสีขาวเปิดหลังกับผมบลอนด์​ที่คุ้นตาเหมือน​กำลังวิ่งเล่น​ในแอ่งน้ำตรงกลาง สวยจัง เหมือนนางฟ้าเลย รู้ตัวอีกทีก็เผลอกดเซฟรูปไปแล้วไม่พอยังกดหัวใจอีก ตายล่ะ เขารู้แน่ๆ ว่ากำลังส่องอยู่ เสียงข้อความ​เข้าทำเอาสะดุ้งเฮือก และที่ยิ่งกว่านั้นเจ้าของ​ข้อความ​ที่ทักมาคือคนที่กำลังส่ง​อยู่​ ชิบหายแล้ว!!! นิ้วเรียวรีบกดอ่านเพื่อจะขอโทษ​แต่ก็ต้องชะงักเพราะข้อความ​ที่พิมพ์​มา Lucyxx : สวัสดี​ค่ะ Lucyxx : ไทม์ใช่มั้ยคะ เขารู้จักเราได้ไงอ่ะ time 00.00 : ขอโทษ​นะครับ เรารู้จักกันด้วยหรอครับ ถามไปก่อนเป็นมารยาท​ ถ้าเขาทักว่าเห็นเราส่องค่อยขอโทษ​อีกที Lucyxx : พี่ลูซี่เองค่ะ Lucyxx : ที่ไปส่งเราเมื่อชั่วโมง​ที่แล้ว time 00.00 : พี่ลูซี่เองหรอครับ ผมตกใจหมดนึกว่าคนอื่น Lucyxx : กลัวโดนว่าเรื่องส่องเฟสหรอคะ ง่ะ รู้จริงๆ สินะว่าเขากำลังส่อง เขินเลย time 00.00 : พี่ลูซี่ถึงบ้านยังครับ Lucyxx : ยังค่ะ เป็นห่วงหรอคะ time 00.00 : นิดหน่อย​ครับ time 00.00 : เป็น​ผูัหญิง​กลับบ้านดึกมันอันตราย​ แล้วพี่ลูซี่ยิ่งสวยๆ ด้วยมันเข้าตาพวกโรคจิต​นะครับ Lucyxx : ห่วงพี่แบบนี้พี่ก็เขินแย่สิคะ time 00.00 : ง่า Lucyxx : พี่มารับพี่ชายพี่น่ะค่ะ Lucyxx : ถ้าเจอโรคจิตจริงเดี๋ยว​พี่ให้พี่ชายต่อยสักป๊าบเอาก็ได้ค่ะ “ไทม์ กับข้าวเสร็จ​แล้ว​ลูก!!” เสียงตะโกนดังมาจากชั้นล่าง ดูท่าจะคุยต่อไม่ได้แล้ว “เดี๋ยว​ลงไปครับ!” time 00.00 : แม่ตามกินข้าวแล้วไว้ค่อยคุยใหม่นะครับ Lucyxx : ค่ะ Lucyxx : ทานเผื่อพี่ด้วยนะคะ time 00.00 : ส่งสติกเกอร์​ รีบเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ก่อนจะรีบลงไปยังชั้นล่าง “ทำไมเก็บผ้านานจังลูก คุยกับสาวอยู่หรอ” ประโยคทักของแม่ทำเอาไทม์สะดุดบันไดเกือบหน้าทิ่ม “แม่~” “แบบนี้ท่าจะจริงสินะ” “แค่รุ่นพี่ที่รู้จักน่ะครับ” “จ๊ะๆ รุ่นพี่ก็รุ่นพี่ มาๆ ทานข้าวกัน” แม่หัวเราะ​เล็กน้อย​ ดูจากสีหน้าก็รู้ไม่เชื่อกันแน่ๆ จะว่าไปเหมือนลืมอะไรบางอย่าง มือเรียวกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งกดเข้าแชทที่คุยล่าสุดกดเข้าโปรไฟล์แล้วรับเพื่อน คุณกับ Lucyxx เป็นเพื่อนกันแล้ว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม