Chapter 4 / น่ารำคาญ

1221 คำ
ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างอันมั่นคงของน็อตไปด้วยความรู้สึกสงสารตัวเองจับใจ จะรู้ตัวบ้างไหม ว่าใจร้ายกับฉันมากแค่ไหน! แต่จะให้ฉันแสดงออกว่าน้อยใจ เพื่อเรียกร้องความสนใจ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก น็อตไม่ผิดเพราะไม่เคยรู้ ฉันผิดเอง ที่รู้ตัวว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ก็ยังคิดไปไกล คิดฝันไฝ่ไปเองทั้งที่รู้ตัวดีว่าควรอยู่สถานะไหน..... เราเป็นเพื่อนกัน! “อโณชอบผู้ชายคนนั้นเหรอ” และไม่รู้เลยว่าเผลอมองน็อตอยู่นานแค่ไหน ใครบางคนที่มายืนอยู่ก็เลยได้รับรู้ในสิ่งที่ฉันไม่เคยพูดกับใคร “คนนั้นนี่กำลังเป็นที่รู้จักใช่ไหมน่ะ เขาเป็นแฟนกันอยู่สินะ ถึงได้มาร้านแบบนี้ ที่แท้ก็กลัวเป็นข่าว” เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว เราก็กำลังจะเก็บร้านอยู่แล้ว คนไปคนมาก็เริ่มบางตา เพื่อนพี่เจ้านายบางคนที่รับหน้าที่ปิ้งและทา ต่างก็พากันทยอยนั่งไปบางส่วน ส่วนคนที่มานั่งกินด้วยกัน เขาคงจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ถึงได้มาหากินอะไรเอาป่านนี้ “ไอ้นาย กูกลับก่อนนะ” เพื่อนพี่เจ้านายที่มาช่วยเราในวันนี้ เดินมาบอกเพื่อที่จะขอตัวกลับไปก่อน พี่เขาชื่อ ดีน... “เออ ๆ พูดกับกู แลตามามองกูดิ มองน้องกูทำไม” ฉันเงยหน้ามาสบตากับพี่เขาพอดี เขาส่งยิ้มมาหนึ่งที ฉันก็เลยคลี่ยิ้มตอบเป็นมารยาท “พี่กลับแล้วนะครับ ไว้เจอกัน” เขาพูดบอกกับฉัน จากนั้นก็เดินไปอีกด้านที่มีรถมอเตอร์ไซด์สีดำของเขาจอดอยู่ “ไอ้นี่... โปรยเสน่ห์ไปทั่ว” พี่เจ้านายส่ายหัว เขาไม่ได้พูดอะไร ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้คิดอะไร เลยตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมายมาวันนี้ให้จบ พอมองไปทางที่น็อตกับปีใหม่นั่งอยู่ ก็พบว่าสองคนนั้นทิ้งเงินไว้จ่ายค่าอาหาร แล้วหายไปไหนนานแล้วกระมัง “เพื่อนโนเหรอ” แฟนของญาติมีความสงสัยใคร่ถาม “ใช่ค่ะ เพื่อนที่มอ” “พี่เห็นเขามองโนตลอดเลย น้องผู้ชายน่ะ” ฉันถึงกับขมวดคิ้วในคำพูดของพี่เจ้านาย หน้าอย่างน็อตที่เจอกันแทบทุกวันจะมามองฉันแบบไม่ให้รู้ตัวไปเพื่ออะไร ทั้งที่ฉันก็ไม่เคยแสดงสีหน้าหรืออาการอะไรให้เขารู้ว่าฉันคิดไม่ซื่อ เขาคงจะมองตามประสาเพื่อนกันล่ะมั้ง... ประมาณเที่ยงคืน ที่พี่เจ้านายกับเจ้าขามาส่งฉันที่หน้าหอ กว่าฉันจะข่มตาหลับได้ ก็เป็นอันยากเย็นแสนเข็น เพราะพอเปลือกตานั้นปิดตัวลง ภาพที่น็อตจับแขนจับเอวของปีใหม่ยังมั่นคงในความชัดเจนว่าทั้งสองยังรักกันมากแค่ไหน ส่งผลให้ร่างกายและสมองของฉันสวนทางกันทำงาน เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับเลย ทั้งที่ร่างกายเพลียแทบแย่ “ไปง่วงมาจากไหน” นาราสะกิดที่หัวไหล่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันนั่งซบเพื่อนคนไหน แต่ที่รู้ได้คือผู้ชายแน่นอน “. . . . .” ฉันไม่ตอบคำถามนั้น กลับกันฉันดันหัวไปอิงแผงอกของเพื่อนคนนี้มากขึ้นเพื่อหามุมสบายในการงีบ “ทำตัวอย่างกับแฟนกัน” เสียงของทีดังขึ้นในระยะใกล้ แต่ฉันมั่นใจว่าไม่ใช่คนที่ฉันกำลังซบอยู่แน่นอน “เห้ย... ลุกไปแป๊ปเดียว ไปซบไอ้เหี้ยนั่นทำไมวะโน” และแล้วคนที่ฉันมั่นใจว่าหัวไหล่และแผงอกอันอบอุ่นนี้คือเขา แต่กลับไม่ใช่..... นี่ใครกันล่ะ “เมื่อคืนกลับกี่โมง” น้ำเสียงอันคุ้นหูดังขึ้นเหนือหัว คนที่ฉันเจอเมื่อคืน คนที่ทำให้ฉันตื่นตลอดทั้งคืน แล้วฉัน... ก็คิดถึงเขาทั้งคืน “นอนต่อสิ” เมื่อฉันกำลังจะผงะออกห่างจากเขา น็อตก็เอามือมากอบกุมมือฉันไว้แน่น ทั้งยังใช้มืออีกข้างวาดมาโอบเอวฉันอีก มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้! “ปล่อยเรา” ฉันกระซิบเบา ๆ ให้เราได้ยินกันสองคน เพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องใกล้ชิดขนาดนี้ไหม “ง่วงไม่ใช่เหรอ นอนต่อสิ” น็อตว่าแค่นั้น ก็กอดคอฉันเอาแขนดันให้ศีรษะของฉันแนบไปกับไหล่ของเขาดังเดิม ขณะที่ฉันพยายามดิ้นเพื่อหนีจากการกอด น็อตก็ยิ่งรัดตัวฉันไว้แน่น ราวกับเขาจะสื่อว่ายังไงก็ไม่ยอมปล่อยให้ฉันหลุดไปได้ ทำไปเพื่ออะไรกัน! “ขนาดนั้น เดี๋ยวโนมันก็หายใจไม่ออกกันพอดีไอ้น็อต” นาราเอ่ยท้วงด้วยความหวังดี แต่น็อตก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลายกอดเพื่อปล่อยฉันเลย ไม่เข้าใจตัวเขาในตอนนี้เลยจริง ๆ! “เมื่อคืนโนกลับดึก ให้โนหลับเถอะ อย่ากวนล่ะ” แล้วฉันก็ต้องมาฟังเพื่อนพูดกัน โดยที่หัวของฉันถูกมือของน็อตกดไว้ให้แนบอกเขาเนี่ยน่ะเหรอ เห้อ! “มึงเจอโนที่ไหน” ทีน่าถามเหมือนจับผิด “กูไปกับปี โนขายของช่วยเพื่อน เพื่อนที่ไม่เคยบอกพวกเราว่ามี” ย้ำคำพูดพลางรัดแขนอีกรอบ จะอะไรนักกับการที่ฉันจะมีเพื่อน เมื่อคืนก็ตำหนิ วันนี้ก็ตำหนิ อะไรนักไม่เข้าใจเลย “ทีมึงยังไม่ให้พวกกูรู้เรื่องมึงเลย คอนโดมึงพวกกูก็ไม่เคยไปเหยียบ บ้านช่องห้องหับไม่เคยเข้าไปใกล้ พ่อแม่ฐานะร่ำจนกูยังไม่เคยตัสรู้เรื่องมึงเลยครับ จะไปจับผิดโนเพื่อ.... ?” ขอบคุณไม้ฟืนที่พูดแทนใจฉันทุกอย่าง และอาจจะแทนใจเพื่อนทุกคนด้วย เรื่องตัวเองยังไม่อยากให้ใครยุ่ง เรื่องคนอื่นนี่อยากรู้เก่ง อยากรู้เรื่องที่คนอื่นไม่อยากบอกเขาเรียกว่าอะไรนะ เผือก..... “ช่างมันเถอะ... ให้โนหลับเอาแรงก่อน คืนนี้กินเหล้ากัน” แล้วเขาก็ตัดบทแบบรวดเร็ว ทั้งยังชักชวนเพื่อนไปเสพสิ่งมึนเมาอีกต่างหาก “กูเลี้ยง” พอเสียงเพื่อน ๆ เงียบไปสักพัก เขาก็เสนอตัวเป็นเจ้ามือกระเป๋าหนักอาสาจะเลี้ยงเพื่อนทุกคนเอง “ได้” เพื่อนทั้งสามตอบเป็นเสียงเดียวกันมีแต่ฉันที่ยังจมอยู่ในอกเขาเนี่ย “ไปด้วยกันนะ” เขาก้มมากระซิบข้างหู “หลับแล้วเหรอโน” พอฉันไม่พูด เขาก็สรุปไปเอง “อโณทัย” น็อตจับปลายเส้นผมสลวยของฉันดึงเบา ๆ “จะตอบไหม” เขาดึงแรงขึ้นอีกระดับ ซึ่งน้ำเสียงนี่คือบังคับกันเห็น ๆ “ไปนะโน” เขายังเซ้าซี้ไม่เลิก และถ้าฉันยังไม่พูด เขาก็คงไม่หยุดที่จะรบกวน “ไปก็ไป” ฉันว่าออกไปอย่างหงุดหงิดนิด ๆ “ก็แค่นี้... นอนต่อเถอะ” น่ารำคาญจริง ๆ จะกอดทำไม!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม