บทนำ 1 (มีรูป)
@สนามบินซิดนีย์ คิงส์ฟอร์ด สมิธ, ประเทศออสเตรเลีย
‘ขอบคุณนะที่มา…’
เสียงหวานของร่างสวยดูดีมองหน้าเอ่ยบอกคนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองใบหน้าเรียวสวยไร้ที่ติด้วยแววตาชัดเจนถึงความรู้สึกดีที่มีต่ออีกคน
‘อืม อย่าลืมดูแลตัวเอง’
‘รู้แล้ว’ ปากสวยยิ้มบาง ๆ ตอบกลับพลางบอก
‘ไว้เจอกันที่ไทยนะ’
‘อืม’ สิ้นเสียงทุ้มรับคำบอก ทั้งสองก็ต่างแยกย้ายกันไป โดยมีร่างสูงวัยสิบแปดที่สาวเท้าเดินถือพาสปอร์ตตรงเข้าไปเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินชื่อดัง ซึ่งทันทีที่เขาเดินตรงเข้าไป พนักงานภาคพื้นสาวที่รู้หน้าที่ก็รีบจัดการทุกอย่างให้ด้วยความรวดเร็ว ทำให้ใช้เวลาไม่นานสองเท้าหนักของร่างสูงก็สาวเท้าเดินเข้าไปภายในเลานจ์สายการบินวีไอพีสุดหรูเพื่อนั่งรอเวลาขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย…
อีกด้าน
‘ฮึ่ย!…ชิ’ เสียง เจนิส ร่างเล็กวัยสิบห้าที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนเก้าอี้นวดหรูด้านในเลานจ์สายการบินทำเสียงใส่ปลายสายด้วยความหน้ายู่เอาแต่ใจชัดเจน
(หยุดทำเสียงแบบนั้นได้แล้ว แม่ก็รูดกระเป๋าที่อยากได้ให้แล้วไง)
‘ถึงแบบนั้นก็เถอะ คนสวยใจร้ายอยู่ดี ให้ลูกสาวตัวน้อยเจ้าหญิงของบ้านเดินทางกลับไทยคนเดียวได้ไง ใจร้ายที่สุด’
(ครั้งเดียวเอง พอไปถึงไทย ลุงชัยกับป้าสมใจก็รอรับหนูอยู่)
‘แต่เจไม่อยากบินกลับคนเดียว…’
(แค่เก้าชั่วโมงเอง ถึงแม่บินด้วย สุดท้ายเราก็ไม่ได้สนใจแม่อยู่ดี ก็เอาแต่ดูหนัง ฟังเพลง ไม่ก็หลับ)
‘แต่นั่งคนเดียว มันเขินนี่ มันเหมือนคนไม่มีใครคบอ่า แม่ใจร้าย’
(แค่แป๊บเดียวเอง งอแงทำไมเนี่ย)
‘ชิ’
(งั้นเดี๋ยวกลับไปแม่ซื้อรองเท้าที่ส่งมาให้อีกคู่ด้วย) ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
‘จริงเหรอ’ โทนเสียงของร่างเล็กที่นั่งงอแงเอาแต่ใจอยู่ก็กรอกถามเสียงเปลี่ยนในทันที ทำเอาปลายสายที่ได้ยินหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกหน้าคนเป็นลูกออก
‘จริงหรือเปล่าคะ หลอกเจ้าหญิงหรือเปล่า’ ใบหน้าใสถามย้ำตาใสด้วยความคาดหวัง
(จริงสิ ส่งสีที่ต้องการมาได้เลย เดี๋ยวแม่จัดการให้)
‘เย้!~’
(หึ แล้วนี่ใกล้เวลาบินหรือยัง ถึงเวลาบอร์ดดิงไทม์แล้วไหม) สิ้นเสียงปลายสายถาม
‘โอ๊ะจริงสิ ถึงเวลาแล้วนี่หน่า’ ร่างบางที่ก้มลงมองดูนาฬิกาที่ถึงเวลาบอร์ดดิงไทม์เอ่ยพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่
‘เจต้องไปขึ้นเครื่องแล้ว’
(โอเค งั้นแม่ไม่กวนแล้ว ถ้าเครื่องใกล้ take off ก็ส่งบอกแม่ไว้หน่อยนะ)
‘ค่ะ…เอ่อ’
(หือ? มีอะไรหรือเปล่า) ปลายสายเอ่ยถามลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยโทนเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย ทว่า…
‘เจไม่เอาน้องนะ ไม่อยากมีน้องหลงมาตอนอายุสิบห้า’
‘เด็กนี่!’
‘ฮี่ ๆ แบร่ :P’ จากนั้นนิ้วเรียวก็กดตัดสายไปอย่างอารมณ์ดีที่ได้พูดจาหยอกแกล้งแม่ก่อนวางสาย ก่อนจะกลับมายู่หน้าอีกครั้งเมื่อต้องเดินทางกลับประเทศไทยเพียงลำพัง หลังจากที่ตอนแรกนั้น เจนิสเดินทางมากับแม่เพื่อมาหาพ่อเธอที่คุยธุรกิจอยู่ที่นี่ ก็อารมณ์มาเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว แล้วเจนิสกับแม่ก็จะต้องกลับก่อน ทว่าเมื่อถึงวันกลับ แม่ของเธอกลับขออยู่สวีตกับพ่อต่อ เจนิสจึงจำเป็นต้องกลับคนเดียว เนื่องจากไม่ใช่ช่วงปิดเทอม แน่นอนว่าร่างเล็กที่เป็น ‘เจ้าหญิง’ ของบ้านนั้นมีความเอาแต่ใจและงอแงอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ถูกคนเป็นแม่ล่อซื้ออย่างถูกจุดและจำต้องยอม…เดินทางคนเดียวครั้งแรกในอายุสิบห้า
‘เฮ้อ จะมีใครมองว่าเราไม่มีคนคบไหมเนี่ย’ ปากเล็กคงยู่พึมพำพลางค่อย ๆ ลากกระเป๋าเดินทางขนาดพอดีไปด้านหน้า gate สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ
@ภายในเลานจ์
‘คุณวินเซนต์คะ…’ เสียงพนักงานภาคพื้นที่คอยบริการผู้โดยสารอยู่เดินตรงเข้ามาเอ่ยเรียกร่างสูงที่นั่งใส่หูฟังอยู่ คนที่ถูกเรียกจึงหันไปมองพร้อมกับถอดหูฟังที่สวมใส่อยู่ออกเพื่อพูดคุย
‘…พอดีมีชั้นธุรกิจว่างอยู่หนึ่งที่ในไฟลต์ที่กำลังจะบินตอนนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณวินเซนต์สนใจจะ…’
‘อืม ไฟลต์นี้ก็ได้’ ร่างสูงตอบกลับอย่างนึกดีอยู่ในใจที่จะไม่ต้องรอนานในเวลาบินอีกไฟลต์ของตัวเอง
‘ค่ะ ถ้าอย่างนั้นสามารถขึ้นเครื่องได้เลยค่ะ’
‘อืม’ สิ้นเสียงทุ้มรับคำอย่างว่าง่าย ร่างสูงที่สูงกว่าร้อยแปดสิบเจ็ดก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งพร้อมกับสาวเท้าเดินตรงตามพนักงานภาคพื้นสาวไป โดยเมื่อเดินไปถึงบริเวณภายในห้องโดยสารสำหรับชั้นธุรกิจ
‘ฮะ…ฮึบ! ฮือ ทำไมสูงจังเลยอ่า ไม่เห็นใจคนตัวเล็กบ้างเลย ทำไมต้องทำที่เก็บกระเป๋าสูงขนาดนั้นด้วย…’ เสียงร่างเล็กที่พยายามยกกระเป๋าเดินทางตัวเองเก็บขึ้นด้านบนเหนือศีรษะบ่นอุบพลางไม่วาย
‘…เฮ้อ ไม่น่าซ่าแยกเอากระเป๋าขึ้นมาด้วยเลย รู้งี้โหลดลงเครื่องไปให้หมดก็ดี’ ปากเล็กคงบ่นไปตามประสาเอาแต่ใจจอมงอแงของตัวเองอย่างไม่รู้เลยว่ามีร่างสูงที่จะต้องนั่งถัดจากเธอไปได้ยินเสียงบ่นใสนั้นทั้งหมด รวมถึงท่าทีทุลักทุเลที่ทำเอาคนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะเคลื่อนมือหนาเข้าไปให้ความช่วยเหลือ โดยร่างเล็กที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างไม่ทันตั้งตัวก็เผลอชะงักไปกับกลิ่นหอมฟุ้งที่มาจากร่างสูงบริเวณด้านหลัง จนเมื่อได้สติ
‘Tha…Thank you…’ เรียวปากสีหวานหันไปบอก โดยคนที่ถูกพูดขอบคุณใส่ก็นิ่งไม่ได้อะไรพลางเดินเข้าไปนั่งที่นั่งของตัวเอง เจนิสก็จ้องมองตามชายร่างสูงที่เห็นหน้าเขาไม่ชัดแต่กลิ่นน้ำหอมนั้นคงฝังอยู่ในจมูกโด่งเรียวเล็กของตัวเอง กระทั่งได้สติก็เดินเข้าไปนั่งที่นั่งชั้นธุรกิจริมหน้าต่างค่อนข้างเป็นส่วนตัวอย่างเลิกสนใจทุกอย่าง
จนการเดินทางกว่าเก้าชั่วโมงได้จบลงพร้อมกับเครื่องบินลำใหญ่ที่จอดลงปลายทางอย่างปลอดภัย
‘อื้อ…’ ร่างเล็กที่เผลอหลับไปตั้งแต่ชั่วโมงไหนก็ไม่รู้ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียที่มี แต่แล้วเมื่อมองไปด้านข้างของตัวเอง
‘…โอ๊ะ’ เจนิสก็เอ่ยออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อยกับกระเป๋าของเธอที่ถูกนำลงมาวางไว้อยู่ด้านข้างแล้ว ดวงตากลมโตไม่รอช้าที่จะหันมองตามแผ่นหลังกว้างของชายที่กำลังเดินออกจากห้องผู้โดยสารไปด้วยความบอกไม่ถูกกับความดูใจดีของเขา ที่เป็นคนเดียวกับที่นั่งถัดจากเธอไป แล้วก็เป็นคนเดียวกับที่ช่วยเธอยกกระเป๋าในตอนแรก
‘So kind จังเลย…’ เสียงหวานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมากับความใจดีนั้นพร้อมกับดวงตากลมโตที่เอาแต่จ้องมองตามแผ่นหลังหนานั้นอย่างรู้สึกประทับใจที่แผ่ซ่านเข้ามาอย่างที่…ไม่เคยเป็นมาก่อน
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
‘มีแค่นี้เหรอ’ เสียงร่างเล็กถามพนักงานสาวที่เดินหยิบขวดน้ำหอมหลากหลายแบรนด์เข้ามาวางให้ทดลองดมกลิ่น
‘ค่ะคุณเจนิส นี่คือทั้งหมดทุกแบรนด์ที่คุณเจนิสให้นำมาแล้วค่ะ’
‘…’ สาวร่างบางในชุดนักเรียนมัธยมต้นโรงเรียนนานาชาติชื่อดังก็นิ่งมองแบรนด์น้ำหอมหรูมากมายที่วางอยู่ตรงหน้า
‘หาอะไรของมึง’ จน กวินทร์ เพื่อนสนิทชายชอบชายของคนตัวเล็กมองหน้าถาม
‘กลิ่น’
‘หือ?’
‘กลิ่นเนื้อคู่…’ เจนิสพึมพำเอ่ยอย่างนึกรู้สึกเสียดายเมื่อนึกย้อนไปเมื่ออาทิตย์ก่อนที่เธอบินกลับไทยมาแล้วพบเจอกับชายใจดีกลิ่นตัวหอมโดนใจเธอเป็นอย่างมากคนนั้น พอเธอได้สติตอนนั้นก็ไม่รอช้าที่จะพยายามเดินตามหาเขา แต่เพราะ
‘โอ๊ย ไม่น่าเกิดมาขาสั้นเลย!’ อยู่ ๆ เสียงหวานก็วีนเหวี่ยงใส่ความสูงที่มีแค่เกือบร้อยหกสิบเซนติเมตรของตัวเอง ทำให้เธอตามหาชายใจดีคนนั้นไม่ได้
‘เป็นบ้าอะไรของมึงขึ้นมาอีก อยู่ ๆ ก็วีนเหวี่ยงขาตัวเอง มันก็สั้นอยู่ตลอดปะ’ ดวงตากลมโตหันมองค้อนขวับใส่เพื่อนสนิทของตัวเองทันควัน ทำเอากวินทร์รีบส่งยิ้มแห้งให้เพื่อนคุณหนูจอมวีนของตัวเองอย่างก็รู้สึกชอบใจเวลาเพื่อนเหวี่ยงวีนใส่อยู่ไม่น้อย กระทั่ง
‘หรือคุณเจนิสอยากได้แบรนด์ไหนเพิ่มเติมไหมคะ’ พนักงานสาวที่นั่งอยู่เอ่ยถามสาวตระกูลใหญ่และเป็นลูกค้าวีไอพีโทนเสียงสุภาพ
‘ไม่แล้วละ เอาชาแนลกับดิออร์มาอย่างละขวดแล้วกัน ส่งพร้อมกับของคุณแม่ฉัน’
‘ได้ค่ะ’ สิ้นเสียงพนักงานสาวรับคำอย่างรู้กัน สาวนักเรียนเกรดเก้าโรงเรียนดังก็สาวเท้าลุกเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนสนิทของตัวเอง ทว่าขณะที่กำลังเดินอยู่ภายในห้างหรู
‘เจนิส…’ ก็มีเสียงชายหน้าตาดีโรงเรียนเอกชนชื่อดังคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายร่างเล็ก ดวงตากลมโตจึงหันไปจ้องมอง
‘…เจนิสจริง ๆ ด้วย ฉัน กาย นะ เพื่อนของแซนดี้ที่เรียนห้องเดียวกับเธอ’
‘อืม แล้ว?’
‘คือฉัน เอ่อ…ฉันขอไลน์เธอหน่อยได้ไหม’
‘ไม่ได้ ไลน์ฉัน มีเฉพาะไว้แค่คนที่สนิทกันเท่านั้น ขอตัวนะ’ พูดจบ ร่างเล็กที่ค่อนข้างตรงไปตรงมากับความรู้สึกของตัวเองก็สาวเท้าเดินผ่านชายที่เข้ามาขอไลน์อย่างไม่คิดสนใจ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอปฏิเสธใครแบบนี้
‘โอ๊ย เสียดาย นั่นกายเลยนะ ตัวท็อปของ…’
‘ท็อปไหนก็ช่างเหอะ ไม่ใช่สเป็ก’ เจนิสหันตอบกลับกวินทร์ด้วยความเฉย ๆ ซึ่งในตอนนั้นเอง
ครืดดด~
เสียงโทรศัพท์ของร่างเล็กก็ดังขึ้น มือเรียวจึงหยิบขึ้นมามองดู
แม่
ติ้ด!
‘ว่าไงคะคนสวย…’
(เสียงหวานมาเชียว รูดน้ำหอมอะไรไปอีกเกือบสามหมื่น)
‘น้ำหอมให้คุณพ่อสุดหล่อไงคะ สามีของคนสวยไง~ เจ้าหญิงตัวน้อยอุตส่าห์เป็นคนเลือกให้เลยนะ’
(เลือกให้ แต่ให้แม่จ่าย)
‘ก็เจไม่ได้ทำงานนี่หน่า’
(เฮ้อ จริง ๆ เลย…)
‘แล้วนี่จะโทรมาแค่บ่นลูกสาวเหรอคะ’
(เปล่า แต่แม่มีอะไรจะวานหนูหน่อย)
“หือ?”
(พอดีคุณพ่อต้องใช้เอกสารจากคุณลุงแมธธิววันพรุ่งนี้ แม่เลยจะให้เจแวะบ้านป้าธัญญาเอามาให้คุณพ่อหน่อยได้หรือเปล่า แม่บอกคุณป้าไว้แล้ว)
‘อ๋อ ได้สิคะ เจไม่ได้เจอคุณป้ามาสักพักแล้วด้วย ได้ถือโอกาสไปหาคุณป้าด้วยเลย’
(แต่ไม่แน่ใจว่าป้าเขาจะอยู่ไหมนะ เห็นว่ามีต้องไปออกงานช่วงเย็น)
‘ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เจอก็ค่อยไปเจอวันอื่นก็ได้ เดี๋ยวเจ้าหญิงตัวน้อยไปเอาให้นะคะ~’ เสียงหวานตอบกลับคนเป็นแม่ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู ถึงจะมีเอาแต่ใจตัวเองไปในบางครั้ง หรือขี้งอน ขี้น้อยใจ แต่เจนิสก็ถือว่าเป็นเด็กที่น่ารักและอารมณ์ดีมาก ๆ คนหนึ่ง และเป็นไข่มุกเม็ดงามสำหรับครอบครัว
‘กูกลับก่อนนะ ต้องไปเอาของที่บ้านป้า…’
‘บ้านพี่อีริคเหรอ’ กวินทร์ตาโตถามในทันทีพลางพูดต่อ
‘กูขอไปด้วยสิ’
‘โน! กูไปแค่แป๊บเดียว’
‘อะไรอ่า มึงอย่ามากันซีนกู’
‘คิดว่าตาแก่นั่นจะสนใจมึง?’
‘เอ้า ไม่ลองก็ไม่รู้ปะ’
‘เลิกฝัน ถึงตาแแก่นั่นจะดูเหมือนหินไร้ความรู้สึก แต่กูว่า…ไม่น่าไปทางมึงนะ อีกอย่าง…ตาแก่นั่นก็น่าจะไม่อยู่มั้ง เห็นว่าบินไปเยอรมัน ก็น่าจะไปดูงานกับลุงกูนั่นแหละ’
‘งั้นเหรอ เออ งั้นกูไม่ไปละ ไม่มีแรงจูงใจ กลับบ้านดีกว่า’ พูดจบ กวินทร์ก็สาวเท้าเดินออกไปด้วยความรวดเร็ว โดยมีเจนิสที่ทำหน้ายู่ตามหลังเพื่อนไปอย่างนึกหมั่นไส้พร้อมกับสาวเท้าเดินตรงไปหาคนรถที่จอดรออยู่ไม่ไกล
และใช้เวลาไม่นาน
‘ถึงแล้วครับคุณหนู’ ลุงชัย คนขับรถประจำตัวของร่างเล็กเอ่ยขึ้น ทำให้เจนิสเดินลงจากรถตรงเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ที่มีคนรับใช้มากมายต่างทำหน้าที่ของตัวเองอยู่
‘สวัสดีค่ะคุณเจนิส’ เสียง นงฤดี หัวหน้าแม่บ้านของที่นี่เดินเข้ามาทักทายหญิงสาว
‘คุณป้าล่ะ’
‘คุณท่านเพิ่งออกไปงานเมื่อกี้เลยค่ะ เฉียดกับคุณเจนิสนิดเดียว’
‘อ๋อ แล้วคุณป้าได้บอกไหม ที่ฉันมา’
‘ค่ะ คุณท่านสั่งไว้ค่ะ เอ่อ…ไงเดี๋ยวดิฉันไปเอาเอกสารมาให้นะคะ เดี๋ยวรบกวนคุณเจนิสนั่งรอ…’
‘ตาแก่อยู่ไหม’
‘คะ?’
‘เอ่อ พี่อีริคน่ะ ไม่อยู่ใช่ไหม’
‘อ๋อ คุณชายอยู่ค่ะ’
‘อยู่งั้นเหรอ’ ปากเล็กพึมพำเมื่อรู้ว่าลูกพี่ลูกน้องที่เขามักจะค่อนแซะใส่เธอหน้าตายอยู่บ้านพอดี
‘ไหนว่าบินไปเยอรมันกับคุณลุง’
‘อ๋อ คุณชายกลับมาก่อนน่ะค่ะ กลับมาเมื่อวาน ตอนนี้อยู่ที่ชั้นบน…’
‘งั้นเหรอ’ ร่างเล็กที่นึกอยากไปป่วนไม่รอช้าที่จะลอบยิ้มมุมปากออกมา เพราะเพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอ อีริคก็มักจะหน้านิ่งหน้าตายไม่ก็ทำหน้าเหมือนอยากเฉาตายออกมาแล้ว
‘เอาเอกสารไปให้ฉันข้างบนแล้วกันนะ’ พูดจบ สองเท้าบางก็ไม่รอช้าที่จะเดินตรงไปบริเวณชั้นบนตามที่หัวหน้าแม่บ้านบอกอย่างที่นงฤดีนั้นไม่ทันได้ทักท้วงบอกอะไรเพิ่มเติมต่อ
ตึก
ตึก
โดยตลอดการเดินตรงไปห้องนอนของลูกพี่ลูกน้องที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ตลอด เรียวปากสีหวานก็ลอบยกยิ้มมุมปากพลางคิดป่วนพี่ตัวเองอยู่ในใจ จนเมื่อเดินไปถึงบริเวณหน้าห้องนอนหรูที่อยู่ริมสุด
ปึง ๆ ๆ !
‘ฮี่ ๆ’ เสียงร่างเล็กที่กำลังเคาะประตูแกล้งอยู่หน้าห้องหัวเราะยกมุมปากอย่างสนุกสนาน พลางเคาะแกล้งต่อหมายต้องการป่วนคนที่อยู่ในห้องไม่หยุด
ปึง ๆ ๆ
‘หึ หงุดหงิดจนเป็นตาแก่จอมคลั่งแน่!’ ปากเล็กเอ่ยบอกอย่างนึกภาพสีหน้าพี่ตัวเองด้วยความขบขัน พร้อมกับได้ยินเสียงสองเท้าหนักที่เหมือนกำลังเดินตรงมา ร่างบางจึงเอ่ยนับถอยหลัง
‘ห้า…’
‘…สี่…’
‘…สาม…’
‘สอง…หนึ่ง…’
แอดดด~
‘แบร่!! ;P’
(มีรูป)
“!!!”