ผมกำลังง่วนกับการขายของในร้าน "กริ๊งๆๆ....." เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายคือน้ำตาล น้ำตาลโทรมาปรึกษาว่ามีรุ่นพี่มาขอให้ช่วย แกหมุนเงินไม่ทัน เงินแกหมดช่วงโควิดที่ผ่านมา ผมเลยถาม "หนูรู้จักทางไปร้านไหม เผื่อพี่จะได้เข้าไปดูว่าร้านอยู่ตรงไหน แล้วเราค่อยมาคุยกันนะ" "เดี๋ยวแชร์โลไปให้นะคะ" น้ำตาลตอบ แล้ววางสายไป
ตกเย็นผมขับรถไปตามทางที่น้ำตาลแชร์โลมาให้ เมื่อถึงหน้าร้านจะเห็นป้ายชื่อร้านอย่างชัดเจน ตัวร้านเป็นอาคารสูงสามชั้นสามคูหา ตกแต่งหน้าร้านดูดีพอสมควรมีสวนหย่อมเล็กๆ และที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้า ทำเลดีบริเวณรอบๆ ก็จะมีร้านอาหารอยู่ประปราย วันที่ไปลูกค้าที่มาใช้บริการน่าเยอะพอสมควร เพราะมีรถจอดเรียงรายหลายคัน ผมหาที่จอดเสร็จก็ลงจากรถ เพื่อไปเก็บข้อมูลหน้างานโดยการเข้าไปลองใช้บริการดู เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านจะได้กลิ่นจากเทียนหอม ตกแต่งเรียบง่าย สะอาดสะอ้านตกแต่งด้วยโคมไฟผนังแสงสีส้มให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย ด้านขวามือมีมุมคาเฟ่เล็กๆขายกาแฟ และเป็นโซนนวดเท้า ซึ่งมีลูกค้าใช้บริการอยู่เต็ม ซ้ายมือของร้านจะเคาน์เตอร์ต้อนรับ ซึ่งวันที่ผมไปไม่เห็นปราย มีเพียงน้องพนักงานหน้าตาน่ารักสองคน เดินออกมาทักทาย และถามไถ่ ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ผมเลยเข้าไปสอบถามรายละเอียด สรุปว่าวันนี้ไม่มีหมอนวดว่างเลย น้องพนักงานแนะนำว่า "สนใจจองคิวไว้ก่อนไหมคะ สามารถจองคิวหมอนวดได้ด้วยนะคะ " พร้อมกับยื่นสมุดมาให้เล่มนึง ซึ่งเป็นรายละเอียดราคาคอร์สนวดในแต่ละแบบมีทั้งนวดเท้า นวดตัว นวดน้ำมัน นวดตัวเจ้าสาว อันหลังงงคือนวดแบบไหน ฯลฯ ราคานวดก็แพงพอสมควร เบอร์โทรจอง ช่องทางการติดต่อของทางร้าน "ขอดูรายละเอียดก่อนนะครับ เดี๋ยววันหลังพี่จะโทรมาจองก่อนนะครับ" ผมตอบน้องพนักงานไป ผมขับรถบ้านบอกรายละเอียดต่างๆกับน้ำตาล น้ำตาลบอกสนใจอยากจะลองดู ผมก็เลยบอกให้นัดรุ่นพี่น้ำตาลมาคุยรายละเอียด
ในวันถัดมาน้ำตาลได้นัดรุ่นพี่มาที่บ้านเพื่อคุยรายละเอียดต่างๆ ช่วงสายของวันมีรถเบนซ์สีขาวขับมาจอดที่หน้าบ้านน้ำตาลบอกให้แม่บ้านออกไปเปิดประตู รถเบนซ์ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน น้ำตาลออกไปรอรับ และแนะนำรุ่นพี่ให้ผมรู้จัก เธอชื่อ'ปราย' ปรายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม เป็นรุ่นพี่น้ำตาลสมัยเรียนมัธยม สิ่งที่เตะตาผมคือเต้านมของปรายที่มันใหญ่คับล้นเสื้อ ปรายมาในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตยีนส์ เข้าชุดกับกางเกงยีนส์ขายาวรัดรูป
ผมมองดูส่วนเว้าส่วนโค้งทางด้านหลัง โดยเฉพาะสะโพกกลมใหญ่งอน มันเร้าใจมาก ปรายเป็นคนผิวสีน้ำผึ้ง แต่งหน้าจัด ทาลิปสีแดง แต่งตัวดูดี หุ่นปรายจะอวบๆก้นใหญ่ๆ ใดูดีมีเสน่ห์มันทำให้ผมไม่อาจจะละสายตาจากปรายได้ น้ำตาลเชิญปรายมานั่งในบ้านแล้วสั่งให้แม่บ้านเอาน้ำกับขนมมาเสริฟ พวกเราคุยรายละเอียดอยู่นาน จนได้ข้อตกลงว่าน้ำตาลขอเป็นหุ้นส่วนที่ร้าน หลังจากเซ็นสัญญาต่างๆ ปรายก็ขอตัวกลับไปที่ร้านเพราะพนักงานที่ร้านโทรตามพอดี
เช้าวันในรุ่งขึ้นน้ำตาลบอกผมว่า พี่ปรายให้เข้าไปที่ร้าน เพื่อแนะนำตัวให้พนักงานรู้จัก และไปเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานของพนักงานในแต่ละส่วน ซึ่งน้ำตาลใช้เวลาเรียนรู้อยู่ไม่นาน อาศัยวันที่ว่างๆ จากการดูแลร้านคาเฟ่ มีกลับบ้านดึกบ้าง เพราะต้องดูแลทั้งร้านในเวลาเดียวกัน โดยในทุกวันน้ำตาลจะให้น้องที่ร้านชานมเป็นคนขับรถมาให้ น้ำตาลเคยบอกผมว่าน้ำตาลจะได้นอนมาในรถ ให้เพื่อนน้องขับรถตามมารับ
หลายวันถัดมาผมอยู่ร้านกำลังง่วนอยู่กับการสั่งลูกน้องขึ้นของส่งลูกค้า "กรี๊งงงง......." เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น "พรุ่งนี้กลับดึกนะ ไม่ต้องรอทานข้าวเย็น เย็นนี้พี่ปรายจะให้น้องสอนการนวดให้ ขากลับจะให้น้องที่ร้านชานมมารับ" น้ำตาลโทรมาบอกผม "ทำไมต้องเรียนนวดครับ" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย "อยากเรียนไว้เฉยๆ จะได้รู้วิธีนวดไว้ เอาไว้นวดให้พี่นะคะ" น้ำตาลอ้อนผม "ตามใจคุณ อย่าหักโหมมากนักนะ ผมเป็นห่วง" หลังวางสายจากน้ำตาล ผมกลับไปดูลูกน้องจัดลังเบียร์ขึ้นรถเพื่อไปส่งลูกค้าต่อ
จนหลายเดือนผ่านไป ผมเมื่อยตัวนึกอยากจะไปนวดเลยโทรไปหาน้ำตาลว่าจองคิวให้หน่อย น้ำตาลบอกตอนนี้ติดเคลียร์งานที่ร้านคาเฟ่ไปไหนไม่ได้ ลูกน้องทำบัญชีผิดต้องมานั่งตรวจใหม่ ผมวางสายจากน้ำตาล แล้วโทรไปที่ร้านนวด พนักงานรับสายและแจ้งว่าวันนี้หมอนวดมีว่างอยู่หลายคน ผมจองคิวเสร็จ ก็ขับรถไปที่ร้าน เมื่อถึงร้านผมเปิดประตูเข้าไปก็เห็นลูกค้า 2-3 คนมานั่งรออยู่ก่อน ผมเดินไปแจ้งชื่อที่โทรมาจองไว้ น้องพนักงานก็แจ้งว่าถ้าช้ากว่านี้คงไม่ได้นวดคิวเพิ่งเต็มไป และให้ผมนั่งรอสักครู่ เพราะมาก่อนเวลาที่นัดไว้ วันที่ไปเป็นวันเสาร์ลูกค้ามาใช้บริการค่อนข้างเยอะ ผมเดินไปสั่งกาแฟที่ร้านมานั่งทานรอไปพลางๆ ระหว่างนั่งรอก็จะมีลูกค้าบางคนที่นวดเสร็จกลับออกมา สลับกับคนที่รออยู่ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป ลูกค้ามีทั้งวัยรุ่น หนุ่มสาว คนทำงานมาใช้บริการเป็นส่วนใหญ่
เมื่อถึงเวลาก็มีหมอนวดเดินออกเชิญผม และเดินนำพาขึ้นไปชั้นบน ระหว่างทางเดินจะได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงคลอไปตลอดทาง น้องหมอนวดแจ้งว่าได้ห้องที่ชั้นสอง ส่วนชั้นสามจะเป็นห้อง vip ต้องจองมาพิเศษ เมื่อเดินขึ้นถึงชั้นสอง จะเห็นห้องนวดที่แบ่งไว้เป็นห้องๆ ส่วนในสุดของทางเดินจะเป็นห้องน้ำแยกไว้ให้บริการอีกสองห้องชาย-หญิง เมื่อเปิดห้องเข้าไปกลิ่นจากเครื่องหอมโชยมาเตะจมูก และความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยออกมา ขนาดห้องไม่ใหญ่มากนัก มีเตียงสำหรับนวด และโต๊ะหัวเตียงไว้วาง และเก็บของ บรรยากาศสะอาดตกแต่งเรียบง่ายในบรรยากาศไฟสีส้มสลัวๆ น้องหมอนวดก็มาแนะนำตัว "สวัสดีคะคุณอาหนูชื่อยานะค่ะ" ผมเอ่ย"เรียกพี่ดีกว่ายังไม่อยากแก่นะ" น้องยาก็หัวเราะ หน้าตาน้องยาถือว่าใช้ได้ หุ่นดี สูงประมาณ 150 กว่า ดูออกนมใหญ่แม้อยู่ชุดหมอนวดหลวมๆ เสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำน้ำตาลแบบผูก เข้าชุดกันกางเกงขาก๊วยขายาว
น้องยาบอกให้ผมไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุด ระหว่างทางเดินไปห้องน้ำ ต้องผ่านห้องนวดอีกห้องที่อยู่ติดห้องน้ำ ด้วยความเงียบทำให้ผมได้ยินเสียงครางของผู้หญิงลอดออกมาทางประตู ผมก็นึกว่าเสียงร้องเวลาหมอนวดลงน้ำหนักมือแรงๆผมเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป จัดแจงถอดเสื้อผ้าออก พลางได้ยินเสียงร้องผ่านกำแพงจากห้องเมื่อครู่ ผมพยายามเอาหูแนบฟังแต่เสียงร้องนั้นก็เงียบไป ขณะอาบน้ำผมก็พลางคิดถึงบรรยากาศสมัยก่อนตอนที่ทำงานยู่กรุงเทพ ผมชอบไปใช้บริการนวดกระปู๋ สมัยก่อนก็ไปเที่ยวที่ร้านเหมยฮัว แถวรัชดา หรือไม่ก็เส้นถนนเพรชบุรี อยู่บ่อยครั้ง เพราะชอบที่จะซื้อกินสบายใจกว่าแต่ต้องลุ้นหน่อย มันไม่ผูกมัด ผมจึงคิดเล่นๆ ว่าถ้าที่นี้มีบริการแบบนั้นก็ดีสิ มันทำให้ท่อนเอ็นผมแข็งตัว จนผมต้องพยายามคิดไปเรื่องอื่นขืนออกไปเแบบนี้ ใครเห็นอายเค้าตาย