แฟนเก่า

1433 คำ
“เพราะคู่หมั้นคุณมันรวยกว่าผมแต่นั้นใช่มั้ยคุณถึงได้คืนดีกับผมยากนัก” ธนกร หนุ่มวัย22ย่าง23ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนแฟนเก่าของปานตะวัน​ เขาเคืองใจกับเหตุการณ์วันนี้พอสมควรเพราะไม่คิดว่าปานตะวันที่รักกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งเมื่อเลิกกับเขาได้ไม่เท่าไรก็จะหมั้นกับนักธุรกิจที่โปรไฟล์ดีกว่าเขาหลายเท่า ธนกรคบกับปานตะวันตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่งด้วยกันที่มหาลัยดังตลอดเวลาที่คบกับธนกรชอบนอกใจปานตะวันตลอดแต่ก็ไม่เปิดตัวใครเป็นแฟนเหมือนปานตะวันจนกระทั่งล่าสุดที่ปานตะวันเลิกเด็ดขาดกับธนกรก็เพราะชายหนุ่มดันเจ้าชู้ไม่เลือกโดยการไปนอนกับเพื่อนของปานตะวันทำให้เธอตัดทั้งเพื่อนตัดทั้งแฟนไปในคราวเดียว ธนกรพยายามง้อปานตะวันตลอดหลังจากเลิกกันแล้วยิ่งได้มารู้ว่าหญิงสาวกำลังจะหมั้นกับคนอื่นดขาก็ยิ่งรู้สึกหวงก้างหนักกว่าเดิมหลายเท่าและจะพยายามแย่งเธอกลับมาเป็นของเขาให้ได้ ณจันทร์กลับห้องพักมาได้เธอก็รีบเล่าเรื่องที่น่าตกใจให้กับณิชาและพราวมุกได้ฟัง “แล้วได้พูดคุยอะไรกับคุณนนหรือเปล่าจันทร์” พราวมุกตกใจไปกับเพื่อนด้วยไม่ใช่แค่เรื่องที่เจอคนจะลวนลามแต่เรื่องที่ณจันทร์เจอนนทวัตรแล้วเขาอาจจะแปลกในถึงเรื่องการแต่งตัวของคุณหนูไฮโซที่ทำไมถึงได้มาใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ยีนส์ตรงหน้าได้ “เปล่าอะอาศัยจังหวะที่คุณนนไล่ผู้ชายคนนั้นแล้วเค้าก็เลยรีบหนีออกมากลัวว่าถ้าทักทายอะไรตอนนั้นจะเผลอทำอะไรที่ไม่เป็นตัวปานตะวันออกมา” ณจันทร์ส่ายหัวหงึกหงักดีที่เธอรีบชิ่งออกมาก่อนที่จะได้พูดคุยอะไรกันกับนนทวัตรหากครั้งหน้าได้เจอกันแล้วค่อยขอโทษกับการเสียมารยาทครั้งนี้ “ดีแล้วล่ะ..คุณนนเค้าไปทำอะไรที่ห้างนั้นอยู่ไกลจากบริษัทเค้ามากไม่ใช่หรอ” ณิชารู้ว่าบริษัทใหญ่ที่นนทวัตรเข้าบริหารไม่ได้ใกล้กับห้างสรรพสินค้าที่ณจันทร์ไปเลยทำไมถึงได้บังเอิญไปเจอชายหนุ่มที่นั่นได้ “ฉันเห็นเค้านั่งทานข้าวกับคุณลลิตา” “ลูกสาวนักการเมืองที่ชอบเป็นข่าวอะหรอ... เธอรู้จักกับคุณนนได้ยังไงหรือเป็นแฟนกัน” ณิชาเริ่มหน้าเสีย “ไม่รู้เหมือนกัน” ณจันทร์ส่ายหัว “ไม่ใช่หรอกมั้งถ้ามีแฟนแล้วจะตกลงรับหมั้นคุณปานตะวันทำไม..อีกอย่างฉันพึ่งไปศึกษาประวัติคนบ้านนี้มาลูกชายคนเล็กอย่างคุณนนไม่มีข่าวเสียหายกับผู้หญิงแม้แต่ครั้งเดียว” พราวมุกกอดอกพูดเสียงดังฟังชัด “เป็นแบบนั้นก็ดีเรื่องอื่นช่างมันเถอะแล้วนี่หายขวัญเสียหรือยังจันทร์” ณิชาได้ยินแบบนี้ก็คลายกังวลด้วยกลัวว่าถึงวันหมั้นหากนนทวัตรมีแฟนแล้วแฟนของเขาก็จะมาแหกอกเพื่อนเธอที่เป็นปานตะวันตัวปลอมให้เป็นเรื่องเป็นราว “ไม่เป็นอะไรแล้ว..ตอนนี้โอเค” ณจันทร์ส่ายหัวทั้งฉีกยิ้มอ่อนให้เพื่อนรักทั้งสองสบายใจทั้งที่ตอนนี้ก็ยังสงสัยในใจว่าผู้ชายคนนั้นที่เข้าใจว่าเธอคือปานตะวันและพยายามจะลวนลามเธอเป็นใครกันแน่ “ช่วงนี้พ่อว่าไปมาหาสู่กับบ้านนั้นบ่อยๆก็ดีนะลูกจะได้ทำความรู้จักกันสนิทกว่านี้ก่อนที่จะหมั้น” ภัทรพลเข้ามาหานนทวัตรที่บ้านของชายหนุ่มช่วงเย็นเขาเอ่ยกับลูกชายคนเล็กขณะที่นั่งทานข้าวด้วยกันถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่ารู้ว่าลูกชายของเขาและปานตะวันอาจจะเคยเจอกันบ้างแต่ก็ไม่ได้สนิทมากนักตอนนี้เขาจึงอยากให้ทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้นเพราะจะหมั้นกันในอีกไม่กี่วันแล้ว “ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างครับ..ยังไงก็ต้องหมั้นต้องแต่งกันอยู่แล้วครับยังมีเวลารู้จักกันอีกนานผมไม่รีบ” นนทวัตรแทบจะอิ่มข้าวเมื่อได้ยินชื่อปานตะวันทั้งที่ทาน​ไปได้ไม่เท่าไร “แล้วแต่แกแล้วกัน” ภัทรพลดูไม่ได้อยากบังคับอะไรนนทวัตรเพราะที่ลูกชายตนยอมหมั้นตามสัญญาก็ดีเท่าไรแล้วแค่ที่มาพูดเรื่องนี้แค่อยากให้คนที่กำลังจะมาเป็นคู่ชีวิตกันได้รู้จักกันลึกกว่าเดิมเท่านั้น ที่นนทวัตรไม่อยากได้ยินชื่อปานตะวันเพราะตอนนี้เขายังรู้สึกไม่พอใจปานตะวันด้วยไม่ชอบพฤติกรรมที่เย่อหยิ่งของหญิงสาวที่วันนี้แม้แต่คำขอบคุณหรือหยุดพูดคุยสักคำก็ไม่มี วันต่อมา วันนี้ณจันทร์เข้ามาบ้านของโสภิตาตั้งแต่ช่วงสายๆเพื่อแต่งหน้าทำผมแต่งตัวเตรียมรอทานข้าวกับครอบครัวของนนทวัตรที่จะมาหารือจริงจังเรื่องงานหมั้นที่จะถึง "คุณตะวันสวยแบบนี้ทุกวันเลยหรอคะ" ณจันทร์ที่อยู่ในชุดมินิเดรสแบรนด์ดังสีชมพูหวานทำผมลอนฟาร่าสวมใส่จิวเวอรี่ชิ้นน้อยแต่มีราคาแต่งหน้าอ่อนๆด้วยเครื่องสำอางค์ที่มีราคาสาวเจ้าเห็นตัวเองในกระจกก็ถึงกับตะลึงกับภาพของตัวเองอยู่เหมือนกัน "แน่นอน..หลานฉันไม่มีตรงไหนไม่เพอเฟ็ค" สารภียืนกอดอกอมยิ้มอ่อนที่เห็นณจันทร์ดูจะแปลกตากับภาพของตัวเอง​ ไม่เพียงณจันทร์ที่ละสายตาจากตัวเองในกระจกไม่ได้เป็นโสภิตาเหมือนกันที่เอาแต่จับจ้องมองณจันทร์อมยิ้มไม่พูดไม่จาจนสารภีจับสังเกตได้ว่าน้องสาวเธอคงกำลังเอ็นดูณจันทร์เช่นปานตะวันอยู่แน่นอน "โส..จันทร์เหมือนตะวันมากเลยเธอว่าหรือเปล่า" "ค่ะ..เหมือน" คำว่าเหมือนทำให้โสภิตาหลุดจากภวังค์ได้และคำเตือนของสารภีที่ห้ามไม่ให้เธอมองณจันทร์เหมือนลูกก็เข้ามาในหัว โต๊ะอาหาร เมื่อถึงช่วงกลางวันภัทรพลอนงค์นาถและนนทวัตรก็ได้มาถึงบ้านของโสภิตาตรงเวลาที่นัด​ เมื่อแขกมาถึงแล้วอาหารบนโต๊ะก็พร้อมพอดีตอนนี้ทุกคนจึงมานั่งพูดคุยกันทานอาหารกันไปด้วย​ เหล่าผู้ใหญ่ดูจะผ่อนคลายในการพูดคุยถึงเรื่องสมัยก่อนกัน​ แต่สองหนุ่มสาวแทบจะไม่มองหน้ากันก็ว่าได้​สาเหตุเป็นเพราะนนทวัตรยังคงเคืองใจและทิฐิกับปานตะวันคิดว่าเธอเป็นคนเย่อหยิ่งตลอดเวลาส่วนณจันทร์เองก็ไม่ค่อยกล้าสบตานนทวัตรเท่าไรเพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งทานอาหารอยู่เงียบๆด้วยใบหน้าไม่สดใส​ "อาหารที่บ้านนี้อร่อยมากเลยนะครับเห็นทีหลังงานหมั้นตานนกับหนูตะวันจะต้องไปมาหาสู่บ้านนี้บ่อยๆแล้ว" ภัทรพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี​ แต่คำพูดของเขาดันทำให้สารภีและโสภิตาหน้าเจื่อนเพราะรู้ว่สหลังจากงานหมั้นหากพวกเธอยังตามปานตะวันตัวจริงไม่ได้บ้านนี้ก็คงไม่มีปานตะวันอยู่แล้วเพราะเธอมีเงินจ้างณจันทร์ให้อยู่แค่งานหมั้นเท่านั้น "เอ่อ..ค่ะ" โสภิตาเริ่มยิ้มเจื่อนแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรภัทรพลออกไป "หนูตะวันดูซูบไปนะลูก" อนงค์นาถหันมาคุยกับว่าที่ลูกสะใภ้ที่นั่งเงียบด้วยคำถามที่ปนความเป็นห่วงเท่าที่เธอสังเกตหญิงสาวท่าจะทานอาหารได้น้อยถึงได้ซูบผอมลงกว่าตอนที่เธอเจอครั้งก่อนที่มาคุยเรื่องสัญญาหมั้น "เอ่อ.." ณจันทร์เริ่มไปไม่เป็นเพราะไม่ได้คิดว่าจะถูกคุยอะไรด้วยในวงสนทนาเพราะเห็นผู้ใหญ่คุยกันเรื่องอดีตกันมาพักใหญ่แล้ว "แกก็ดูแลหุ่นตามประสาผู้หญิงที่จะต้องสวยในวันสำคัญน่ะค่ะ" เป็นสารภีที่แก้หน้าแทนให้หลานสาวตัวปลอมได้อย่างทันท่วงที "เข้าใจแล้วล่ะค่ะ" อนงค์นาถได้ยินคำตอบเช่นนี้ก็อมยิ้มเข้าใจได้เป็นอย่างดีเพราะนึกถึงตอนตัวเองสาวๆก่อนวันสำคัญก็ดูแลหุ่นเป็นพิเศษเหมือนกัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม