ตอนที่ 1 - แค่ผู้หญิงไร้ค่า
แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าคริสตัลสาดกระทบเรือนร่างระหงที่เปลือยเปล่าอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ผ้าปูที่นอนผ้าไหมซาตินสีเทาเข้มยิ่งขับให้ผิวพรรณของ ‘เนเน่’ ดูขาวผ่องนวลตาชวนมอง เรือนผมสีน้ำตาลคาราเมลยาวสลวยแผ่กระจายอยู่บนหมอนใบโต ใบหน้าสวยหวานไร้ที่ติสะกดสายตาผู้มองได้เสมอ ดวงตากลมโตที่ถูกโอบล้อมด้วยขนตางอนยาว จมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความดื้อดึงซ่อนเร้น ขณะที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีเชอร์รีธรรมชาติกำลังเผยอออกน้อยๆ อย่างเย้ายวน
เนเน่ในวัย 24 ปี สวยสะพรั่งและมีเสน่ห์ล้นเหลือจนยากจะละสายตา รูปร่างของเธออ้อนแอ้นอรชรแต่กลับมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบ ทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มนวมผืนหนากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ยังคงหอบถี่...
หลักฐานชิ้นสำคัญจากบทรักอันเร่าร้อนที่เพิ่งจบลงไปไม่กี่นาทีก่อนหน้า
กลิ่นอายความต้องการยังคงอบอวลอยู่ในห้องนอนสุดหรูของเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง
ชายหนุ่มเจ้าของห้องร่างสูงใหญ่กำยำก้าวออกมาจากห้องน้ำ มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันกายท่อนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ หยดน้ำเกาะพราวตามแผงอกแกร่งและซิกแพ็กแน่นหนา ‘คุณน่านน้ำ’ ในวัย 32 ปี คือภาพสะท้อนของชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก นัยน์ตาคมกริบดุดันดั่งพยัคฆ์ และท่าทางหยิ่งทะนงของทายาทตระกูลดังผู้ทรงอิทธิพล
เขากวาดสายตามองตรงไปยังเตียงนอนกว้าง ความเคยชินบางอย่างทำให้หัวใจของเขาเต้นในจังหวะที่แปลกไปทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงคนนี้นอนรออยู่บนเตียงของเขา แต่น่านน้ำก็รีบสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยและติดจะบึ้งตึงตามนิสัย
“อ้อนเก่งจังเลยนะคะวันนี้... คุณน่านเหนื่อยไหมคะ?”
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ขยับลุกขึ้นนั่ง รอยยิ้มงดงามที่สามารถละลายน้ำแข็งได้ถูกส่งให้ชายหนุ่มทันที เนเน่รวบผ้าห่มคลุมอกขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงที่เดินมานั่งลงตรงขอบเตียง มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กบนโต๊ะข้างเตียง แล้วบรรจงซับหยดน้ำตามไรผมและแผ่นหลังกว้างให้หนุ่มหล่อตรงหน้าอย่างเบามือและเอาอกเอาใจ
“ฉันไม่ได้เหนื่อยเพราะเรื่องบนเตียง แต่เหนื่อยกับงานที่ผับต่างหากล่ะ” น่านน้ำตอบเสียงห้วน ใบหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อนึกถึงปัญหาลูกค้าระดับ VIP ทะเลาะกันที่ร้านเมื่อหัวค่ำ
“แล้วนี่ทำไมยังไม่นอน มัวแต่มานั่งทำตาใสอยู่ได้”
“ก็เน่รอกอดคุณน่านอยู่นี่คะ”
เนเน่ไม่โปรยเสน่ห์พร่ำเพรื่อ แต่เธอรู้จังหวะดีที่สุดว่าควรทำอย่างไร ร่างบางทิ้งผ้าขนหนูแล้วสวมกอดช้อนร่างจากทางด้านหลัง ใบหน้าสวยซบลงกับบ่ากว้าง กดจมูกโด่งรั้นลงบนลาดไหล่หนาอย่างออดอ้อน กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเธอโชยเข้าจมูกชายหนุ่มจนความตึงเครียดจากงานเมื่อครู่คลายลงไปเปราะหนึ่งโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“ไม่ต้องมาอ้อนเลยเน่ วันนี้จะเอาอะไรอีก เพิ่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ให้เมื่อวันก่อนยังไม่พอหรือไง?” น้ำเสียงของเขาดุดันขึ้นเล็กน้อย แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้ปัดป้องอ้อมกอดของเธอออก น่านน้ำนั่งนิ่งยอมให้เธอกอดทึ้งตามใจชอบ
“แหม... รู้ทันเน่ตลอดเลย” เนเน่หัวเราะเบาๆ เลื่อนมือมาลูบไล้แผงอกกว้างของเขาอย่างทะนุถนอม
“คืองวดนี้เน่จำเป็นต้องใช้เงินด่วนจริงๆ ค่ะ งั้นคืนนี้เน่ทำให้คุณประทับใจก่อนดีไหมคะ”
น่านน้ำแค่นยิ้มหยันในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที ความรู้สึกอบอุ่นในใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง เขาหันกลับมาคว้าข้อมือบางของเธอไว้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นชาจนคนมองใจหาย
“ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าฉันเกลียดคนโลภมาก” น้ำเสียงห้วนจัดเอ่ยช้าๆ
“เงินที่ฉันให้เธอแต่ละเดือน มันมากกว่าเงินเดือนพนักงานออฟฟิศทั้งปีรวมกันซะอีก เธอจะเอาไปทำอะไรนักหนา หรือเอาไปละลายกับอะไรที่ฉันไม่รู้?”
ข้อมือบางถูกบีบจนเริ่มขึ้นรอยแดง เนเน่รู้สึกเจ็บจนแปลบเข้าขั้วหัวใจ หากแต่ใบหน้าสวยหวานยังคงฝืนยิ้มเฉื่อยชา แววตากลมโตสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกซ่อนไว้ด้วยแววตาขี้เล่นชวนฝัน เธอไม่สามารถบอกความจริงกับเขาได้... ว่าเงินทุกบาทถูกส่งตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3 และใช้หนี้พนันที่พ่อก่อไว้ไม่เว้นแต่ละวัน
มันเป็นปัญหาของเธอ ไม่ใช่ปัญหาของเขา ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมานั่งอธิบาย
“ก็เน่เป็นผู้หญิงของคุณน่านนี่คะ เน่ก็ต้องอยากสวย อยากแต่งตัวดีๆ ให้สมเกียรติคุณน่านเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันสิคะ” เธอแสร้งทำเสียงกระเง้ากระงอด ซบหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อหลบสายตาจับผิด
“ถ้าคุณน่านไม่เปย์เน่ แล้วจะให้เน่ไปขอให้ใครเปย์ล่ะคะ?”
คำพูดเล่นทีจริงของเธอสะกิดต่อมโมโหของชายหนุ่ม น่านน้ำบีบข้อมือเธอแรงขึ้นอีกนิดจนเนเน่ต้องนิ่วหน้า
“คิดจะขู่ฉันเหรอเน่ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย” น่านน้ำเค่นเสียงต่ำ พลางสะบัดมือออกจากการเกาะกุม
“ฉันเลี้ยงดูเธอในฐานะเด็กของฉัน ไม่เคยปิดบังใคร แต่อย่าลืมข้อตกลงของเรา... ฉันบอกเธอตลอดว่าฉันไม่ได้จริงจัง และไม่มีวันจริงจัง คนอย่างฉัน ถ้าวันหนึ่งต้องแต่งงาน คนๆ นั้นต้องเป็นคนที่ครอบครัวฉันมองว่าเหมาะสม และต้องเป็นคนที่หนุนธุรกิจของฉันได้เท่านั้น ไม่ใช่ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่มีดีแค่เรื่องบนเตียงและคอยปอกลอกฉันไปวันๆ แบบเธอ”
คำพูดร้ายกาจและดุดันราวน้ำกรดที่รดลงบนใจจนสลาย เนเน่รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่ง คำว่าปอกลอก และไม่มีหัวนอนปลายเท้า มันกรีดลึกจนเนื้อในหลั่งเลือด แต่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น
สำหรับคุณน่านน้ำ... เธอต้องเป็นเพียงตุ๊กตาบำเรอความใคร่ที่ว่าง่าย แสนดี และเห็นแก่เงินเท่านั้น
“เน่ทราบดีค่ะ เน่ไม่เคยคิดจะปีนเกลียวคุณน่านเลยสักครั้ง” เนเน่ปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว รอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งอาบยาพิษปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งเธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พรมจูบเบาๆ ที่ปลายคางสากของเขาอย่างพะเน้าพะนอ
“เน่รู้ตัวดีค่ะว่าเน่อยู่ในฐานะอะไร และเน่ก็พอใจกับเงินที่คุณน่านให้... แต่สรุปว่าเงินก้อนนี้ คุณน่านจะอนุมัติให้เน่ไหมคะ?”
น่านน้ำมองใบหน้าสวยสะกดใจนั้นด้วยความรู้สึกหลากลึก ทั้งโกรธที่เธอเห็นแก่เงิน ทั้งหมั่นไส้ในความหน้าตาย แต่อีกใจกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...
เขาเสพติดเรือนร่างและท่าทางออดอ้อนของเธอจนโงหัวไม่ขึ้น
“เออ! พรุ่งนี้ฉันจะให้เลขาโอนให้” ชายหนุ่มตัดบทเสียงกระแทกกระทั้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวม
“แต่จำใส่หัวไว้ด้วยนะเน่ เงินของฉันไม่ได้ได้มาง่ายๆ ถ้าเธอยังปอกลอกฉันไม่หยุดแบบนี้ วันไหนที่ฉันเบื่อเธอ วันนั้นเธอจะไม่ได้อะไรจากฉันอีกเลย”
“รับทราบค่ะ เน่จะจำให้ขึ้นใจเลย”
เนเน่รับคำเสียงนุ่ม เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินฟึดฟัดออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียง นัยน์ตากลมโตที่เคยทอประกายหวานซึ้งเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนเป็นความหม่นแสงและเศร้าหมองลงทันทีเมื่ออยู่ตัวคนเดียว หยาดน้ำตาอุ่นๆ รื้นขึ้นมาคลอเบ้า แต่เธอรีบปัดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว
สู้ไม่ไหว... เธอนึกในใจพลางกอดตัวเองแน่นใต้ผ้าห่มผืนหนา
เธอรู้ดีว่าเธอสู้ผู้หญิงเพียบพร้อมที่ครอบครัวเขาจะหามาให้ไม่ได้เลยแม้แต่ปลายก้อย แต่ตราบใดที่แม่ยังต้องใช้ยารักษา และบ้านหลังเดียวของครอบครัวยังติดจำนองหน้าเลือด
เนเน่คนนี้ก็จำเป็นต้องหน้าด้าน ยอมรองรับอารมณ์ฉุนเฉียวและคำตราหน้าว่าเป็น ‘ผู้หญิงหน้าเงิน’ ของคุณน่านน้ำต่อไป... จนกว่าจะถึงวันที่เขาไล่เธอไปจริงๆ