ดาวใจสาวน้อยวัยใสหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าเอ็นดู ลูกสาวคนเดียวของสำเนียงและดอน ความจริงเธอมีพี่น้องฝาแฝด หากแต่ดวงจิตแฝดผู้พี่นั้นได้ตายจากไปตั้งแต่ยังแบเบาะเพราะว่าร่างกายไม่แข็งแรง
สำเนียงและดอนก็เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับผู้ช่วยสินทรนั่นแหละ ตัวสำเนียงเองเคยกุ๊กกิ๊กกับสินทรหากแต่หล่อนชอบพอดอนมากกว่า พออายุครบ16ปี จึงตกลงออกเรือนไปกับดอน ปล่อยสินทรให้อกหักนอนร้องไห้อยู่เป็นแรมเดือน จากนั้นมาสินทรก็ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน จนคนลือกันว่าสงสัยจะยังรักปักใจกับสำเนียงอยู่
ตกดึกบรรยากาศในหมู่บ้านเงียบสงัด ดาวใจนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอนคิดไม่ตกเรื่องเมื่อกลางวัน "เจ็บใจจริงๆ ไม่น่าพลาดท่าเสียทีให้ผู้ใหญ่ใจหมาอย่างสินทรเลย" มีทางไหนหนอที่พอจะเอาตัวรอดจากสินทรได้
“สาธุ! พี่ดวงจิต มาช่วยฉันด้วยเถอะ ไอ้น้าสินมันคงคิดจะหลอกเจาะกินจาวฉันเป็นแน่” ถึงกับต้องนึกถึงพี่สาวที่ตายจาก
ดาวใจทั้งคิดในใจ ทั้งบ่นพึมพำลำพังเหมือนคนบ้า ใครไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้คงไม่รู้ว่ามันจิตตกแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าสินทรจะนัดไปทำไม แต่ถ้าไม่ไปก็มีหวังได้ออกเรือนกับคนแก่คราวพ่อ
“ให้ตายฉันก็ไม่เอาน้าสินทำผัวหรอก แต่จะทำยังไงวะ” สาวน้อยนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปคิดมาจนเผลอหลับ
ฝั่งสินทรวันนี้ไม่ยอมกลับเข้าไปนอนบ้านใหญ่ ค้างแรมที่เถียงนาอีกคืนหวังจะรอกินตับดาวใจในวันพรุ่ง คิดแล้วก็น้ำลายหก ภาพดาวใจวิ่งนมเด้งดึ่งๆ ทั้งเนินเนื้อโหนกอูมใหญ่กว่าฝ่ามือยังคาตา เวลานี้คงได้แต่หยิบกางเกงในของสาวน้อยวัยแรกแย้มขึ้นมาสูดดมกลิ่นอันสุดแสนรัญจวนไปพลางๆก่อน
ทว่าอานุภาพกลิ่นรัญจวนของสาวแรกรุ่น พิษสงเทียบเคียงยาปลุกกำหนัดอ่อนๆ ปลุกความใคร่ผลักดันท่อนเอ็นกลางกายเบียดผ้าโสร่งตุงขึ้นเป็นลำ เวลานี้ต้องอาศัยมือหยาบหนาสอดเข้าไปใต้ชายผ้านุ่ง เพื่อช่วยบำบัดความใคร่ให้ตนเอง
“อู้ย! อีดาวใจ พรุ่งนี้กูจะเอามึงให้ยับเลยคอยดู อู้ยย....ดาวใจ ขย่มแรงๆ อ๊า........”
ในหัวคนทะลึ่งจินตนาการไปว่าดาวใจกำลังขย่มตอให้ นมเด้งดึ่งๆ อย่างที่เห็นในวันนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเรียกอารมณ์กลัดมันให้พลุ่กพล่าน มือสากๆ ยังบำเรอใคร่ให้ตนไม่หยุดหย่อน สาวไปสาวมาในที่สุดก็เคล้นมันจนสำเร็จสมปรารถนา
“อ๊า......อีดาวใจ มึงทำกูได้....ออกมาชะเยอะเลยลูกพ่อ คงเพราะไม่ได้ออกเสียนาน อูยยยย...... ”
สินทรมองน้ำเมือกสีขาวขุ่นที่พึ่งพุ่งออกจากท่อลำเลียงอันเท่าแขนเด็ก เลอะเปรอะผ้าโสร่งจนเจ้าตัวต้องลุกขึ้นถอดมันกองเอาไว้กับพื้นแล้วหยิบเอาผืนใหม่มาใส่
เสียงไก่ขันดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ปลุกให้ผู้คนขยับตัวตื่นขึ้นมาเตรียมหุงหาข้าวปลาอาหาร บ้างเตรียมตัวออกไปขุดไร่ไถนาทำมาหากินเลี้ยงชีพ บ้างตื่นมาให้อาหารหมูเห็ดเป็ดไก่ในเล้า บ้างก็จูงวัวจูงควายออกไปที่ชายทุ่ง
ดาวใจลุกขึ้นมาช่วยแม่นึ่งข้าวเหนียวและทำกับข้าวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะวันนี้ดอนจะขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์
“รอบนี้พ่อจะไปกี่วันจ๊ะ” ดาวใจเอ่ยถามพ่อผู้ให้กำเนิด
ปกติแล้วการขึ้นเขาไปล่าสัตว์แต่ล่ะครั้ง พวกพรานใช้เวลากันประมาณ 2-5 วัน ถ้าล่าสัตว์ได้เร็วก็จะรีบกลับลงมาที่หมู่บ้าน ด้วยกลัวว่าเนื้อมันจะเน่า แต่ถ้าล่าสัตว์ไม่ได้ก็ต้องนอนค้างแรมอยู่บนภูเขาจนกว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา
“ก็น่าจะประมาณ2-3วัน เตรียมข้าวสารให้พ่อด้วยนะ แล้วปลาร้าบองแม่เอ็งตำเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วพี่ เตรียมใส่กระปุกไว้ให้แล้ว เดี๋ยวรอนึ่งข้าวสุกฉันจะย่างเนื้อแห้งให้”
สำเนียงตอบในขณะที่กำลังนั่งผ่าฟืนเติมเชื้อไฟในเตา
“ข้าวสารเท่านี้พอไหมจ๊ะ” ดาวใจยกถุงข้าวสารที่เธอกรอกใส่ถุงเสร็จเรียบร้อยให้พ่อดู
“เอาออกอีกสักนิดก็ได้ เดี๋ยวมันจะหนักเกินไป” ดาวใจเทข้าวสารออกนิดหน่อยตามที่บิดาสั่ง ก่อนจะยกขึ้นให้ดูอีกรอบ
“อืมๆ กำลังดี”
หลังจากเตรียมอุปกรณ์ล่าสัตว์และเตรียมห่อข้าวปลาอาหารเสร็จเรียบร้อย ดอนก็ลาลูกเมียก่อนจะอุ้มไอ้ด่างหมาพรานคู่ใจขับรถเครื่องตรงไปทางภูเขา
ดาวใจจูงควาย4ตัวออกจากคอก แล้วเดินมาหยิบตะกร้าหวายที่แคร่ใต้ต้นชมพู่ ในตะกร้ามีห่ออาหาร ขวดน้ำดื่ม และผ้าคลุม
“ฉันเอาควายออกไปทุ่งก่อนนะจ๊ะแม่”
“แดดมันแรง เอามันไปผูกไว้ตรงที่หญ้าเยอะๆ แล้วก็เข้าไปหลบแดดในเถียงนานะลูก”
“จ้ะแม่”
ช่วงที่ดอนขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์เป็นหน้าที่ของดาวใจต้องพาควายออกไปกินหญ้าในทุ่ง ส่วนสำเนียงต้องขึ้นหูกทอผ้าอยู่บ้านเพราะมีลูกค้าสั่งผ้าไว้เยอะ
ดาวใจเดินจูงควาย4ตัวออกมาจนถึงทุ่งหญ้าใกล้ๆลำธารห้วยโตกโตน มองหามุมหญ้าขึ้นเยอะๆไม่มีร่องรอยวัวควายตัวอื่นเหยียบย่ำแล้วล่ามควายทั้งหมดเอาไว้บริเวณนั้น ล่ามให้ห่างกันหน่อยจะได้ไม่แย่งกันกิน เสร็จแล้วจึงเดินไปที่เถียงนาของตนซึ่งอยู่ไม่ไกล
จากนั้นเด็กสาวก็ผุดลุกผุดนั่ง คิดหาทางเอาตัวรอดจากสินทร
จนกระทั่งพระอาทิตย์ตรงหัวพอดิบพอดี ดาวใจรีบไปเอาควายมากินน้ำที่ลำธาร ก่อนจะล่ามพวกมันเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเอาฟางข้าวมากองไว้ในพวกมันกิน