จักราจัดให้ผู้หญิงทั้งสองเข้าพักรีสอร์ตคนละหลัง โดยมีบอดีการ์ดเฝ้าดูแลความปลอดภัยให้อย่างดี การได้มาพักในสถานที่สงบเงียบ บรรยากาศเย็นสบายจากลมธรรมชาติ มันก็ช่วยฟื้นฟูใจบำบัดจิตได้ดีอยู่หรอกหากว่าเธอได้มาคนเดียว ไม่ได้มาในบทบาทของนางอิจฉาที่ขั้นกลางระหว่างพระเอกกับนางเอก แต่ก็ช่างเถอะ ปล่อยให้พวกเขาสวีตหวานกันต่อไป เธอมันก็แค่ตัวขั้นเวลา ขอออกมาสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกเสียหน่อย
กลางลานหญ้าโล่งกว้าง ด้านหลังมีลำธารเล็กไหลผ่านเป็นลำธารธรรมชาติที่น้ำไหลลงมาจากภูเขา จันทร์เจ้าเดินเอื่อย ๆ ฟังเสียงธรรมชาติไปเรื่อยกำลังเพลิน ๆ ก็มีเสียงเปรต เอ๊ย เสียงแหลมของผู้หญิงดังแทรกขึ้นมา
“ไม่รู้จะตามมาด้วยทำไม ไม่รู้จักอยู่ในที่ลับของตัวเอง”
หันกลับไปมองก็เห็นร่างบอบบางของคุณหมอสาว สวมเดรสยาวกรอมเท้าสายเดี่ยว ปล่อยผมแผ่สยายเต็มแผ่นหลัง ภาพลักษณ์ราวกับนางเอกในละครอันเป็นที่รักยิ่งของคนดูรวมถึงพระเอก
“ก็ไปตามผู้ชายคนนั้นเอาสิ มาว่าให้ฉันทำไม ถ้าฉันไม่สำคัญพอเขาก็คงไม่พาฉันมาด้วยหรอก เป็นถึงหมอก็หัดใช้สมองคิดเอาเองสิคะ”
“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร มีใครคอยหนุนหลังอยู่งั้นเหรอถึงไม่มีความเกรงใจฉัน เธอคิดว่าเฮียจะเก็บเธอไว้ตลอดไปงั้นเหรอถึงได้ปากดีแบบนี้”
“ฉันไม่มีใครหนุนหลังเหมือนคุณหรอกค่ะ ฉันเป็นตัวของฉันแล้วผู้ชายก็ชอบ ไม่ได้ถูกวางตัวมาเพื่อต่อยอดทางธุรกิจอย่างคุณ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะงานคิดว่าผู้ชายอย่างเฮียใหญ่จะแลตามองคุณเหรอ ยัยคุณหมอโรคจิต”
“พื้นฐานต่ำ ยังกล้ามาว่าคนอื่นได้อีกนะ”
“ค่ะ พื้นฐานฉันอาจจะสูงไม่เท่าคุณ...คุณหมอคนสวย ดูลักษณะถูกต้องตามตำราคชลักษณ์เป๊ะ”
คำชมของจันทร์เจ้าฟังดูทะแม่ง ดูไม่ใช่ที่จะใช้กับคนทำให้กรองแก้วเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ อยากลองยั่วยุอารมณ์อีกฝ่ายแต่กลับจะเพลี่ยงพล้ำเสียท่าแทน หญิงสาวปรับสีหน้าใหม่ คนอย่างเธอต้องไม่แพ้สิ
“ก็ว่าอยู่ ลูกสาวเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง พ่อติดการพนันจนกิจการเจ๊งไม่เป็นท่า ถึงได้เอาตัวมาขัดดอกใช้หนี้แทนพ่อกับเฮียใหญ่ หน้าไม่อาย”
กรองแก้วเองก็เป็นคนมีเส้นสายอีกทั้งยังมีเงิน เรื่องให้คนไปสืบในเรื่องของคนที่เธออยากรู้จึงไม่ใช่เรื่องยาก
จันทร์เจ้าหันขวับมามอง เนื้อตัวสั่นเมื่อมีคนเอ่ยถึงบิดา หัวใจร้อนวาบเหมือนถูกเหล็กเผาทิ่มแทง เธอกัดฟันแน่น พยายามสะกดกลั้น แต่ยิ่งอีกฝ่ายพูดมากเท่าไรคมเหล็กในใจยิ่งแทงลึก
กรองแก้วเอียงหน้า เหยียดรอยยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะพูดต่อ
“ผู้ชายดี ๆ อย่างเฮียใหญ่ ถ้าพ่อเธอไม่นำเสนอตัวลูกสาวมาให้ล้างหนี้เขาคงไม่มีทางเอาเธอมาอยู่ด้วยหรอก จริงไหม?”
“อย่ามาลามปามถึงพ่อฉัน ฉันยังไม่เคยพูดถึงบุพการีคุณเลยนะคุณหมอ”
“ถ้าฉันจะพูด เธอกล้าทำอะไรฉันเหรอ จะใช้กำลังตบฉันให้คว่ำลงตรงนี้ก็เอาเลยสิ เฮียใหญ่จะได้เห็นว่าเธอมันป่าเถื่อน ฉันพูดความจริงเรื่องพ่อเธอถึงกับยอมรับไม่ได้เลยเหรอ”
กรองแก้วจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างท้าทายและยั่วยุ คุณหมอด้านจิตเวชศาสตร์อย่างเธอมีความสามารถอยู่แล้วในเรื่องนี้ ถ้าเธอยอมเจ็บตัวสักนิดสักหน่อยทำให้จักราเห็นธาตุแท้ของผู้หญิงคนนี้ เขาคงต้องเลือกเด็ดขาดแล้วแหละว่าจะอยู่ข้างใครและกำจัดใครออกไป
“แล้วลูกสาวอย่างเธอก็ใจง่าย เสนอตัวมาอยู่กับผู้ชายได้ตั้งนานสองนาน ยอมเป็นนางบำเรอให้เขา ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของเธอมันไม่มีตั้งแต่ต้น”
จันทร์เจ้ากำลังใช้ความอดทนขั้นสูง เธอพยายามจะเดินหนีแล้ว แต่เหมือนคุณหมอสาวจะไม่ยอมสงบศึกเดินมาขวางหน้าเธอไว้ และดูเหมือนท่าทีอีกฝ่ายจะไม่ธรรมดา ดูแข็งกระด้าง ไม่ได้ดูแช่มช้อยบอบบางเหมือนอยู่ต่อหน้าผู้ชายเลยสักนิด
“ก่อนพ่อเธอจะยิงตัวตายคงวางแผนไว้อย่างดีแล้วสินะ ปูทางไว้ให้ลูกสาวมาอยู่กับผู้ชายรวย ๆ ก่อนตาย ฮ่า ๆ”
เพียะ! เพราะเสียงหัวเราะเยาะคนที่ลาลับไปแล้วทำให้จันทร์เจ้าทนไม่ไหว ตวัดฝ่ามือลงบนใบหน้าสวยของคุณหมอสาวอย่างแรง เป็นการสั่งสอนว่าไม่ให้มาก้าวร้าวพ่อของเธอ จะชั่วจะดีก็คือพ่อ พ่อที่รักลูกมากคนหนึ่ง จักราเคยถามเธอแล้วว่าเมื่อเรียนจบจะไปจากเขาไหม เขาจะให้เงินเธอไปตั้งตัว แต่เป็นเธอเองที่เลือกไม่ไป เลือกอยู่กับเขา ตอนนี้เธอพร้อมที่จะไป แต่เขากลับไม่ให้เธอไปเองต่างหาก
ร่างของคุณหมอสาวล้มลงกับพื้นหญ้า แต่สายตายังจ้องดูถูกกึ่งเกรี้ยวกราด ทำให้จันทร์เจ้าถึงกับสติขาดขึ้นคร่อมร่างมือจิกหัว
“อย่าพูดถึงพ่อฉัน นังหมอตอแหล”
“กรี๊ดดด...ช่วยด้วย”
“อย่าพูดถึงพ่อฉันด้วยปากสกปรก ๆ ของเธออีก!”
เสียงกรีดร้องทำให้คนที่อยู่แถวนั้นสนใจวิ่งมาดูรวมถึงจักราที่สั่งงานลูกน้องอยู่แต่เมื่อมีคนไปรายงานดวงตาคมวาววับ แววขึ้งโกรธแล่นพล่านในอก ภาพที่เห็นคือจันทร์เจ้านั่งคร่อมทับอยู่บนตัวกรองแก้ว แล้วกำลังใช้ความรุนแรงกับคนใต้ร่าง โดยมือข้างหนึ่งกำผมบนหัวอีกฝ่ายไว้แน่น ส่วนอีกข้างเงื้อมขึ้น
“เธอกำลังทำบ้าอะไร!”
“ก็สั่งสอนคนที่มันปากกล้าว่าพ่อฉันไง”
“แต่นี่มันเกินไป”
“ก็สมควรแล้ว”
“หยุด! อย่าล้ำเส้นฉันจันทร์เจ้า”
น้ำเสียงเขาเฉียบขาดแววตาดุดัน ก่อนจะเข้าไปดึงตัวหญิงสาวให้พ้นจากร่างคู่หมั้น ใบหน้ากรองแก้วมีทั้งรอยช้ำและเลือดออกที่มุมปาก เนื้อตัวสั่นเทา เธอดูหน้าสงสารมาก เอาแต่ร้องไห้ปิดหน้าปิดตา ปากก็พร่ำพูดว่า
“ไม่เอาแล้ว อย่าทำแก้ว แก้วกลัวแล้ว แก้วกลัวแล้ว ฮือ ๆ แก้วกลัวแล้วจริง ๆ”
จนเขาทนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ต้องเข้าไปกอดปลอบประโลมให้คนเสียขวัญหายตื่นกลัว ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นมามองเธอด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ย่างสามขุมเข้ามาหา ครั้งนี้จันทร์เจ้ารู้สึกหวาดหวั่นต่อสายตาที่เห็นลูกไฟอยู่ในนั้น มันเหมือนจะแผดเผาเธอทั้งเป็น
“เธอใช้มือข้างไหนทำร้ายคู่หมั้นของฉัน”
จันทร์เจ้าฝืนกล้ำกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ ตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นไม่แพ้กัน
“ทั้งสองมือ”
ยังไม่ทันขาดคำ มือใหญ่ก็คว้าข้อมือข้างหนึ่งของเธอขึ้นมา บิดหักไปด้านหลังอย่างแรง
“อ๊ะ! เจ็บนะ!” จันทร์เจ้ากรีดร้อง ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดจนสะอื้นออกมา
“ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย ฮึก”
“อย่ามาสำออย แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก”
น้ำเสียงเขาแข็งกระด้างทั้งเย็นชา “อย่าทำให้ฉันต้องเห็นเธอเป็นผู้หญิงไร้สติอีก”
แล้วเขาก็หันกลับไปช้อนร่างของกรองแก้วขึ้นอุ้ม พาเข้าไปพักในรีสอร์ต ปล่อยให้เธอทนอยู่กับความเจ็บจากการถูกบิดข้อมืออย่างแรง จันทร์เจ้าน้ำตาร่วง เธอมองเขาด้วยแววตาแตกสลาย แต่ก็ไม่เอ่ยคำใดออกมา ได้แต่มองคนที่ทำร้ายหัวใจเธอเพื่อปกป้องคู่หมั้นเดินจากไป ภาพที่เขาอุ้มกรองแก้วไว้อย่างหวงแหน จะผนึกติดอยู่ในความทรงจำของเธอตลอดไป
ผัวเฮงซวยแบบนี้ จะไปไหนก็ไปเถอะ
^
^
^
***ส่งกำลังใจมาเยอะๆ นะคะ คุณน้า