โดนบุลลี่

1182 คำ
สวัสดีค่ะเราชื่ออุบอิบค่ะ​ นางสาวเกศินี​ ไพร่​สินนาค​ ค่ะ​ ตอนนี้อายุ18-19ปีแล้ว ค่ะ สูง166หนัก70ก.ก มีน้องชาย1คนชื่อ เอ็กซ์ น้องชายอายุ16ปี เกิดหลังเรา2ปี ตอนนี้เราอยู่ ป.ว.ส. 1แล้วค่ะ​ อุบอิบกำลังศึกษา​อยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง​ ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควร​ ตอนนี้อุบอิบยังไม่มีเพื่อนค่ะ​ เนื่องจากเป็นคนตัวอ้วน​ เพื่อนๆเลยไม่อยากคบ​ แต่อุบอิบก็พยายาม​ ที่จะปรัับตัวเข้าหาเพื่อนๆ​ ตลอดนะคะเผื่อว่าสักวันเพื่อนๆจะคบอุบอิบเป็นเพื่อนบาง​... “ อุบอิบลูก​ เสื้อนักศึกษามันตัวเล็กไปหรือเปล่าลูก​”​ นั่นเสียงแม่ของเราเอง​... แม่เป็นทุกๆอย่างในชีวิตของเราเลย​ ครอบครัวเราไม่มีพ่อ​ พ่อทิ้งเรากับแม่ไปตั้งแต่3ปีที่แล้ว​ ก็ยังดีที่ไปแต่ตัว​ เรา3คนเลยไม่ลำบาก​ “ ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่​... อุบอิบยังใส่ได้อยู่​ อุบอิบไปเรียนก่อนนะคะคุณแม่​”​ “ จร้าลูก... มองซ้ายขาวด้วยนะ​ เก็บกระเป๋าดีๆทุกวันนี้มิจฉาชีพมันยิ่งเยอะอยู่ด้วย​”​ “ ค่ะคุณแม่​...”​ เรารีบเดินออกมาจากบ้าน​ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ที่มีหนังสือเรียนอยู่ในนั้น เราเป็นคนอ้วน เราก็ค่อนข้างที่จะเดินต้วมเตี้ยม สองมือจับสายกระเป๋า แล้วก็เดินไปด้วยฟังเพลงในโทรศัพท์ไปด้วย​ เราทำแบบนี้ทุกๆวัน​เพื่อที่จะมารอรถเมล์​ ที่่ป้ายรถเมล์​หน้าปากซอย​ เราเดิมมาถึงป้ายรถเมล์​ เราก็ยืนรอด้วยความใจเย็น​ เราเจอเพื่อนที่อยู่คณะเดียวกันกับเรา​ เรายิ้มให้กับเขาอย่างเป็นมิตร​... แต่เขากับมองเราด้วยสายตาเหยียดหยามเราพร้อมกับเบะปากใส่เรา​ เราก็เลยยืนอยู่นิ่งๆ​ “ กิ๊ก​... มึงอย่าไปใกล้มันนะเดียวมันจะตกมันใส่มึงนะ​”​ เสียงของผู้หญิงอีกคนพูดขึ้น​ แต่เราก็ไม่ได้สนใจ​ “ อ้วนก็อ้วน​ ขึ้นรถเมล์​ไป​ รถเมล์​จะยางแตกไหมว่ะมึง​ แต่กูคงไม่ไปยืนใกล้มันหรอกนะ​ เพราะกูกลัวยางมัน​ว่ะมึงเคยเห็น เคยเห็นอึ่งยาง5555... อีนี่มันเหมือนอึ่งยางเลยมึง​”​ พวกเขาก็หัวเราะ​ชอบใจ​ ส่วนเราถึงจะเจ็บปวด​ ก็ต้องทนทำหน้านิ่งๆไว้​ เราคิดเสมอว่าไปเรียน ต้องตั้งใจเรียน​จะไม่มีปัญหากับใครเด็กขาด​... สักพักรถเมล์​ก็มาถึง​เราก็รีบขึ้นรถไปทันที​ “ แปลกนะมึงรถเมล์​เขาให้ช้างขึ้นมานั่งบนรถด้วยหรอว่ะ​ ”​ เราไม่สนใจ​... แต่ในใจแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเลย​ “ ช้างน้ำใช่ไหมมึง​555555​”​ “ คนอ้วนไม่มีสิทธิ์​อะไรเลยหรอ​ ทำไมพวกเธอต้องดูถูกน้องเขาแบบนี้ด้วย​ สวยซะเปล่าแต่ไม่มีความเป็นผู้ดีเลย ที่บ้านพ่อแม่ไม่สอนเรื่องมารยาทหรอครับ”​สองคนนั้นนิ่งเงียบเลย เราหันหน้าไปมองรุ่นพี่คนนั้น​ ที่กำลังต่อว่าสองคนนั้นอยู่​... เราแทบตกใจ​ เพราะเขาคือพี่เซฟ​ ​ พี่เซฟเป็นนักร้องชื่อดังของมหาลัย​เราเลย​ “ ขอบคุณพี่มากๆนะคะ​”​ เราหันหน้าไปพูดกับพี่เขาพร้อมยกมือขึ้นไหว้​ แต่พี่เขากลับลุกขึ้นแล้วก็เดินไปที่ประตูก่อนจะกดกริ่งให้คนขับรถหยุด​ โดยที่ไม่ได้มองเราเลย​... เห้อออ​ คนอุตส่าห์​จะขอบคุณซะหน่อย ... หน้านิ่ง​แต่หล่อแถม​ใจดีด้วย​ ถึงจะหยิ่งๆก็เถอะ... ทุกวันพี่เขาจะขับรถเบนซ์ส่วนตัวไปที่มหาลัยนะ​... แต่วันนี้เราโชคดี​มากที่ได้เจอพี่เซฟ​บนรถเมล์​ มหาลัย​... เราเดินลงจากรถเมล์​ กำลังเข้ามาที่รั่วมหาลัย​ ก็เหมือนมีคนมาผลักเราให้ล้มลงกับพื้น​ “ โอ๊ยยยย​”​ “ สมน้ำหน้าอีอ้วนช้างน้ำเดินไม่ดูเอง​ 5555” “ ตัวก็ใหญ่​ เดินยังกินถนนอีกไปเรียนที่อื่นไป ฐานะก็ยากจนมาเรียนที่นีได้ไงว่ะ​”​ เราร้องไห้​ ผู้ชาย3คนและผู้หญิงอีก4-5คน​ ต่อว่าเราใหญ่เลย​ ? ฮึก... ฮือ... ฮือ.. “ เฮ้ย.... พวกมึงมาดูช้างร้องไห้เร็วๆ​ 5555​”​ “ นี้ๆขึ้นรถเมล์​มาเมื่อกี้ยางรถเมล์​ไม่แตก​ ก็บุญของรถเมย์คันนั้นแล้ว​”​ “ 55555​”​ เสียงหัวเราะจากคนที่ยืนรอบๆตัวของเรา​... พวกมันปาอะไรก็ไม่รู้ใช่เรา​ เราอายมาก​ เราผิดอะไร​ ทำไมทำกับเราแบบนี้​ ฮือ.. ฮือ.. ฮือ.. ?? TALK.​ เซฟ.... เซฟ​ ธีรยุท​ วิโรจน์​ศิลา​ธาร​ อายุ22ปี​ กำลังศึกษาอยู่ปี3​ สาขา​ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ...และเป็นนักร้องดังประจำมหาลัย​ ตอนนี้ยังไม่มีชื่อวงค์... แต่อีกไม่นานก็คงจะมีแน่นอน​ “ ไอ้เซฟพวกน้องๆมันรุมทำอะไรกันว่ะ​”​ เสียงไอ้บอยเพื่อนของผมเอ่ยปากถาม​ ผมรีบวิ่งเข้้าไปดูทันที​ ผมตระโกน​บอกให้น้องๆหยุด​ แล้วผมก็เห็นผู้หญิงคนเดิม​ ที่ผมเจอบนรถเมล์​เธอกำลังโดนเพื่อนๆ​ รังแกพร้อมกับต่อว่าเธออยู่เธอร้องไห้อย่างน่าสงสารมาก​ “ ตัวอะไรว่ะ​ 5555” ไอ้ทีพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง​ ผมมองหน้าเธอ​ เธอมองหน้้าผมเธอน่าสงสารมาก​ เพราะตอนนี้คนรอบข้างกำลังหัวเราะเยาะ​เธออยู่​ “ หยุดได้แล้ว​... พี่ไม่รู้หรอกนะ​ ว่าน้องคนนี้เขาเป็นอะไร​ แต่ที่น้องๆทำมันไม่ถูกนะครับ​”​ ผมเอ่ยปากพูดขึ้น​ “ ไม่ถูกยังไงว่ะ​ ไอ้เซฟ​มึงก็ดูสิทั้งอ้วน​ ทั้งปัญญาอ่อน​ แต่งตัวแบบนี้มึงไปเรียนที่ศรีธัญญา​ดีกว่าไป​”​ “ ไปกันเถอะเซฟ​ มึงอย่ายุงเลย​”​ ไม่บอยรีบดึงมือผมให้ออกมาจากตรงนั้น​ สายตาที่เธออ้อนวอน​ผม​ มันทำให้ผมรู้สึกผิดมาก​ ผมตั้งสติอยู่สักพักก่อนที่ผม​ จะเดินกลับไปหาเธอ ทุกๆคนต่างมองผมเป็นตาเดียวกัน ผมนั่งลงประคองเธอลุกขึ้น ใครจะว่ายังไงผมไม่สนเพราะตอนนี้​ เธอคือคนที่ผมต้องช่วยเหลือ​ “ ต่อไปนี้ถ้ากูรู้ว่าใครทำร้ายเธออีก กูไม่ไหวหน้าแน่ ไอ้พวกหน้าตัวเมีย ผู้หญิงมึงยังทำร้ายได้ลงคอ มึงเตรียมขึ้นห้องฝ่ายปกครอง​ได้เลย​”​ พวกมันเงียบกันหมด แม้กระทั่งเพื่อนผมที่ชื่อว่าที เพราะมันรู้ว่าถ้าผมโมโหขึ้นมาจริงๆ ไม่มีใครเอาผมอยู่แน่นอน ผมประคองผู้หญิงคนนี้มานั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อน เธอทั้งร้องไห้ ทั้งน่าสงสาร น้ำตาผมแทบไหลเลย เพราะผมไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน เธออ้วนก็จริง เธอก็ไม่ได้ขี้เหร่ขนาดนั้น เธออาจจะดูนิสัยเหมือนเด็ก เธอก็ไม่ได้มีพิษมีภัยกับใคร ขนาดเขาด่าเธอบนรถเมล์ เธอก็ยังไม่สนใจเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม