บทนำ

1722 คำ
บทนำ “สกุลหวงรับราชโองการ...ด้วยราชโองการแห่งฟ้า บุตรีสกุลหวงเพียบพร้อมด้วยความรู้สามารถ มารยาท รูปโฉมงดงาม บัดนี้จึงขอมอบราชโองการฉบับนี้แก่ธิดาแม่ทัพหวงเจี้ยนกั๋ว แต่งตั้งคุณหนูรอง ‘หวงหลิ่งซือ’ เป็นชายาเอกจวนชินอ๋อง ‘โอวหยางหนิงเทียน’ กำหนดการแต่งงานวันที่สิบเดือนสาม จบราชโองการ” พลันสิ้นเสียงขันทีผู้ยิ่งใหญ่ สายตาทุกคู่ภายในบริเวณลานกว้างสกุลหวงจับจ้องไปที่อิสตรีในชุดชั้นดีสีชาดปักลวดลายนกกระเรียนเป็นตาเดียว พวกเขาต่างตกใจกับตำแหน่งที่ถูกระบุไว้ในราชโองการ ก่อนหน้านี้คงมิมีผู้ใดกล้าคิดหรอกว่า คุณหนูคนสำคัญของจวนแม่ทัพใหญ่จะถูกแต่งตั้งเป็นชายาเอกจวนชินอ๋อง กระทั่งหวงหลิ่งซือเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเช่นเดียวกัน ถ้อยคำจากมหาขันทีข้างกายหนิงหลงฮ่องเต้ทำให้นางตัวแข็งค้าง ขนาดเรี่ยวแรงจะยื่นมือออกไปรับราชโองการยังแทบไม่มี นางกับตำแหน่งชินหวางเฟยเป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยจริง ๆ เวลาผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีผู้ใดในสกุลหวงขยับร่างกาย จนจี้กงกงต้องเอ่ยเรียกสติทุกคนให้กลับคืน “คุณหนูหวงรับราชโองการด้วย” หวงหลิ่งซือเงยหน้าประสานสายตากับชายวัยกลางคนที่เคยพบหน้ากันหลายครั้ง เมื่อครั้งหนิงหลงฮ่องเต้ยังเป็นเพียงองค์รัชทายาท ครั้นสายตาสองคู่สบกัน หวงหลิ่งซือพลันแค่นหัวเราะ นางจำไม่ได้เลยว่าแววตาคู่นี้แข็งกระด้างเย็นชาถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไร ทุกครั้งที่พบกันคนผู้นี้มักจะมีท่าทีนอบน้อมต่อนางเสมอ นางไม่ทันได้สังเกตเลยว่าหลายสิ่งแปรเปลี่ยนไปตอนไหน คุณหนูรองจวนหวงยื่นมือออกไปรับราชโองการอย่างไม่จำยอม กระทั่งน้ำเสียงที่เอ่ยก็ยังฟังดูย่ำแย่ยิ่งนัก “ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอทรงอายุยืนหมื่นปี หมื่นปี หมื่น ๆ ปี” เมื่อหวงหลิ่งซือรับราชโองการมาแล้ว หวงเจี้ยนกั๋วไม่เพียงแต่ไม่ทำตามมารยาทเชิญจี้กงกงอยู่ดื่มน้ำชา แต่ยังแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เต็มใจต้อนรับคนจากวังหลวงมากเพียงใด จี้จั๋วอิงยืนอยู่นานเห็นว่าทางสกุลหวงไม่คิดเอ่ยอะไรเพิ่มเติม เขารู้ทันทีว่าราชโองการม้วนนี้ทำให้จวนหวงไม่พอใจมากเพียงใด ดังนั้นเขาจึงยอมล่าถอยออกไปแม้นจะรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้างก็ตาม “เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ ยินดีกับคุณหนูรองอีกครั้ง” ภายในลานกว้างเหลือเพียงแต่สมาชิกสกุลหวง คนเป็นพี่ชายเดินเข้ามาวางมือบนไหล่ของน้องสาวหวังปลอบประโลมใจ หวงหลิ่งซือจะเสียใจมากเพียงใดคงไม่ต้องเอ่ยออกมา นางวาดหวังกับตำแหน่งฮองเฮาไว้มาก ไม่ได้เผื่อใจจะผิดหวังแม้แต่น้อย มือทั้งสองใต้แขนเสื้อถูกกำเข้าหากันแน่น ต่อให้เสียใจจนอยากจะร้องไห้ก็ไม่มีน้ำตาให้ร้องออกมา ความเสียใจที่เกิดขึ้นถูกความคับแค้นทับถมจนมองไม่เห็น นางกลายเป็นว่าที่ชายาเอกของชินอ๋อง หาใช่ฮองเฮาตามที่ปรารถนา เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจะไม่ให้โมโหได้อย่างไร จะบอกว่าที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของนางกับโอวหยางหนิงหลงเป็นเพียงนางที่คิดไปเองอย่างนั้นหรือ เรื่องนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร สตรีเพียงคนเดียวที่เข้าออกตำหนักบูรพาได้ตามอำเภอใจ นอกจากนางยังมีคนอื่นอีกหรือ ต่อให้ถามใครก็ตามจากแปดในสิบจะต้องตอบว่าภายหน้านางต้องได้เป็นฮองเฮาอย่างแน่นอน ทว่าเวลานี้เรื่องราวกลับตาลปัตรไปคนละเรื่อง นางยอมรับไม่ได้เด็ดขาด หวงหลิ่งซือกวาดสายตาไปรอบตัว ก่อนจะเอ่ยว่า “ออกไปสืบมาว่าราชโองการแต่งตั้งฮองเฮาถูกส่งไปที่จวนใด” “ซือเอ๋อร์ อีกไม่นานเรื่องการแต่งตั้งฮองเฮาก็คงกระจายไปทั้งลั่วหยาง รออีกหน่อยก็จะรู้เอง” หวงหลิ่งซือไม่ฟังคำของพี่ชายแม้แต่น้อย “เจียอี ข้าบอกให้ออกไปสืบมาเดี๋ยวนี้” นางต้องรู้ให้ได้ว่าตำแหน่งที่ควรเป็นของนางถูกผู้ใดแย่งชิงไปครอง หากไม่รู้จะปล่อยวางได้อย่างไร ให้รอนานกว่านี้อีกเพียงชั่วจิบชา นางก็อดทนรอไม่ไหว “คุณหนูรอง เรื่องนี้อย่างไรก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ท่านสงบจิตใจลงสักหน่อยดีหรือไม่” หลี่อันฉีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยากจะเดาความรู้สึกที่แท้จริง จะว่านางเป็นห่วงก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่จะบอกว่านางกำลังเยาะเย้ยก็ดูไม่คล้ายจะเป็นแบบนั้น หวงหลิ่งซือตวัดสายตาหงส์มองไปยังร่างของมารดาเลี้ยงด้วยแววตาไม่พอใจ “หุบปาก เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาสั่งข้า” นางไม่เคารพหลี่อันฉีแม้แต่น้อย สตรีที่อ้างตัวว่าเป็นสหายของมารดา แต่สุดท้ายผ่านไปหนึ่งปีกลับแต่งเข้าจวนหวงด้วยฐานะคนรักแท้จริงของบิดา นางยังจำได้ถึงเสียงร้องไห้ของผู้ให้กำเนิด ดังนั้นกับหลี่อันฉีผู้นี้ ต่อให้ต้องตายนางก็ไม่มีวันทำดีด้วยเด็ดขาด คำพูดของหวงหลิ่งซือทำให้คนที่เงียบอยู่นานต้องเปิดปากพูด แม้นว่าหวงเจี้ยนกั๋วจะห่วงบุตรีมากเพียงใด แต่ก็ไม่คิดจะยอมให้นางทำตัวเสียมารยาทกับคนรัก เขาตำหนิบุตรสาวคนรองว่า “หลิ่งซือ อย่างไรฮูหยินรองก็เปรียบเหมือนกับมารดาของเจ้าอีกคน เจ้าพูดจาไม่ให้ความเคารพนางแบบนี้ใช้ได้หรือ” “มารดาหรือเจ้าคะ ท่านแม่ของข้าจากไปตั้งนานแล้ว นางจะเป็นมารดาของข้าได้อย่างไร หรือว่านางให้กำเนิดข้ามาแต่ข้าจำอะไรผิดไป” “ท่านแม่ของข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้น จำเป็นต้องเอ่ยวาจารุนแรงกับนางด้วยหรือ” “หวงหลิ่งซี เจ้าเองก็ไม่ต่างไปจากมารดาของเจ้า ถือดีอะไรมาสั่งสอนข้ากัน” “พอได้แล้ว” หวงเจี้ยนกั๋วเห็นว่าเรื่องราวเริ่มบานปลาย สิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นในจวนมากที่สุดก็คือการที่พี่น้องทะเลาะกัน ถึงจะรู้ว่าหวงหลิ่งซือไม่คิดยอมรับหลี่อันฉีกับหวงหลิ่งซี ทว่าเขายังหมายใจว่าสักวันพวกนางจะสามารถอยู่ร่วมกันในจวนอย่างสงบสุขได้ แม้นว่าอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ตาม “หากเจ้ารู้ว่าหญิงสกุลใดได้เป็นฮองเฮาแล้วจะทำอย่างไร คิดจะออกไปตบตีนางหรือ ทำร้ายร่างกายเชื้อพระวงศ์ ต่อให้บิดาเจ้ามีอีกสิบชีวิตก็เกรงจะช่วยเจ้าให้พ้นผิดไม่ได้” “ตอนนี้ข้าเองก็ถือเป็นเชื้อพระวงศ์เหมือนกันมิใช่หรือเจ้าคะ” หวงหลิ่งซือถามอย่างไร้เดียงสา ทว่าพอเห็นสีหน้าของบิดานางก็หมดสนุก ไม่คิดกวนโทสะผู้ใดอีกต่อไป “ท่านพ่อวางใจ ข้าไม่โง่เขลาถึงเพียงนั้น ก็แค่อยากจะรู้ว่าคุณหนูจวนใดโชคดีเท่านั้น” “เจ้ารู้ไปก็ไม่มีประโยชน์” “มีประโยชน์สิเจ้าคะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าจวนใดเลี้ยงดูสุนัขตัวนี้ดีกว่าข้า” หวงหลิ่งซือเอ่ยอย่างไม่กลัวว่าผู้ใดจะมาได้ยินถ้อยคำที่นางปรามาสโอรสสวรรค์ เปรียบเทียบอีกฝ่ายเป็นสุนัข หากไม่ให้เรียกเช่นนี้ หวงหลิ่งซือก็คิดคำอื่นไม่ออกอีก เขาได้เงินทองมากมายจากสินเดิมของนางที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ กำไรจากร้านขายผ้ากว่าหกส่วนนางมอบให้เขาด้วยความเต็มใจ ด้วยทุกอย่างที่นางมอบให้เขาทำให้เขาปีนป่ายไปถึงตำแหน่งฮ่องเต้ได้ท่ามกลางพี่น้องมากความสามารถ ใครจะคิดว่าเมื่อส่งเขาถึงปลายทางแล้ว เขาจะเปลี่ยนใจเป็นอื่น คิดดูแล้วก็น่าสมเพชไม่น้อยจริง ๆ หวงหลิ่งซือสมเพชตัวเองที่โง่เขลามานานถึงสามปี คำพูดของนางไม่ได้ทำให้สมาชิกสกุลหวงตกใจมากเท่าไรนัก พวกเขาต่างรู้ดีว่าหวงหลิ่งซือมอบเงินทองให้แก่โอวหยางหนิงหลงไปมากแค่ไหน ทว่าที่ไม่เคยห้ามปรามเพราะถือว่าเงินส่วนนั้นเป็นของนาง นางดูแลกิจการที่เคยเป็นของมารดาจนรุ่งเรืองมีชื่อเสียงทั่วแคว้น การที่นางจะใช้เงินทองตามที่ใจปรารถนาจึงไม่มีใครคิดห้ามแม้แต่น้อย ที่สำคัญลึก ๆ ในใจของหวงหลิ่งอี้ เขาก็แอบคิดว่าฮ่องเต้ผู้นี้ไม่ต่างไปจากสุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่องเช่นเดียวกัน น้องสาวเขาทุ่มเทให้ถึงเพียงนี้กลับทรยศกันอย่างหน้าไม่อาย มิใช่ว่าตั้งใจเขามาหลอกใช้น้องสาวเขาแต่แรกหรอกหรือ หากเทียบกันแล้วน้องสาวเขาเป็นภรรยาของชินอ๋องยังดีกว่าอยู่ข้างกายบุรุษใจสุนัขเป็นไหน ๆ สมาชิกสกุลหวงยังไม่ทันแยกย้ายกันไปจากลานกว้าง สาวใช้ที่หวงหลิ่งซือส่งไปสืบความก็กลับมาแล้ว เจียอีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น นางละล้าละหลังไม่กล้าจะรายงานเรื่องที่รู้มาให้คนเป็นนายรับรู้ เจียอีมั่นใจกว่าแปดส่วน หากคุณหนูรองทราบเรื่องนี้ จวนสกุลหวงคงร้อนระอุกลางเดือนสองด้วยโทสะของนางอย่างแน่นอน “สืบได้ความมาแล้วหรือ” “เจ้าค่ะคุณชายใหญ่” หวงหลิ่งซือมองสาวใช้ข้างกายด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ นางเกลียดท่าทีเช่นนี้ยิ่งนัก มีอะไรก็ไม่ยอมพูดออกมามัวแต่ทำหน้าบิดเบี้ยวอยู่ได้ “หากเจ้าไม่พูดก็เก็บของออกไปจากจวนดีหรือไม่” เจียอีไม่กล้าลีลาอีกรีบตอบคำถามเสียงดัง “เป็นคุณหนูสกุลเยี่ยเจ้าค่ะ” “ที่แท้ก็คุณหนูจวนเจ้ากรมมหาดไทยเองหรือ” แม่นางดอกบัวขาวที่ถูกยกย่องว่าเป็นโบตั๋นแห่งลั่วหยาง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม