ของหมั้นจากจวนอ๋อง

2226 คำ
ตอนที่เจ็ด ของหมั้นจากจวนอ๋อง โอวหยางหนิงหลงทอดสายตามองหนังสือสัญญาผ่อนผันตรงหน้าแล้วได้แต่รู้สึกถอดถอนใจ ครั้งนี้นับว่าเขาประมาทเกินไป หากเพียงแต่เขารู้ตัวเร็วกว่านี้คงไม่ต้องมาชดใช้หนี้สินคืนให้หวงหลิ่งซือภายหลัง ยามที่เขาได้รับเงินจากนาง เขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่านางจะเห็นว่าเป็นการหยิบยืม เขาคิดว่านางเต็มใจมอบให้เขาเสียอีก หากมิใช่เพราะเขาเคยไว้ใจนางมากเกินไป เรื่องราวคงไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้ “ติดขัดตรงไหนหรือไม่เพคะ” โอวหยางหนิงหลงกวาดสายตาอ่านเนื้อหาที่ถูกระบุไว้อย่างรอบคอบ กลัวว่าตนเองจะเสียท่าให้แก่นางมารตรงหน้าอีกครั้ง ทว่ากระทั่งอ่านจบก็ไม่เห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติ เงื่อนไขในสัญญาเต็มไปด้วยความยุติธรรม สมกับที่ถูกเขียนขึ้นโดยบุตรีจวนแม่ทัพ ทว่าเพื่อความแน่นอน โอวหยางหนิงหลงจึงสั่งให้คนมาฝนหมึกเพื่อเพิ่มเงื่อนไขลงไปอีกข้อ นั่นคือหนี้สินครั้งนี้จะต้องถูกเก็บเป็นความลับ หากมีผู้อื่นล่วงรู้ เขามีสิทธิ์ยกเลิกการชดใช้ได้ทุกเมื่อ เมื่อเขียนเสร็จแล้ว เขายื่นกลับคืนไปให้หวงหลิ่งซือตรวจสอบ หญิงสาวอ่านเงื่อนไขที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นด้วยแววตาไม่แสดงคววามรู้สึกใด เมื่ออ่านจบนางส่งคืนให้แก่โอวหยางหนิงหลงอีกรอบ “ตกลงเพคะ แต่ว่ามีเงื่อนไขอีกอย่าง หม่อมฉันจะเก็บเป็นความลับให้แค่หกเดือน หากครบกำหนดแล้วฝ่าบาทยังคืนเงินไม่ครบ หม่อมฉันสาบานว่าจะตีฆ้องร้องป่าวให้รู้กันทั่วเมือง” “ได้” โอวหยางหนิงหลงเขียนระยะเวลากำกับต่อท้ายประโยค เมื่อเห็นว่าเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ เขาจึงค่อยประทับตราลงไปอย่างเสียไม่ได้ สัญญาหนึ่งแผ่นถูกมอบให้หวงหลิ่งซือเก็บไว้ อีกแผ่นจะเก็บไว้กับฮ่องเต้หนุ่ม หวงหลิ่งซือมองกระดาษในมือด้วยแววตาพึงพอใจ อย่างไรเงินที่เสียไปก็ถือว่าได้คืนมาแล้ว “พอใจแล้วใช่หรือไม่” “พอใจมากเพคะ” หวงหลิ่งซือเก็บสัญญาไว้อย่างดี ก่อนจะหยัดกายขึ้นเต็มความสูง “หม่อมฉันเข้าวังมานานแล้วคงถึงเวลาต้องกลับจวนเสียที” “หวงหลิ่งซือ ยามที่เจ้าแต่งเข้าจวนอ๋องจงอย่าทะนงตัวมากไปนัก โอวหยางหนิงเทียนหาใช่คนที่เจ้าจะทำตัวเจ้าเล่ห์เช่นนี้ใส่เขาได้” โอวหยางหนิงหลงเอ่ยเตือนด้วยความรู้สึกหวังดี คนอย่างโอวหยางหนิงเทียนเป็นพวกจิตใจลึกล้ำ ขณะที่ยิ้มอยู่ทว่าในใจอาจคิดอยากสังหารคนก็เป็นได้ เกรงว่าหากหวงหลิ่งซือไม่รู้จักเจียมตัว วันเวลาในจวนอ๋องของนางคงมีไม่เยอะนัก เมื่อได้รับคำเตือน หวงหลิ่งซือหันมามองโอวหยางหนิงหลงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาเตือนนางเกี่ยวกับเรื่องชีวิตหลังแต่งงานราวกับเขาเป็นห่วงนางเสียเต็มประดา หากแต่เขาลืมไปแล้วหรือว่างานแต่งครั้งนี้หาใช่นางเป็นคนปรารถนาไม่ “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ชี้แนะ แต่เรื่องของหม่อมฉันกับว่าที่สามี ไม่รบกวนขอคำแนะนำจากใคร” “เราจะรอดูว่าเจ้าจะเอาตัวรอดจากจวนอ๋องอย่างไร” หวงหลิ่งซือเหยียดยิ้มสมเพช “ไม่ต้องห่วงหรอกเพคะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหม่อมฉันก็ไม่ยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว ต่อให้เป็นจวนชินอ๋องก็ทำอะไรหม่อมฉันไม่ได้” หวงหลิ่งซือกล่าวจบก็เดินจากไปทันที นางเดินออกจากอุทยานหลวงด้วยความรู้สึกปรีดายิ่งนัก แม้จะอารมณ์เสียไปบ้างเกี่ยวกับคำพูดสุดท้ายของโอวหยางหนิงหลง ทว่าพอนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ อารมณ์คุกรุ่นก็จางหายไปทันที นางทวงเงินคืนจากโอวหยางหนิงหลงได้ตามที่ตั้งใจไว้ แม้ว่าโอวหยางหนิงหลงจะขอเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อ แต่เขาก็ยอมประทับตราให้นางแต่โดยดี หรืออาจจะต้องกล่าวว่าเพราะเขาไม่มีทางเลือกจึงต้องฝืนใจประทับตราให้นางก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ นางก็ได้ตราประทับของโอรสสวรรค์มาประทับในสัญญาผ่อนผันหนี้อยู่ดี เช่นนั้นโอวหยางหนิงหลงจะเจ็บใจมากแค่ไหนก็เป็นเรื่องของเขา ตามจริงนางก็พอจะเข้าใจเขาอยู่บ้างเกี่ยวกับเงื่อนไขที่เขาร้องขอเพิ่มเติม เพราะหากคนภายนอกรู้ว่าเขาติดหนี้นางมากถึงเพียงนี้ แล้วยังทอดทิ้งนางไปแต่งงานกับหญิงอื่น ต่อให้มีคนคิดสมน้ำหน้านางมากเพียงใด แต่ก็คงมีคนลอบก่นด่าเขาลับหลังอยู่ดี ด้วยเหตุว่าการกระทำครั้งนี้ของเขาดูแล้วช่างน่าไม่อายเหลือเกิน ทั้งประชาชนอาจเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าโอรสสวรรค์ที่จัดการเรื่องของตัวเองได้ย่ำแย่ขนาดนี้ จะยังปกครองบ้านเมืองได้อย่างไร หวงหลิ่งซือไม่ได้คิดจะทำให้เรื่องใหญ่โตถึงขั้นนั้นตั้งแต่แรก จึงไม่ได้มีปัญหาอันใดกับข้อตกลงที่เขาขอเพิ่มลงในหนังสือสัญญา หากถามว่านางต้องการเงินก้อนนี้คืนจริง ๆ หรือไม่ นางคงตอบว่าไม่ อย่างไรกิจการร้านขายผ้ากับเครื่องประดับที่มารดาทิ้งไว้ให้ก็ทำกำไรมหาศาลต่อปีอยู่แล้ว ทว่าสิ่งที่ทำให้นางตัดสินใจทวงเงินจากอดีตคนรัก เป็นเพราะว่านางไม่ต้องการให้เงินที่ควรจะเป็นของนางถูกใช้เพื่อปรนเปรอสตรีอื่น หากไม่ทวงคืน เงินมากมายเหล่านี้ก็คงถูกใช้เพื่อทำให้เยี่ยชิงฮวาอยู่อย่างสุขสบาย ถ้าต้องยอมให้เป็นแบบนั้นมิสู้นางทวงคืนแล้วนำไปดูแลจวนอ๋องที่ต้องย้ายเข้าไปอยู่ยังดีเสียกว่า ได้ยินว่าพวกเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยสักเท่าไรนัก ถึงนางจะไม่ได้พอใจกับงานแต่งครั้งนี้ แต่เมื่อหลีกหนีไม่ได้ นางก็จะต้องเป็นชินหวางเฟยที่เพียบพร้อมที่สุดในใต้หล้า และต่อให้โอวหยางหนิงเทียนไม่อยากแต่งงานกับนางเหมือนกันก็ไม่เป็นไร ขอแค่เขาให้เกียรตินางในฐานะชายาเอก นางก็จะใช้เงินทองที่มีปรนเปรอจวนอ๋องเอง ตราบใดที่ตำแหน่งชายาของนางมั่นคง จวนชินอ๋องก็จะสงบสุข “คุณหนู ในที่สุดท่านก็ออกมาเสียที” เจียอีถูกสั่งให้รั้งรออยู่ด้านนอกกว่าสามชั่วยาม นางเป็นห่วงเจ้านายจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กลัวว่าคุณหนูจะถูกคนในรั้ววังรังแก ถึงลึก ๆ ในใจจะกลัวว่าคุณหนูของตนจะเข้าไปก่อเรื่องมากกว่าก็ตาม “พอดีเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย ประเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแล้วกัน” “เหตุใดท่านถึงได้เดินกะเผลกเช่นนั้นเจ้าคะ” หวงหลิ่งซือก้มมองหัวเข่าที่เป็นสาเหตุของคำถามแล้วได้แต่พ่นลมหายใจด้วยความระอา “แผลนี้แหละที่ทำให้ข้าติดอยู่ในวังสามชั่วยาม” แม้ว่าเจียอีจะไม่ค่อยเข้าใจมากสักเท่าไร แต่นางก็ไม่คิดจะเซ้าซี้คนเป็นนายตอนนี้ นางรีบประคองคุณหนูรองขึ้นรถม้า “บ่าวขอดูแผลหน่อยนะเจ้าคะ” หวงหลิ่งซือพยักหน้าแทนคำอนุญาต นางปล่อยให้เจียอีตรวจดูบาดแผลได้เต็มที่ “คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดแผลถึงได้เหวอะหวะเช่นนี้” เจียอีมองแผลบนเข่าทั้งสองข้างด้วยท่าทางตกใจ หวงหลิ่งซือเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีก็เริ่มตกใจตามไปด้วย นางก้มมองบาดแผลแล้วพบว่ามันค่อนข้างแย่กว่าก่อนหน้านี้มากพอสมควร คงเพราะไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งนางยังฝืนร่างกายเดินไปถึงอุทยานหลวงอีกต่างหาก เป็นแค่นี้อาจนับว่าไม่หนักหนาแล้ว “ร่างกายของสตรีมีค่าดั่งทองคำนะเจ้าคะ” อีกไม่นานก็จะแต่งงานอยู่แล้ว หากทิ้งรอยแผลเป็นไว้จะทำอย่างไร “เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก เพราะวันนี้ยังมีคนบาดเจ็บหนักกว่าคุณหนูของเจ้าอีกคน” ใช่ว่าหวงหลิ่งซือจะยินดีให้ร่างกายของตนมีรอยแผลเป็น ทว่าเมื่อนึกถึงต่งอวิ้นเซียนที่ต้องตัดผมเกือบหมดศีรษะ นางก็คิดว่าการเจ็บตัวครั้งนี้คุ้มค่าไม่น้อย อย่างไรหัวเข่าก็เป็นอวัยวะใต้ร่มผ้าน้อยคนจะมีโอกาสได้เห็น ถึงต้องรักษารอยแผลนานหน่อยก็ไม่เป็นอันใด เพราะเมื่อเทียบกับความอับอายของต่งอวิ้นเซียนแล้วบาดแผลแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ “คุณหนูหมายถึงใครกันเจ้าคะ” “ต่งไทเฮาอย่างไรเล่า ป่านนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง คงกรีดร้องจนหมดเสียงไปแล้วกระมัง” น่าเสียดายที่นางไม่ได้อยู่ให้เห็นกับตา อยากเห็นสีหน้าของต่งอวิ้นเซียนยามที่เห็นผมตัวเองโดนตัดเสียจริง บุตรชายเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน แต่มารดากลับต้องทำเรื่องอัปมงคลเช่นการตัดผม ลางร้ายเช่นนี้ร้อยปีจะมีสักครั้ง “สีหน้าเช่นนั้นของเจ้าหมายความว่าอย่างไร” หวงหลิ่งซือถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนสนิททำหน้าเหมือนกับฟ้ากำลังจะถล่มลงมาตรงหน้า “คิดจะตำหนิเรื่องที่ข้าก่อเรื่องหรือ” นางชอบใจสาวใช้ทั้งสองของตนมาก เสียอย่างเดียวคือทั้งสองคนขี้กังวลมากไปหน่อย “บ่าวรู้อยู่แล้วเจ้าค่ะว่าคุณหนูต้องก่อเรื่องแน่ เพียงแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูถึงได้ปล่อยให้ตัวเองเจ็บตัว” “ข้าไม่ทันระวังจึงพลาดท่าไปเท่านั้น” คำกล่าวนี้มีความจริงอยู่กว่าครึ่ง จริงอยู่ว่าหวงหลิ่งซือเป็นพวกกล้าได้กล้าเสีย หากต้องเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับความย่อยยับของศัตรู นางก็ยินดีจะเสียสละร่างกายของตัวเอง ทว่าการเจ็บตัวครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในแผนการที่นางวางเอาไว้ แม้จะคิดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเส้นผมของต่งอวิ้นเซียน ทว่าหากเลือกได้นางก็ไม่ได้อยากจะเจ็บตัว “แต่คุณหนูดูมีความสุขมากเลยนะเจ้าคะ” “ย่อมเป็นเช่นนั้น วันนี้เป็นวันดีมากจริง ๆ” ไม่ว่าสิ่งใดก็เป็นไปดั่งใจเสียทุกอย่าง เพียงไม่นานหวงหลิ่งซือก็กลับมาถึงจวน เพียงแค่ผ่านประตูใหญ่เข้ามานางก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เหตุใดหวงหลิ่งซีถึงได้มายืนรอนางเช่นนี้ ปกติแล้วจวนแม่ทัพมีธรรมเนียมเช่นนี้ด้วยหรือไร “มีอะไร” หวงหลิ่งซีกวาดสายตาพิจารณามองน้างสาวต่างมารดาตั้งแต่หัวจรดเท้า พอเห็นว่าหวงหลิ่งซือยังปกติดีก็ไม่คิดจะเอ่ยอะไรให้มากความอีก นางยื่นของให้มือให้อีกฝ่าย “ของขวัญจากท่านอ๋อง ได้ยินว่าเจ้ากลับมาแล้วจึงนำมามอบให้” หวงหลิ่งซีเอ่ยด้วยเสียงหวานไม่ต่างไปจากทุกที “หลิ่งซือ หนนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่คนจากจวนอ๋องมาแล้วไม่พบเจ้า พวกเขาคงคิดว่าเจ้าตั้งใจหมางเมินเจ้านายของพวกเขา” หวงหลิ่งซือรับกล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมาจากหวงหลิ่งซี เมื่อคิดตามคำพูดของอีกฝ่าย นางจึงเพิ่งนึกได้ว่าตนเองละเลยของหมั้นจากว่าที่สามีมากไปแล้ว เห็นทีพรุ่งนี้จะต้องเข้าไปตรวจสอบเสียหน่อย “วันนี้ข้าเข้าวังถือเป็นเหตุสุดวิสัย คนจากจวนอ๋องมาไม่โดยไม่ดูฤกษ์จึงต้องกลับไปพร้อมความผิดหวัง ถือเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ส่วนสองครั้งก่อนหน้านี้ข้าจะยอมรับว่าข้าตั้งใจเมินของหมั้นก็แล้วกัน” หวงหลิ่งซือทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นี้แล้วเตรียมจะกลับไปพักที่เรือน วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว หากให้ต่อปากต่อคำกับหวงหลิ่งซีต่อ นางคงหมดแรงเป็นลมอยู่ตรงนี้แน่ “วันนี้ไม่ได้สังหารคนใช่หรือไม่” “เกือบจะสังหาร แต่เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก นางยังไม่ตายและก็คงไม่ตายเร็ว ๆ นี้” คำตอบของน้องสาวต่างมารดาทำให้หวงหลิ่งซีถอนหายใจออกมา อย่างน้อยก็ดีแล้วที่วันนี้ไม่มีคนตาย ครั้นพอมาถึงเรือนไป๋อวี้ หวงหลิ่งซือไม่รอช้าเปิดของจากโอวหยางหนิงเทียนออกมาดู ทว่าของด้านในทำให้นางรู้สึกผิดหวัง สิ่งที่เขามอบให้เป็นเพียงตำราเล่มหนึ่งเท่านั้น ดูเหมือนจวนอ๋องจะยากจนกว่าที่นางคิดไว้ หวงหลิ่งซือหยิบตำราขึ้นมาดู เพียงแค่อ่านหน้าปกก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ ‘สิ่งที่พึงกระทำสำหรับสตรีที่ออกเรือนแล้ว’ เมื่อเปิดเข้าไปด้านในก็ยิ่งแปลกใจมากขึ้น หน้าแรกมีประโยคสั้น ๆ เขียนเอาไว้ว่า ‘มิควรใกล้ชิดกับบุรุษที่มิใช่สามี’ “พวกเจ้าคิดว่าท่านอ๋องส่งของแบบนี้มาให้ข้าทำไม”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม