ตอนที่เก้า ทำลายขบวนเจ้าสาว
“วันนี้ฟ้าคงถล่มลงมาแน่” หวงหลิ่งซีพึมพำกับสาวใช้คนสนิท เมื่อเห็นว่าน้องสาวต่างมารดากำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่บริเวณแปลงบุปผาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ปกติแล้วหวงหลิ่งซือขยันขนาดนี้เลยหรือ
“มิใช่ว่าคุณหนูรองนอนไม่หลับเพราะวันนี้เป็นวันแต่งตั้งฮองเฮาหรือเจ้าคะ”
เมื่อซือเมิ่งออกความคิดเห็น หวงหลิ่งซีจึงเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น นางเกือบลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันที่เยี่ยชิงฮวาจะเข้าวัง เช่นนั้นคงไม่แปลกที่หวงหลิ่งซือมีท่าทีประหลาดไปจากเดิม
คนเป็นพี่สาวคิดแบบนั้นก็เตรียมจะเลี่ยงเดินไปทางอื่น นางไม่อยากถูกหวงหลิ่งซือหาเรื่องตั้งแต่เช้า มิเช่นนั้นวันนี้คงต้องหดหู่ไปทั้งวันแน่
ทว่าน่าเสียดายที่ความตั้งใจของหวงหลิ่งซีไม่เป็นผล หวงหลิ่งซือหันมาเจอนางก่อน พร้อมร้องเรียกเสียงดัง “หวงหลิ่งซี”
คนเป็นพี่สาวได้เพียงยิ้มแห้งแล้วถอนหายใจ พร้อมกับหันหลังไปหาเจ้าของเสียงเรียก “มีอะไร”
รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนดวงหน้างดงามมองอย่างไรก็ไม่น่าไว้ใจ
“ข้าออกมาเก็บน้ำค้าง เจ้าก็เหมือนกันใช่หรือไม่ เช่นนั้นแบ่งของข้าไปสิ”
หวงหลิ่งซีมองท่าทางหวังดีของน้องสาวอย่างไม่ค่อยไว้ใจ “เจ้าคิดจะกลั่นแกล้งข้าเพื่อระบายอารมณ์ใช่หรือไม่”
นางกับหวงหลิ่งซือไม่ได้สนิทกันเหมือนพี่น้องจวนอื่น จู่ ๆ มาทำดีต่อกันเช่นนี้ มิใช่ว่าอีกฝ่ายถูกปีศาจเข้าสิงหรอกหรือ
“ข้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น”
“แล้วเจ้ามาแบ่งน้ำค้างให้ข้าทำไม”
“เจ้าคิดมากไปแล้ว วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอกจึงตื่นแต่เช้าออกมารับอากาศบริสุทธิ์ เห็นว่าเจ้าออกมาเก็บน้ำค้างให้มารดา ข้าเลยมีน้ำใจเท่านั้น”
“น้ำใจของเจ้า ข้าไม่ขอรับไว้ดีกว่า”
หวงหลิ่งซือหยักไหล่อย่างไม่ยินดียินร้าย “ตามใจเจ้า”
หวงหลิ่งซีเห็นว่าวันนี้น้องสาวต่างมารดาอารมณ์ดีผิดปกติก็เริ่มรู้สึกแปลกใจมากกว่าเดิม “ที่บอกว่าจะออกไปข้างนอก จะไปที่ใดหรือ”
“ชมขบวนเจ้าสาว”
เมื่อได้คำตอบ หวงหลิ่งซีถามกลับทันควัน “ไปทำไม”
คงมิใช่ว่าคิดก่อเรื่องอีกแล้วใช่หรือไม่
“ข้าออกไปชมไม่ได้หรือ มีคำสั่งห้ามหรืออย่างไร”
“ข้าจะไปด้วยแล้วกัน” นางต้องไปเห็นกับตาเผื่อว่าน้องสาวฉุนเฉียวจนเผลอลากว่าที่มารดาลงมาจากเกี้ยว
“ไม่จำเป็น”
“หวงหลิ่งซือ ข้าขอบอกเจ้าตามตรง ทีแรกข้าไม่มีใจอยากออกไปชมขบวนเจ้าสาวแม้แต่น้อย แต่พอเจ้าบอกว่าจะไป ข้าจะต้องไปด้วยให้ได้” หวงหลิ่งซีกล่าวหนักแน่น
“ไม่จำเป็น”
“เจ้าต้องก่อเรื่องแน่ ข้าไม่ไว้ใจเจ้าและที่สำคัญข้าไม่ได้ไปเพราะข้าหวังดีต่อเจ้า แต่ข้ากลัวเจ้าจะสร้างความเดือดร้อนจนพาคนทั้งจวนไปตาย”
“ข้าไม่ได้คิดจะทำอะไรเสียหน่อย เจ้าคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่ เยี่ยชิงฮวาแย่งชิงตำแหน่งมารดาแผ่นดินไปจากข้า ข้าก็แค่อยากออกไปดูว่านางยังมีความละอายอยู่บ้างหรือไม่”
คนถูกรู้ทันหาข้ออ้างอื่นออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง นางขอนับเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นางไม่ถูกชะตากับหวงหลิ่งซีเอาเสียเลย อีกฝ่ายรู้ทันนางไปเสียทุกเรื่อง รู้ดีมากไปจนน่ารำคาญ
“เช่นนั้นก็ให้ข้าไปด้วยสิ คุณหนูรองสูงศักดิ์อย่างเจ้าไปไหนล้วนมีสาวใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง เพิ่มข้าไปอีกคนคงไม่วุ่นวายเกินไปหรอกกระมัง”
ให้ตายนางก็ไม่ยอมตายเพราะความไร้สติของหวงหลิ่งซือเด็ดขาด นางยังหวังว่าสักวันจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขนอกจากจวนแม่ทัพ หากตายไปแล้วคงทำอย่างนั้นไม่ได้
“ที่เจ้าพูดถึงขั้นนี้เพราะอะไรกันแน่ เราสองคนเป็นดังน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำโคลน แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้เซ้าซี้นักเล่า”
“หากเจ้ารำคาญก็ไปด้วยกันเสียก็สิ้นเรื่อง”
“ข้าไม่ก่อเรื่องหรอก” หวงหลิ่งซือโกหก เพราะวันนี้นางจะทำให้ลั่วหยางร้อนเป็นไฟ
“หวงหลิ่งซือ เจ้าดูปากข้าชัด ๆ ข้าจะไปด้วย”
“ตามใจเจ้า” หวงหลิ่งซือคร้านจะโต้เถียงต่อไป หากหวงหลิ่งซียังไม่ยอมปล่อยนางไปจากตรงนี้ มีหวังคงไปไม่ทันฤกษ์ดีแน่นอน
“เช่นนั้นเจ้ารอข้าสักประเดี๋ยว” หวงหลิ่งซีกล่าวจบแล้วก็รีบกลับเรือนไปแต่งตัว ด้วยกลัวว่าหวงหลิ่งซือจะหนีไปคนเดียวเสียก่อน
หวงหลิ่งซือยืนรอพี่สาวต่างมารดาอยู่ราวสองเค่อโดยที่สีหน้าไม่ฉายร่องรอยอารมณ์ใดออกมา เจียอี เจียลี่ที่ติดตามหวงหลิ่งซือมานาน รู้ดีว่ายิ่งหวงหลิ่งซืออารมณ์ดีมากเท่าใด หายนะก็ยิ่งมาถึงเร็วมากเท่านั้น
“ไปกันหรือยัง”
“คิดว่าเจ้าจะไม่ไปแล้วเสียอีก” หวงหลิ่งซืออดจะเสียดสีพี่สาวต่างมารดาไม่ได้
“ขออภัยที่ทำให้รอแล้วกัน”
สองพี่น้องก้าวขึ้นรถม้าคันเดียวกันเหมือนปกติ ผู้ติดตามที่ออกไปวันนี้มีเพียงเจียอีกับซือเมิ่งเท่านั้น ส่วนเจียลี่ถูกสั่งให้คอยดูแลจวนแทนเจ้านาย
รถม้าประทับตราสกุลหวงเคลื่อนมาหยุดบริเวณเหลาอาหารขนาดใหญ่ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถเข้ารับบริการได้ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาเชื้อพระวงศ์กับตระกูลขุนนางขั้นสองขึ้นไป
สตรีทั้งสองเดินตามหลงจู๊ขึ้นไปยังโต๊ะที่ชั้นสาม หวงหลิ่งซือไม่ได้เลือกห้องส่วนตัวเพราะต้องการเห็นความวุ่นวายให้ชัดกับตา โชคดีที่เหลาอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเส้นทางของขบวนเจ้าสาวอย่างพอดิบพอดี
“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
“แค่ออกมาดูขบวนเจ้าสาว เหตุใดเจ้าถึงได้คิดมากไม่เลิกเสียที”
“หากเจ้าคิดแค่นั้นจริง ๆ คงไม่อารมณ์ดีถึงเพียงนี้” ท่าทางของหวงหลิ่งซือจะว่าปกติก็ได้ แต่จะว่าไม่ปกติก็ได้อีกเหมือนกัน
ลางสังหรณ์ของนางบอกว่าวันนี้น่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง
หวงหลิ่งซือไม่ได้ตอบสิ่งใดอีก นางปรายตามองพี่สาวต่างมารดาก่อนจะทอดสายตามองไปด้านนอก
อีกฝั่งหนึ่งของโรงเตี๊ยม ชินอ๋องกำลังนั่งมองสตรีที่เพิ่งมาถึงได้ไม่นานด้วยแววตาจับผิด ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยมีโอกาสได้พบเจอหวงหลิ่งซือสักเท่าไร แต่ไม่รู้ทำไมพอใกล้จะแต่งงานถึงได้เจอกันบ่อยนัก ไม่ว่าไปที่ใดก็ต้องพบเจอกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่รู้ว่าเขาสังหรณ์ใจไปเองหรือไม่ว่าการพบเจอกันครั้งนี้จะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น
“ท่านอ๋องกำลังมองว่าที่พระชายาอยู่หรือขอรับ” หลิวหยางมองไปตามสายตาของเจ้านายก็พบกับโฉมสะคราญทั้งสอง ท่านอ๋องของเขาทั้งที่ปากบอกว่าไม่อยากแต่งงานแท้ ๆ แต่กลับมองว่าที่ภรรยาไม่ยอมวางตา
“ข้าแค่คิดว่านางออกมาทำอะไรเท่านั้น”
“ก็คงมาด้วยเหตุผลเดียวกับท่านกระมังขอรับ” แค่ออกมาร่วมชมขบวนแต่งตั้งฮองเฮาต้องมีเหตุผลอะไรด้วยหรือ
“ข้าแค่มาดูแลความเรียบร้อย แต่เจ้าคิดว่าคนอย่างหวงหลิ่งซือจะมาเพื่อดูความเรียบร้อยหรือชื่นชมขบวนอย่างนั้นหรือ” หากบอกว่ามาก่อปัญหายังจะน่าเชื่อเสียกว่า
“ท่านอ๋องคิดมากไปแล้วขอรับ”
“ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”
ทว่าน่าเสียดายที่ความปรารถนาของโอวหยางหนิงเทียนไม่สมหวัง
ผ่านไปราวสามเค่อ บริเวณเหลาอาหารก็ตกอยู่ท่ามกลางความครึกครื้นของขบวนส่งเจ้าสาว เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองรื่นเริง เสียงประทัดดังขึ้นในทุกหนแห่งที่เกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนผ่าน นางกำนัลรับหน้าที่โปรยดอกไม้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บรรยากาศเช่นนี้ช่างเต็มไปด้วยความปีติยินดี
หวงหลิ่งซือทอดสายตามองเกี้ยวเจ้าสาวหลังใหญ่ด้วยแววตาเรียบเฉย สตรีที่เหมาะกับตำแหน่งฮองเฮามากที่สุดอย่างนั้นหรือ อิสตรีผู้เกิดมาพร้อมดวงชะตาเกื้อหนุนบัลลังก์ นางอยากจะรู้ยิ่งนักว่าหลังจากผ่านวันนี้ไปแล้ว โหรหลวงยังจะกล้าทำนายดวงชะตาของเยี่ยชิงฮวาอีกหรือไม่
ผู้คนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่มารดาแผ่นดินไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า อีกไม่นานฤกษ์มหามงคลแห่งนี้จะกลายเป็นฤกษ์อัปมงคลยิ่งยวด
เมื่อประทัดดังขึ้นอีกราวสามครั้งก่อนจะเงียบลง เสียงโห่ร้องยินดีก็แปรเปลี่ยนเสียงกรีดร้องแตกตื่น ฝูงกาไร้ที่มานับร้อยชีวิตบินว่อนเหนือขบวนส่งตัวเจ้าสาว ทำให้ขบวนที่เคยเป็นระเบียบกระจายแถวไปคนละทาง ผู้คนที่เคยยืนกันอยู่อย่างแน่นขนัดเต็มข้างทางสองฝั่งพากันวิ่งวุ่นหลบเข้าไปยังที่ปลอดภัย พริบตาเดียวขบวนเจ้าสาวที่เคยเป็นที่น่าริษยา กลับแปรเปลี่ยนเป็นคนละเรื่องขึ้นมาทันที
ชั่วอึดใจต่อมา ผู้คนเริ่มตั้งสติได้จึงเริ่มจุดประทัดเพื่อไล่ฝูงกาไปให้ไกล ทำให้อีกาที่เคยมารวมตัวกันแตกกระเจิงกันไปคนละทาง เมื่อพวกมันบินหายไปหมด เหตุการณ์ก็กลับเข้าสู่ความปกติ ทว่าเมื่อองครักษ์และนางกำนัลกลับมาตั้งแถวในตำแหน่งของตน พวกเขาพบว่ายามนี้พื้นที่รอบตัวเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงปริศนา รวมถึงที่อาภรณ์ของพวกเขาด้วยเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นเมื่อเงยหน้ามองไปยังเกี้ยวเจ้าสาว พวกเขาจึงได้พบว่ายามนี้เกี้ยวเจ้าสาวเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงหยาดเยิ้มชวนให้ขนลุก
หวงหลิ่งซีเบิกตากว้างมองเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นแล้วหันกลับมามองน้องสาวต่างมารดา หวงหลิ่งซือก่อเรื่องใหญ่โตจริง ๆ ด้วย
นางอยากจะบ้าตาย
“เจ้าทำอะไรลงไป”
หวงหลิ่งซือทำสีหน้าตกใจ “หมายความว่าอะไร ข้านั่งอยู่กับเจ้าตลอดจะทำอะไรได้อย่างไร”
“คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าทุกอย่างเป็นฝีมือเจ้า”
คนโดนจับได้เหยียดยิ้ม แต่ก็ยังคงยืนกรานความบริสุทธิ์ รู้ทันแล้วอย่างไรใช่ว่าจะลงโทษนางได้สักหน่อย
“เจ้ารีบกินอาหารดีกว่า พวกเราจะได้กลับจวนเสียที”
หวงหลิ่งซือเอ่ยเท่านี้แล้วทอดสายตามองออกไปด้านนอกอีกครั้ง
มองผิวเผินเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ ทว่าทุกอย่างเป็นหวงหลิ่งซือที่วางแผนมาแล้ว อีกาพวกนั้นเป็นนางที่ให้คนกว้านซื้อมาจากตลาดมืด คนของจวนหวงหลบอยู่ไม่ใกล้จากนี้ พวกเขาคอยปล่อยอีกาออกจากกรงตามสัญญาณที่ได้ตระเตรียมไว้
ด้วยเสียงประทัดที่ดังขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้อีกาแตกตื่น เมื่อพวกมันเป็นอิสระจึงพากันบินวนไร้ทิศทาง กว่าที่คนอื่นจะตั้งสติกลับมาได้ คนของนางก็จากไปหมดแล้ว
ส่วนเลือดที่นองพื้นก็เป็นเลือดหมูที่นางหาซื้อมาเตรียมไว้เช่นกัน เพียงแค่ให้คนแฝงตัวไปกับชาวบ้าน พกเลือดหมูติดตัวไว้คนละเล็กละน้อย พอถึงช่วงชุลมุนก็สาดเลือดออกไปให้พ้นตัว เท่านั้นก็กลายเป็นลางร้ายอย่างแท้จริง
ช่วยไม่ได้
โอวหยางหนิงหลงทอดทิ้งนางด้วยเรื่องของดวงชะตา เขารีบแต่งตั้งเยี่ยชิงฮวาเข้าวังโดยอ้างว่าเยี่ยชิงฮวาคือหงส์ค้ำจุนบัลลังก์ นางยกเลิกการแต่งตั้งฮองเฮาไม่ได้ แต่นางทำลายดวงชะตาของเยี่ยชิงฮวาให้ย่อยยับได้
หากจะมีคนผิดก็ผิดที่พวกเขาทรยศนางก่อน