ทวงสัญญา

1257 คำ
“เราไม่ได้เจอกันมาสิบกว่าปี น้องมุกรู้ความเคลื่อนไหวของพี่ทุกอย่าง” “ใช่ค่ะ รู้ทุกอย่าง รู้ว่าในฐานะหมอ พี่ต้าร์ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก แล้วก็รู้ว่าสองปีนี้พี่กินใครไปบ้าง” น้องไข่มุกยกมือขึ้นมา กางนิ้วทั้งห้าออก “วงการบันเทิงมันไม่มีความลับ โดยเฉพาะวงการนางแบบก็เพื่อนมุกทั้งนั้น บินมาหาพี่ห้าคน โดนพี่เทไปสามได้เงินกลับไปฟรีๆ โซเฟียสองครั้งและน่าจะเป็นเจ้าของรอยเล็บบนคอพี่ แล้วก็ดาราไทยหนึ่ง” “นี่น้องมุกอยู่อเมริกาหรืออยู่ใต้เตียงพี่ครับ” “ถ้าอยู่ใต้เตียงมุกคงหัวใจวาย พี่ชายของมุกนี่ช่างเลือกนะ ตัวท็อปๆ ทั้งนั้น สามคนในสองปี มุกมองว่าเป็นเรื่องปกติของการตอบสนองความต้องการ แต่ถ้าคว้าขึ้นเตียงคนเดียวสิน่าคิด แสดงว่าพี่ต้าร์ต้องคบเขาเป็นแฟนแล้ว ถ้าแบบนั้นถือว่าพี่ต้าร์ผิดสัญญา เพราะพี่ต้าร์บอกว่าจะยังไม่มีแฟน จะอยู่เป็นเพื่อนมุกก่อน” มันเป็นบทสนทนาสุดท้ายของทั้งสองตอนซ้อมมวยด้วยกัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบกันอีก จนกระทั่งวันนี้ “มีแฟนแล้วเหรอ ตัวเล็ก” หยกถาม แต่มีอีกคนหนึ่งตั้งใจฟังคำตอบยิ่งกว่าหยก “อะไรคะน้าหยก” น้องไข่มุกยืนหอบ หน้าแดงแจ๋ “มีแฟนแล้วเหรอ” หยกถามอีกครั้ง “เป็นแค่คนคั่นเวลาค่ะ ยังไม่มีแฟน” “มีแบบนี้ด้วยเหรอ” “ค่ะ มุกไม่ลืมหรอกน่าว่าต้องพามาให้น้าหยกดูก่อน” “ต้าร์เป็นพยานนะว่าน้องจะพามาให้อาดูตัวก่อน” หยกหันไปหาพยาน “ครับผม” เด็กหนุ่มรับคำกับหยก และหันไปกำชับน้อง “ตอนนี้น้องมุกห้ามมีแฟนนะครับ” “งั้นพี่ต้าร์ก็ต้องไม่มีแฟนเป็นเพื่อนมุก” “ตกลงครับ” “พี่ไม่คิดจะมีแฟน หลังจากวันนั้นพี่ได้ปวารณาตัวไว้แล้วว่าจะอยู่เคียงข้างน้องมุกตลอดไป” แกรี่หยิบโอลด์แฟชั่นด์มาจิบเล็กน้อยและวางลง ทั้งสองนั่งปล่อยให้เสียงดนตรีเข้ามาแทนที่บทสนทนาไปเรื่อยๆ ก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของไข่มุก เธอเอี้ยวตัวไปหยิบเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋า เสียงสบถสั้นๆ ออกมาพร้อมรอยยิ้มดูแคลนบนมุมปาก “ขอบคุณนะคะพี่ต้าร์” “เรื่องอะไรครับ” แกรี่ค่อนข้างงง ราวกับว่าไลน์นั้นเกี่ยวกับเขา “ก็ที่ผ่านมาพี่ต้าร์ไม่เคยปล่อยให้มุกเสียหายบนโซเชียล ทำให้มุกเดินบนแคตวอล์กได้อย่างสง่างาม ทั้งที่มีคนพยายามสร้างข่าวเสียหายทำลายมุกต่างๆ นานา ข่าวของมุกปรากฏไม่ทันถึงหนึ่งนาที ก็ถูกลบไปหมดและเงียบสนิท” “บอดี้การ์ดไม่ใช่แค่ปกป้องภยันตรายที่จะเข้าถึงตัว แต่ยังต้องรักษาภาพลักษณ์ให้เจ้านายทุกช่องทางด้วยครับ รู้ด้วยเหรอครับว่าเป็นฝีมือพี่” ไข่มุกเลื่อนสายตาจากโทรศัพท์มายังชายหนุ่มซึ่งใช้มือเท้าคางกับโต๊ะและหันมาทางเธอ “ตอนแรกก็ไม่เอะใจ แต่พอหลายครั้งเข้า มุกคิดว่าต้องเป็นฝีมือพี่ต้าร์ เราอยู่ไกลกัน แต่มุกรู้สึกปลอดภัยทุกย่างก้าวที่ออกจากบ้าน” แกรี่เผลอยิ้มค้างขณะมองดวงหน้าสวยเฉี่ยว จนไข่มุกเลิกคิ้วเป็นคำถาม เขาจึงต้องรีบเอ่ยออกมา “ดีใจนะครับที่ได้ยินแบบนี้” “แต่มุกว่าพี่ต้าร์ควรจะรักษาภาพลักษณ์ให้ตัวเองมั่ง มุกจัดการให้ไหม” แกรี่เอียงคอหรี่ตามองแววทะเล้นที่ฉาบขึ้นบนดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า “อะไรครับ” ไข่มุกยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู “นี่เป็นไลน์กรุ๊ปนางแบบ พวกนี้ชอบโชว์ ไม่มีอะไรมากหรอก แต่มุกจะทำให้เขาได้โชว์สมใจเลย” แกรี่มองสัญญาของตัวเองที่ไข่มุกดาวน์โหลดออกมาจากไลน์ เป็นชื่อของโซเฟียกับเขา ความรอบคอบรัดกุมของเขากำลังรัดคอเขาตายก็ตอนนี้ ไข่มุกเหลือบเห็นหน้าของแกรี่ซีดลงจึงยิ้มให้เขาน้อยๆ “มุกต้องเบลอชื่อพี่ต้าร์สิค้าาาาา” เธอลากเสียงยาว “ไม่งั้นมันจะกระทบกับชื่อเสียงของพี่และโรงพยาบาล มุกแค่หมั่นไส้คนพวกนี้” “แล้วน้องมุกจะทำอะไรครับ” แกรี่ถามอย่างลุ้นจัด เขาไม่ได้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงและนางแบบ ไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมหรือฤทธิ์เดชของพวกเธอเหล่านั้น รู้แค่ว่าเขาต้องมอนิเตอร์ชื่อของไข่มุก รวมทั้งคีย์เวิร์ดต่างๆ ที่จะโยงไปถึงเธอ และล้างข้อมูลที่จะทำให้เธอเสื่อมเสียออกจากระบบ โดยใช้ทีมงานหลายคน “มุกจะส่งให้นักข่าวค่ะ พวกสื่อกระหายข่าวคาวๆ แบบนี้นัก เชื่อไหมว่าไม่ถึงห้านาที ซูเปอร์โมเดลอักษรย่อ S ที่กำลังโด่งดังจะดังยิ่งกว่าเดิมเป็นสิบเท่า จับมือใครดมไม่ได้หรอกค่ะ เพราะในไลน์นี้มีนางแบบอยู่ยี่สิบกว่าคน แล้วโซเฟียก็ต้องปล่อยเบลอ ไม่กล้ารับว่าเป็นตัวเอง” แกรี่ยิ้มแหยในความร้ายกาจของไข่มุก เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยจริงๆ “แบบนี้เรียกว่ารักษาภาพลักษณ์ให้พี่เหรอครับ” “เออ ก็ไม่เนอะ แต่ถือว่าได้ทำลายความมั่นหน้าของคนก็แล้วกัน” ไข่มุกพูดอย่างแค้นใจแล้วจัดการส่งภาพเอกสารที่เบลอชื่อแกรี่เสร็จแล้วไปตามสื่อของอเมริกาที่เธอมีคอนเนกชั่น แกรี่ถึงกับยกมือขึ้นลูบอกตัวเอง แล้วก็ยิ้มตอบน้องที่หันมายิ้มให้หลังจากเสร็จภารกิจเชือดนิ่มๆ “เสร็จแล้วใช่ไหมครับ” เขาถามย้ำ “ค่ะ” “พรุ่งนี้อยากไปที่ไหนไหมครับ พี่ขับรถพาไป” ไข่มุกมองใบหน้าคมสัน และมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับของเธอ แววตาดุจเหยี่ยวของเขาซ่อนความนัยเอาไว้หลากหลาย ทั้งมุ่งมั่น เด็ดขาด ดุดัน เย็นชา อบอุ่น เอื้ออาทร และสิ่งที่ไม่เคยเลือนหายไปคือความเศร้า ซึ่งหลบอยู่หลังแววตาต่างๆ ที่ว่ามา แต่เธอรับรู้ได้ถึงมัน “มีอยู่ที่หนึ่งที่พี่ต้าร์เคยบอกมุกว่าอยากพามุกไปตอนที่มุกซ้อนจักรยานพี่ต้าร์ในสวนหย่อมของโรงแรม” รอยยิ้มบนริมฝีปากของแกรี่สั่นระริก และเขายังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในดวงตา จึงเอนหลังพิงพนักและแหงนหน้ามองเพดาน ไข่มุกมองลูกกระเดือกที่เลื่อนขึ้นลงแรงๆ ของคนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขาหลับตาลงแล้วเอ่ยเสียงแหบพร่า “ตอนนั้นน้องมุกกลับมาจากอเมริกา ว่าแต่จำได้ด้วยเหรอครับ น้องมุกห้าหกขวบเอง” “ตอนสามขวบมุกอาจจะเด็กเกินไปที่จะจำความได้ แต่หลังจากนั้นทุกช่วงเวลาที่มุกอยู่กับพี่ต้าร์ มุกไม่เคยลืม” “สำหรับพี่ พี่จำทุกช่วงเวลาที่อยู่กับน้องมุกได้ไม่เคยลืม” เขาลืมดวงตาที่แดงก่ำขึ้นมองหญิงสาวซึ่งยิ้มให้เขาอย่างให้กำลังใจ มือหนาขยับจะจับมือบางที่วางแนบอยู่บนเรียวขาภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้น มันอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตร แต่เขาก็ต้องตัดใจเอามือสองข้างของตัวเองมากุมกันไว้ “พรุ่งนี้สายๆ พี่ไปรับ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม