03 ว่าที่คู่หมั้นของอู๋หนิงเทียน

1469 คำ
03 ว่าที่คู่หมั้นของอู๋หนิงเทียน อู๋หนิงเทียนที่ตื่นขึ้นมานานวันก็ยิ่งทำให้คนในครอบครัวรู้สึกว่านางไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เพราะทุกอย่างที่นางเคยทำได้และทำเป็นนางก็เริ่มทำไม่ได้อย่างเช่นการจับไก่ หรือแม้แต่แค่การไปเก็บไข่ไก่ในเล้านางก็ทำไม่ได้ แค่เห็นขี้ไก่ในเล้านางก็อาเจียนจนแทบเป็นลม จนพี่ชายต้องคอยช่วยืทำแทนนางไปเสียทุกอย่าง “หนิงเทียน เจ้าไม่ต้องไปสวนผักกับพี่ก็ได้วันนี้พี่จะทำกับพ่อและแม่เอง พี่คิดว่าเจ้าคงทำไม่ไหวเป็นแน่ วันนี้ก็แดดแรงเสียด้วย” อู๋ลี่จูที่เห็นน้องสาวของเขาหน้าซีด ๆ เมื่อรู้ว่าวันนี้ต้องไปปลูกผักตากแดด เขาจึงบอกให้นางพักผ่อนอยู่ที่บ้าน “ไม่เป็นไรข้าทำได้ให้ข้าไปช่วยหว่านเมล็ดก็ได้ ข้าไม่อยากเป็นตัวถ่วงของครอบครัว ข้าอยากเป็นน้องสาวที่แข็งแกร่งของท่านอย่างแต่ก่อน เหมือนที่ท่านแม่พูดกับท่านพ่อว่าก่อนที่ข้าจะหมดสติข้าเป็นหญิงสาวที่เก่งไปเสียทุกอย่างแล้วดูข้าตอนนี้อ่อนแอยิ่งกว่าอะไรดี ข้าขอไปด้วยนะพี่จู” อู๋หนิงเทียนออกมายาวเหยียดเพื่อที่จะได้ไปกับพี่ชายเพราะนางไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ “ถ้าเจ้าอยากไปก็ย่อมได้ แต่ถ้าเจ้าทำไม่ไหวหรือทำไม่ได้เจ้าก็ไม่ต้องฝืนเพราะเจ้าไม่ใช่หนิงเทียนคนเดิมแล้ว ร่างกายของเจ้าไม่เหมือนเดิมแล้ว” “ข้าพร้อมที่จะเรียนรู้แม้ว่าตอนนี้ข้าจะทำอะไรไม่เป็นแล้วก็ตาม” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเศร้า ๆ ให้กับพี่ชายทำให้อู๋ลี่จูต้องเดินมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดูและเป็นการให้กำลังใจนางอีกด้วย “พี่ไม่ตำหนิน้องแม้สักน้อย แค่น้องของพี่ได้ลืมตาขึ้นมาแล้วได้มีลมหายใจอยู่เป็นน้องสาวของพี่อย่างนี้แค่นี้ก็ดีแล้ว อย่าคิดมากไปเลยนะน้องสาวของพี่” “ข้าดีใจเหลือเกินที่มีพี่ชายอย่างพี่จู ข้าไม่รู้ว่าเกิดมาอีกกี่ชาติถึงจะมีพี่ชายอย่างพี่จู” ในขณะที่พี่ชายกับน้องสาวกำลังพูดคุยกันก่อนที่จะออกไปที่สวนท้ายหมู่บ้านเพื่อปลูกผัก มารดาของทั้งสองก็ได้เดินเข้ามาหาทั้งสองเพื่อบอกให้ทั้งสองไม่ต้องไปสวนผัก “ลูกทั้งสองไม่ต้องไปที่แปลงผักในวันนี้เพราะวันนี้ว่าที่คู่หมั้นหมายของเทียนเอ๋อร์จะมาพูดคุยตกลงเรื่องงานแต่งงาน” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นทำให้อู๋หนิงเทียนทำหน้างง ๆ เพราะนางไม่คิดว่านางกำลังจะต้องแต่งงานกับบุรุษที่นางไม่ได้รัก “ข้าจะต้องแต่งงานอย่างนั้นหรือ ทำไมข้าต้องแต่งงานเร็วอย่างนี้ด้วย ข้ายังไม่อยากมีสามี” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองพี่ชายด้วยสายตาที่เหมือนกำลังต้องการขอความช่วยเหลือ “เรื่องนี้เจ้าก็รู้เรื่องมาตั้งนานแล้ว เจ้าอาจจะลืมไปแต่ยังไงวันนี้เจ้าก็ต้องอยู่เจรจาเรื่องนี้ ส่วนลี่จูก็ถือว่าพักผ่อนไปอีกวันก็แล้วกัน” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าบุตรสาวซึ่งแววตาของนางมีแต่ความกังวลเต็มไปหมด เนื่องจากตอนนี้บุตรสาวของนางไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว “ท่านแม่เทียนเอ๋อร์ผู้นี้อยากขอร้องท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะ เรื่องคู่หมั้นเรื่องแต่งงานท่านแม่ช่วยหยุดเรื่องนี้ก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ ให้เทียนเอ๋อร์ผู้นี้ได้เลือกคู่ชีวิตด้วยตัวของข้าเองจะได้หรือไม่เจ้าคะ” “แม่นัดหมายไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าจะให้แม่ล้มเลิกการนัดหมายได้อย่างไร แม่ทำอย่างที่เจ้าต้องการไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องที่เจ้าไม่อยากแต่งงานมันก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน” อู๋ซูเม่ยเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าลูกสาวก่อนที่จะเดินไปเตรียมอาหารไว้รอต้อนรับว่าที่ลูกเขยของนาง “ทำไมข้าต้องแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักด้วย ชีวิตเป็นของข้า ข้าขอเลือกเอง” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะเข้าห้องของนางเพื่อคิดวิธีเอาตัวรอดจากการแต่งงานกับคนที่นางไม่ได้รักในครั้งนี้ อู๋ลี่จูที่ได้ยินน้องสาวกับแม่ของเขาพูดคุยกันเขาก็รู้ดีว่าตอนนี้น้องสาวรู้สึกอย่างไร เขารีบไปเรียกน้องสาวให้ออกมาเพื่อที่เขาจะช่วยเหลือนางให้ทันการณ์ “พี่จูมีอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ” อู๋หนิงเทียนเดินมาเปิดประตูห้องนอนของนางเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูที่หน้าห้องของนาง “พี่อยากให้ช่วยเหลือเจ้าให้รอดจากการแต่งงานกับคนที่เจ้าไม่ได้ปรารถนาแต่เจ้าต้องทำตามที่พี่บอกเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเจ้าก็ไม่มีทางหนีรอดการแต่งงานในครั้งนี้ได้” อู๋ลี่จูเอ่ยออกมาเบา ๆ เพราะเขาเองก็เกรงว่าแม่ของเขาจะมาได้ยินสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา “ท่านพี่จะให้ข้าทำอย่างไรอย่างนั้นหรือ” อู๋หนิงเทียนเองก็สนใจในข้อเสนอของพี่ชายเพราะนางเองก็มีทางเลือกไม่มากนัก อู๋ลี่จูกระซิบเบา ๆ กับน้องสาวของเขาแต่เมื่อนางได้ฟังข้อเสนอจากพี่ชายก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกหนักใจมากขึ้นเพราะมันก็ยังเป็นการแต่งงานกับคนที่นางไม่ได้รักอยู่ดีแต่เพียงแค่เป็นบุรุษอีกคนก็เท่านั้น “อย่างนี้ข้าก็มีสิทธิ์แค่เลือกว่าจะแต่งงานกับใครอย่างนั้นหรือ” “แต่อย่างน้อย ๆ บุรุษที่พี่เสนอให้กับเจ้า เจ้าก็แค่แต่งงานหลอก ๆ ไปก่อนก็เท่านั้นแล้วเจ้าค่อยเลิกราก็ย่อมได้ พี่มีทางเลือกให้เจ้าเพียงเท่านี้ ต่อจากนี้เจ้าต้องเป็นคนเลือกแล้วว่าเจ้าควรตัดสินใจอย่างไร” อู๋ลี่จูพูดจบเขาก็เดินไปที่หลังบ้านเพื่อทำเล้าไก่เล็ก ๆ ไว้เลี้ยงไก่ไข่ไว้สักห้าตัวเนื่องจากวันนี้เขาไม่ได้ไปที่สวนเพราะแม่ของเขาไม่ให้ใครไปเลยสักคน เมื่อถึงเวลานัดหมายของว่าที่คู่หมั้น เขามาพร้อมบิดามารดาและพี่สาวของเขาเมื่ออู๋หนิงเทียนเห็นว่าที่สามีของนางก็ทำให้นางตัดสินใจได้เร็วขึ้นเพราะแค่เห็นหน้านางก็ไม่ถูกชะตาเสียแล้ว “เรื่องแต่งงานข้าคงไม่อาจจะตกลงแต่งงานกับท่านได้เจ้าค่ะ เพราะข้าเองก็มีคนที่ข้ารักและเขาเองก็ปรารถนาจะแต่งงานกับข้าเช่นกัน ข้ารักเขา เขาก็รักข้าอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าความรักและข้าก็จะแต่งงานกับคนที่ข้ารักเท่านั้นต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ ที่ข้าแต่งงานกับท่านไม่ได้จริง ๆ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยออกมาหลังจากที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันจนมาถึงตอนที่ให้นางได้เลือกว่าจะแต่งงานหรือไม่ นางจึงตอบออกมาอย่างนั้น “ทำไมข้าไม่ดีอย่างไรเจ้าถึงไม่อยากแต่งงานกับข้า” “เพราะข้าก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้รักท่าน ข้าจะแต่งงานกับคนที่ข้ารักเท่านั้น” “ทำไมลูกสาวของเจ้าหักหน้าลูกชายของข้าอย่างนี้เล่าซูเม่ย เจ้าไม่สอนลูกของเจ้าเรื่องมารยาทบ้างเลยหรืออย่างไรเหตุใดถึงไร้มารยาทอย่างนี้” “ข้าสอนลูกของข้าเป็นอย่างดีแต่อาจจะเป็นเพราะลูกสาวของข้าไม่อยากได้แม่ผัวปากมากอย่างเจ้าหรืออย่างไรถึงไม่อยากแต่งงานกับลูกชายของเจ้า” หลังจากนั้นทั้งสองครอบครัวก็มีปากเสียงกันต่ออีกเล็กน้อย จนต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน อู๋หนิงเทียนที่เห็นมารดาโมโหก็คิดว่าจะไม่ให้นางแต่งงานแล้วแต่ไม่ใช่อย่างนั้นเพราะมารดาของนางต้องการเจอบุรุษที่อู๋หนิงเทียนบอกว่าจะแต่งงานด้วย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม