05 นี่แหละคู่หมั้นของข้า

1415 คำ
05 นี่แหละคู่หมั้นของข้า เมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าอู๋หนิงเทียนไม่สามารถทำงานสวนหรือทำงานอะไรในสวนได้อีกต่อไปเพื่อความมั่นคงในชีวิตของนาง มารดาของอู๋หนิงเทียนต้องการให้นางแต่งงานออกเรือนให้เร็วที่สุดและอู๋หนิงเทียนมีทางเลือกสองทาง ทางที่หนึ่งคือนางต้องแต่งงานกับบุรุษที่มารดาของนางหาให้ ทางเลือกที่สองคือนางมีโอกาสในการหาคู่ครองด้วยตัวของนางเอง “พี่ลี่จูข้ามีทางเลือกสองทางแต่ก็เหมือนไม่มีทางเลือก วันนี้พี่จูต้องพาข้าไปขอความช่วยเหลือจากสหายของพี่เสียแล้วล่ะ” “พี่ก็ช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้เทียนเอ๋อร์แต่เจ้าไม่ต้องห่วงสหายของพี่เป็นถึงแม่ทัพแห่งวังหลวง เจ้าได้เจอเขาเจ้าเองก็คงเชื่อว่าพี่เลือกให้น้องไม่ผิดคนเป็นแน่” “แต่การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงแต่งงานหลอก ๆ เท่านั้น ข้าไม่ได้คิดจริงจังกับสหายของพี่จู” “เรื่องนั้นพี่ทราบเป็นอย่างดี สหายของพี่เองก็ทราบเรื่องนี้แล้วเช่นกันเพราะเมื่อวานพี่ไปพบเขามาและได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลไป” “ถ้าอย่างนั้นเราจะไปตอนไหนกันดีพี่จู ข้ากลัวท่านแม่เปลี่ยนใจหาใครมาแต่งงานกับข้าอีก” “พี่จะพาเจ้าไปในวันนี้หลังจากที่เรากินข้าวเช้ากันเสร็จ ก็ออกเดินทางได้พี่เรียกให้รถม้ามารับเราสองคนแล้ว” “ข้าขอบคุณพี่จูเหลือเกินที่ช่วยเหลือข้า ถ้าไม่มีพี่จูข้าก็ไม่รู้จะหันไปหาใครอีกแล้ว พี่จูเป็นคนดีคอยช่วยเหลือข้าในยามที่ข้าลำบากแม้แต่ตอนที่โจรขโมยถุงเงินของข้าท่านพี่ก็ช่วยข้าไว้” อู๋หนิงเทียนเผลอตัวพูดเรื่องโจรขโมยเงินขึ้นมาจนทำให้อู๋ลี่จูนึกสงสัยเพราะเขาไม่เคยช่วยน้องสาวเรื่องนี้แต่เขาเคยช่วยสตรีที่เชิญเขาไปงานเลี้ยงแต่ตอนนี้นางไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว “ข้าเคยช่วยเหลือเจ้าด้วยอย่างนั้นหรือเรื่องโจรขโมยเงิน” “ข้าหมายถึงท่านพี่เคยช่วยเหลือสตรีผู้น่าสงสารที่เชิญเราไปงานเลี้ยงแล้วก็ต้องมาพลัดตกน้ำตายไป พูดไปแล้วนางก็ช่างโชคร้ายเสียจริง” “จริงของเจ้า นางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่รู้ว่านางไปทำอะไรให้ถึงได้ทำนางถึงตาย” อู๋ลี่จูพูดจบรถม้าก็มาจอดที่หน้าบ้านพอดี อู๋หนิงเทียนอยากถามพี่ชายต่อแต่ก็ต้องรีบออกเดินทางไปพูดคุยเรื่องงานแต่งงานเสียก่อนทำให้ความสงสัยยังไม่คลี่คลาย จวนของหวงอี้เฉิน หวงอี้เฉินแม่ทัพบุรุษรูปงามที่เพรียบพร้อมทั้งชาติตระกูลและความสามารถ เขาเป็นที่หมายปองของสตรีและหลาย ๆ ตระกูลที่อยากเป็นทองแผ่นเดียวกันกับเขา ความจริงแล้วหวงอี้เฉินกำลังจะได้แต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแต่งานแต่งงานก็ได้เปลี่ยนมาเป็นงานเศร้าโศกเสียก่อน อู๋หนิงเทียนและอู๋ลี่จูได้เดินทางมาถึงหน้าจวนของหวงอี้เฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองเดินเข้ามาโดยมีทหารเดินนำพวกเขาเข้ามาในจวนแห่งนี้ “ท่านพี่สหายของท่านมีจวนที่ใหญ่โตขนาดนี้เขาเป็นใครกันอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” อู๋หนิงเทียนที่เดินเข้ามาภายในจวนเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัยอีกทั้งนางรู้สึกคุ้นเคยกับจวนแห่งนี้ยิ่งนัก “สหายของข้าเป็นแม่ทัพ” “แม่ทัพอย่างนั้นหรือเจ้าคะ แล้วอย่างนี้เขาจะยอมแต่งงานกับสตรีสามัญชนอย่างข้าหรือเจ้าคะ” “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงหรอกพี่บอกเจ้าแล้วอย่างไรว่าพี่คุยเรื่องนี้ไว้แล้ว” “เขาเป็นถึงท่านแม่ทัพข้าก็ต้องกลัวเขารังเกลียดข้า” “สหายของพี่เองก็ไม่อยากแต่งงานกับคู่หมั้นหมายคนใหม่ที่พ่อกับแม่เลือกให้เช่นกัน สหายของพี่ก็ไม่ได้ต่างไปจากเจ้า ที่มีทางเลือกแค่ไม่กี่ทางเท่านั้น” สองพี่น้องเดินมานั่งรอตามที่ทหารยามพาทั้งสองมา “พวกท่านนั่งรอท่านแม่ทัพตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าไปตามท่านแม่ทัพมาให้” หลังจากที่ทหารไปตามหวงอี้เฉินไม่นาน เขาก็เดินมาอย่างสง่างดงาม อู๋หนิงเทียนมองเห็นหวงอี้เฉินนางก็จำได้ว่าเขาคือคู่หมั้นหมายของตนตอนที่เป็นสวี่ซูเจิน “นี่แหละคู่หมั้นของข้า ถ้าข้าไม่ตายท่านกับข้าคงได้ครองรักสมใจ” อู๋หนิงเทียนเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่ดูเหมือนว่าอู๋ลี่จูจะได้ยินแต่ก็ได้ยินไม่ชัดเจน “เจ้าว่าอย่างไรนะเทียนเอ๋อร์ ใครเป็นคู่หมั้นของเจ้าอย่างนั้นหรือ” “เปล่าเจ้าค่ะ พี่จูข้าแค่เอ่ยอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น บุรุษผู้นั้นหรือสหายของท่านพี่” “ใช่แล้ว เป็นอย่างไร งดงามสง่าผ่าเผยหรือไม่” อู๋ลี่จูเอ่ยขึ้นมาราวกับว่าภูมิใจในตัวของสหายของเขา “เจ้าค่ะ สง่า งดงามสมกับเป็นท่านแม่ทัพที่แข็งแกร่งมากเจ้าค่ะ” อู๋หนิงเทียนจ้องมองเขาไม่วางตาจนเขาเดินเข้ามาใกล้นาง หัวใจของนางก็ยิ่งเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนางไม่คิดว่าชาตินี้จะได้ใกล้ชิดเขาอีกครั้ง “นี่หรือน้องสาวของเจ้าสหาย” “ใช่แล้ว ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะยังอยากช่วยน้องสาวของข้าอยู่หรือไม่” อู๋ลี่จูไม่รอช้ารีบเอ่ยถามหวงอี้เฉินในทันที “ข้าพูดแล้วข้าก็ต้องทำตามที่พูด น้องสาวของเจ้าต่างหากที่จะอยากแต่งงานกับข้าอยู่หรือไม่ หรือเปลี่ยนใจเสียแล้วเมื่อได้เจอกับข้า” “ไม่เจ้าค่ะ ข้าพร้อมแต่งงานกับท่าน” อู๋หนิงเทียนรีบเอ่ยขึ้นมาราวกับกลัวว่าจะไม่ได้แต่งงานกับเขา “ถ้าอย่างนั้นอีกสองวันเจ้าเตรียมตัวเข้าเรือนหอกับข้าได้เลย” หวงอี้เฉินเอ่ยขึ้นมาแล้วก็จ้องมองอู๋หนิงเทียนไม่วางตา เขารู้สึกคุ้นเคยกับนางมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งเคยเจอหน้าของนางเป็นครั้งแรกเท่านั้น “มันไม่เร็วไปหรือท่านแม่ทัพ” อู๋ลี่จูเอ่ยถามเขาเพื่อความมั่นใจเพราะดูเหมือนว่ามันจะเร็วเกินไป “ไม่เร็ว ข้าอยากแต่งงานเสียพรุ่งนี้เลย ข้าไม่อยากแต่งงานกับสวี่เยี่ยนฟาง ข้ารังเกลียดความคิดนางยิ่งนัก พี่สาวเพิ่งเสียไปแท้ ๆ แต่นางกลับให้บิดาของนางมาเร่งให้ข้าแต่งงานกับนาง ข้าทำอย่างนั้นไม่ได้ ข้าสงสารสวี่ซูเจินที่เพิ่งเสียชีวิตไป ข้าละอายใจถ้าจะให้ข้าแต่งงานกับน้องสาวของนาง” “แล้วกับข้าล่ะเจ้าคะ ทำไมท่านยอมแต่งงานกับข้า” อู๋หนิงเทียนเอ่ยถามหวงอี้เฉิน “ที่ข้ายอมแต่งงานกับเจ้าก็เพราะไม่อยากแต่งงานกับเยี่ยนฟาง ข้าแต่งกับใครก็ได้ขอแค่ไม่ใช่เยี่ยนฟางแต่ยังไงหัวใจของข้ามันก็เป็นของใครไมได้อีกแล้ว” “ข้าเข้าใจเจ้าอี้เฉิน แต่ข้าไม่รู้จะปลอบใจเจ้าอย่างไรดี” “ไม่เป็นไรสหายข้าทำใจได้เพียงแต่มันยังเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงวันแต่งงานของข้ากับซูเจินที่อีกไม่กี่เดือนข้ากับน้องก็จะได้ร่วมหอกันแล้วก็เท่านั้น” “ข้าเองก็เจ็บปวดไม่แพ้ท่าน” อู๋หนิงเทียนเอ่ยขึ้นมาแล้วก็จ้องมองตาของหวงอี้เฉินเหมือนนางอยากบอกให้เขารู้ว่านางคือสวี่ซูเจิน อู๋ลี่จูได้ยินก็มองน้องสาวแต่ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าแววตานี้ไม่ใช่น้องสาวของเขา หวงอี้เฉินเองก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจากตัวของนาง ที่ยิ่งเขามองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับนางราวกับรู้จักนางมานาน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม