ตอนที่ 10 เพื่อนที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้

2204 คำ
สายฟ้ากลับเข้าบ้านแล้วจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถึงสองใบ เมื่อเดินออกมาจากห้องนอนก็เจอพ่อกับแม่ที่เพิ่งนวดตัวเสร็จพอดี “ฟ้า นี่แกจะไปไหน” กานดาเอ่ยถามลูกชายเพียงคนเดียวที่รักปานแก้วตาดวงใจ แต่สายตาที่ใช้มองในตอนนี้มีแววตำหนิเล็กน้อยเมื่อเขาทำเธอเสียหน้าบนโต๊ะอาหาร ดีที่ฝ่ายเจ้าสัวนทีเข้าใจและสามารถหาทางออกร่วมกันได้ “ไปอยู่คอนโดครับ” “ทำไมถึงจะไปอยู่คอนโด แกมีอะไรหรือเปล่า ไม่พอใจพ่อกับแม่หรือไง” คนเป็นพ่อขมวดคิ้ว รู้ดีว่าเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ห้ามปรามเขาไม่ได้ เผลอ ๆ จะออกไปใช้ชีวิตอิสระ ลากผู้หญิงมานอนด้วยให้เต็มที่ จัดงานปาร์ตี้มั่วเซ็กซ์กันสุดเหวี่ยงเพื่อทิ้งทวนก่อนแต่งงาน “ผมมีสิทธิคิดแบบนั้นด้วยหรือครับ” “อย่ามาประชดพ่อ แกต้องการอะไรทำไมไม่พูดมาตรง ๆ” สงกรานต์ขึ้นเสียงใส่ลูกชายเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดในใจที่บีบบังคับให้ลูกชายหมั้นหมายกับผู้หญิงที่เหมาะสม ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าลูกชายของตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแม้แต่น้อย “ถ้าผมบอกว่าไม่อยากแต่งงานกับนิศา พ่อจะยอมหรือเปล่าล่ะครับ” “แกพูดอะไร” กานดาเอ็ดลูกชาย เธอไม่มีวันยอมให้เขาไปคว้าเอาผู้หญิงเหลวแหลกไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นลูกสะใภ้ของเธอเด็ดขาด ที่เธอต้องจัดแจงเรื่องนี้ให้ก็เพราะความเหลวไหลของเขาที่อาจทำพลาดเข้าสักวันนั่นไง “ผมก็พูดความจริงอย่างตรงไปตรงมาตามที่พ่อบอกไงครับ” “แล้วแกจะยอมหมั้นกับหนูนิศาทำไมตั้งแต่แรก” คนเป็นพ่อเอ่ยถามแม้จะรู้คำตอบในใจ “มีใครถามความสมัครใจของผมสักคำไหม ว่าผมอยากหมั้นอยากแต่งกับนิศาหรือเปล่า ทุกคนตัดสินใจแทนผมแล้วก็จัดงานหมั้นขึ้นมา ผมเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อกับแม่ มีหน้าที่สืบทอดวงศ์ตระกูล ผมรู้ครับ ผมก็ยอมทำหน้าที่แล้วไง แต่ขอแค่เวลาทำใจ พ่อกับแม่ยังไม่ยอมให้ผมเลย” “แม่ก็ให้แกแล้วไง อีกตั้งหลายเดือนกว่าที่จะถึงงานแต่ง” แม้จะอึ้งกับความจริงที่วิ่งตรงมากระแทกหน้า แต่กานดากลับไม่กล้ายอมรับ “ตอนนี้ผมอายุยี่สิบสองครับแม่ การสร้างครอบครัวของผู้ชายวัยยี่สิบสองที่ไม่ได้มีความรักให้ภรรยาเลย ผมว่ามันคงไม่ราบรื่นเท่าไหร่ ขอโทษด้วยนะครับที่ผมคิดได้แค่นี้ ขอผมออกไปอยู่คนเดียวสักพักนะครับ อย่าบีบบังคับผมมากไปกว่านี้อีกเลย” สงกรานต์และกานดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองลูกชายเพียงคนเดียวลากกระเป๋าเดินจากไป “คุณ ผมว่าเราบีบคั้นลูกเกินไปหรือเปล่า เราเร่งรัดให้เด็กสองคนแต่งงานกันเร็วเกินไปไหม อีกสักสองสามปีค่อยจัดงานดีไหมคุณ” คนที่ไม่เคยขัดใจภรรยาเริ่มลังเลว่าที่ตัดสินใจไปนั้นมันจะดีต่ออนาคตของลูกชายแล้วจริงหรือ “แต่ลูกเรามันทำฝ่ายนั้นเสียหายไปแล้วนะคะ” “เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวดังที่ไหน เรื่องบนเตียงมันต้องช่วยกันทำทั้งสองฝ่าย แล้วไอ้ลูกชายตัวดีของเรามันก็คุ้นเคยกับฟรีเซ็กซ์เสียด้วยสิ” สงกรานต์ถอนหายใจ บ่อยครั้งที่ลูกชายตัวดีจัดงานปาร์ตี้มั่วเซ็กซ์ แถมบางครั้งหนุ่มสาวในงานปาร์ตี้ยังมีการใช้ยาเสพติดจนเป็นข่าวฉาวโฉ่ที่ต้องวิ่งเต้นยัดเงินให้วุ่นวายเรื่องจึงเงียบ แม้จะด่าทอและลงโทษขั้นเด็ดขาดทุกครั้ง แต่ลูกชายก็ไม่เคยเข็ดหลาบเพราะจะมีคนเป็นแม่คอยให้ท้ายและลดหย่อนโทษให้เสมอ “ฉันผิดเองที่ตามใจลูกตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่าคุณจะดุจะว่าอะไรตอนตาฟ้าทำตัวเหลวไหลฉันก็เอาแต่กางปีกปกป้อง” “มันก็เราทั้งคู่นั่นแหละ ตามใจลูกมาตลอด แต่เรื่องคนที่ต้องอยู่กับลูกไปตลอดชีวิตกลับไม่ถามความเห็นของลูกสักคำ” เพราะไม่ไว้ใจให้คนอย่างสายฟ้าหาคนรักเอง แถมยังกลัวเสียหน้ากับข่าวฉาวโฉ่ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก จึงรีบบีบบังคับคลุมถุงชน “ฉันก็รู้สึกผิดนะคะ แต่ฉันอยากได้หนูนิศาเป็นลูกสะใภ้จริง ๆ นี่ ถ้าเราช้า ต้องโดนตัดหน้าแน่ ๆ ฉันเลยรีบรวบรัดให้หมั้นให้แต่งกันไง ลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัวนทีเลยนะคะ ทั้งสวย ทั้งรวย ใคร ๆ ก็อยากได้ มีแต่พ่อตัวดีของเรานี่แหละที่มองข้ามเพชร ชอบไปเกลือกกลั้วกับก้อนกรวด” “แล้วถ้าเด็กสองคนมันไปด้วยกันไปรอดล่ะ เราจะทำยังไงกันดี” “ถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องรอดสิคะ ฉันดูออกนะว่าหนูนิศารักลูกชายตัวดีของเราอย่างกับอะไร ผู้หญิงเรียบร้อยนุ่มนิ่มแบบนี้นี่แหละที่จะเอาตาฟ้าอยู่ ยังไงฉันก็จะช่วยสอดส่องไม่ให้ลูกชายเรานอกลู่นอกทางไปมีเมียน้อยเด็ดขาด” “เผื่อใจไว้หน่อยก็ดีนะคุณ เราบังคับตัวมันได้ แต่เราบังคับใจไม่ได้หรอกนะ ผมล่ะกลัวใจมันจริง ๆ” สายฟ้าแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูห้องสุดหรูในคอนโดมิเนียมที่เขาเพิ่งเช่ารายปีมาหมาด ๆ เหลือบมองบานประตูห้องข้างกันที่ยังคงปิดสนิทแล้วอมยิ้มมุมปาก เขาย้ายมาอยู่ใกล้กับเธอแค่นี้แล้ว อย่างไรเธอกับลูกก็หนีเขาไม่พ้น เมื่อประตูห้องเขาปิดลง บานประตูห้องข้างกันก็ถูกเปิดออกด้วยแม่ลูกอ่อนที่เดินแกมวิ่งไปเรียกลิฟต์หลังจากกล่อมลูกชายจอมตะกละหลับแล้ว “เมี่ยง...” ฉัตรพล ผู้จัดการรูปหล่อผู้เป็นหัวหน้างานของเธอตะโกนเรียกพร้อมรอยยิ้ม มือทั้งสองข้างหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง “คุณฉัตร เอาอะไรมาเยอะแยะคะ” มัสยาเดินเข้าไปหาพร้อมพนมมือไหว้ทักทายแบบที่เคยทำ “ผมเอามาฝากหลานครับ แก้ตัวที่ถูกส่งไปสัมมนาเสียนาน ไม่ได้มาเยี่ยมแกในวันคลอด” หนุ่มหล่อส่งยิ้มละมุนให้แม่ของหลานที่เขาเอ่ยถึง ในดวงตาคู่นั้นใคร ๆ ก็ดูออกว่าหลงรักสาวหมวยที่อุ้มท้องไม่มีพ่อตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน “ขอบคุณมากนะคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลย มาค่ะ เมี่ยงช่วยถือ” “ไม่เป็นไรครับ เรารีบขึ้นห้องกันดีกว่า รบกวนเมี่ยงลงมารับปล่อยให้หลานอยู่คนเดียว” “ค่ะ” ไม่นานฉัตรพลก็ได้เข้ามายืนมองร่างเล็กป้อมผิวขาวจัดที่กำลังนอนหลับ ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักไม่คล้ายคนเป็นแม่เลยแม้แต่น้อย “หน้าเหมือนเมี่ยงนะครับ” “ไม่ต้องกลัวเมี่ยงคิดมากหรอกค่ะ ใคร ๆ ก็ดูออกว่าเจ้าตัวยุ่งนี่ไม่เหมือนเมี่ยงสักนิด ขนาดเพศยังไม่เหมือนเลย” คนตัวบางที่แทบจะกลับมาผอมเพรียวเท่าตอนเป็นนักศึกษาย่นจมูกใส่คนตัวยุ่งจอมตะกละ ฉัตรพลที่ลอบมองใบหน้าขาวใสของลูกน้องสาวต้องอมยิ้มอีกครั้ง “น่ารักนะครับ” “เด็ก ๆ ก็น่ารักแบบนี้แหละค่ะ แต่น้องหมากแสบไม่เบา เมี่ยงผอมจนตัวเกือบเท่าเดิมแล้วค่ะ คลอดแค่เดือนเดียวเอง” เธอเหลือบตาขึ้นมองหน้าของผู้จัดการหนุ่มก็ต้องชะงัก เมื่อเขามองเธออยู่ก่อนด้วยแววตาที่แทบไม่ต้องแปลความหมายเลย “เอ่อ เราไปนั่งที่ห้องรับแขกดีไหมคะ เดี๋ยวเมี่ยงหาน้ำให้ดื่ม กินข้าวมาหรือยังคะ” “ยังเลยครับ” “ถ้าไม่รังเกียจกินข้าวด้วยกันก็ได้นะคะ เดี๋ยวเมี่ยงสั่งร้านข้างคอนโดให้ ร้านนี้อร่อยมาก” “ได้สิ” ผู้จัดการหนุ่มรับแก้วน้ำจากพนักงานในฝ่ายที่ตัวเองคิดเกินเลย ส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อยพลางมองรอบห้องด้วยความสนใจ “ห้องกว้างขวางดีนะครับ อยู่กันสองคนแม่ลูกสบายเลย” “กว้างไปด้วยซ้ำค่ะ ส่วนมากจะอยู่แค่ในห้องนอน” “เพราะน้องหมากยังเด็กอยู่ต่างหาก อีกหน่อยเดินได้คงเดินทั่วห้อง” “นั่นสิคะ เด็กผู้ชายด้วย คงซนน่าดู” “แล้วถ้าต้องไปทำงาน เมี่ยงจะให้ใครดูลูกให้เหรอ” ด้วยรู้ว่าเธอไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ไหน การที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวและเลี้ยงลูกเพียงลำพังคงลำบากน่าดู “ว่าจะจ้างคนมาเลี้ยงให้ที่คอนโดค่ะ ถ้าไม่ได้คงต้องไปฝากเลี้ยงที่อื่น เห็นอลิซว่าระหว่างทางไปที่ทำงานมีอยู่ ที่จริงแม่ของอลิซจะมาเลี้ยงให้ค่ะ แต่เมี่ยงเกรงใจ เพราะอีกไม่นานอลิซเองก็คงจะมีลูกของตัวเองแล้ว สู้ให้แม่เก็บแรงตอนนี้ไว้รอเลี้ยงหลานจริง ๆ ดีกว่า” “ครับ ฝากเลี้ยงเราจะไว้ใจได้หรือเปล่า เป็นใครก็ไม่รู้ เดี๋ยวนี้ยิ่งมีข่าวพวกรับจ้างเลี้ยงทำร้ายเด็กอยู่ด้วย” คำพูดของเขาทำให้เธอหน้าถอดสี เพราะนี่คือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด การเลี้ยงเด็กสักคนที่ไม่ใช่ลูกหลานมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งเหนื่อย ทั้งหงุดหงิด “มันไม่มีทางเลือกนี่คะ เมี่ยงไม่มีแม่ แล้วอีกอย่างเราก็มีกันแค่สองคนแม่ลูก คุณฉัตรก็รู้ว่าน้องหมากไม่มีพ่อ” “เพราะผมรู้ไง ถึงยิ่งเป็นห่วง เอาแบบนี้ไหม คอนโดเมี่ยงอยู่ใกล้บ้านผมแค่นิดเดียวเอง เมี่ยงเอามาฝากให้แม่ผมช่วยเลี้ยงสิ ผมคุยกับแม่แล้ว แม่ไม่คิดเงิน แต่ถ้าเมี่ยงไม่สบายใจจะให้ค่าขนมแม่ผมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ ถือว่าช่วย ๆ กัน เพราะแม่ผมเลี้ยงลูกให้พวกพี่สาวผมจนโตเข้าโรงเรียนหมดแล้ว ตอนนี้ท่านเลยอยู่บ้านเหงา ๆ พอปรึกษาท่านเรื่องนี้ท่านเลยยินดีมาก ๆ” มัสยาเบิกตาโต ตกใจที่แม่ของเขาซึ่งไม่ได้รู้จักเธอสักนิด แต่ทำไมถึงมีน้ำใจได้ขนาดนี้ “ไม่ต้องตกใจหรอกครับ แม่ผมท่านใจดี แล้วก็ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ ด้วย ต่อให้เมี่ยงไม่เอาลูกไปฝากท่านเลี้ยง เดี๋ยวไม่นานท่านแปะป้ายหน้าบ้านผมว่ารับเลี้ยงเด็กแน่ ๆ” “จะดีหรือคะ แล้วถ้าคุณฉัตรแต่งงานมีลูกล่ะ ท่านคงได้หัวหมุน เมี่ยงก็ต้องเอาลูกไปฝากคนอื่นเลี้ยงอีกอยู่ดี ตอนนั้นน้องหมากคงติดแม่คุณไปแล้วด้วย” “เมี่ยงครับ ผมยังไม่มีแฟน” ฉัตรพลพูดกลั้วหัวเราะ ดวงตาคมกริบวิบวับล้อแสง มองสบตาแฝงความนัยจนใบหน้าสาวร้อนผ่าว สัมผัสได้ว่าเขารู้สึกดีกับเธอจริง ๆ “เอ่อ ตอนนี้ไม่มี แต่เดี๋ยวก็ต้องมีค่ะ” “อาจจะมี ถ้าเธอคนนั้นรู้เสียทีว่าผมชอบแล้วก็ยอมให้ผมดูแล” “เอ่อ คุณฉัตรคะ...” “ผมรู้ว่าเมี่ยงรู้ ว่าผมคิดยังไงกับเมี่ยง” “คุณฉัตร” “ผมไม่ได้เร่งรัด สบาย ๆ ครับ ตอนนี้ผมแค่อยากดูแลเมี่ยง ดูแลน้องหมากแทนผู้ชายคนนั้น ถ้าเมี่ยงไม่รังเกียจ ครบกำหนดสามเดือนแล้วเอาน้องหมากไปฝากให้แม่ผมเลี้ยงนะครับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก คิดแค่ว่าช่วยเหลือกันในฐานะเพื่อนที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้ก็พอ” “ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดี ๆ นะคะ แต่มันไม่แฟร์ คุณก็รู้ว่าเมี่ยงไม่ได้ชอบคุณแบบนั้น ตอนนี้เมี่ยงคิดแค่เรื่องของลูกค่ะ ยังไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตอบแทนความมีน้ำใจของคุณยังไง เพราะงั้นคุณฉัตรอย่ามาเสียเวลากับเมี่ยงและลูกเลยนะคะ” “ผมไม่ได้หวังให้เมี่ยงมาชอบผมตอบในวันนี้ แล้วถ้าวันหนึ่งเมี่ยงไม่สามารถชอบผมได้เลย ผมก็จะไม่โกรธ ไม่งอแง ผมเข้าใจทุกอย่าง แต่ตอนนี้เมี่ยงไม่มีใคร ให้ผมดูแลเมี่ยงในฐานะเพื่อนอีกคน ถือเสียว่าช่วยจ้างงานให้ค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ กับแม่ของผมเพื่อป้องกันท่านเหงาแล้วกันนะครับ” เธอสบตากับเขานิ่งนาน ก่อนถอนหายใจเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าไม่อาจปฏิเสธความหวังดีของเขาได้ ทั้งในฐานะเพื่อนที่มีอายุมากกว่าและในฐานะเจ้านาย อีกอย่างเธอก็ต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องรบกวนเพื่อนรักอีก เพราะเท่าที่เป็นอยู่เธอก็รบกวนมามากเกินพอแล้ว “เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะคุณฉัตร ขอบคุณมากนะคะที่มีน้ำใจกับเมี่ยงและลูก” “ไม่ต้องคิดมากนะครับ ผมปรารถนาดีกับเมี่ยงและน้องหมากจริง ๆ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม