1/2

1156 คำ
“ฮ่าๆ นี่คือแผนของเธอสินะยัยมะลิลา เธอตั้งใจมาอ่อยเหยื่อ แต่จะบอกอะไรให้นะ เธอน่ะคิดผิดซะแล้ว เด็กอย่างเธอนมแตกพานหรือยังก็ไม่รู้ ไหนดูซิ” พร้อมกับชะโงกหน้ามองเข้าไปในสาปเสื้อขาดๆ “แบนแต๊ดแต๋หรือยังไม่ขึ้นฮึนมน่ะ ฉันชอบนมใหญ่ๆ บีบมันๆ ร่องลึกๆ เวลาถูจะได้ไม่ต่างจากช่วงล่างมากเกินไป แต่เด็กอย่างเธอน่ะเหรอ ฮึ เมินซะเถอะ ไม่ใช่สเปคฉันเลย ไปให้ไกลๆ ดีกว่า”             ใบหน้างามนั้นงอนิดๆ แก้มใสสีซีดขาวสลับแดงก่ำไปด้วยความโกรธและอาย เธออยากถอยหลังออกไปแต่สภาพนี้ไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้น ขอบตาทั้งสองข้างร้อนผะผ่าวเหมือนจะเป็นไข้ ถ้าเธอก้าวออกไปความเลวร้ายจะวิ่งไล่ตามไปตลอดชีวิต             “มะลิ...ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ อายุ 23 แล้ว เรียนปีสุดท้ายกำลังจะจบแล้วด้วย”             “เหรอ แล้วไง อายุกับการศึกษามันช่วยให้เธอนมโตขึ้นมาได้หรือเปล่าล่ะ เอางี้ไหม ถ้าอยากให้ฉันเอาก็กลับไปทำนมมาใหม่ ฉันน่ะเน้นสรีระไม่เน้นเยื่อพรหมจรรย์หรอกนะ”             มะลิลากำหมัดแน่นข้างลำตัว เขาจะดูถูกเธอมากเกินไปหน่อยแล้วนะ หน้าอกคัพD ก็ไม่ใช่ไข่ดาว ไม่แบนแต๊ดแต๋ แล้วเธอก็ภูมิใจในขนาดของตัวเองมากด้วย สายตาเธอที่มองเขานั้นเต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย และคงแสดงอารมณ์ออกไปมากเกินไปเธอจึงถูกเขาดุด่าอีกหน             “ทำไม อย่ามาด่าฉันด้วยสายตาหน่อยเลย ฉันรู้ว่าเธอคอยอ่อยฉันมานานตั้งแต่ทำงานใหม่ๆ ใครๆ ก็พูดกันให้แซ่ด ผู้หญิงนี่ก็แปลกชอบอ่อยผู้ชายเป็นว่าเล่น หน้าด้าน หน้าทน ไม่อายคนบ้างเลยหรือไง”             “คุณหนึ่ง!” หญิงสาวแทบจะหมดความอดทนเสียแล้ว เธอมาที่นี่ก็เพื่อจะขอความช่วยเหลือกับคนใจร้าย เขาน่าจะมีความเป็นสุภาพบุรุษสักนิดที่เห็นสภาพเธอแล้วถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ไม่ใช่คอยแต่จะด่าว่าให้หน้าม้านกลับไป             “กล้าขึ้นเสียงกับฉันแบบนี้ ไม่กลัวจะไม่ผ่านการฝึกงานหรือไงมะลิลา”             “มะลิรู้ว่าคุณหนึ่งอกหัก แต่มะลิกับผู้หญิงคนนั้นมันคนละคนกัน คนที่มีวุฒิภาวะสูงอย่างคุณหนึ่งก็ควรจะแยกแยะบ้าง ไม่ใช่จับมารวมกันแบบนี้” เธอจี้จุดเขา และพอเห็นตาคมเบิกโตขึ้นก็นึกสะใจเล็กๆ             “เธอพูดบ้าอะไร ใครบอกว่าฉันอกหัก คนอย่างฉันเนี่ยนะจะอกหัก เฮอะ!”             “ต่อให้คุณหนึ่งปฏิเสธหัวชนฝามะลิก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ ที่กินเหล้าจนเมาขนาดนี้ ไม่กลับบ้านกลับช่องต้องมาอยู่คอนโดฯ แบบนี้ ถ้าไม่เพราะอกหักก็คงเป็นโรคติดต่อร้ายแรงจนไม่อยากสู้หน้าใครกระมัง”             “ยัยมะลิลา! เธอด่าฉัน!”พินิจควันออกหู             “มะลิแค่อยากให้คุณหนึ่งตัดใจ อกหักเรื่องเล็กจะตาย หรือคุณหนึ่งเป็นประเภทขาดเธอแล้วจะขาดใจ อ้อ...ลืมไปคนที่คุณหนึ่งรักอยู่บ้านติดกันก็เลยกลับบ้านไม่ได้ แล้วอีกไม่นานก็...ว้าย!”             พินิจกระชากมะลิลาเข้าปะทะทรวงอก นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์เหมือนมีไฟสุมสักสิบกอง เธอจ้องตาเขาไม่ยอมหลบ ยิ่งจ้องอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดจนอกนุ่มเบียดแนบไปกับอกกว้าง และนั่นก็ทำให้พินิจรู้สึกถึงหน้าอกคัพD ของเธอเต็มๆ             “ถ้าเธอเรียนไม่จบจะเป็นยังไงนะ ที่มหา’ลัยไม่ได้สอนเรื่องมารยาทที่ต้องมีกับผู้ใหญ่หรือไง”             “กับคนที่ไม่ยอมรับความจริง แล้วยังโทษคนอื่นอย่างคุณหนึ่งก็ต้องเจอปากอย่างมะลินี่ล่ะค่ะ”             “เธอนี่มัน...” ดวงตาคมกริบกดมองเนินอกรำไร มุมปากของเขากระตุกขึ้นเยาะหยันก่อนจะกระชากเสื้อขาดๆ ของมะลิลาจนเปิดเปลือยเห็นท่อนบนขาวๆ เต็มสองตา “จะให้ดีคราวหลังโนบรามาด้วยเลยสิ จะได้ไม่เสียเวลา” ปลายนิ้วของเขาดึงขอบบราเซียร์สีเนื้อลงจากเต้า             เต้านมขาวผุดผาดขนาดกลมกลึงอวบตึงละลานตาไม่บี้แบนอย่างที่เขาว่าเลยสักนิด พินิจเพ่งมองจาบจ้วงในขณะที่มะลิลาตัวสั่นงันงก ลมหายใจแทบจะลุกเป็นไฟอยู่ที่ปลายจมูก ทรวงอกกระเพื่อมตามแรงหอบหายใจ             “ไม่เล็กเหมือนที่คิด ซ่อนรูปจริงๆ แฮะ”             “พอจะสู้อดีตคนรักของคุณหนึ่งได้หรือเปล่าล่ะคะ”             แต่พอพูดถึงเรื่องนี้อารมณ์ของพินิจก็พลันเดือดดาลสลับสับเปลี่ยน โดยมะลิลาไม่ทันตั้งตัวเธอถูกเหวี่ยงลงกับพื้นพอจะลุกขึ้นร่างสูงใหญ่ก็ตามมากด             “หยุดพูดเรื่องนี้เสียที”             “ทำไมคะ คุณหนึ่งเป็นผู้ชายประเภทไม่กล้ายอมรับความจริงหรือไงคะ ถึงบังคับให้มะลิหยุดพูด”             แม้ลมหายใจของเขาจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นเหล้า แต่น่าแปลกที่เธอกลับไม่รังเกียจ มีแค่อาการสะท้านยามที่ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วร่างโดยเฉพาะหน้าอกตูมๆ ทั้งสองข้าง             “จะหุบปากดีๆ ไม่ได้ใช่มั้ย หรือต้องให้ฉันปิดปากเสียๆ จอมพล่ามของเธอเอง”             “มะลิ...แค่จะเอาแฟ้มมาให้คุณหนึ่ง” เอาเข้าจริงๆ มะลิลาก็หวั่นใจไม่น้อยกับท่าทีของเขา             “นึกกลัวขึ้นมาล่ะสิ ก็บอกแล้วเธอน่ะยังเด็กนักมะลิลา นมโตแล้วก็จริง แต่ปากคงยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คงต้องพิสูจน์” จบคำริมฝีปากของพินิจก็ฉกวูบบดขยี้กลีบปากงามราวคันศร             มะลิลาหลับตาลงอย่างยอมสยบ แต่แล้วภาพชายคนหนึ่งก็ปรากฏเป็นเงาอยู่ในหัวใจ ชายคนที่เคยมอบดอกไม้ให้ในวันวาเลนไทน์ ชายคนที่เคยกระซิบคำว่ารักข้างๆ ใบหู ชายคนที่เคยให้คำสัญญาว่าจะดูแลเธอไปชั่วชีวิต และชายที่ทอดทิ้งเธอไปเงียบๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นอีกหน สองมือยกขึ้นเหนี่ยวต้นคอของคนกักขฬะ น้ำตาหลั่งรินเป็นสายยามที่หัวใจหวนคิดถึงใครคนนั้นขึ้นมา คนที่สอนให้เธอรู้จักความรักและเหยียบย่ำหัวใจเธอทั้งดวงเหมือนดอกไม้ข้างทาง ไร้ค่า และน่ารักเกียจ “หึ อย่าบอกนะว่าจะร้องไห้ฟูมฟายเอาตอนนี้ หลังจากที่เธอหน้าด้านแต่งตัวยั่วยวนมาหาฉันถึงห้องน่ะ ช้าไปหน่อยล่ะมั้ง” คนไม่รู้เรื่องก็ขยันลับฝีปากใส่เธออย่างไม่สนใจว่ามะลิลาจะบาดเจ็บแค่ไหน 
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม