ไบร์ทพยุงร่างเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเดินไปหากล่องยา ซอลมองตามอย่างกลัวๆ หนุ่มวิศวะผู้เกรี้ยวกราดเดินมาพร้อมกล่องยา ก่อนจะมานั่งลงที่พื้นหน้าหญิงสาวและหาอุปกรณ์ทำแผล เขาหยิบขวดน้ำเกลือขึ้นมาจะเทใส่แผลของซอล เธอรีบจับมือเขาไว้ทันที “เดี๋ยวก่อนจะทำอะไร!!!? ”
“ก็ล้างแผลไง” ไบร์ทตอบเธอกลับ
“มันแสบ! เทมาแบบนี้ฉันก็ได้ตายคาที่นี่กันพอดี” หญิงสาวโวยวาย
“แล้วทำยังไงล่ะ?” ชายหนุ่มถามเธอกลับ
“ชุบสำลีก่อนแล้วค่อยๆ เช็ด” ซอลหยิบสำลีขึ้นมา แล้วคว้าน้ำเกลือจากมือของร่างสูงก่อนจะชุบสำลีลงไป ไบร์ทคว้าสำลีที่ชุ่มน้ำเกลือจากมือของหญิงสาว “แล้วมาแย่งทำไมเนี่ย?”
“จะทำ” ไบร์ทพูดหน้าตาเฉยพลางเอาสำลีเช็ดไปที่แผลสด
“โอ๊ยยยยยยยยยยยย!!! ” ซอลร้องตะโกนดังลั่น จนไบร์ทต้องเงยขึ้นมามองหน้าหญิงสาวที่ทำหน้าเหยเก
“เป็นบ้าอะไร!? ” ชายหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิด
“เจ็บอ่ะสิ! แรงคนหรือแรงควายเนี่ย?” ซอลมองไบร์ทด้วยสายตาขุ่นเคือง ขาเรียวสั่นอยู่ไม่นิ่ง
“ก็แรงคนนี่แหละ เรียนคณะนี้ใช้ต้องกำลังไม่มีเวลามาอ่อนโยนกับเด็กสตรีคนแก่หรอก” หนุ่มผู้เกรี้ยวกราดเริ่มไม่พอใจ จับขาของหญิงสาวไม่ให้ขยับและจัดการเช็ดแผลต่อ “และก็พูดจาให้มันดีๆ หน่อย เธออายุน้อยกว่าฉันเยอะนะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น!”
“โอ๊ย! อุ๊ย… ก็ทำตัวไม่น่าเคารพเองอ่ะ” ซอลเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงครางด้วยความเจ็บแสบ
“ตอนนี้ชีวิตเธออยู่ในมือฉันนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอันน่าขนลุก “เลือกเอาว่าจะพูดดีๆ กับฉันไหม? หรือว่าจะให้ออกแรงมากกว่านี้”
“ไม่เอานะ!” หญิงสาวรีบส่ายหน้าไปมา
“แล้วต้องทำยังไงล่ะ? ” ไบร์ทเน้นคำและมองไปที่ซอลเพื่อหาคำตอบ พร้อมยกสำลีชุบน้ำเกลือที่เปรียบราวกับมีดประหารหญิงสาว
“ขอโทษนะคะพี่ อย่าทำแรงเลยนะ พี่…?” ซอลยกมือขึ้นมาไหว้ขอความเมตตาจากหนุ่มวิศวะผู้เกรี้ยวกราด
“ไบร์ท” ชายหนุ่มเอ่ยชื่อตัวเองออกมา เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าจะบอกชื่อให้เด็กน่ารำคาญคนนี้ทำไม แต่รู้ตัวอีกทีก็เผลอบอกไปแล้ว
“นะคะพี่ไบร์ท…” ยัยเด็กตัวแสบทำหน้าตาออดอ้อน
“เออ” ไบร์ทตอบกลับด้วยคำสั้นๆ พลางทำแผลต่อด้วยน้ำหนักมือที่เบากว่าเดิม เกรงว่ายัยเด็กคนนี้จะโวยวายขึ้นมาอีก
“โอ้ย… อ๊า…อุ๊ย…” ซอลครางเสียงเบาด้วยความแสบ น้ำเสียงนี้มันทำให้ไบร์ทรู้สึกคุ้นหูแปลกๆ เหมือนเคยได้ยินในหนังบางประเภท ?
“นี่หยุดร้องเสียงแบบนั้นได้ไหม? เดี๋ยวคนได้ยินก็เข้าใจผิดว่าฉันทำอะไรเธอหรอก” ไบร์ทเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย
“แล้วทำอะไรอ่ะ?” ดวงตากลมปรากฏความสงสัยทันที นี่เธอแกล้งทำเป็นไม่รู้หรือตามไม่ทันจริงๆ ว่าไบร์ทหมายถึงอะไร?
“ซื่อบื้ออย่างเธอไม่ต้องรู้หรอก” ไบร์ทตัดบทไม่ตอบคำถามของเธอ ซอลหันขวับมองหนุ่มวิศวะอย่างค้อนๆ
♬ ♪If I was your boyfriend ,never let you go ♪ ♬
เสียงโทรศัพท์ของซอลดังขึ้นได้จังหวะพอดีเธอเกือบจะได้วางมวยกับผู้ชายตรงหน้าแล้ว เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที ตายห่าละ! ไอ้บิงโทรมาเธอลืมไปเลยว่าบอกให้เพื่อนรอ ซอลรีบกดรับสายด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ว่าไง…?”
[ยังมีหน้ามาถามอีก พวกกูรอมึงนานแล้วนะ] ปลายสายมีน้ำเสียงค่อยไม่พอใจ
“โทษทีว่ะพอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย เดี๋ยวกูจะรีบไป” ร่างเล็กตอบเพื่อนพลางมองไบร์ทที่กำลังจะทำแผลเสร็จ
[มีอะไรเปล่าวะ?] บิงมีน้ำเสียงสงสัย
“ไม่มีหรอก แค่นี้ก่อนนะ” ซอลกดตัดสายก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างๆ
“ผัวโทรตามเหรอ?” ไบร์ทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“หยาบคาย! เพื่อนโทรมาเถอะผัวเผออะไร?” ซอลตอบกลับเสียงแข็ง เธอไม่เคยเจอผู้ชายหยาบคายขนาดนี้มาก่อนเลย
“เอ้างั้นหรอกเหรอ?” ไบร์ทเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวน
“แล้วทำแผลเสร็จยัง?”
“เรียบร้อย” ไบร์ทลุกยืนขึ้นจ้องมองยัยเด็กน่ารำคาญ
“ฉันไปก่อนนะคะ” ซอลก็ลุกขึ้นยืนตามมองร่างสูงที่ยืนตรงหน้า ภายในใจก็แอบคิดไปเสียดายหน้าตาของเขาจริงๆ ไม่น่าเป็นผู้ชายปากเสียเลย
“อืม” ไบร์ทพยักหน้า
“ขอบคุณนะคะพี่ไบร์ท” ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปทันที เธอไม่คิดว่าตัวเองจะพูดคำนี้ออกมาต่อหน้าเขา แต่ด้วยมารยาทก็อดเอ่ยเสียไม่ได้
หนุ่มวิศวะผู้เกรี้ยวกราดไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากมองตามเธอเดินจากไป ยังไม่ทันได้รู้ชื่อเธอด้วยซ้ำแต่ช่างมันเถอะ เด็กบ้าแบบนี้เจอครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว สายตาคมหันไปสะดุดกับสิ่งสิ่งหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะพอดี
โทรศัพท์ของยัยนั่น ทั้งซุ่มซ่าม น่ารำคาญ ซื่อบื้อ แถมยังสมองเสื่อมอีกด้วย เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีในโลกจริงๆ!
ไบร์ทเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะกดเปิดหน้าจอและก็เป็นอย่างที่คิดยัยเด็กนี่ไม่ได้ตั้งรหัสผ่าน สงสัยจะกลัวลืมรหัส เขากดหาเบอร์ที่หาเข้ามาล่าสุด ‘บิง’ คงจะเป็นเพื่อนที่ว่าสินะ ชายหนุ่มลองกดโทรออกทันที
[จำนวนในระบบของท่านไม่เพียงพอ กรุณาเติมเงินเข้าสู่ระบบ ตุ๊ด.]
ให้ตายเถอะ! โทรศัพท์ก็ออกจะแพงแต่ไม่มีเงินเติม ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหัวเสีย ก่อนจะควักโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงตัวเองออกมาโทรหาเพื่อนของเด็กบ้านั่น
[ฮาโหล นี่ใครคะ?] ปลายสายถามอย่างสงสัย
“เพื่อนของน้องลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่คณะวิศวะ”
[…] ปลายสายเงียบไปสักพักก่อนจะมีเสียงซุบซิบอะไรสักอย่าง จากนั้นเสียงซอลก็เอ่ยขึ้น [นี่ฉันเองนะคะ พี่ได้เก็บโทรศัพท์ไว้ให้หรือเปล่าคะ?]
“ถ้าทิ้งฉันคงไม่โทรตามเธอหรอก แล้วนี่อยู่ไหนจะมาเอาเมื่อไร?”
[ตอนนี้อยู่บน BTS แล้วค่ะ ใกล้จะถึงบ้านแล้วด้วย…] เสียงหญิงสาวตอบด้วยความกังวล
“บ้านอยู่ไหน?” ไบร์ทถามถึงบ้านหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก
[เออ…อยู่หมู่บ้าน Hallvilla ค่ะ] ซอลตอบอย่างลังเล
“เดี๋ยวฉันขับรถเอาไปคืนให้เอง” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนออย่างเด็ดขาด เวรกรรมอะไรที่อยู่หมู่บ้านเดียวกับยัยเด็กนี่พอดี
[ไม่เป็นไรค่ะ! ] หญิงสาวรีบปฏิเสธ
“เลิกคิดว่าฉันอยากไปบ้านเธอเลยนะ ที่ฉันอาสาก็เพราะบ้านฉันอยู่หมู่บ้านนั้นเหมือนกัน” ไบร์ทรีบอธิบายก่อนที่ยัยเด็กบ้าจะคิดไปไกล
[อ่อ...ถ้างั้นฉันก็ไม่ได้ติดอะไรหรอกค่ะ]
“โอเค ถ้าฉันกลับบ้านฉันจะโทรเข้าเครื่องเพื่อนเธออีกทีละกัน”
[ค่ะ] ซอลตอบรับก่อนจะตัดสายไป