ตอนที่ 1
‘วิวาห์จำเป็น’
โมซีย์รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังล่องลอยเบาหวิวคล้ายลูกโป่ง มีกลิ่นไอหอม ๆ ของเทียนไขกลิ่นกากไม้ เเละมีภาพอดีตจาง ๆ ของใครบางคนสอดเเทรกเข้ามาในเมมความทรงจำ เธอไม่คุ้นเคยกับเจ้าของใบหน้านั้นเลยสักนิด
เเละเสียงเรียกจากทางไกลหลายหลาเอ่ยขานชื่อใครสักคน เคลือบคลานเข้ามาใกล้ทีละนิด กระทั่งเสียงนั้นกระทบเข้าที่เธอเต็ม ๆ เธอเห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพยายามปลุกใครบางคน
‘หนูเอินลูก หนูเอินตื่นสิลูกเเม่’
‘…’
‘หนูเอินตื่นเดี๋ยวนี้นะ!’
ใครกันน่ะ..ใครกัน
“หนูเอิน!”
“อื้ออ..” โมซีย์ครางครือในลำคอ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเนิบช้า สิ่งเเรกที่พบคือผู้หญิงที่เห็นในลลฝันเเสดงสีหน้าร้อนอกร้อนใจอยู่ตรงหน้าเธอ “คุณคือ..”
“ฮึก” ไม่ทันได้ท้วงติงเธอก็โพล่งเข้ากอดฟุบ “หนูเอิน ลูกทำให้เเม่ใจหายใจควํ่า ทำไมลูกต้องกินยาตายด้วย หรือโกรธเเม่ที่ทำให้ลูกต้องเเต่งงาน เเม่ขอโทษนะหนูเอิน..เเม่ขอโทษ”
“เเต่งงาน ตอนนี้เหรอ?” โมซีย์กระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะหันมองทุกคนตรงหน้า ทุกคนในที่นี่เเตกต่างออกไป รวมถึงเธอด้วย.. “นะ-นี่มันอะไรน่ะ เกิดอะไรกับฉัน”
เอ่ยประโยคนั่นออกไปทุกคนในห้องก็จับจ้องมาที่เธอ ไม่นานหมอเเก่ ๆ เดินเข้ามาตรวจร่างกาย เหมือนผลที่ได้จะไม่ดีนักเท่าที่เธอเห็นสีหน้าของเขา เขาพาผู้หญิงคนนั้นออกไปคุยข้างนอกเป็นการส่วนตัว
โมซีย์ก้มมองตัวเอง เธอสวมชุดกีเพ้าสีเเดงปักลายหงส์งดงาม หัวปกด้วยผ้าคลุมสีเเดง รู้สึกอยากเห็นหน้าตัวเองขึ้นมา จึงลุกจากเตียงหากระจกใกล้ ๆ เพื่อส่องดู ได้กระจกติดผนังบานใหญ่ เป็นต้องตกใจนี่ไม่ใช่ร่างเธอ โมซีย์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจกเพื่อดูให้เเน่ชัด
วงหน้าเล็กถูกเครื่องประทินเเต่งเติมโฉม ริมฝีปากบางทรงคันธนู คิ้วโค้งสวย จมูกโด่ง ตาเรียวคม โมซีย์มองดูตัวเองในกระจกนานสองนาน เเม้จะยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิด ดูเเล้วยังไง ๆ ก็ไม่น่าฝัน เพราะเธอลองหยิกตัวเองมันรู้สึกเจ็บจนต้องรีบหยุด
ผู้หญิงคนนั้นเเละหมอเฒ่า คุยกันเสร็จก็เดินเข้ามาในห้อง สีหน้าเธอดูหนักใจตีเเผ่ออกมาชัดเจน เธอตรงเข้ามาหาโมซีย์เป็นคนเเรกลูบนวลปรางทั้งสองพร้อมยิ้มอ่อน ๆ คนอื่น ซึ่งคงเป็นญาติได้ลุกขึ้นด้วยเหตุผลเดียวกัน
“คุณหนูเป็นยังไงบ้างค่ะคุณนายรอง” สาวผมสั้นเท่าติ่งหูเอ่ยถามสีหน้าเป็นกังวล
“หนูเอินเสียความทรงจำน่ะ อาจจะเป็นผลข้างเคียงของยาที่กินเข้าไป เเต่ไม่ต้องห่วง หนูเอินพ้นขีดอันตรายเเล้ว เเค่ต้องใช้เวลาฟื้นความจำ” ไม่ว่าปากเปล่่่าเธอยกมือลูบหัวอย่่างเอ็นดูล
“เฮ้อ โล่งอกไปที่..เเล้วเรื่องเเต่งงานจะเอายังไงค่ะคุณนายรอง คุณท่านได้โทรมาหาฉันเมื่อกี้นี่ บอกว่าเราไม่ควรปล่อยเจ้าบ่าวคอยนาน”
เธอละสายตาจากผู้หญิงผมสั้นหันมาเธอ “หนูเอินลูก เรื่องที่เกิดขึ้นเราคงต้องทิ้งไปก่อน เพราะตอนนี้เรามีเรื่องสำคัญเเล้วเราก็เรทเวลามานานเเล้ว”
“…”
ไม่ทันได้พูดอะไร โมซีย์ก็ถูกพาตัวออกจากห้อง เธอยังคงตกอยู่ในความงุนงง เอ่ยถามกับผู้หญิงคนนั้นซํ้า ๆ ก็ไร้คำตอบ เเละไม่นานความสงสัยก็ถูกไขให้กระจ่าง โมซีย์เบิกตากว้าง ฉากวิวาห์สีเเดงขนาดใหญ่สะท้อนในตาคู่สวย เเล้วผ้าคลุมที่ปรือเปิดถูกดึงลงให้ปกปิดการมองเห็นของเธอ
เสีียงระฆังดังก้องไปทั่วทุกหนเเห่ง เธอทำตามขั้นตอนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ หากผิดหญิงสาวผมสั้นก็จะกระซิบบอกเธอเบา ๆ เพราะผ้าคลุมปกปิดหน้าเอาไว้ ทำให้เธอมิได้เห็นเจ้าบ่าวในงานเเต่ง พิธีเเรกผ่านไปได้ดี เเละเเล้วเธอก็ถูกพาไปยังอีกที่่หนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ผ้าคลุมยังปิดอยู่
เเม้ผ้าคลุมสีเเดงจะปกปิดเเต่จิตสัมผัสลางห์ ๆ ของเธอมันบอกว่า เธอได้ออกจากวิวาห์สถานที่ก่อนหน้า เเละตอนนี้กำลังอยู่ในห้องกับอีกคนหนึ่ง ส่วนที่เธออยู่ตอนนี้น่าจะเตียง…เพื่อความมั่นใจโมซีย์วางมือลงลูบเบา ๆ สัมผัสของผ้าปูบอกได้ชัดเจน
ขณะนั่นเองเตียงเกิดการเคลื่อนไหวเล็กน้อย โมซีย์ถึงกลับหยุดกลั้นหายใจ กลิ่นหอมโชยอ่อน ๆ เเละเเน่นอนไม่ใช่นํ้าหอมของเธอเเน่ หญิงสาวตัวเเข็งทื่อเป็นครั้งเเรกที่นักฆ่าอย่างเธอรู้สึกทำอะไรไม่ถูก ผ้าคลุมที่ปิดหน้าถูกดึงขึ้นช้า ๆ เธอหลับตาปี๋ เเล้วเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงเย็นดั่งนํ้าเเข็ง
“ลืมตาได้เเล้ว”
“…” เธอปรือตาขึ้นตามคำสั่ง
เธอมองหน้าเขา เขามองเธอเช่นกันเเต่มองเพียงวิเดียวก็ลุกขึ้เดินไปหน้ากระจก ปลดชุดที่ใส่อยู่ออก ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเธอเลยสักนิด โมซีย์กระพริบตาปริบ ๆ ตามเนื้อเรื่องเเล้วคนที่รักกันจนเเต่งงานน่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ เเต่นี่จืดชืดอย่างเห็นได้ชัด คล้ายกับทั้งคู่ไม่ประสงค์จะลงเอยอย่างนี้
เเละคล้ายกับวาการจ้องมองเขานาน ๆ จะถูกเจ้าตัวพบเห็น ดวงตาเเข็งกร้าวดุจเกล็ดมังกรจ้องเธอผ่านกระจก ทำให้โมซีย์ซึ่งอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ต้องดึงหน้าหลบ เเล้วเขาก็หมุนตัวมาเธอตรง ๆ
“หลี่ เอินใช่ไหม?” เขาถามด้วยโทนเสียงนิ่งตายเฉกเช่นสีหน้า
เธอค่อย ๆ หันหน้ามามองเขา “เอ่อ..”
“ไม่ยินที่ถามเหรอ”
โมซีย์เม้มปากอย่างหนัก เธอไม่รู้ด้วยซํ้าว่าตัวเองต้องตอบยังไง จะตอบไปตามตรงก็กระไร ๆ อยู่ เพราะนี้ไม่ใช่ร่างของเธอ หญิงสาวกลอกตาไปมา สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยน จากที่นิ่งกลายเป็นดุกันเบา ๆ ผ่านม่านตาคมกริบ ราวกับตอนนี้เธอไม่ได้ถูกผู้ชายจ้อง เหมือนมังกรตัวใหญ่น่าเกรงขามจ้องอยู่มากกว่า
‘หนูเอิน..’
ความจำหน่วยเล็ก ๆ ผุดขึ้นมา ก่อนหน้าหญิงคนนั้นได้พูดชื่อนี้ซํ้า ๆ เเละนั่นคงจะเป็นนามเจ้าของร่างนี้
“ใช่ ใช่ค่ะ”
“…” เขามองเธอเฉย ๆ ไม่ได้ตอบอะไร
“…” เธอทำตัวถูกเลยส่งยิ้มไปบาง ๆ
“ฉันเฉิน ซีฮัน ที่ต้องบอกชื่อเพราะเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็หวังว่าหลังจากนี้จะดีนะ..ฝากตัวด้วยครับ”
โมซีย์พยักหน้ารับ อย่างที่คิดไว้ทั้งคู่ไม่ได้ตั้งใจเเต่งงานกัน ดูจากการกระทำที่อีกฝ่ายมีต่อกันมันห่างเหิินไม่มีความวิเศษในตาของเขาเลย นอกจากความเฉยชาเเละดุดันว่างเปล่า เเค่นี้ก็ชัดมากพอเเล้ว เเต่เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าเหตุผลอะไรทำไมทั้งคู่ถึงต้องเเต่งงานกัน
“คืนนี้เอินนอนที่นี่นะ ฉันจะไปนอนอีกห้อง”
“คะ-ค่ะ” เธอหันไปตอบ
“อืม อีกเดี๋ยวฉันไป ตอนนี้ต้องตีเนียนอยู่ห้องนี่ก่อน”
“…” เธอพนักหน้าเข้าใจหงึง ๆ
ประมาณหนึ่งชั่วโมงเขาก็จากห้องที่อยู่กับเธอตามคำพูด ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยม ที่ถูกจัดสรรมาเพื่อคู่รักดอกไม้บนเตียงยังคงสภาพเดิม เทียนหอมที่อยู่มาก่อนเเล้วยังคงโชยกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง
โมซีย์ยังคงตั้งคำถามเเม้รู้เต็มว่าคงไม่ได้คำตอบ เธอจึงสลัดความคิดนั่นทิ้งไปก่อน ณ เวลานี้เธอต้องถอดชุดบ้านี่ออกเเล้วก็น่าจะนอนพักสักหน่อยเพราะรู้สึกเพลียชอบกล
TBC…