เสียงเรียกจากเพื่อนสนิทส่งผลให้ฉันเงยหน้าจากเอกสารประกอบการศึกษาที่กำลังอ่านอยู่แล้วมองตรงไปยังเจ้าของเสียง กิ่งเดินถือแก้วชานมไข่มุกมาทางนี้
“พี่เชนฝากมาให้” เธอพูดแล้ววางมันลงตรงหน้า คำบอกกล่าวนั้นทำให้ฉันเลื่อนสายตาไปทางที่เธอเดินมาก็เจอผู้ชายกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล หนึ่งในนั้นมองมายังฉัน ฉันค่อมหัวให้เขาทีหนึ่งเป็นการแสดงความขอบคุณแล้วจึงก้มลงอ่านเอกสารต่อโดยไม่สนใจแก้วชานมนั้น ฉันไม่เคยกินของที่พวกผู้ชายทั้งหลายเอามาให้และอีกอย่างฉันชอบกินชานมแต่ไม่ชอบกินไข่มุก
เคยกินแล้วมันติดคอน่ะ ทรมานมาก หลังจากนั้นก็ขอบาย
“ฉันว่าพี่เชนเขาก็ดีนะบี้ ดูแลเอาใจใส่บี้ดีจะตายแถมยังหล่อด้วย” ‘พี่เชน' ที่กิ่งพูดถึงคือรุ่นพี่ปีสามที่เป็นเดือนคณะการโรงแรมที่ฉันเรียนอยู่ เขาพยายามจีบฉันหลายเดือนแล้วแต่ฉันไม่เล่นด้วย ความจริงฉันก็ไม่เล่นด้วยกับทุกคนที่มาจีบนั่นแหละ อีกอย่างนะ ฉันน่ะเคยเรียน ม.ปลายที่เดียวกับพี่เขาแต่เมื่อก่อนฉันอ้วนมาก อ้วนจนแม่ไปบนว่าถ้าฉันผอมจะถวายไข่ไก่ร้อยฟอง โชคดีที่ช่วงนั้นลองเต้นดูก็รู้สึกชอบขึ้นมาจนกลาย เป็นนักโคฟเวอร์และผอมในที่สุด ก็นั่นแหละตอนอ้วนไม่แม้แต่ชายตามองพอผอมมาน้องบี้อย่างนู้นน้องบี้อย่างนี้
ฉันผอมแล้วฉันสวยแล้วฉันเลือกได้ ฉันจะเลือก!
ติ๊ง!
เสียงการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมา ฉันก้มลงมองก็พบว่าเป็นข้อความจากแอป ‘Sex Cam’ ที่เพิ่งโหลดมาได้ไม่นาน ฉันลากการแจ้งเตือนนั่นทิ้งก่อนจะสนใจเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามต่อ ถ้าไม่ว่างหรือจำเป็นจริง ๆ ฉันจะไม่เล่นแอปพวกนี้ข้างนอกห้อง กันไว้ก่อนดีกว่าแก้ เกิดโป๊ะขึ้นมาล่ะซวย
“เรายังอยากโสดอะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเวลาดาราตอบคำถามพลางกระพริบตาปริบ ๆ กิ่งเห็นดังนั้นก็เขกหัวฉันทีหนึ่ง
“ทั้ง ๆ มีคนมาจีบตั้งมากมายแต่กลับไม่สนใจสักคน แกเกือบเป็นถึงดาวคณะนะบี้” ที่เธอพูดมันถูกทุกอย่าง ฉันเคยเกือบได้รับเลือกเป็นดาวคณะด้วยแหละไม่อยากจะโม้ แต่ฉันปฏิเสธ ฉันไม่ชอบให้ตัวเองเด่น อยากเด่นก็แค่ตอนเต้นเท่านั่นแหละ
“เป็นอะไรเหรอ?” เพราะเห็นเพื่อนนั่งขมวดคิ้วกับโทรศัพท์ฉันจึงถามขึ้นมา
“อาจารย์ยกคลาสอะ บอกพี่ยิมไปแล้วด้วยว่าเลิกสี่โมง” พี่ยิมที่ว่าคือแฟนของเธอนั่นแหละ
“งั้นไปเที่ยวห้างกันก่อนปะ?” นี่เพิ่งจะบ่ายสอง ปกติแฟนของเธอจะเป็นคนมารับมาส่ง แสดงเธอต้องอยู่รออีกสองชั่วโมง เพราะไม่อยากให้เพื่อนอยู่คนเดียวฉันจึงชวนเธอไปเที่ยวห้างที่อยู่ไม่ไกลจากมหา'ลัย อีกอย่างวันนี้ก็ร้อน ไปตากแอร์ที่ห้างสักหน่อยก็คงดี
“เอา ๆ ๆ” คนตรงข้ามพยักหน้ารัวก่อนจะเก็บเครื่องสำอางที่เพิ่งเอาออกมาลงกระเป๋า ฉันพับเอกสารเข้ากระเป๋าตามแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เหลือบไปเห็นว่าพี่เชนมองมาทางนี้จึงหยิบแก้วชานมไข่มุกที่เริ่มละลายขึ้นมาถือ เมื่อเดินออกมาจนพ้นสายตาจึงทิ้งมันลงถังขยะ
บอกแล้วว่าตอนนี้ฉันสวยเลือกได้!
อย่างที่บอกว่าห้างอยู่ไม่ไกลเลยนั่งรถเมล์แค่หนึ่งป้ายก็ถึง สิ่งแรกที่ทำเมื่อมาถึงคือขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อเล่นของเล่น โดยฉันเลือกที่จะตรงไปที่เกมเต้นโดยมีกิ่งตามมาติด ๆ
หลังจากเราทั้งคู่ผลาญเวลาไปกับการเล่นเกมตู้ ร้องคาราโอเกะและเดินเที่ยวห้างไปเกือบสองชั่วโมง กิ่งก็กลับไปที่มหา'ลัยส่วนฉันก็กลับมาที่หอ เดิมทีฉันอยู่ต่างจังหวัดกับครอบครัว พอได้เข้ามหา'ลัยที่กรุงเทพฯ เลยทำให้ต้องเช่าหอพักอยู่คนเดียว
ตุ้บ!
โยนกระเป๋าลงบนที่นอนเสร็จก็นอนแผ่ไปบนเตียง ความเหนื่อยและง่วงทยอยเข้ามาในประสาทการรับรู้ส่งผลให้เปลือกตาฉันค่อย ๆ ปิดลง
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ฉุดให้ฉันตื่นขึ้นมาทั้ง ๆ ที่เพิ่งจากหลับไปได้เพียงไม่กี่นาที ฉันเด้งตัวขึ้น ในใจเริ่มนึกได้ว่าเมื่อตอนบ่ายมีข้อความส่งมาจึงรีบล้วงมือลงไปหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายที่โยนลงมาก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นว่าเป็นการแจ้งเตือนจากแอปเดิมฉันก็กดเข้าไปดูและก็เห็นว่าเป็นคนเดิมกับที่ส่งมาตอนบ่าย
‘Gray : ทำอะไรอยู่เอ่ย?’
‘Gray : ไม่ว่างเหรอครับ?’
คนที่ฉันคุยด้วยใช้ชื่อว่า ‘เกรย์' เราเพิ่งคุยกันได้ไม่กี่วันในแอปที่ชื่อว่า Sex Cam มันเป็นแอปที่ฉันเพิ่งเจอจากการค้นหาในกูเกิล คุณสมบัติก็เหมือนกับแอปแชททั่ว ๆ ไปที่เคยเล่นแต่มันพิเศษตรงที่หากต่างคนต่างกดหัวใจในช่องแชทจะสามารถเปิดกล้องได้
‘B… : นิดหน่อยค่ะ'
รัวนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์พลางลุกขึ้นยืนถอดเสื้อผ้าเพื่อจะไปอาบน้ำ รอไม่กี่อึดใจเสียงการแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้งคล้ายกับปลายสนทนารออยู่ก่อนแล้ว
‘Gray : นึกว่าจะโดนเทซะแล้ว'
“หึ…” ฉันหัวเราะในลำคอแล้วกดส่งสติ๊กเกอร์ไป เสร็จก็ทิ้งโทรศัพท์ไว้ไปอาบน้ำโดยไม่สนใจมันอีก
ใช้เวลาประมาทสิบนาทีฉันก็ออกมาในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้น สายตาเหลือบไปมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่งก่อนจะล้มตัวลงบนที่นอน
เฮ้อ…เอาไว้ก่อนละกัน เหนื่อยโคตร ๆ
ฉันพลิกตัวนอนหงายมองเพดานห้องนอนของตัวเองด้วยสายตาเบื่อหน่ายและง่วงงุน รอไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
…หมดไปแล้วกับหนึ่งวันที่แสนน่าเบื่อ
“ฉันจะไปฟ้องแม่! พวกเธอไม่รอดแน่” ฉันนั่งดูการ์ตูนเรื่องโปรดที่ฉายในโทรทัศน์ มันเกี่ยวกับพี่น้องนักประดิษฐ์สองคนชื่อฟีเนียสกับเฟิร์บที่ชอบประดิษฐ์ของหลังบ้านโดยมีพี่สาวชอบจับผิดและนำไปฟ้องแม่กับสายลับตุ่นปากเป็ดหนึ่งตัว สนุกดีฉันชอบ เป็นการ์ตูนที่ไม่มีอะไรแต่มีอะไร เอ๊ะ...อะไรวะงง เอาเป็นว่าช่างเถอะ
เมื่อนั่งดูจนการ์ตูนจบตอนฉันก็ลุกขึ้นเดินไปยังโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องชาร์จไว้อยู่ เพราะเมื่อวานหลับเพลินเลยลืมชาร์จทำให้แบตฯ หมดเกลี้ยง
จัดการเปิดเครื่องเสร็จสรรพก็เห็นว่ามีการแจ้งเตือนเด้งออกมาจากแอปเดิม เนื่องจากเมมโมรี่ใกล้เต็มบวกกับเริ่มรู้สึกเบื่อฉันจึงลบแอปเดิม ๆ ที่เคยเล่นก่อนหน้านี้ทิ้งหมดจนเหลือแอปเดียว
‘Gray : ทำไมไม่กดหัวใจล่ะ?’
นั่นคือข้อความที่ส่งมาเมื่อคืนที่ฉันยังไม่ได้ตอบเพราะเผลอหลับไปก่อน
จะเปิดกล้องงั้นเหรอ? ใช่เรื่อง…
‘B… : ทำไมคะ?’ และหลังจากที่ฉันตอบกลับไปไม่นานอีกฝ่ายก็ส่งข้อความกลับมา
‘Gray : อยากเห็นหน้า ไม่ได้เหรอครับ?’
‘B… : เราเพิ่งคุยกันไม่กี่วันเอง’ ฉันยังต้องเซฟตัวเองไว้นะ ทุกคนต้องอยู่ในเซฟโซนของตัวเองอยู่แล้ว
‘Gray : เราคุยกันหลายวันแล้วต่างหาก’ อีกฝ่ายยังคงดื้อดึงจะให้ฉันใช้กล้องให้ได้ เรื่องมากจริงแฮะ…ฉันถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์
‘B… : โทรศัพท์หนูกล้องเสียค่ะ' …แน่นอนว่าฉันโกหก
อยู่ ๆ ก็รู้สึกอยากกินของหวานจึงกำโทรศัพท์ไว้ในเมื่อแล้วคว้ากระเป๋าตังค์ใบจิ๋วมาจากโต๊ะ เป้าหมายฉันคือร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ใกล้จากหอพักสักเท่าไหร่ ที่นั่นของอร่อยแถมยังไม่แพงมากด้วย บรรยากาศก็ดี การตกแต่งร้านก็น่ารัก
เนื่องจากอยู่ไม่ไกลฉันจึงใช้เวลาเดินมาเพียงสิบนาที แต่ก่อนจะเข้าไปในร้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน
ติ๊ง!
‘Gray : งั้นออกมาเจอกันหน่อยก็ได้ครับ'
ฉันมันไม่น่าเสียโง่เลยจริง ๆ เพราะไม่เคยเล่นแอปนี้มาก่อนทำให้ตอนสมัครแอ็กเคานต์ดันเผลอเอ๋อไปกดสถานที่ใกล้เคียง ระบบมันก็เลยสุ่มคนที่อยู่ในละแวกไม่เกินจากนี้ประมาณสองสามจังหวัด จะลบหรือแก้ไขก็ทำไม่ได้…โคตรโง่ไอที
‘B… : จะอยากเจอไปทำไมเหรอคะ?’ จำได้ว่าเขาเคยบอกฉันว่าตัวเองอยู่สมุทรปราการ ถ้าคิดดี ๆ มันก็ไม่ได้ไกลจากที่ฉันอยู่เท่าไหร่ โอ๊ย...จะบ้าตาย
‘Gray : ก็บอกไปแล้วไงครับว่าอยากเห็นหน้า'
ฉันบุ้ยปาก กรอกตามองบน เริ่มไม่โอเคแล้วอะ…รู้สึกเหมือนกำลังถูกคุกคาม
ติ๊ง! เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมตอบอีกฝ่ายจึงส่งข้อความมาอีกครั้ง สายตาฉันไล่อ่านตัวอักษรบนหน้าจอในขณะที่เท้าก็ก้าวเดินไปในร้านด้วย
‘Gray : แค่เจอกันแป๊บเดียวเอง'
‘Gray : ไม่ใช่วันนี้ก็ได้'
‘Gray : อย่าเงียบสิครับ'
“เฮ้อ…” ฉันถอนหายใจออกมายาวเหยียด รู้สึกเสียดายเพราะก่อนหน้านี้ที่คุยมาฉันรู้สึกว่าเขาคุยดีมาก ไม่มีการสื่อไปในทางลามกอนาจารแม้แต่น้อยแต่พอมาวันนี้กลับอยากจะเห็นหน้าฉันให้ได้
ยิ่งนานเข้าธาตุแท้ก็เริ่มออก…
ฉันตัดสินใจกดบล็อกลงไปซึ่งก็เป็นวินาทีเดียวกับที่มีคนที่ใช้ชื่อว่า ‘Am Guy’ ทักมาหาฉันว่า “สวัสดีครับ”