บทที่ 13

1216 คำ
นางกินดื่มตามที่ได้รับคำสั่ง เพราะไม่อยากให้ยายป๋ายจับพิรุธได้ นางไม่คิดจะอยู่ที่นี่ไปทั้งชีวิต แต่กว่าจะถึงวันที่มีหนทางนางสมควรทำตัวให้ได้รับความเมตตาที่สุด สายลมเย็นพัดมาอีกครั้งหน้าต่างไม่ได้ถูกปิด อิงหลงนอนห่มผ้าบนเตียง อาซู่นอนอยู่ข้างๆมีเตียงเล็กๆอยู่ยังมุมห้อง คล้ายเป็นที่ประจำของนางหรือจะเรียกว่าผู้คุมคงถูก เสียงขยับกายแม้แผ่วเบาอย่างระวังอาซู่กลับได้ยิน “นายหญิงท่านต้องการสิ่งใดเจ้าคะ” “อาซู่ จนป่านนี้ไยเจ้าไม่หลับ” “ข้าได้ยินเสียงนายหญิงลุกขึ้น” อิงหลงรู้สึกอึดอัดใจอีกประการก็รู้สึกสงสาร แม้ยามหลับตานางยังคงมิอาจพักได้อย่างเต็มที่ เพราะหากตื่นมาแล้วตนหายไปอาจถูกลงโทษหนัก กฎทหารแม้นรุนแรงแต่กฎวังก็หาได้แตกต่างกัน “อาซู่ เจ้านอนไปเถอะ อย่างห่วงข้ามิได้คิดหนีเพื่อสร้างภาระให้แก่เจ้าดอก” อาซู่ได้ยินเช่นนั้นดั่งถูกมีดทะลวงใจ นางคิดเสมอว่าสตรีที่ตนรับใช้อยู่เป็นแต่เพียงสาวชาวบ้านที่เรียกตัวเองว่าหนูตกถังข้าวสาร กิริยามารยาทแม้แช่มช้อยแต่เมื่อได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี อาจกำเริบอวดเบ่งบารมีคล้ายหญิงสาวมากมายที่เยว่เทียนรับมาชุบเลี้ยง หากแต่เมื่อได้ยินคำพูดของอิงหลงนางกลับรู้ได้ในทันทีว่าตนนั้นมิได้รับใช้คนผิด นางลุกขึ้นจากเตียงนั่งหย่อนขามองไปทางเตียงใหญ่ซึ่งอยู่ห่างพอประมาณ ในห้องนอนกว้างขวางเพราะเป็นถึงตำหนักหลักของตำหนักเร้นจันทรามีเพียงนางสองคน “นายหญิง ข้าเป็นเพียงสาวรับใช้โง่เขลา ขอท่านอย่าถือสา” “คำพูดของเจ้าหาใช่คำพูดของคนโง่ ข้าเชื่อว่าต่อไปหากเจ้ารักดีย่อมต้องได้แต่งกับชายหนุ่มจากตระกูลดีๆซักคนแน่เทียว” อาซู่เหม่อลอย “นายหญิงท่านรู้หรือไม่ว่าข้าถูกขายตัวมาเป็นทาส คำพูดของท่านมันไม่ต่างอะไรจากความฝัน และข้าก็ไม่เคยได้หลับฝันถึงความสุขเช่นนั้นมานานมากแล้วนับตั้งแต่เข้าวังมา” อิงหลงสะดุ้ง ชันกายลุกขึ้นนั่งไปทางด้านหัวเตียง รู้สึกขวัญสะท้านเมื่อรู้ตัวว่าตนเองเข้ามาอยู่ในวัง “อาซู่ บอกข้ามาตามตรงที่แท้แล้วเวลานี้ข้าอยู่ที่ใดกันแน่” อาซู่เงียบไปครู่ใหญ่ กว่าจะเอ่ยออกมาก็ทำเอาอิงหลงลุ้นอยู่นาน “ที่นี่คือวังหลวง ส่วนที่เรากำลังอยู่ในตอนนี้คือตำหนักของอดีตเจ้าจอมเหยา และพระนางคือพระมารดาขององค์ชายรัชทายาทเยว่เทียนเจ้าค่ะ” ดั่งถูกแส้สวรรค์สาดซัดเข้ากลางอก อิงหลงหาได้ยินดีกับสิ่งที่ได้ยิน มีเพียงความอึดอัดคับเคืองใจที่ถูกชายจากตระกูลสูงส่งกระทำราวกับนางเป็นเพียงชาวป่าชาวเขา ทั้งที่เขาเป็นถึงรัชทายาทแต่กลับกระทำเรื่องน่าอัปยศแก่หญิงสาวตัวเล็กๆ ทั้งฉุดพรากนางออกมาจากพิธีแต่งงาน ย่ำยีจนนางสูญเสียพรหมจรรย์ จะมีสิ่งใดลบล้างความน่าอดสูของเลือดราชวงศ์อันสูงส่งนี้ได้ ภายในตำหนักเล่อเหยาร่างสูงสง่าของฮ่องเต้ฉางซีนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างงดงาม ใบหน้าของพระองค์นิ่งสงบเงียบขรึมในอุ้งหัตถ์มีถุงผ้าแพรสีเขียวอ่อน กลิ่นหอมจากถุงหอมแม้จะเจือจางลงไป แต่ลวดลายดอกโบตั๋นสีแดงซึ่งปักอย่างบรรจงยังคงถือไว้ติดมือตลอดเวลา นานมากแล้วที่กลิ่นนี้หลอกหลอนให้ทรงคิดถึงแต่เพียงภาพฝันในอดีตอันแสนงดงาม ประตูห้องบรรทมถูกเปิดออก นางกำนัลหกคนเดินเข้มาพร้อมกับถาดอาหารและยาบำรุง แต่ละนางถือถาดซึ่งมีเครื่องบำรุงชั้นเลิศ นางกำนัลหกคนอาหารและยาบำรุงก็มีหกอย่าง ผู้ที่เดินตามเข้ามาคือยายป๋าย หากแต่การแต่งตัวของนางกลับดูสูงศักดิ์กว่าตอนที่อยู่ในกระท่อมกลางป่ากับอิงหลงมากนัก “หม่อมฉันขอถวายพระพรเพคะ” ใบหน้าชราภาพของพระองค์เบนหน้ากลับมามองทางยายป๋าย หรือจะเรียกให้ถูกก็คือแม่นมขององค์รัชทายาท ซึ่งศักดิ์ของนางนั้นนับได้ว่าสูงส่งไม่น้อยหน้าไปกว่าพระมารดาของเยว่เทียน “ได้ข่าวว่ารัชทายาทได้นกป่ากลับมาเลี้ยงที่ตำหนัก ข่าวนี้จริงเท็จประการใด” แม่นมยิ้มแย้ม โบกมือสั่งนางกำนัลเข้าไปใกล้พระองค์ วางยาบำรุงและอาหารบำรุงตามลำดับแล้วถอยออกมายืนที่เดิม นางเดินเข้าไปยืนเยื้ององค์ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มใส “ดีทีเดียวเพคะ ทั้งงดงาม และเพียบพร้อม” พระองค์เพียงยกยิ้มมุมพระโอษฐ์สูง ก่อนหน้าแม้เยว่เทียนจะเคยนำเอาหญิงสาวที่ได้ไปมีความสัมพันธ์กลับเข้าวังมาด้วย แต่หญิงสาวเหล่านั้นกลับได้อยู่เพียงตำหนักเสียนเฉิน ซึ่งนับว่าเป็นตำหนักที่อยู่เขตวังหน้าและบ่อยครั้งได้ข่าวว่าพวกนางกลับบ้านเกิดเมืองนอนไปเพราะไม่ได้รับการเหลียวแล ร่วมหอเพียงคืนเดียวใช่เกี่ยวสมัครเป็นคู่ชีวิต พระองค์ยังจำได้ดีกับคำพูดที่รัชทายาทมักพูดถึงพวกนางบ่อยครั้ง “นางงดงามเพียงใด” “ดูพระองค์ใคร่รู้ สงสัยรึเพคะ ว่าเพราะเหตุใดนางจึงได้เข้าไปอยู่ตำหนักจันทรา” พระองค์พยักหน้ารับเบาๆ เริ่มหยิบถ้วยเห็ดหลิ๋นจือแดงตุ๋นเอ็นลูกวัวมาถือไว้ในมือ ใช้ช้อนตักเสวยอย่างระวัง “แม้จะเป็นของบำรุง ตัวยาดี เครื่องปรุงดี แต่ในเมื่อมันยังร้อนก็อย่าได้ผลีผลาม” “พระองค์ไม่ทรงมั่นใจในสายตาของหม่อมฉันหรือเพคะ” แม่นมป๋ายเอ่ยเย้าแหย่ พระองค์ยิ้มแย้มตักอีกช้อน “ใต้หล้านี่หากข้าไม่เชื่อคนที่เลี้ยงเยว่เทียนมากับมือแล้วจะเชื่อถือผู้ใดได้ ลูกข้าคนนี้ทั้งหยิ่งผยอง ดื้อรั้นนัก ดีเพียงอย่างเดียวคือเก่งกาจงานราชการปราดเปรื่องกว่าใครในแผ่นดิน จะพูดว่าเพราะการเลี้ยงดูของท่านยอดเยี่ยมย่อมมิผิด” เสียงแม่นมถอนใจ “แต่หม่อมฉันก็ทำผิดพลาดที่ตามใจรัชทายาทจนเสียนิสัย พระองค์ไม่ใช่พวกรักหยกถนอมบุปผา หญิงงามมากมายกลับมิไยดี คนแล้วคนเล่าที่ทนความเย็นชาไม่ไหวต้องหนีกลับบ้านเกิดเมืองนอนไป” “แล้วคนนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นหรือ ยกย่องกันถึงขนาดเอาไว้ในตำหนักใน แปลว่าต้องมีมากกว่าความงาม” ทีแรกแม่นมป๋ายคิดจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระองค์รับรู้ แต่แม้จะเป็นเพียงแม่นมหากก็รักใคร่ในตัวรัชทายาทดุจลูกในไส้ หากองค์ฉางซีทรงรู้ว่าองค์รัชทายาทอุกอาจเข้าไปลักพาตัวนางมาจากพิธีแต่งงานบ้านสกุลหยาง มิหนำซ้ำยังรังแกนางจนสร้างตราบาปแก่หญิงบริสุทธิ์ ไม่แน่ว่าอาจถูกถอดออกจากตำแหน่งรัชทายาท
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม