12 ปีก่อนหน้านี้
ร่างสมส่วนของเด็กสาววัย 15 ปีวิ่งตึงๆ เข้าห้องน้ำของทางโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใกล้กับอาคารศิลปะ เธอหน้าซีดคิ้วขมวดเพราะกระโปรงเต็มไปด้วยคราบเลือดจากประจำเดือน เห็นดังนั้นจึงตักน้ำมาล้างกระโปรงพลางใช้มือเช็ดอีกแรง
“ทำไงดี?”
นั่นสิ! เธอจะทำยังไงดี กางเกงในก็โชกไปด้วยเลือด ถึงล้างแล้วก็ยังแฉะไม่สามารถใส่ต่อได้แน่นอน แล้วไหนจะกระโปรงอีก ณ ตอนนี้กระโปรงนักเรียนของเธอทั้งหนักทั้งเหม็นคาวเลือดคลุ้งทั่วห้องน้ำ
มาลินกระวนกระวายไม่กล้าออกไปไหน เธอยืนแช่อยู่ในนั้นพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือ ภาวนาให้เลิกเรียนไวๆ แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงตรง
“เฮ้ย เดี๋ยวกูไปเก็บเอง”
ร่างสูงโปร่งอาสาเมื่อลูกบอลถูกเตะโด่งไปไกลอีกฟากฝั่ง ทุกคนในทีมต่างก็พยักหน้ามองดูกวีวิ่งไปเก็บลูกบอลบริเวณห้องน้ำใกล้ตึกศิลปะ เขาวิ่งเหยาะๆ มาจนถึงหน้าห้องน้ำหญิงปรากฏว่าได้ยินเสียงคนพึมพำบางอย่างอยู่ในนั้น
‘ทำไงดี เอาไงดี’
กวีได้ยินแค่สองคำนี้ที่ดังแว่วเข้าสองหู เขาก้มหยิบลูกฟุตบอลก่อนเดินด้อมๆ มองๆ ไปยังแถบห้องน้ำหญิงแต่ก็ไม่พบใครสักคน จะมีก็แต่ประตูห้องน้ำ 3 ที่ปิดไว้ พานให้คิดไปว่ามีคนอยู่ในนั้นแน่ๆ หากไม่ทันคิดไปไกลกว่านั้นจู่ๆ ประตูห้องน้ำห้องที่ 3 ก็เปิดแง้ม ก่อนจะมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมามองซ้ายแลขวา เธอดูตระหนกตกใจยามเห็นเขายืนอยู่แถวนี้จึงปิดประตูลงอีกครั้ง
“เฮ้ย! ไอ้พอร์ชได้ยังวะ”
กวีหันขวับเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนตะโกนเรียก เขามองบานประตูห้องน้ำสลับกับฝั่งสนามหญ้าขนาดใหญ่ ก่อนตัดสินใจวิ่งมาหาเพื่อนพร้อมลูกบอลในมือ แต่ทว่าเมื่อวิ่งเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนแล้ว สายตากวีก็ยังคงเพ่งมองไปยังห้องน้ำข้างตึกศิลปะจนไม่เป็นอันเรียนวิชาพละ และเมื่อคาบเรียนสิ้นสุดลงเขาก็ยังคงไม่เห็นใครเดินออกมาจากสถานที่แห่งนี้ แล้วน้องคนนั้นล่ะ? คนที่เขาเห็นเธอแวบๆ น่ะ
“มึงขึ้นไปก่อนเลย กูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”
กวีบอกเพื่อนก่อนวิ่งเหยาะๆ มายังห้องน้ำชาย เขาล้างหน้าล้างตาใช้น้ำราดหัวจนผมเปียกชุ่ม จึงถอดเสื้อนักเรียนออกจากลำตัวแล้วนำมาสลัดอยู่สองสามครั้ง ก่อนใช้เสื้อพาดบ่าแล้วเดินอ้อมมายังฝั่งห้องน้ำหญิงที่อยู่ห่างกันไม่มากนัก ปรากฏว่าประตูห้องน้ำห้องที่ 3 ยังปิดอยู่ ด้วยความสงสัยจึงเดินดุ่มๆ เข้ามา
“มีใครอยู่ในนั้นไหม”
เขาถามพลางเคาะประตูเรียก และนั่นยิ่งทำให้มาลินกลัว เด็กสาวทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ หมุนตัวกระสับกระส่ายอยู่ในนั้นจนเสียงหน้าประตูเงียบลง เธอจึงพ่นลมหายใจออกปากด้วยความโล่งอก แต่ทว่าความวุ่นวายยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นเมื่อจู่ๆ ก็มีคนชะโงกหน้าขึ้นมาจากด้านบน...
“เฮ้ยน้อง! ทำอะไรน่ะ เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมไม่ออกมา”
มาลินเงยหน้ามองข้างกำแพง เป็นฝั่งห้องน้ำห้องที่ 2 แล้วเตรียมอ้าปากจะร้องกรี๊ดทว่ากวีรีบโบกมือห้ามเสียก่อน
“อย่าร้อง พี่มาดี...มาดูว่าน้องเป็นอะไรหรือเปล่า”
มาลินหน้าซีดน้ำตาไหลพราก เธอหลุบตาไม่กล้ามองหน้ารุ่นพี่คนนั้น สุดท้ายจึงตัดสินใจเปิดประตูออกมาเงียบๆ ด้านกวีเองก็ยอมทิ้งตัวลงมาจากผนังห้องน้ำ เขาสวมเสื้อเปียกหมาดไว้ดังเดิมก่อนตามออกมาทีหลัง
กวีเห็นน้องยืนบีบกระโปรงแน่น จึงลดสายตามองกระโปรงแห้งกรังเจ้าปัญหา กระทั่งมีลมพัดโชยมาเขาจึงได้กลิ่นคาวของเลือด มาลินหน้าเศร้าไม่รู้จะทำอย่างไร บางทีเธอควรจะเดินกลับห้องแล้วขอครูกลับบ้าน
“กระโปรงเลอะประจำเดือนเหรอ”
มาลินเงยหน้ามองรุ่นพี่นักฟุตบอล ใช่! เขาเป็นนักบอลโรงเรียนที่มักได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันต่างโรงเรียนเสมอ เพราะงั้นเธอถึงรู้จักเขา
“ค่ะ” มาลินตอบสั้นๆ แล้วหลุบตาลงอีกครั้ง
“เดี๋ยวพี่ไปตามเพื่อนให้ น้องอยู่ห้องอะไร”
มาลินยิ้มออกเมื่ออีกฝ่ายหยิบยื่นความใจดีมาให้ หากยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา กวีก็สวนมาก่อนว่า
“ม.3/1 ใช่ไหม ห้องอาจารย์บุพผา”
มาลินตกใจที่รุ่นพี่พูดถูก เงยหน้าจ้องเขาที่จ้องต่ำมองเสื้อของเธออยู่
“นั่นไง พี่อ่านตรงเสื้อเอา”
กวีรีบชี้ไปที่เสื้อของน้อง มาลินก้มมองแล้วหน้าแดงอัตโนมัติ เธอพยักหน้าตอบเขาก่อนพูดว่า
“เพื่อนชื่อเอมกับพินต้าค่ะ รบกวนพี่กวีเรียกให้หน่อยนะคะ”
คราวนี้กลายเป็นกวีเองที่ตกใจเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อ มาลินเห็นหน้าเขาเจื่อนลงจึงชี้กลับไปที่เสื้ออีกฝ่ายบ้าง และนั่นทำให้ทั้งสองเผลอยิ้มออกมา...
“ได้ เอมกับพินต้านะ...รออยู่ตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวพี่ไปตามเพื่อนน้องมาให้”
กวีใจเต้นแรงเมื่อได้มองน้องคนสวยใกล้ขนาดนี้ เขารู้จักเธอดีเพราะเธอเป็นนางรำของโรงเรียน และยังเป็นนักเรียนดีเด่นชอบช่วยเหลือสังคมอีกด้วย มาลินมักได้รับรางวัลหน้าเสาธงอยู่บ่อยๆ ซึ่งทุกครั้งที่เห็นหน้าเด็กคนนี้กวีจะไม่สามารถละสายตาไปไหนได้อีก เขาจ้องเธอตาค้างจนเพื่อนพ้องต่างก็แซวกันสนุกปาก
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบกัน...
ในห้องน้ำข้างตึกศิลปะ...