“โอ้วว! น่ากินทั้งนั้นเลยอีแบงค์” เมื่อมาถึงขอบสนามสายตาพวกฉันก็มองไปที่นักฟุตบอล ใจมันกระตุกแปลก ๆ แต่คงไม่เท่าอีเต๋อหรอก รายนี้ทั้งกรี๊ดทั้งสะดีดสะดิ้งแสดงออกชัดเจน
“เต๋อ เก็บอาการหน่อยมึงไม่กลัวคนที่นี่จะเอาไปฟ้องที่บ้านหรือไง” มันหันมาจ้องตาแทบทะลักก่อนตอบ
“ฟ้องไปเถอะ ฉันไม่แคร์ อีกแค่เดือนเดียวก็เป็นอิสระแล้ว” ท่าทางเต๋อมันไม่ทุกข์ใจอะไรจริง ๆ ซึ่งต่างจากฉันอย่างสิ้นเชิง
“เออยอมในความมั่นมึง”
“แบงค์ไปนั่งทางโน้นกัน ตรงนี้มันร้อน”
“เออไปก็ไป” ฉันกับเต๋อเดินลัดสนามฟุตบอลไปยังอัฒจรรย์ ในระหว่างที่กำลังเดินผ่านกลุ่มนักฟุตบอล จู่ ๆ ก็มีลูกฟุตบอลลอยลิ่วกระทบเข้าที่หัวกะบาลอีเต๋ออย่างจัง
ปัก!!!
“โอ๊ย!” เสียงร้องของชายชาตรีดังกึกก้อง
“โหยอีเต๋อ!” ฉันร้องตกใจเมื่อมันล้มไปนอนที่สนาม
“เชี่ย! กูบอกให้ระวังคนเดิน” ชายคนหนึ่งต่อว่าเพื่อนอีกคนที่เตะบอลแรงเกินไป เลยทำให้โดนคนที่เดินผ่านก่อนรีบวิ่งมาหากลุ่มฉัน
“เต๋อ เจ็บมากไหมมึง” ฉันรีบประคองร่างหนามันขึ้น ทว่าตัวหนักอย่างกับควายแบกคนเดียวไม่ไหวหรอก ปล่อยมันลงไปนอนกองที่พื้นหญ้า
“อีเเบงค์ มึงจะช่วยหรือจะซ้ำ” มันแหวเสียงใส่ รอยแดงบนหัวของมันบ่งบอกได้ชัดเจนว่าหนัก
“พี่ช่วยครับ” พี่ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาประคองช่วยอีกแรง กลิ่นตัวหอมจังทำไมถึงทำให้รู้สึกหวิวในใจก็ไม่รูั หล่อ! คำนี้มันโดนที่สุดแล้ว อย่างกับหลุดมาจากนิทานปรัมปราเลยอย่างนั้น
“น้องครับ น้องครับ”
“แบงค์ ๆ พี่เขาเรียกมึง” เสียงเข้มของเต๋อทำฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ หันมามองมันหลังจากที่พามันเข้าร่ม
“ครับพี่” เกลียดครับจริง เปลี่ยนค่ะก็กลัวพี่เขาจะหนีกระเจิง เชี่ยแล้ว! ริมฝีปากนั่น รอยยิ้มหวานปากหยักได้รูปน่าจูบ
“จูบ? อะไรครับน้อง”
“คะ...ครับ” เขาได้ยินเสียงในใจของฉันด้วยเหรอเนี้ย ดีใจหวะ
“แบงค์ อีแบงค์ กูเรียกได้ยินไหมเนี้ย”
“ห้ะ ว่าไงเต๋อ แล้วพี่คนนั้นไปไหนแล้วล่ะ เมื่อกี้ยังอยู่เลย”
“พี่เขาไปตั้งแต่มึงพูดจูบแล้ว” คำว่าจูบมันเน้นชัดเจนทำฉันถึงกับตาโต
“กูก็พูดในใจเองนะ มึงได้ยินได้ไง”
“ในใจบ้าอะไร จูบชัดขนาดนั้น ป้าขายน้ำข้างหลังยังได้ยินเลยแบงค์” มันพูดพร้อมประคบเย็นที่หน้าผาก
“พี่เขาเตะบอลแล้วโดนมึงใช่ไหมเต๋อ”
“เปล่าเป็นเพื่อนเขาอีกคน แต่พี่เขาขอโทษแทนแล้ว”
“อ่อ เจ็บมากไหมไหนกูดูให้”
“ว้าย! แบงค์เต๋อ” ฉันหันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน
“ไอ้ชัดเเจ้ง มึงจะมาหาเรื่องอะไรพวกกูอีก ไอ้ห่านี่” ไอ้ชัดเเจ้งไอ้ลูกผู้อำนวยการโรงเรียนพวกเรา
“ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด สายไม่ว่างหวะพวกมึง”
“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ” เพื่อนมันสามคนหัวเราะเยาะเสียงดัง
ชัดเเจ้งมันพูดอย่างเย้ยหยันฉันกับเต๋อ เรื่องปกติที่มันชอบแกล้งตั้งแต่มันรู้ความจริงว่าเราสองคนไม่แมน เลยโดนไล่ออกจากกลุ่ม ก็เพื่อนกันตั้งแต่เด็กสนิทกันมากสุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้อยากคบเพื่อนที่ใจ มันบอกเกลียดกะเทยเพราะพ่อมันหนีแม่ที่เป็นผู้อำนวยการไปเอากะเทยทำเมีย คงผูกใจเจ็บเลยพาลเกลียดเราสองคน
“ไปเถอะเต๋อ อย่าอยู่ให้พวกหมามันเห่าเลย” ฉันจับมือเต๋อให้เดินหนีออกมา เลี่ยงการปะทะจะดีกว่าเพราะไม่อยากให้พ่อต้องมาเดือดร้อน และฉันจะไม่ต้องเจอไม้เรียวของพ่อตี
“อีตุ๊ด คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอวะ” เมื่อเดินพ้นสนามฟุตบอลพวกมันก็ตามมาหาเรื่องอย่างไม่ลดละ
“หยุดนะเว้ย”
“มึงจะเอาอะไรกับพวกกูอีกไอ้เเจ้ง” เต๋อโพล่งถาม มันสืบเท้าเข้าใกล้พวกเรา ตอนนี้ถูกพวกมันต้อนให้มาตันที่กำแพงซึ่งยากต่อการหนีอีกแ
“อยู่เล่นด้วยกันก่อนสิแบงค์”
“ที่พูดมา มึงแน่ใจเหรอว่าอยากเล่นกับพวกกู”
“มึงกลัวโดนหาเรื่องเหรอวะ ฮ่า ๆ”
“เออกูไม่อยากมีเรื่อง หลีกไป”
“จะรีบไปไหนแบงค์ คุยกันก่อนดิวะอีตุ๊ด”
“ตุ๊ดพ่องง” ผัวะ! ฉันปล่อยหมัดหนักพุ่งใส่ที่แก้มขวาของมัน จนหน้ามันเหวี่ยงไปตามแรง
“เชี่ยอีแบงค์” เต๋ออุทานเสียงหลงเมื่อเห็นฉันต่อยไอ้ชัดแจ้ง เพื่อนของมันรีบไปประคองลูกพี่ทันที
“อีกะเทย มึงต่อยกูเหรอ” ชัดแจ้งมันย่างสามขุมเข้ามากำลังจะต่อยกลับคืน ทว่ามันไม่ทันได้ปล่อยหมัดก็ต้องชะงักเพราะมีคนมารั้งแขนไว้
“ใครวะ ปล่อยแขนกู” มันตวาดเสียง
“พี่...” พี่คนนั้นที่เจอก่อนหน้านี้เขามาช่วยเอาไว้
“มีอะไรก็คุยกันดี ๆ อย่าทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้”
“เสือกไรด้วยวะ”
“นายแน่ใจนะ”
“ไม่เกี่ยวกับมึง” ชัดแจ้งสวนกลับ
“โน้นตำรวจ” พี่เขาพูดแค่นั้น พวกมันถึงกลับหน้าสลด
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง อีตุ๊ดกูจะกลับมาเอาคืน” มันชี้หน้าฉันสองคนอย่างโกรธแค้นรีบวิ่งแจ้นหายเข้าไปอย่างไว
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” พี่เขาถามฉันใช่ไหม
“หนู ผมไม่เป็นไรครับพี่ ขอบคุณพี่มากครับ” เขินชะมัดเลย มันคือความห่วงใยใช่ไหมที่เขาถามเมื่อครู่
“ขอบคุณครับพี่ ที่มาช่วย” อีเต๋อยกมือไว้เขา ส่วนเขาก็รับไว้อย่างไม่รังเกียจ
“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ อ้อ! อย่าต่อยใครไปเรื่อยล่ะ” เขาว่าพลางอมยิ้ม
“ผมเปล่าต่อยไปเรื่อยนะพี่” ฉันรีบค้านเสียงเเข็ง พี่เขากลับยิ้มไม่พูดอะไรต่อหมุนตัวเดินกลับไป คนอะไรบทจะมาก็มาทีจะไปก็ไปดื้อ ๆ เลยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร
“ฮั่นแน่ มึงชอบเขาอีแบงค์ กูรู้กูเห็นนะแววตามึงมันฟ้อง” ฉันหันมาทางเต๋อแล้วยิ้มให้มันแล้วพูดขึ้น
“เสือก” มันหลบแทบไม่ทัน
“ไอ้แจ้งไอ้เวร หาเรื่องพวกกูไม่เว้นแต่ละวัน เอาวะอดทนอีกแค่เดือนเดียวก็จะไปโกอินเตอร์ที่กรุงเทพแล้ว”
“มึงจะไปอยู่กับใครวะเต๋อ กูขอไปด้วยได้ไหม”
“ไปกับโมน่ะ ที่เขารับสมัครเด็กใหม่ไปเป็นนางแบบดาราอะไรอย่างนี้” มันฝันอย่างจะเป็นดารานางแบบและอยากไปประกวดมิสทิฟฟานี่อะไรนี่แหละ รายการที่ฉันนั่งดูเมื่อเย็น
“พ่อแม่มึงให้ไปง่ายดีเนาะเต๋อ” เสียงฉันเศร้า
“หึ! เปล่ากูจะหนีไป ในเมื่อเขาไม่คิดว่ากูเป็นลูก ก็ขอตามความฝันของตัวเองละกัน”
“แล้วกูล่ะเต๋อ กูจะต้องทำยังไง”
“มึงอยากไปกับกูไหมอีแบงค์ ถามมึงแค่นี้ พ่อแม่มึงจะยอมไหม เอาแค่แม่มึงก็พออ่ะ เขาจะทนคิดถึงมึงได้หรือเปล่า” คำพูดของเต๋อทำฉันฉุกคิด นึกถึงแม่ขึ้นมาจะทิ้งแม่ให้อยู่กกับคนใจร้ายอย่างพ่อไม่ได้ แต่ฉันไม่อยากเป็นตำรวจนี่ คิดเเล้วก็เครียดขึ้นมาทันใด
“แบงค์ ๆ เหมือนของพี่เขาตกว่ะ” ฉันหันไปมองที่เต๋อมันชี้
“ปากกา?” ปากกาด้ามสีดำราคาคงแพงน่าดู
“เอาไปคืนพี่เขาดีกว่าอีแบงค์”
“งั้นไปกัน” ฉันกับเต๋อรีบวิ่งไปที่สนามแข่งทว่ามันกลับไม่มีพี่คนนั้นแล้ว นักฟุตบอลที่เล่นก็เหมือนแยกย้ายไปกันหมดแล้วด้วย
“พี่ครับ พี่ผู้ชายที่มากับพี่ไปไหนแล้วครับ”
“มันไปขึ้นเครื่องแล้ว น้องมีธุระอะไรกับมันเหรอ”
“คือว่าผมเก็บปากกาพี่เขาได้ครับ ฝากพี่คืนด้วยละกัน” ฉันยื่นปากกาให้เขา พี่เขาส่ายหน้าก่อนตอบว่า
“เอาไปเถอะน้อง มันคงไม่ได้กลับมาที่นี่อีก”
“ทำไมล่ะครับ เขาเป็นเพื่อนพี่ไม่ใช่เหรอ”
“มันไปเรียนต่างประเทศ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีมันถึงจะกลับ เอาไปเถอะมันรวยไม่เสียดายหรอก พี่ไปนะ”
“ครับพี่” หัวใจของฉันห่อเหี่ยวทันใดเมื่อได้ฟังว่าพี่เขาไปแล้ว สงสัยไม่ใช่คนจังหวัดนี้
“แห้วแล้วเพื่อนกู เอาเก็บไว้เผื่อวันหนึ่งจะเจอกัน”
“ไม่เจอกันหรอกเต๋อ เรากับพี่เขารู้จักกันที่ไหน”
“เออ ๆ เย็นแล้วเรากลับบ้านกันดีกว่า”
“อืม กลับบ้านกัน”
เราสองคนเดินกอดคอกันกลับบ้านด้วยหัวใจที่เศร้าอย่างบอกไม่ถูก หมายถึงฉันน่ะไม่ใช่อีเต๋อ คนแปลกหน้าคนนั้นทำใจของฉันสั่น คล้ายกับว่าฉันรักเขา แต่เขาเป็นผู้ชายจะรักกระเทยอย่างฉันได้ยังไงแถมตอนนี้เขาก็บินข้ามฟ้าไปอีกทวีปหนึ่ง มันคงจะเป็นไปไม่ได้หรอกที่เราจะกลับมาพบกันอีก...