ไม่สบาย

1388 คำ
9 "แอะ…แอ้" "เอ๋…เอ้" เพราะถูกคนตัวโตเขี่ยแก้มเด็กน้อยจึงรู้สึกว่าถูกรบกวนเลย คนเป็นลุงรีบใช้มือตีเบา ๆ ที่ก้นหลานชายเพื่อกล่อมให้หลับต่อ ไม่นานเสียงอ้อแอ้ก็เงียบไป ลมหายใจก็สม่ำเสมอขึ้น หลังกินข้าวเสร็จรินลดาก็กลับมานั่งข้าง ๆ ลูกชายที่ยังคงหลับสนิทอยู่ "รินน้ำหนักลงไปกี่กิโลเนี่ย" "เกือบ 10 กิโลเลยค่ะพี่เมจ สงสัยเพราะลูกกินนมด้วย เลี้ยงเองด้วย" "ดูเหนื่อยนะ ไมค์มันช่วยเลี้ยงลูกบ้างมั้ย" "บางครั้งค่ะแต่ลูกไม่ค่อยอยู่กับพี่ไมค์รินเลยรับเองซะส่วนใหญ่" 3 เดือนผ่านไป "พี่ไมค์ทำไมช่วงนี้หายไปเลยล่ะคะ" หญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีน้ำเงินเข้มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะงอนเล็กน้อย ขณะชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาจะนั่งลงบนโซฟาสีแดง "ก็เมียพึ่งจะคลอด จะออกมาได้ยังไง" "เดี๋ยวนี้กลัวเมียหรือไง" มาเวอร์ริคเจ้าของคลับสุดหรูพ่วงตำแหน่งเพื่อนซี้รุ่นน้องของไมเนอร์ด้วย เขาเอ่ยแซวเพื่อนรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงกวน ๆ ก่อนจะยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันอยู่เกือบครึ่งแก้ว "ไม่ได้กลัวเว้ยแค่ไม่อยากมีปัญหา" คนถูกแซวตอบกลับเสียงเขียวแล้วยกแก้วที่เพิ่งถูกรินด้วยมือของหญิงสาวข้างกายขึ้นมาดื่มพร้อมทั้งเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีสบาย ๆ ไมเนอร์ใช้มืออีกข้างหยิบโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู เขาพบคนที่โทรเข้ามาเป็นภรรยาของตนเองจึงกดปิดเสียงแล้วยัดมันไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม "ไม่รับหรอคะเผื่อมีอะไรด่วน" "จะมีอะไรก็ให้ไปเฝ้าลูกอะดิ ลูกคนเดียวดูเองไม่ได้งานก็ไม่ต้องทำอะไรแท้ ๆ " "แหม พี่ไมค์ถึงไม่ได้ทำงานแต่คนเราก็ต้องพักต้องมีเวลาส่วนตัวกันบ้างนะคะ" "นั่นดิ เมียมึงก็ต้องมีเวลาพักนะครับไอ้พ่อไมค์" มาร์คพูดเสริมด้วยน้ำเสียงสุดทะเล้นก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับพีอาร์สาวซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อนสนิทตนเอง "ฉันก็ต้องมีเว้ย จะให้ทำแต่งานแล้วกลับไปเฝ้าลูกมันไม่ได้ปะ ฉันก็มีสังคมของฉันนะเว้ย" "เออ ๆ เอาที่สบายใจเลย" มาร์คบอกขำ ๆ ก่อนจะหันไปคุยกับพนักงานชายที่เดินเข้ามาใหม่ "แอ้… " "โอ๋ลูก… ไม่ร้องนะเด็กดี ชู่… " รินลดาบอกลูกชายที่กำลังงอแงไม่ยอมหยุด ทั้งกอดปลอบ ทั้งให้นม แต่เจ้าตัวน้อยไม่มีทีท่าจะหยุดร้องเลย เวลาปกติน้องแมกซ์แทบไม่ค่อยร้องไห้ งอแง พอป่วยก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดทำเอาคนเป็นแม่ร้องตามไปด้วย "เป็นอะไรครับน้องแมกซ์ อย่าร้องเลยนะลูก หลับซะนะลูกแม่" "แอ้…" "น้องไม่สบายตัวเหรอลูก เจ็บตรงไหนครับคนดีของแม่" รินลดาอุ้มลูกเดินรอบห้องปากก็ทั้งร้องทั้งคุยกับลูกในอ้อมกอดทั้งน้ำตา โทรตามสามีก็ติดต่อไม่ได้ เธอร้องไห้จนเสียงสั่นตามเจ้าตัวน้อยหวังเพียงลูกจะดีขึ้นแล้วนอนหลับได้ ยาก็กินไปแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนตัวจะเริ่มหายร้อนขึ้นมาบ้าง "ริน เป็นอะไรกันหรือเปล่า" เสียงเจ้าของคอนโดร้องถามอยู่อีกฝั่งของประตูพลางเคาะประตูเรียกเธอไปด้วย รินลดาได้ยินก็เดินไปเปิดประตูให้พี่ชายแฟนเข้ามา "เหมือนน้องแมกซ์จะไม่สบายค่ะพี่ ร้องไม่หยุดเลยปกติไม่ค่อยร้อง พอลูกร้องรินจะขาดใจตาม" รินลดาตอบเสียงสั่นพร้อมทั้งนั่งลงอย่างเหนื่อยล้า เธออุ้มลูกเดินไปมาเกือบชั่วโมงแล้ว พ่อของลูกก็ไม่รู้ไปไหนติดต่อไม่ได้เลยใจอยากจะพาลูกไปหาหมอแต่ก็ไม่รู้จะไปอย่างไร "ตัวร้อนมากมั้ย" เมเจอร์ถามพร้อมเดินเข้าไปใช้มือวัดอุณหภูมิที่แก้มนวล ซึ่งบัดนี้แดงปลั่งเพราะฤทธิ์ไข้ไปแล้ว "ร้อนมากเลยริน พี่ว่าพาไปหาหมอดีกว่ามั้ยแบบนี้อะ" คนเป็นเจ้าของห้องบอกเสียงร้อนรนด้วยความเป็นห่วงหลาน รินลดาเลี้ยงลูกในห้องชุดของเขามาเกือบ 4 เดือนเขาแทบไม่ได้ยินเสียงหลานงอแงเลย แต่วันนี้เขาได้ยินเด็กน้อยร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง พออาบน้ำเสร็จเลยรีบออกมาดู ยิ่งเห็นท่าทางของสองแม่ลูกเขายิ่งอยากพาหลานไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย "รินก็ว่าจะพาไปแต่ติดต่อพี่ไมค์ไม่ได้เลย เลิกงานตั้งนานแล้วไม่รู้หายไปไหน" "งั้นรินไปเตรียมตัวเถอะ พี่พาไปเอง สงสารหลาน มาพี่ดูหลานให้" เมเจอร์บอกเสียงอ่อนโยนพลางยื่นมือไปรับหลานมาอุ้มเอาไว้เพื่อให้น้องสะใภ้ไปเตรียมตัว พอรับน้องแมกซ์มาเขาก็อุ้มหลานเดินออกไปนอกห้องเพื่อให้รินลดาเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมของ ไม่ถึง 5 นาทีเธอก็สะพายกระเป๋าผ้าเดินออกมา รินลดารับลูกมาจากเจ้าของห้อง เธอนำผ้ามาห่อตัวลูกไว้ก่อนจะอุ้มแล้วเดิมตามพี่ชายแฟนไปที่ลานจอดรถ ขับรถเกือบ 10 นาทีก็มาถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุด ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่มเพราะรถจึงไม่ติดทำให้มาถึงโรงพยาบาลได้เร็วกว่าช่วงเวลาปกติ หลังจากเข้าพบคุณหมอน้องแมกซ์เลยต้องแอดมิดก่อนหนึ่งคืนเพื่อรอดูอาการ ประกอบกับที่ลูกหยุดร้องโยเยรินลดาจึงวางใจได้เปราะหนึ่ง เธอยืนฟังคุณหมอแนะนำเรื่องอาการต่าง ๆ และวิธีดูแลลูกอย่างตั้งใจกระทั่งหมอออกไปจากห้อง "รินกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านก่อนก็ได้นะ ไม่รู้ว่าน้องแมกซ์ต้องแอดมิดกี่วันนี่ก็พึ่งหลับไปคงยังไม่ตื่นง่าย ๆ เดี๋ยวพี่เฝ้าให้" เมเจอร์พูดเเสียงเบาราวกระซิบเพราะกลัวหลานจะตื่นขึ้นมางอแง รินลดามองลูกอย่างชั่งใจไม่กล้าทิ้งลูกไว้คนเดียว "ไปเถอะ พี่เฝ้าให้ไม่ต้องห่วงรถไม่ติดด้วยไปกลับไม่เกินชั่วโมงหรอก" "ก็ได้ค่ะ" รินลดายอมไปเพราะหากลูกต้องนอนต่อแล้วเธอกลับไปเอาเสื้อผ้าตอนกลางวันรถคงจะติดจนต้องใช้เวลาไปกลับอย่างต่ำสองชั่วโมงแน่ ๆ "รินขับรถได้ใช่มั้ย" "ค่ะพี่เมจ" หน้าสวยมองคนตรงหน้าอย่างซึ้งใจเขาไม่ใช่พ่อของลูกเธอด้วยซ้ำ แม้จะเป็นหลานแต่เขากลับรักลูกของเธอมากกว่าพ่อแท้ ๆ เสียอีก พ่อแท้ ๆ ที่ไม่รู้ป่านนี้ไปเมาไปเที่ยวมีความสุขอยู่ที่ไหน ทำไมเธอต้องมาเจอคนไร้ความรับผิดชอบแบบนั้นด้วยนะ "คราวหน้ามีปัญหาอะไร เรียกพี่ได้เลยนะพี่ไม่อยู่ก็โทรมาได้เลย รินไปเถอะ" คำพูดอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกแข็ง ๆ ออกมาจากปากพี่ชายแฟนเธอ พูดจบเขาก็เดินไปนั่งบนที่นอนข้าง ๆ หลานชายตัวน้อย แม้หน้าตาจะดูดุดันแต่เวลาที่เขามองเจ้าตัวน้อยของรินลดากลับดูอ่อนโยนขึ้น รินลดาที่เพิ่งจะเก็บเสื้อผ้าของลูกและของตนเองเสร็จหันไปมองประตูที่ถูกเปิดออก แล้งตามมาด้วยชายผู้เป็นสามีที่เธอพยายามโทรตามก่อนหน้านี้เป็นสิบ ๆ สาย "รินจ๋า" ไมเนอร์ที่เมาจนแทบเดินไม่ตรงส่งเสียงเรียก รินลดาทันทีที่เปิดประตูเข้ามา ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาแบบทันท่วงที เธอโทรหาเขาเป็นสิบรอบแต่เขาไม่รับเพราะมัวแต่ไปกินเหล้าเมายาอยู่ที่อื่น ไม่รับรู้เลยสักนิดว่าลูกจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร 'คนสารเลว' รินลดาคิดในใจก่อนจะกำมือแน่นแล้วเดินตรงไปหาสามีอย่างเดือดดาล
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม