เปลี่ยนไป

1419 คำ
2 รถเก๋งซีดานสีดำหยุดลงหน้าร้านอาหารข้างทางร้านหนึ่งไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่สำหรับไมเนอร์มันดูเล็กและไม่สะอาดเอามากๆ เขาไม่ชอบร้านข้างทางพวกนี้เอาเสียเลย “จอดทำไมคะ” เสียงใสถามขึ้นทันทีที่รถหยุดลงด้วยความสงสัยเธอคบกับเขามาเกือบปี น้อยครั้งที่แฟนหนุ่มของเธอจะยอมไปนั่งร้านข้างทางกับเธอ “หาอะไรให้เจ้าจิ๋วในท้องรินกินไง พี่จำได้ว่ารินชอบกินราดหน้าร้านนี้” ไมเนอร์พูดจบก็เปิดประตูลงไปแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้แฟนสาวตนเอง “ริน ๆ” เปิดประตูห้องได้รินลดาก็ทำท่าพะอืดพะอมแล้วพุ่งตัวไปที่ห้องน้ำ ครู่เดียวอาหารที่กินเข้าไปก็ออกมา ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนแผ่นหลังของรินลดาลูบไปมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันไปดึงกระดาษทิชชูด้านหลังมาเช็ดปากให้เธอซึ่งตอนนี้นั่งหมดสภาพพิงแขนเขาอยู่ “อา…ทำไมจู่ ๆ ก็เวียนหัว คลื่นไส้แบบนี้ล่ะเนี่ย” รินลดาพึมพำพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหน้าตนเอง ตอนนั่งกินข้าวที่ร้านเธอก็ยังปกติดีอยู่แท้ ๆ แต่พอถึงห้องดันเวียนหัวขึ้นมาซะเฉย ๆ ชายหนุ่มหันไปกดชักโครกให้แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมาแนบอกจากนั้นจึงพาเธอไปวางไว้ที่เตียง “เดี๋ยวพี่เอายาให้กิน รินก็พักผ่อนซะตอนเย็นพี่จะพาไปเจอคุณแม่” “แต่ตอนเย็นรินต้องไปทำงานนะ” รินลดาแย้งขึ้นแม้ตาจะยังปิดอยู่เพราะอาการเวียนหัวบ้านหมุน เธอจึงหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้แต่หูยังคงได้ยินชัดเจนว่าแฟนหนุ่มจะพาเธอไปเจอแม่ของเขาที่เป็นผู้ถือหุ่นมากสุดหรือก็คือประธานบริษัท เธอจะไปกล้าเจอคนแบบนั้นได้อย่างไรกัน “รินไม่ได้ฟังที่หมอบอกเหรอ รินต้องเลิกเหล้านะ ลาออกเลยพี่เลี้ยงเอง” รินลดาหันขวับมองคนพูดทันทีราวกับไม่เชื่อหูตนเอง คนพูดยื่นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนให้เธอแล้วยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะ” รินลดายกมือไหว้คนอายุมากกว่าที่นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เจ้าของบ้านรับไหว้ยิ้มให้หญิงสาวอย่างผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก จากที่เกร็ง ๆ ก็ดูผ่อนคลายขึ้นมาก “สวัสดีจ๊ะ มานั่งสิอย่ามัวแต่ยืนกัน” เสียงแหบเล็กของเจ้าของบ้านดังขึ้น คนเป็นลูกจูงมือแฟนสาวไปนั่งลงบนโซฟาตัวถัดไปเพื่อจะได้คุยกันได้สะดวก “แม่ครับ รินท้อง” ไมเนอร์พูดพร้อมกับเอื้อมไปจับมือของแฟนสาวข้างกายมากุมเอาไว้ “ตายแล้ว จริงเหรอแล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย แต่งงานกันเลยมั้ยล่ะลูก” คนเป็นแม่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน​รินลดารู้สึกโล่งใจที่ผู้เป็นแม่ของแฟนหนุ่มไม่ได้ดูเจ้ายศเจ้าอย่างเหมือนที่เธอคิดเอาไว้ในครั้งแรก ตลอดเวลาที่คบกันมาไมเนอร์ชวนเธอมาพบแม่เขาหลายครั้งแต่เธอก็ปฏิเสธไปเสียทุกครั้งด้วยกลัวจะถูกรังเกียจที่ทำงานกลางคืนแบบนี้ “ต้องถามรินล่ะครับว่าจะเอายังไง​ผมตามใจริน” ใบหน้าสวยเหลียวมองแฟนหนุ่มที่พูดจาเอาอกเอาใจเธอมากกว่าเดิมหลังจากรู้ว่าเธอท้อง​รินลดาเงียบไปชั่วอึดใจก็รวบรวมความกล้าหันไปบอกกับแม่ของแฟนหนุ่ม “รินไม่อยากแต่งงานค่ะ​ ถ้าจะแต่งรินก็อยากให้มีลูกอยู่ในรูปด้วยน่ะค่ะ” “งั้นเหรอลูก​งั้นรอน้องคลอดออกมาค่อยว่ากันก็ได้เนาะ” ดูเหมือนแม่ของแฟนเธอจะไม่ได้น่ากลัวเหมือนแม่สามีที่เธอเคยรู้จักมา​ รินลดาเริ่มวางใจจึงเริ่มชวนแม่แฟนคุยบ้าง “ย้ายมาอยู่นี่เลยมั้ยลูกจะได้มีคนคอยดูแล” คนเป็นลูกหันไปมองแฟนสาวของตนเองสลับกับหันไปมองผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าคาดหวัง​เขาชวนเธอมาอยู่ด้วยหลายครั้งหลายครา ​แต่เธอไม่เคยยอมตอบตกลงและมักจะบอกเขาเสมอว่าเมื่อไรเลิกกันเธอจะได้ไม่ต้องลำบากหาที่อยู่​ใหม่ “เอ่อ… ริน” “นั่นสิริน มาเถอะจะได้มีคนคอยช่วยดูแล​พี่สัญญาเลยถ้ารินมาอยู่ด้วยพี่จะไปทำงานทุกวันไม่ให้ขาด” “ถึงน้องไม่มาอยู่​ เราก็ต้องทำงานมีลูกมีเมียแล้วจะทำตัวลอยไปลอยมาไม่ได้นะรู้มั้ยเจ้าไมค์” คุณมาริสาดุลูกชายด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเธอเลี้ยงลูก​สองคนด้วยตัวคนเดียว​ลำพัง​ลูกชายทั้งสองที่ขาดพ่อจึงถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ และล้วนแต่ใช้เงินเลี้ยงมาทั้งสิ้น​ ไมค์พยักหน้าก่อนจะยกมือขึ้นมาทำท่าตะเบ๊ะรับทราบให้ผู้เป็นแม่ “ก็ได้ค่ะ​” “เย้​ งั้นเราไปซื้อของเข้าบ้านกันเถอะ​ พี่จะพาไปลาออกด้วย” รินลดาไปลาออกจากงานและวนกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่ อพาร์ตเมนต์แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมอยู่แบบถาวร​เพราะ​ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หากมีเรื่องราวเกิดขึ้นเธอยังสามารถเริ่มใหม่ได้ “รินครับ​หิวมั้ย” “รินกินนี่หน่อยเร็ว​พี่ซื้อมาจากร้านที่รินชอบเลยนะ” “รินพี่ลองทำแพนเค้กให้กิน​มาชิมหน่อยครับ” “รินนี่ขนมร้านโปรดรินเลยนะพี่ต่อคิวนานมาก” ไม่ว่าใครเห็นไมเนอร์​ตอนนี้ก็ล้วนแต่คิดว่าเขาเปลี่ยนแปลง​ตนเองไปในทางที่ดีขึ้น ​ไม่เว้นแม้แต่แม่และพี่ชาย​ทั้งคู่เหนื่อยใจ​กับนิสัยของไมเนอร์​มานานเพราะถูกเลี้ยงด้วยเงิน เขาจึงมีนิสัยเอาแต่ใจ​อยากได้อะไรต้องได้​ไม่อยากทำก็จะไม่ทำ​ เรียนจบมาก็หลายปีจนอายุขนาดนี้ยังทำตัวลอยไปลอยมาไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน​แต่ระหว่างนี้ที่รินลดามาอยู่ด้วยเขาเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นจนคนเป็นแม่ปลื้มอกปลื้มใจ​ “พี่ไมค์ต้องการขุนให้รินเป็นแม่หมูเลยเหรอคะ” รินลดาถามขึ้นขณะที่นั่งเด็ดผักอยู่​ในครัวเพราะไม่ต้องการอยู่บ้านเฉย​ ๆ​ เธอจึงมักลงมาช่วยคนงานในบ้านทำนั่นทำนี่ ​ส่วนไมเนอร์​ที่เพิ่งกลับจากบริษัท​ก็ตรงดิ่งไปหาภรรยาในครัวทันที​พร้อมด้วยถุงขนมจากร้านโปรดของเธอ “โห​แค่4เดือนเองรินยังสวยอยู่เลย​กินนิดกินหน่อยไม่อ้วนหรอก​เจ้าจิ๋วจะได้กินด้วยไง” “ไม่ต้องมาพูดหรอกค่ะ​อีก4เดือนก็คงบวมเป็นตุ่มแล้ว” “เดี๋ยวหลังคลอดก็สวยเหมือนเดิมครับ​ไม่สิต้องสวยกว่าเดิมแน่ ๆ​เลย” ไมเนอร์พูดยอภรรยาของตนเองแล้วแกะกล่องขนมป้อนเธอชิ้นแล้วชิ้นเล่า​จนคนเป็นพี่ชายที่เดินตามมาพูดแขวะเพราะรำคาญที่น้องชายดูเป็นคนดีจนผิดปกติ “น่ารำคาญ​ทำเป็นพูดเสียงสองเสียงสาม​แกคิดว่ามันน่ารักมากเหรอไอ้ไมค์” เมจหรือเมเจอร์​พี่ชายคนเดียวของไมเนอร์​เขาพูดจบก็วางกล่องผลไม้สดที่เขาซื้อมาฝากน้องสะใภ้ลงบนโต๊ะ​ ​“เป็นโรคขี้อิจฉา​เหรอไอ้คนไม่มีลูก​ไม่มีเมีย” ไมค์ล้อเลียนก่อนแกะกล่องผลไม้หั่นชิ้นให้รินลดากิน เกือบ 3 เดือนที่รินลดามาอยู่ในบ้านไมเนอร์ก็ดูขยันทำงานขึ้นผิดหูผิดตา ตื่นเช้าไปทำงานเลิกงานก็แวะหาซื้อของอร่อยร้านโปรดเธอ กลับมาถึงบ้านก็มานวดตัวนวดขาอ่านหนังสือแม่และเด็กให้เธอฟัง หมอนัดตรวจเขาก็ไปเป็นเพื่อนเธอทุกครั้งไม่มีขาด ไม่ว่าเธอจะอยากกินอะไร งอแงแค่ไหนเขาก็ไม่เคยบ่น ตามใจเธอราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนไม่เหมือนก่อนท้อง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม