2
รถเก๋งซีดานสีดำหยุดลงหน้าร้านอาหารข้างทางร้านหนึ่งไม่ใหญ่ไม่เล็ก แต่สำหรับไมเนอร์มันดูเล็กและไม่สะอาดเอามากๆ เขาไม่ชอบร้านข้างทางพวกนี้เอาเสียเลย
“จอดทำไมคะ” เสียงใสถามขึ้นทันทีที่รถหยุดลงด้วยความสงสัยเธอคบกับเขามาเกือบปี น้อยครั้งที่แฟนหนุ่มของเธอจะยอมไปนั่งร้านข้างทางกับเธอ
“หาอะไรให้เจ้าจิ๋วในท้องรินกินไง พี่จำได้ว่ารินชอบกินราดหน้าร้านนี้” ไมเนอร์พูดจบก็เปิดประตูลงไปแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้แฟนสาวตนเอง
“ริน ๆ” เปิดประตูห้องได้รินลดาก็ทำท่าพะอืดพะอมแล้วพุ่งตัวไปที่ห้องน้ำ ครู่เดียวอาหารที่กินเข้าไปก็ออกมา ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนแผ่นหลังของรินลดาลูบไปมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันไปดึงกระดาษทิชชูด้านหลังมาเช็ดปากให้เธอซึ่งตอนนี้นั่งหมดสภาพพิงแขนเขาอยู่
“อา…ทำไมจู่ ๆ ก็เวียนหัว คลื่นไส้แบบนี้ล่ะเนี่ย” รินลดาพึมพำพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหน้าตนเอง ตอนนั่งกินข้าวที่ร้านเธอก็ยังปกติดีอยู่แท้ ๆ แต่พอถึงห้องดันเวียนหัวขึ้นมาซะเฉย ๆ
ชายหนุ่มหันไปกดชักโครกให้แล้วช้อนตัวเธอขึ้นมาแนบอกจากนั้นจึงพาเธอไปวางไว้ที่เตียง
“เดี๋ยวพี่เอายาให้กิน รินก็พักผ่อนซะตอนเย็นพี่จะพาไปเจอคุณแม่”
“แต่ตอนเย็นรินต้องไปทำงานนะ” รินลดาแย้งขึ้นแม้ตาจะยังปิดอยู่เพราะอาการเวียนหัวบ้านหมุน เธอจึงหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้แต่หูยังคงได้ยินชัดเจนว่าแฟนหนุ่มจะพาเธอไปเจอแม่ของเขาที่เป็นผู้ถือหุ่นมากสุดหรือก็คือประธานบริษัท
เธอจะไปกล้าเจอคนแบบนั้นได้อย่างไรกัน
“รินไม่ได้ฟังที่หมอบอกเหรอ รินต้องเลิกเหล้านะ ลาออกเลยพี่เลี้ยงเอง” รินลดาหันขวับมองคนพูดทันทีราวกับไม่เชื่อหูตนเอง คนพูดยื่นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนให้เธอแล้วยิ้มหวาน
“สวัสดีค่ะ” รินลดายกมือไหว้คนอายุมากกว่าที่นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เจ้าของบ้านรับไหว้ยิ้มให้หญิงสาวอย่างผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก จากที่เกร็ง ๆ ก็ดูผ่อนคลายขึ้นมาก
“สวัสดีจ๊ะ มานั่งสิอย่ามัวแต่ยืนกัน” เสียงแหบเล็กของเจ้าของบ้านดังขึ้น คนเป็นลูกจูงมือแฟนสาวไปนั่งลงบนโซฟาตัวถัดไปเพื่อจะได้คุยกันได้สะดวก
“แม่ครับ รินท้อง” ไมเนอร์พูดพร้อมกับเอื้อมไปจับมือของแฟนสาวข้างกายมากุมเอาไว้
“ตายแล้ว จริงเหรอแล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย แต่งงานกันเลยมั้ยล่ะลูก” คนเป็นแม่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนรินลดารู้สึกโล่งใจที่ผู้เป็นแม่ของแฟนหนุ่มไม่ได้ดูเจ้ายศเจ้าอย่างเหมือนที่เธอคิดเอาไว้ในครั้งแรก
ตลอดเวลาที่คบกันมาไมเนอร์ชวนเธอมาพบแม่เขาหลายครั้งแต่เธอก็ปฏิเสธไปเสียทุกครั้งด้วยกลัวจะถูกรังเกียจที่ทำงานกลางคืนแบบนี้
“ต้องถามรินล่ะครับว่าจะเอายังไงผมตามใจริน” ใบหน้าสวยเหลียวมองแฟนหนุ่มที่พูดจาเอาอกเอาใจเธอมากกว่าเดิมหลังจากรู้ว่าเธอท้องรินลดาเงียบไปชั่วอึดใจก็รวบรวมความกล้าหันไปบอกกับแม่ของแฟนหนุ่ม
“รินไม่อยากแต่งงานค่ะ ถ้าจะแต่งรินก็อยากให้มีลูกอยู่ในรูปด้วยน่ะค่ะ”
“งั้นเหรอลูกงั้นรอน้องคลอดออกมาค่อยว่ากันก็ได้เนาะ” ดูเหมือนแม่ของแฟนเธอจะไม่ได้น่ากลัวเหมือนแม่สามีที่เธอเคยรู้จักมา รินลดาเริ่มวางใจจึงเริ่มชวนแม่แฟนคุยบ้าง
“ย้ายมาอยู่นี่เลยมั้ยลูกจะได้มีคนคอยดูแล” คนเป็นลูกหันไปมองแฟนสาวของตนเองสลับกับหันไปมองผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าคาดหวังเขาชวนเธอมาอยู่ด้วยหลายครั้งหลายครา แต่เธอไม่เคยยอมตอบตกลงและมักจะบอกเขาเสมอว่าเมื่อไรเลิกกันเธอจะได้ไม่ต้องลำบากหาที่อยู่ใหม่
“เอ่อ… ริน”
“นั่นสิริน มาเถอะจะได้มีคนคอยช่วยดูแลพี่สัญญาเลยถ้ารินมาอยู่ด้วยพี่จะไปทำงานทุกวันไม่ให้ขาด”
“ถึงน้องไม่มาอยู่ เราก็ต้องทำงานมีลูกมีเมียแล้วจะทำตัวลอยไปลอยมาไม่ได้นะรู้มั้ยเจ้าไมค์” คุณมาริสาดุลูกชายด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเธอเลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวคนเดียวลำพังลูกชายทั้งสองที่ขาดพ่อจึงถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ และล้วนแต่ใช้เงินเลี้ยงมาทั้งสิ้น ไมค์พยักหน้าก่อนจะยกมือขึ้นมาทำท่าตะเบ๊ะรับทราบให้ผู้เป็นแม่
“ก็ได้ค่ะ”
“เย้ งั้นเราไปซื้อของเข้าบ้านกันเถอะ พี่จะพาไปลาออกด้วย”
รินลดาไปลาออกจากงานและวนกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่ อพาร์ตเมนต์แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมอยู่แบบถาวรเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น หากมีเรื่องราวเกิดขึ้นเธอยังสามารถเริ่มใหม่ได้
“รินครับหิวมั้ย”
“รินกินนี่หน่อยเร็วพี่ซื้อมาจากร้านที่รินชอบเลยนะ”
“รินพี่ลองทำแพนเค้กให้กินมาชิมหน่อยครับ”
“รินนี่ขนมร้านโปรดรินเลยนะพี่ต่อคิวนานมาก”
ไม่ว่าใครเห็นไมเนอร์ตอนนี้ก็ล้วนแต่คิดว่าเขาเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น ไม่เว้นแม้แต่แม่และพี่ชายทั้งคู่เหนื่อยใจกับนิสัยของไมเนอร์มานานเพราะถูกเลี้ยงด้วยเงิน เขาจึงมีนิสัยเอาแต่ใจอยากได้อะไรต้องได้ไม่อยากทำก็จะไม่ทำ
เรียนจบมาก็หลายปีจนอายุขนาดนี้ยังทำตัวลอยไปลอยมาไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแต่ระหว่างนี้ที่รินลดามาอยู่ด้วยเขาเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นจนคนเป็นแม่ปลื้มอกปลื้มใจ
“พี่ไมค์ต้องการขุนให้รินเป็นแม่หมูเลยเหรอคะ” รินลดาถามขึ้นขณะที่นั่งเด็ดผักอยู่ในครัวเพราะไม่ต้องการอยู่บ้านเฉย ๆ เธอจึงมักลงมาช่วยคนงานในบ้านทำนั่นทำนี่ ส่วนไมเนอร์ที่เพิ่งกลับจากบริษัทก็ตรงดิ่งไปหาภรรยาในครัวทันทีพร้อมด้วยถุงขนมจากร้านโปรดของเธอ
“โหแค่4เดือนเองรินยังสวยอยู่เลยกินนิดกินหน่อยไม่อ้วนหรอกเจ้าจิ๋วจะได้กินด้วยไง”
“ไม่ต้องมาพูดหรอกค่ะอีก4เดือนก็คงบวมเป็นตุ่มแล้ว”
“เดี๋ยวหลังคลอดก็สวยเหมือนเดิมครับไม่สิต้องสวยกว่าเดิมแน่ ๆเลย” ไมเนอร์พูดยอภรรยาของตนเองแล้วแกะกล่องขนมป้อนเธอชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนคนเป็นพี่ชายที่เดินตามมาพูดแขวะเพราะรำคาญที่น้องชายดูเป็นคนดีจนผิดปกติ
“น่ารำคาญทำเป็นพูดเสียงสองเสียงสามแกคิดว่ามันน่ารักมากเหรอไอ้ไมค์” เมจหรือเมเจอร์พี่ชายคนเดียวของไมเนอร์เขาพูดจบก็วางกล่องผลไม้สดที่เขาซื้อมาฝากน้องสะใภ้ลงบนโต๊ะ
“เป็นโรคขี้อิจฉาเหรอไอ้คนไม่มีลูกไม่มีเมีย” ไมค์ล้อเลียนก่อนแกะกล่องผลไม้หั่นชิ้นให้รินลดากิน
เกือบ 3 เดือนที่รินลดามาอยู่ในบ้านไมเนอร์ก็ดูขยันทำงานขึ้นผิดหูผิดตา ตื่นเช้าไปทำงานเลิกงานก็แวะหาซื้อของอร่อยร้านโปรดเธอ กลับมาถึงบ้านก็มานวดตัวนวดขาอ่านหนังสือแม่และเด็กให้เธอฟัง
หมอนัดตรวจเขาก็ไปเป็นเพื่อนเธอทุกครั้งไม่มีขาด ไม่ว่าเธอจะอยากกินอะไร งอแงแค่ไหนเขาก็ไม่เคยบ่น ตามใจเธอราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนไม่เหมือนก่อนท้อง