ไอ้หล่อนี่...ของผม EP.2 หนีเสือปะจระเข้

2906 คำ
-2- “เขื่อน ไอ้เขื่อน!” ผมสะกิดแขนเรียกไอ้เขื่อนที่ตอนนี้ไม่รู้วิญญาณมันหลุดไปโลกไหนแล้ว “พี้มม ไอ้เหี้ยยยย พี่ทรายย พี่ทราย!” “เออ! ก็พี่ทรายไง คราวนี้ได้ซวยกันยกโขยงแน่ๆ เหี้ยเอ้ย ทำไมพี่มันต้องมาอยู่ในห้องน้ำด้วยวะเนี่ย” ผมแทบจะจิกทึ้งหัวตัวเอง แต่เปล่า กูทึ้งหัวไอ้เขื่อนดีกว่า “โอ๊ยยยย!!! มึงจิกหัวกูทำไมวะ เจ็บนะเว้ย” เชื่อมั้ยครับว่าหลังจากวันนั้น ผมเหมือนมีเงาดำตามติดตัวอยู่ไม่ห่างเหมือนเป็นคู่แฝดที่กูไม่ได้ต้องการมันเลยสักเศษขี้เล็บ ไม่ว่าจะเจอพี่มันที่ไหนรังสีความอาฆาตพยาบาทที่แผ่ไอสังหารออกมาจากรัศมีรอบตัวมันก็ทำให้ผมต้องทำตัวลีบแบนลงเท่ามดเพราะแม่งเล่นจ้องผมอย่างไม่วางตาเลย ไม่ว่าจะเจอกันที่โรงอาหาร เดินผ่านกันตามโถงทางเดิน หรือแม้กระทั่งบังเอิญเจอกันที่สหกรณ์โรงเรียน ไอ๊หยา...อึดอัดฉิบหายให้ตายเถอะครับ มึงจะจ้องกูทำไมนักหนาวะพี่ มีอะไรก็พูดออกมาเลยไม่พอใจอะไรจะเข้ามาต่อยมาตีมาตบหัวหรือมากระทืบกูเลยก็ได้ แต่อย่าจ้องกูแบบนี้เลย กูหลอน ไอ้เหี้ย กูนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วเนี่ย “เฮ้ย พวกมึง…ไอ้เขื่อน ไอ้โจ้ ไอ้พีมคืนนี้ไปกริ๊งกันมึง” ไอ้เขื่อนกับไอ้โจ้หน้าระรื่นดี๊ด๊าพลางหันมามองผมด้วยสีหน้าอ้อนตีนคิดว่าตัวเองน่ารักตายห่าละแต่เจอแววตาสองคู่ที่กะพริบปริบๆ ราวกับลูกหมาอ้อนแม่ผมก็เลยต้องพยักหน้ารับตามคำชวนของไอ้ดิวอย่างไม่ต้องสงสัยและไม่ต้องสงสัยว่าอายุไม่ถึงแล้วพวกเราเข้าร้านเหล้ากันได้ยังไง เข้าได้สิครับก็เพราะว่านี่มันเป็นร้านเหล้าของพี่เดย์พี่ชายไอ้ดิวมัน เรื่องอายุนี่ไม่ใช่ปัญหาเดินเข้าแบบเท่ๆ ได้เลยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตรวจบัตรเพราะพวกเรามีบัตรผ่านวีวีไอพี …?????... ร้านพี่เดย์มีชื่อร้านว่า เซย์เยส เซย์เยสมันทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเหล้าเรื่องดนตรีที่แม่งโคตรจะมันหรือแม้กระทั่งเรื่องสาวๆ ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าที่นี่ไม่เป็นสองรองใครแน่นอนแต่ละคนแจ่มๆ เด็ดดวงกันทั้งนั้น เซย์เยสเป็นร้านที่ผมกับพวกเพื่อนเลวมากันเป็นประจำแทบจะทุกวันศุกร์และเสาร์แต่ถ้าอาทิตย์ไหนผมโดนแม่บ่นมากๆ ก็เมื่อนั้นแหละที่จะไม่เห็นผมมาเสนอหน้าที่ร้านนี้ ร้านเหล้าของพี่เดย์เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งน่ารักสไตล์นั่งชิล ช่วงหัวค่ำไปจนถึงสี่ทุ่มก็ดนตรีสดเหมือนร้านอื่นๆ หลังจากนั้นพี่ดีเจก็จะบรรเลงเพลงเอาใจบรรดาลูกค้าขาเมากันต่อ เห็นร้านชิลๆ แบบนี้พอเหล้าเข้าปากไอ้ที่นั่งคุยกันขำๆ นี่แม่งลุกเต้นกันกระจายชักดิ้นชักงอจนนึกว่าผีเข้า ค่ำคืนนี้พวกผมสี่คนนั่งกันอยู่ตรงมุมของร้านที่พี่เดย์เป็นผู้บังคับออกคำสั่งให้นั่งกันอยู่แต่มุมนี้เท่านั้นเพราะเป็นมุมอับที่ค่อนข้างลับตาจะได้ไม่เป็นที่สะดุดตาของคุณตำรวจสายตรวจเขาด้วย ลองคิดสภาพดูนะครับเด็กหนุ่มวัยมัธยมอายุ 16-17 สี่คนที่หัวกึ่งเกรียนนั่งยกแก้วสีอำพันขึ้นจิบเหล่สาวโต๊ะข้างๆ ไปพลางแม่งโก้ฉิบหายวายวอด โก้บรรลัยเลยให้ตายเถอะ “เหี้ยยยยยย!!” ร้องเหี้ยหนักมากก พูดถึงโก้ โก้ก็มา ไอ้สัดนั่งจ้องกูตาวาวเลย มันมาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ เมื่อกี้โต๊ะตรงข้ามยังไม่มีใครมานั่งเลยนะครับ “เป็นไรวะมึง ร้องยังกับเห็นผี” ไอ้โจ้ที่นั่งข้างผมเอ่ยถามพลางมองตามสายตาของผมไปแล้วก็หันมามองผมด้วยสีหน้างงๆ ของมัน เพราะว่ามันไม่เห็นถึงความผิดปกติเหมือนผมไงก็มันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์สุดสะพรึงร่วมกันกับผมนี่หว่า “อ๋อ ฮ่าๆ กูรู้ กูเห็น ถ้ามึงอยากรู้ถามกูกูรู้จัก” ไอ้เขื่อนที่หันไปเห็นไอ้พี่โก้แล้วยกยิ้มพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้นขำสุดๆ ไอ้ห่านี่คนหรือลูกกรอก “รู้อะไรวะ นี่พวกมึงมีเล่นอะไรสนุกๆ แล้วลืมพวกกูสองคนปะเนี่ย” ไอ้ดิวโวยวายยกใหญ่ สนุกห่าอะไรล่ะ สนุกกับผีน่ะสิ “เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้แม่ง เหยดเข้สวดๆ ไอ้พีม พี่โก้มาทางนี้แล้วมึง” ฮือออ กูอยากร้องห้ายยย มึงจะลุกมาทำไมวะพี่ กลับไปนั่งโต๊ะมึงไป๊ ชิ่วๆ ไม่ทันแล้วครับ ตอนนี้พี่แม่งยืนอยู่ข้างๆ ใกล้จนจะเข้ามาสิงกูได้อยู่ละ “ชนแก้วหน่อยดิพีม” มาถึงก็มาขอชนแก้วไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ “เอ่อ ครับ ชน…” แกร๊งงงง เสียงแก้วกระทบกันที่สุดแสนจะไพเราะจนกูอยากลุกขึ้นไปเต้น “บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่” “…” กูมากกว่ามั้งที่ต้องพูดคำนี้ แล้วนี่พวกมึงเข้ามาได้ยังไง อายุถึงเร๊อะ “ไม่ต้องสงสัยว่าเข้ามาได้ไง พอดีเส้นใหญ่” โด่ทำมาข่มกูว์ เส้นไรใหญ่ เส้นก๋วยเตี๋ยวเหรอวะ “ขอนั่งด้วยได้ปะ” “ได้ดิพี่ นั่งเลยๆ” ท่ามกลางความมึนงงของไอ้ดิวกับไอ้โจ้ ไอ้เขื่อนหน้าหมาก็เอ่ยอนุญาตด้วยสีหน้าระรื่นคือมึงจะไม่ถงไม่ถามสุขภาพกูสักคำสองคำเลยเหรอวะ ว่ากูยินดีมั้ยที่มันนั่งลงข้างกูเนี่ย เดี๋ยวกูโดดกัดคอแม่ง...! ระหว่างนั้นผมก็นั่งนิ่งเอาแก้วเหล้าจ่อปากจิบไปเรื่อยๆ คือไม่อยากคุยกับมันครับ เพราะรู้เจตนาของมันแล้วไง กูกลัวเสียเอกราชให้มันฉิบหายเลย…คืนนี้กูจะไม่เมา! “ทำไมเงียบ รังเกียจพี่เหรอ” แล้วแม่งก็มากระซิบข้างหูผม เล่นซะขนอ่อนตามตัวกูลุกซู่เลย “เฮ้ย! พี่ไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้ถอยออกไปห่างๆ ผมเลย” ไอ้พี่โก้มันยกยิ้มมุมปากพร้อมสายตาล้อเลียนที่ส่งมาให้ผม ฮืออ ใครก็ได้ช่วยกูที แม่งรุกจนกูใจแป้วหมดแล้วเนี่ย…กลัว! “พี่โก้ พี่เป็นเกย์จริงดิพี่” แล้วไอ้เขื่อนหน้าหมาก็เสือกเปิดประเด็นขึ้นมาอีก สัส! ไอ้เพื่อนเวรนั่งเงียบๆ ไม่เป็นเลยหรือยังไงวะ ทีเรื่องเรียนผมไม่เห็นมันสงสัยอยากถามปัญหากับเขาเลยสักครั้งครูถามเข้าใจมั้ยนักเรียนแม่งแหกปากดังกว่าใครเพื่อนว่าเข้าใจครับ แต่พอถึงเวลาครูให้การบ้านก็มาลอกเพื่อนอยู่ดี “เปล่า กูไม่ได้เป็นเกย์” “อ้าว แล่วๆๆๆ” อยากถีบไอ้เขื่อนจริงๆ ครับ คันส้นตีนยิกๆ เลย ลีลามึงจะเยอะไปไหนวะ “แล้วพี่มาจีบเพื่อนผมทำไมถ้าไม่ได้เป็นเกย์ หรือว่าพี่เป็น…ตุ๊ด?” “ตุ๊ดพ่อง! มึงสิ” แล้วพี่มันก็สวนกลับไปไวปานสายฟ้าฟาด คือสีหน้ามันจริงจังพร้อมฟาดด้วยครับ เมื่อเจอความเอ๋อแดกอยู่บนใบหน้าของพวกผมทั้งสี่คน พี่มันก็หัวเราะก๊าก ตลกตายละสัด! “เพื่อนมึงน่ารักดี ได้ข่าวว่ามันไปสารภาพรักกับไอ้ทรายมาด้วย กูเลยคิดว่ากูก็คงมีสิทธิ์และกูก็อยากจะได้เพื่อนมึงมาเป็นของกู” กึก! แก้วเหล้าในมือผมตกลงบนโต๊ะก่อนที่มันจะกลิ้งหลุนๆ ฆ่าตัวตายด้วยการหล่นลงไปกระทบพื้นจนดังเพล้งงงง เศษแก้วแตกกระจายจนน่าหวาดเสียว “เชี่ยพีมเป็นไรวะ มือไม้อ่อนเมาแล้วไง?” ไอ้ดิวที่นั่งถัดไปเอ่ยถามเสียงแข็งเพราะผมทำแก้วของร้านพี่ตกมันแตก แล้วพี่มันก็ขี้บ่นมากๆ ด้วยใครได้ไปเป็นผัวนี่คงต้องล้างหูทุกๆ สองชั่วโมง มันหันไปกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟแล้วกระซิบกระซาบบอกให้ไปเอาไม้กวาดกับที่ตักขยะมากวาดเศษแก้วที่แตกกระจายก่อนจะหันมาถามผมอีกครั้ง “เป็นไรมึง โดนเหยียบหางเหรอ” สัสเถอะครับ กูคนไม่ใช่แมวไม่มีหาง ข่วนหน้าแม่ง! “ปะ เปล่าๆ คือกูไปห้องน้ำเดี๋ยวนะ” ผมบอกอย่างร้อนรนลุกพรวดพราดขึ้นยืนแล้วรีบเดินออกมาทันที แม่งเอ้ย พูดอย่างเดียวไม่ว่าแต่ไอ้พี่โก้แม่งทำหน้ากระลิ้มกระเหลี่ยสายตาแพรวพราวมองมาจนผมขนลุก เดินห่างจากโต๊ะมาได้สักพัก ผมก็ไม่ได้เลี้ยวไปห้องน้ำอย่างที่บอกเพื่อนไป เผ่นสิครับจะอยู่ต่อทำไม กูกลัวเสียเอกราช ถ้าเกิดไอ้พี่โก้แม่งคิดจริงอย่างที่มันพูดขึ้นมาเกิดมันมอมเหล้าผมแล้วลากผมเข้าโรงแรมที่อยู่เยื้องไปไม่ไกลนี่ตายเลยนะครับ งานนี้คงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ๆ ตุบ!! “...ขอโทษครับๆ” ด้วยความรีบร้อนเลยเดินชนกับใครสักคนหนึ่งที่เพิ่งจะเดินสวนเข้ามาในร้าน ผมเลยต้องก้มหัวให้ปากก็เอ่ยขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่ ในร้านเหล้าอะไรที่เสี่ยงต่อการโดนตีนหลบได้ก็หลบหลีกได้ก็หลีกยอมได้ก็ยอมครับ อย่าไปมีเรื่องมีราวมันจะได้ไม่คุ้มเสีย พอผมเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ…เมื่อกี้ที่พูดไปขอคืนได้คำพูดนั้นได้มั้ย จ๊ะเอ๋…หนีเสือปะจระเข้ของแท้เลยกู ซวยซ้ำซวยซ้อนก็ไอ้พีมคนหล่อนี่แหละครับ แม่งเอ้ยยย! “ไม่มีตาหรือไงวะ เดินมาชนได้ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ” คนที่ตัวสูงกว่าที่มองมาที่ผมด้วยดวงตาแข็งกร้าวเอ่ยทักทายผมอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สงสัยจะดีใจที่ได้เจอกันเป็นแน่แท้ แต่ผมนี่ถึงกับสะอึกเลยครับ กะพริบตาปริบๆ เม้มปากแน่นทำตัวไม่ถูก ไม่ใช่ตื่นเต้นหรือเขินอาย แต่กูกลัวโดนมันชก! ผมไม่ตอบโต้และไม่ทักทายแต่ตั้งท่าจะเบี่ยงตัวหลบแล้วกะว่าจะรีบวิ่งไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่แอบขโมยขี่ออกมาจากบ้านเมื่อตอนหัวค่ำเผ่นแนบกลับบ้านให้เร็วที่สุดแต่... “อึก!” มึงจะดึงคอเสื้อกูไว้ทำไมครับพี่ เดี๋ยวคอเสื้อตราไก่บินทะยานขึ้นฟ้าของกูก็ยืดยานกันพอดี ปล่อยโผมมมม “คุยกันหน่อยดีมั้ย” ไอ้พี่ทรายมันถามความคิดเห็นผมครับ แต่ความจริงแล้วกูคิดว่าไม่น่าจะใช่นะ เพราะแม่งจ้องผมเขม็งขู่บังคับผมด้วยสายตาที่ดุดันแบบนั้นลากกูไปเลยก็ได้ครับ ผมส่ายหน้ายิกๆ ปฏิเสธทันควัน ไม่อยากคุยโว้ย ไม่คุย พีมยังไม่พร้อมคุยอะไรกับใครทั้งนั้น ยังไงวันนี้พีมก็ไม่คุย! จะรีบกลับบ้านเดี๋ยวแม่กูรอ... “เหอะน่า อยากคุยด้วย” ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อนเสียงหวาน กูไม่หลงคารมมึงหรอกไปใช้เสียงสองเสียงสี่กับแฟนคลับมึงโน่นเลยไป้ “ไหนบอกว่ารักพี่ ชอบพี่ไง ไปคุยกันหน่อยเร๊ว” “ผะ ผมต้องรีบกลับบ้าน วันนี้ไม่ว่างเอาไว้คุยวันหลังเถอะครับ” ทำใจดีสู้เสือครับ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่ามันเป็นจระเข้ถึงจะถูก ดูสายตาเยือกเย็นของมันสิครับไหนจะรอยยิ้มเย็นยะเยือกนั่นอีก ฮืออ แม่ครับพีมกลัว…? “แต่กูอยากคุยวันนี้” ไม่รอคำตอบจากผม ไอ้พี่ทรายมันก็ลากคอเสื้อผมให้เดินตามไปที่รถคันโก้ อย่าพูดถึงโก้ เดี๋ยวโก้มา เดินตามไปที่รถคันหรูของมันทันที ขายาวๆ ของไอ้พี่ทรายก้าวฉับๆ โดยมีผมแถแทดๆ ตามอยู่ข้างหลัง “พี่…คุยตรงนี้ก็ได้ อย่าไปไกลผมเป็นห่วงรถ” พูดพร้อมทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมสุดๆ ตาก็เหล่มองไปทางรถมอเตอร์ไซค์ราคาไม่กี่หมื่นของตัวเองไปด้วยเพื่อบอกพี่มันทางอ้อมว่ากูเป็นห่วงรถจริงๆ นะเว้ย เดี๋ยวรถหายขึ้นมาแม่กูด่าแปดวันแปดคืนเลยนะ แถมอาจจะโดนตัดค่าขนมอีกข้อหาหนีเที่ยว “ขึ้นรถ! อย่าให้กูต้องใช้กำลัง” แนะมีขู่ด้วยแถมเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้ผมอีกต่างหาก มีหรือกูจะกลัว ไม่ขึ้นโว้ยย! ผมยืนลอยหน้าลอยตาไม่ยอมขึ้นรถตามคำสั่ง ตีนก็เตะหินเตะดินเตะขี้ฝุ่นเล่นไปพลาง “จะขึ้นดีๆ หรือต้องให้กูจูบโชว์ตรงนี้” เบิกตากว้างเท่าไข่นกกระจอกเทศจนลูกตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อกี้ไม่ได้ฟังอะไรผิดเพี้ยนไป “มะ เมื่อกี้พี่ว่าไงนะ?!” “ถ้ามึงไม่ยอมขึ้นรถไปกับกูดีๆ กูจะจูบปากมึงตรงนี้ ว่าไงจะจูบกับกูตรงนี้หรือจะขึ้นรถไปคุยกันที่อื่น” ปึง! ไวยิ่งกว่าฝนดาวตกก็ผมนี่แหละครับ ไม่รอให้แม่งพูดเป็นรอบที่สองสามสี่หรอกกระโดดขึ้นรถปิดประตูดังปึงดึงเข็มขัดมาคาดเองเสร็จสรรพ พอมองออกไปด้านนอกพี่มันก็ดูงงๆ นะครับแต่มันก็หัวเราะซะยังกับเป็นตัวร้าย มันเขียมอะไรวะ มาขับรถดิเฮ้ย ไปคุยกันที่อื่นตอนนี้กูอยากคุยกับมึงจนจะตายห่าอยู่แล้ว ไอ้พี่ทรายมันขับรถมาจอดที่ซอยเล็กๆ แคบๆ ข้างศาลากลางจังหวัด ดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงไปนั่งที่ม้านั่งริมถนนใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เขาปลูกเป็นแนวเพื่อให้ร่มเงาริมถนน บรรยากาศแม่งโคตรโรแมนติกและอีโรติกเพราะที่นี่ตอนกลางคืนมันโคตรจะเปลี่ยว มึงพากูมาที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ทำไมวะพี่มึ้ง…คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ ผมถอนหายใจทิ้งแรงๆ ก่อนตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถไปนั่งข้างๆ คนที่ตัวสูงกว่าเงียบๆ รอให้คนอยากคุยเขาเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนแต่รอจนรากกูจะงอกเป็นเพื่อนต้นไม้อยู่แล้ว พี่มันแม่งก็ยังไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ ยุงแม่งก็กัดแมลงสาปก็เยอะฉิบหาย โรแมนติกสัดๆ เลยครับให้ตายเหอะ “เอ่อ พี่มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ” ทนความอึดอัดไม่ไหวถามเองแม่งเลยครับ “ที่มึงบอกชอบกูตอนนั้น เพราะมึงแพ้พนันเพื่อนมึงแค่นั้นเหรอ” ผมหันไปมองคนข้างๆ แทบจะทันที คลื่นไส้มวนท้องแปลกๆ ก่อนจะอึ้งแดกเพราะพี่มันแม่งจ้องผมตาไม่กะพริบเลย เล่นซะผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอก่อนยิ้มเจื่อนหัวเราะแห้งๆ ออกไป “เอ่อ คือ…ครับ” แม้จะอ้ำอึ้งแต่ผมก็ตอบตามตรง “ต้องขอโทษพี่ด้วยนะ พอดีว่าผมไม่รู้ว่าเพื่อนผมมันจะให้ผมไปทำอะไรแบบนั้นด้วย” “แล้วมึงก็มา…เพราะแค่เพื่อนมึงบอกเนี่ยนะ หรือว่ามึงมีเหตุผลมากกว่านั้น” พี่มันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่มันก็ทำให้ผมผ่อนคลายขึ้นเยอะ “เอ่อ...” ก็มีนะ แต่จะให้กูพูดออกไปยังไงครับ มันน่าอายแล้วมันก็เหี้ยด้วยไง ถ้าคนอื่นรู้นี่ประตูห้องปกครองที่แอร์เย็นฉ่ำจนชุ่มปอดนี่เปิดอ้ารอกูเลยนะนั่นน่ะ “ช่างเหอะ มันเรื่องส่วนตัวของมึงนี่เนอะ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก” หล่อแล้วยังว่าง่ายอีก ผมยิ้มขอบคุณพี่ทรายอย่างจริงใจ แม่งก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนี่หว่า กูไม่น่ากลัวมึงตั้งแต่แรกเลย ฮู้ว์…โล่งใจฉิบหาย เงาดำที่ตามติดตัวกูมาตลอดหลายวันจางหายไปแล้วครับ “แต่กูว่ามึงต้องรับผิดชอบชีวิตกูนะ” “หะ ห๊ะ!” หมายความว่ายังไงวะ ที่บอกให้กูรับผิดชอบชีวิตมึงเนี่ย “เพราะมึงมาบอกชอบกู พ่อแม่กูเลยคิดว่ากูเป็นเกย์ ไหนจะเพื่อนกู ญาติพี่น้องกูอีก” “เดี๋ยวๆ แต่ผมแค่แกล้งพี่เล่นๆ เองนะ” ทำไมเพื่อน พ่อ แม่ ญาติพี่น้องมึงเชื่อคนง่ายขนาดนี้วะครับ “พวกมึงเล่นสนุก แต่กูไม่ขำ พ่อแม่กูก็ไม่ขำ” แม่งดราม่าใส่กูอีก ยุงแม่งก็กัดแมลงสาปก็บินว่อนเลย บรรยากาศโคตรเหี้ย “พี่จะให้ผมไปยืนยันกับพ่อแม่พี่ก็ได้ ว่าผมแค่แกล้งพี่เล่นเฉยๆ เขาต้องเข้าใจแน่” “อย่าเลย…” พี่มันห้ามเสียงอ่อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฟ้าซึ่งแม่งคืนนี้ไม่มีดาวสักดวง แล้วผมก็เสือกมองตามมัน “กูว่ากูจีบมึงจริงๆ จังๆ เลยดีกว่า” “???!!!”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม